/>

ชีวิตแย่ๆ...ㅠㅠ [ยินดีให้แชร์]

วิว
ยาวนิดนึง...แต่อยากให้อ่านนะคะ มันอาจจะเป็นเรื่องซ้ำๆในปัญหาของวัยรุ่น แต่ก็นะ มันก็เป็นเพียงแค่การระบายความรู้สึก...


เราอายุ 16 กำลังจะ 17 เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย ผู้หญิง
เราเป็นเด็กที่ค่อนข้างสนใจภาษา ชอบเรียนหลายๆภาษา และ ชอบร้องเพลงสากล เป็นอย่างมาก มากจนถึงที่สุด เรายอมรับตรงนี้เลยว่าเราน่ะ เรียนไม่เก่ง และตอนนี้ ครูฝ่ายทะเบียนโทรมาหาผู้ปกครองของเราว่า เกรดรวมทั้งสองเทอมของเราได้แค่ประมาณ 0.9 มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากๆ ผู้ปกครองโทรไปถามครู ขอคำปรึกษาจากครูว่าควรทำอย่างไร ผู้ปกครองว่าเราทำไมการเรียนถึงเป็นแบบนี้ และแน่นอนว่าคนที่อ่านกระทู้นี้ ก็คงว่าเราเหมือนกัน ที่เด็กผู้หญิงอย่างเราเรียนแย่มาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ต้องยอมรับกับความจริงที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว แต่...เราอยากจะบอกทุกๆคนว่า เราเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเราน่ะ เป็นเด็กเกเร ชอบเที่ยว ตื่นสาย ไปอยู่กับผู้ชาย มั่วสุมกับสิ่งไม่ดีหรอกนะ เพียงแค่เรายังไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นอะไร ซึ่งในใจเราเคยคิดว่าเราอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า อาจจะขั้นรุนแรงเลยก็เป็นได้ เท่าที่จำได้ ว่าเราเป็นแบบนี้ ก็น่าจะตั้งแต่ อยู่ประมาณ ป.6 หรือ ม.1 เรากดดัน เครียด เครียดกับหลายๆสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน ถูกคนในครอบครัวฝากฝังสิ่งต่างๆ ให้ ฝันอยากให้เราทำงานข้าราชการ ได้เงินเดือนดีๆ แล้วจะได้ช่วยให้พ่อแม่สบายขึ้น เราก็ไม่ได้พูดอะไรไป เพราะในช่วงนั้น เราส่วนมากก็รับฟังรับความหวังจากเขามา


พอผ่านไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มไม่คุยกับใคร กินน้อยกินมาก นอนมากนอนน้อย ร้องไห้ก่อนนอน เป็นแบบนี้ทุกวัน จนเราย้ายที่เรียนสำหรับ ม.4 เราเลือกเรียนสายที่ตัวเองชอบ เลือกในสิ่งที่คิดว่ามันเหมาะกับเราที่สุด จนมารู้อีกทีว่า มีผู้ปกครองคนหนึ่งของเรา ซึ่งเขาเคยเป็นนักเรียนศิษย์เก่าที่นั่น ไปย้ายชื่อ เป็นเรียนอีกสายหนึ่งที่เราไม่ชอบ เขาบอกว่าเรียนสายนี้ดีนะ เป็นได้หลายอย่าง จะทำอะไรก็ง่าย ตอนนั้นเรายิ่งเงียบมากขึ้นกว่าเดิมจากที่ปกติก็ไม่ค่อยคุยกับใครอยู่แล้ว เราเศร้าใจ ร้องไห้หนักว่าเดิม จนพอเปิดเทอม เราก็หาเพื่อนแล้วค่อยไปอยู่กับกลุ่มที่มีเพื่อนเยอะขึ้น แต่ไม่นาน เขาก็ทิ้งเรา ให้เราอยู่คนเดียว เราก็บอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มีเพื่อนคนอื่นๆเข้ามา จนหมดไปหนึ่งเทอม เราก็ยังไม่มีเพื่อน และตามมาด้วยเกรดอันน้อยนิด 1.18 (แย่มากสำหรับผู้หญิง 555 T~T) เราก็บอกกับตัวเองอีกว่า ไม่เป็นไร เทอมแรกยังปรับตัวไม่ได้ เทอมสองเดี๋ยวดีขึ้นเอง แต่พอมาเทอมสอง เราเริ่มรู้จักสภาพแวดล้อมมากขึ้น เพื่อนในห้องเดียวกันมองเหยียดคนในห้องเดียวกันเยอะมาก เยอะจนไม่รู้จะพูดยังไง ซึ่งเราเป็นคนหนึ่งที่โดนมองเหยียด บางทีที่เราเข้าไปถามเกี่ยวกับเรื่องงานหรือขอเข้ากลุ่มงาน ก็จะบอกว่าไม่รู้ อย่ามายุ่ง หรือไม่ก็บอกว่ากลุ่มเราเต็มแล้ว ให้ไปหากลุ่มอื่น และไม่มีใครรับเราเข้ากลุ่มเลย พอจะทำงาน ก็ต้องไปขอให้ครูให้งานอย่างอื่น หรือ ขอทำคนเดียว แต่ครูไม่อนุญาต เราจึงพยายามลองไปขอเพื่อนอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม เราเริ่มเรียนไม่ทันเพื่อน เพื่อนซุบซิบนินทาเรา พูดถึงเราอย่างนู้นอย่างนี้ แค่เราเดินผ่านยังเดินหนี เราเริ่มท้อแท้ ไม่มีความสุข กลัวการไปโรงเรียน กลัวครู กลัวเพื่อน กลัวรุ่นพี่ กลัวรุ่นน้อง กลัวทุกๆอย่างๆ จนเราไม่ไปโรงเรียน แต่ตอนนั้นนอนหอพัก คนอื่นเลยไม่รู้ เราเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ อยากจะลองไปหาหมอจิตแพทย์ แต่กลัวว่าเขาจะไม่รับเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี หรือไม่ก็อาจจะมีค่ารักษาที่เยอะ เลยตัดสินใจไม่ไป แล้วหาทางด้วยตัวเอง ทำทุกอย่างที่คิดว่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่เลย ยิ่งทำยิ่งแย่ลงแย่ลง เคยคิดทำร้ายตัวเอง เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย ผูกเชือกเข้าที่คอบ้าง เอามีดมากรีดแขนตัวเองบ้าง จะโดดตึกลงมาตายบ้าง เราคิดแบบนั้น และทำทุกอย่าง แต่ไม่เคยสำเร็จ ตอนนี้เราเหมือนคนบ้ามาก บางทีเห็นคนอื่นมีเพื่อน ถึงเขาจะมีกันแค่ 2 คน มันก็ยังดีกว่าไม่มีแบบเรา โดดเดี่ยว เหงา เศร้า ทรมาน อยากจะตายไปจากโลกนี้ เราได้พูดบางสิ่งบางอย่างออกไป แต่ก็ไม่หมด เพราะเขาไม่รับฟัง ถึงฟังก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แล้วก็ลืมไป เราอยากจะพูดให้เขาฟัง อยากจะบอกทุกๆสิ่งทุกๆอย่างๆที่มันกำลังทำร้ายจิตใจเราให้เขาฟัง แต่เขาก็ไม่เคยรับฟัง...เราทำได้เพียงแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ เราทรมาน เราไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย...T.T


ปล. ถ้าใครอ่านกระทู้นี้ ก็ขอคำปรึกษาหน่อยนะคะ 
เผื่อว่าเราเอาคำปรึกษาของคุณไปใช้ แล้วมันอาจจะดีขึ้น 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่ว่าน้องลองโทรไปถามสายด่วนก่อนกว่าไหมครับ 1323


      อย่างน้อยจะได้ระบายให้คนที่เขาทำงานด้านนี้ฟังบ้าง เป็นการระบายออกไปเหมือนที่น้องได้ทำโดยการเขียนเล่าเรื่องราวในพื้นที่นี้


      ส่วนเรื่องไปหาหมอนะครับ น้องใช้สิทธิบัตรทองได้ครับในการเข้ารับการปรึกษาอาการซึมเศร้า และเขาไม่มีกำหนดอายุครับ เด็กแค่ไหนก็หาหมอได้ แต่อาจรอคิวนานขึ้นอยู่กับว่าโรงพยาบาลที่น้องไปมีแพทย์มากแค่ไหนครับในด้านนี้


      การที่ผู้ใหญ่ชอบเลือกทางให้เด็กเป็นปัญหาเรื้อรังมากครับ ซึ่งพี่คงจะช่วยน้องให้เรื่องนี้ไม่ได้ อีกอย่างคือสังคมเด็กสายวิทย์มักจะชิงดีชิงเด่นกันครับ ตอนสมัยพี่กว่าพี่จะผ่านมาได้ก็เพราะมีเพื่อนดี (อยู่สามสี่คนเท่านั้นครับ จากหกสิบกว่าคน)


      พี่แนะนำว่าให้น้องลองหาเพื่อนต่างห้องดูก็ได้ครับ เพราะเพื่อนในห้องอาจยากไปเพราะเขาแข่งกันเรียน หาเพื่อนที่คุยกับน้องได้ คนที่ใจเย็นและไม่พาน้องไปหาอบายมุขครับ


      โดยปกติแล้วครุแนะแนวหรือครูห้องพยาบาลจะเป็นที่ปรึกษษเรื่องพกวนี้ได้ครับ แต่พี่ก็อยู่มานานจนรู้ว่าความจริงครูเหล่านั้นก็อาจไม่ได้เหมาะจะเป็นครูกันไปหมดทุกคน แต่ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือน้องควรหาเพื่อนหรือคนที่พร้อมจะรับฟังน้องได้และอยู่ข้างๆน้องได้ครับ


      เพราะคนที่ซึมเศร้าหากอยู่คนเดียวมีโอกาสทำร้ายตัวเองสูงครับ เหมือนที่น้องเคยมีความคิดจะทำ ซึ่งพี่ดีใจมากที่น้องไม่ได้ทำสิ่งพวกนั้น


      พี่อยากบอกว่าโรคซึมเศร้ารักษาได้ และหายได้ครับ แต่ที่น้องอาจไปอ่านเจอหรือเห็นตามสื่อสังคมออนไลน์ในด้านไม่ดีนั่นเพราะคนไม่ยอมไปหาหมอกันครับ และคนชอบหยุดทานยาเองครับ อาการซึมเศร้านั้นต้องทานยาจนกว่าจะดีขึ้นครับ การหยุดยาเองจะทำให้เป็นเรื้อรัง ดังนั้นพี่แนะนำให้ไปปรึกษาหมอนะครับ ไม่ต้องกลัว


      ยังไงก็สู้ๆ นะครับ พี่เป็นกำลังใจให้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยเป็นแบบคุณนะ ตอนที่เราย้ายเข้ามาในรร.ใหม่ๆ เพื่อนในห้องสนิทกันหมดแล้ว เราพึ่งย้ายมา ยังไม่กล้าพูดกับใคร บลาๆ เราโดนแบบคุณเลย เรายอมรับ เราเสียใจ เราร้องไห้ที่เราไม่มีเพื่อนคบ ต่อมาเราเลยพยายามลองชวนคุยคนที่ดูใจดีๆลองขอไปกินข้าวด้วย ตอนเรียนในห้องก็ไปนั่งด้วย ยิ้มให้เยอะๆ ทำตัวสดใส ร่าเริง สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป