/>

รีวิวเส้นทางจากมหาวิทยาลัยเบนสู่สายอาชีพ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ม.6 #ปวส #สายอาชีพ #มหาลัย #เรียนต่อ
            ก่อนเริ่มเล่าเรื่องขอบอกก่อนนะว่านี่เป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรกของเรา ถ้าพิมพ์ผิด เนื้อหาไม่น่าอ่านหรือสลับไปมาก็ขอโทษด้วยนะคะ ขอเล่าจากเเรกเริ่มเลยนะ กระทู้นี้น่าจะยาวมากๆ

1.รู้จักคนเขียน><
           ขอเริ่มจากการเล่าประวัติส่วนตัวนะ เราเป็นคนที่ไม่มีความสามารถหรือชอบอะไรมากเป็นพิเศษ หลังจบ ม.ต้นเลยไม่รู้ว่าจะเรียนต่ออะไรดี ก็เลยคิดว่าต่อ ม.ปลายสายวิทย์-คณิตละกันเพราะคิดว่ามันน่าจะไปได้หลายทาง แล้วก็โอกาสค่อนข้างเยอะกว่าแผนการเรียนอื่น+กับว่าผลการเรียนของเราค่อนข้างสูง(อวยตัวเองนิดนึง555+).

2.เริ่มได้ดีเห็นเส้นชัยอยู่รำไรenlightened
         หลังจากขึ้น ม.4 มา เราก็เรียนจบไปเทอมนึง ก็เริ่มมีคนถามอีกละว่าอยากเรียนอะไร? คำถามนี้มันตอบโคตรยากอ่ะ เราก็เลยมาคิดดูอีกที ผลสรุปออกมาว่าเภสัชละกัน เพราะว่าที่ผ่านมาเกรดวิชาเคมี ภาษาอังกฤษ ชีวะแล้วก็คณิตศาสตร์ของเราค่อนข้างดี อีกอย่างคือเราอยากทำแบรนด์เครื่องสำอางหรือครีมสำหรับคนผิวแพ้ง่าย(เราเป็นคนผิวแพ้ง่ายเลยเลือกเรียนอะไรที่มันสนอง need ตัวเอง) ถ้าตั้งใจเรียนต่อไปเรื่อยๆ+ขยันอ่านหนังสือก็น่าจะสอบเข้าซักที่นึงแหละ.

3.มาถึงครึ่งทางก็เขวซะงั้น!
          พอขึ้น ม.5 ทุกอย่างก็เหมือนจะไปด้วยดี แต่...เราก็ไม่ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร ทุกคนน่าจะรู้ว่าช่วง ม.5 คือช่วงเก็บกิจกรรม สะสมผลงาน ออกค่ายต่างๆ เราใส่ใจกับสิ่งพวกนี้มากจนมันไปกระทบกับการเรียนของเรา ถึงเกรดจะไม่ได้ตกเยอะแต่เราก็ไม่ค่อยได้เข้าเรียน เน้นส่งงานกับสอบครบ เดชะบุญที่เพื่อนคอยช่วยตามงาน+ติวหนังสือให้.

4.แย่กว่าเดิม...
           ม.6 คือช่วงที่ทุกคนเตรียมผลงานหรือฟิตร่างกายสำหรับสอบเข้ากัน เราก็เหมือนกัน ตั้งแต่ช่วงปิดเทอม ม.5 เราก็ซื้อหนังสือสอบเข้า เภสัชเฉพาะทางมาอ่าน แต่พอเปิดเทอมมายิ่งทำให้เรามั่นใจว่าเราไม่เหมาะที่จะเป็นเภสัชแน่นอน เพราะเรียนไม่่รู้เรื่องเลยไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เกรดตกลงมาเยอะมาก ปกติแม่ไม่เคยซีเรียสเรื่องเกรดแต่ครั้งนี้แม่ถึงถามว่าเรียนยากหรอลูก? เราเลยเริ่มสับสันกับชีวิตแล้วว่าจะเอายังไงดี เพื่อนเริ่มมีที่เรียนกันแล้ว.

5.ทำยังไงดี?sad
         พอช่วงปลายเทอม 1 เพื่อนมีที่เรียนกันครึ่งห้องแล้ว เหลือเรากับอีกไม่กี่คน เรารู้แล้วว่าไปทางเภสัชไม่ได้แน่ๆ เลยกลับมาทบทวนตัวเองใหม่แล้วคิดได้ว่ายังมีวิชาชวะที่เกรดเรายังดีอยู่ เราเลยเลือกใหม่เป็นคณะเกษตร เอ้างง!!555+ คือที่เลือกอันนี้เพราะว่าเราศึกษาข้อมูลมาแล้วว่ามันไม่ใช่แค่ขุดดิน ปลูกผักอย่างเดียว แต่ว่าเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตรแล้วก็มีวิชาพวกเศรษฐศาสตร์กับการจัดการด้วย คือประมาณว่าอยากใเป็นเกษตรยุคใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางมากเกินไป รู้จักการจัดสรรทรัพยากรให้คุ้มค่า ประมาณนั้น+บ้านเรามีพื้นที่ทำเกษตรค่อนข้างเยอะ ตอนแรกที่ไปพูดให้พ่อกับแม่ฟังมีเสียงค้านนิดหน่อย แต่เราก็อธิบายให้ฟังอยู่นานจนเข้าใจแล้วก็ยอมให้เรียน แต่เหตุผลสำคัญที่แม่ยอมเพราะว่าแม่บอกว่าอยากกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คิดถึงบ้าน55+
          หลังจากนั้นเราก็ไปงาน open house และเข้าค่ายของทาง ม. แม่กับพ่อก็ไปดูด้วยนิดนึง พอจบเทอม1 เราก็มอบตัวเรียบร้อย รอไปเรียนอย่างเดียวเลย แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง.

6.พาเพื่อนไปสอบ
          ในกลุ่มเรามีเพื่อนคนนึงที่ตั้งใจจะต่อ ปวส.ปิโตรเคมี ตอนรอบแรกยื่นโควตาไปแต่มันไม่ได้ พอถึงรอบสอบเดือนกุมภาฯ มันก็ยังพยายามค่ะ555+ แต่ว่าเปลี่ยนจากปิโตรเป็นโลจิสติกส์เพราะคิดว่ามาด้านนี้รุ่งแน่ๆ แต่ปัญหาคือว่าไม่มีคนไปเป็นเพื่อน วันนั้นไม่มีใครว่างยกเว้นเรา สุดท้ายก็เลยไปสอบเป็นเพื่อนมันค่ะ เสียค่าสมัคร 100 บ. ไม่ว่าเราจะสอบติดหรือไม่ติดก็ไม่มีผลกับเราค่ะ เพราะเรามีที่เรียนแล้ว หรือถ้าติดแล้วเราไม่ไปมอบตัวก็ได้ เค้าก็จะเรียกคนลำดับถัดไปมาแทน พอมาถึงวันสอบ คนมาสอบ 200+ คน แต่เอาแค่ 18 คน(โหดไปอี้ก) ข้อสอบมี 100 ข้อ แบ่งออกเป็นวิชาทั่วไป 70 ข้อ(5 วิชาพื้นฐาน) แล้วก็เป็นวิชาเฉพาะทางของโลจิสติกส์ 30 ข้อ ซึ่ง 5 วิชาพื้นฐานถ้าคนที่เรียน ม.ปลายมาไม่ยากเกินความสามารถหรอก แล้วถ้ายิ่งสายวิทย์นะบอกเลยว่าง่ายกว่าข้อสอบปลายภาค แต่ส่วนที่เป็นโลจิสติกส์นี่คือยากจริงๆ จำคำถามไม่ได้ด้วยเพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยกามั่วไป.

7.ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย
          และแล้วโชคชะตาก็เล่นตลก ชีวิตคนเรานี่แม่งโคตรเหมือนนิยายเลย แต่ที่จะเล่าอันนี้คือเรื่องจริงของเรานะ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อแม่เราทะเลาะกันบ่อยมาก มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สะสมมาเป็นเวลานาน จน 2 วันก่อนผลสอบออก พ่อกับแม่เราทะเลาะกันหนักมากถึงขั้นแยกกันอยู่ แล้วอีกวันถัดมาแม่เราก็ป่วยแบบไม่มีสาเหตุ แต่คิดว่าน่าจะมาจากความเครียด แล้วตอนนั้นพี่เราก็มีปัญหาคือตกงาน จากชีวิตตอนแรกที่มันกำลังจะดีอยู่แล้วก็ดับฝันวูบไปเลย แล้วปัญหานี้มันก็เข้ามาพร้อมกันหลายๆทาง  ตอนนั้นมีแค่พ่อเราที่หาเงินได้คนเดียวต้องใช้จ่ายในบ้าน+รักษาแม่อีก  เพราะว่าไม่รู้ว่าปัญหานี้จะจบตอนไหน เราก็เปลี่ยนใจชั่วข้ามคืนค่ะ ว่าเราต้องเปลี่ยนที่เรียนที่ๆไม่ไกลจากบ้านมากนัก+ค่าเทอมไม่แพง+ชื่อเสียงกาารันตีการทำงานของสถาบัน เราก็คิดไม่ออกอ่ะว่าจะทำยังไงดีเพราะมหาลัยใกล้บ้านค่าเทอมคือ 18,000+ ตอนนั้นคือร้องไห้จนปวดหัว หูอื้อ มือเท้าชาไปเลยอ่ะ.
   
8.เอาวะ! ลองดูซักตั้งyes
          ตอนประมาณ 2 ทุ่มก่อนประกาศผล 1 วัน เพื่อนเราก็ทักแชทพร้อมกับส่งรูปมาว่า"-ติดคนเดียว" ตอนแรกคืองงนะว่ามันพูดอะไรวะ แต่พอดูรูปแล้วมันมีชื่อเราเป็น 1 ใน 18 คน อ่ะ ตอนนั้นคือดีใจนะแต่ก็แอบสงสารเพื่อนที่ตั้งใจไปสอบแล้วมันไม่ได้เหมือนกัน และแล้วเราก็คิดขึ้นมาได้ว่าเรียนที่นี่ไง วิทยาลัยระดับจังหวัด+อันดับต้นๆของภาคตะวันออก แล้วสาขาที่เราเลือกก็หางานได้ไม่ยากในอนาคตโลจิสติกส์มันต้องบูมกว่านี้แน่ อีกอย่างเราอยู่ระยองเป็นจังหวัดที่ต้องการแรงงานด้านนี้เยอะ ค่าเทอมไม่ถึงหมื่น ถึงเราจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลจิสติกส์เลยแต่ถ้ามาเรียนมันต้องได้แหละน่า 
           เราก็เลยพิมพ์แชทตอบกลับเพื่อนไปว่า"ขอบใจมากนะ- กูยังไม่รู้เลยว่าผลจะออกวันนี้ แล้ว-โอเคมั้ย?" เพื่อนก็ตอบกลับมาประมาณว่าเสียใจอ่ะนะ แล้วเราก็บอกเพื่อนไปว่าเราจะเรียนที่นี่!!! เพื่อนตกใจมากกกก เพราะไม่เคยได้ยินเราพูดแบบนี้มาก่อน แล้วเราก็ตอบไปว่าถ้าถึงเวลาจะเล่าให้ฟัง(เพื่อนในกลุ่มเราจะเข้าใจแล้วก็รักษาความเป็นส่วนตัวให้เพื่อนด้วยกัน ถ้าไม่สะดวกใจจะเล่าก็จะไม่เซ้าซี้ เพราะบางเรื่องมันก็ละเอียดอ่อนจริงๆ).

9.วันมอบตัว+_+  
         วันนี้รถติดมากค่ะ เพราะเป็นวันที่รร.ประจำจังหวัดที่อยู่ตรงข้ามกับวิทยาลัยเรามีการจัดงานอะไรซักอย่าง แล้วถนนเส้นนั้นก็เป็นทางผ่านของสถานที่สำคัญๆ หลายที่ รถยิ่งติดเข้าไปอีกเพราะเป็นตอนเช้าด้วย พอมาถึง..ใช่ค่ะ! เรามาสาย เพราะว่าเข้ามาคือคนที่ประชุมที่โดมเค้าแยกย้ายขึ้นไปมอบตัวที่ห้องตามแต่ละสาขาแล้ว ส่วนเพื่อนเราที่สอบไม่ติดก็มามอบตัวเหมือนกันค่ะ นางเรียนไอทีเพราะชอบวาดรูปกับงานกราฟฟิคดีไซน์ เจอทางเลยล่ะ555+ มอบตัวเสร็จแล้วเราก็กลายเป็นนักศึกษา ปวส.1 สาขาโลจิสติกส์ เย้ๆๆๆๆ เวอร์ไปป่ะ555+
          แต่ก่อนที่จะมามอบตัวขอเล่าย้อนกลับไปคือตื่นเช้าขึ้นมาเราก็รีบไปบอกแม่เลยค่ะว่าเปลี่ยนใจจะมาเรียนที่นี่นะ แน่นอนค่ะว่าแม่งงมาก แม่ชอบคนมีเหตุผลเพราะฉะนั้นการที่เราจะเปลี่ยนที่เรียนทั้งที่จ่ายค่าเทอมไปแล้วเราต้องนอนคิดแล้วก็คำนวณค่าใช้จ่ายมาเป็นอย่างดีเลย แล้วสุดท้ายแม่ก็เห็นด้วย ให้ผ่าน!!! .

10.เหมือนปาฏิหารย์
            ใครจะไปคิดล่ะว่าหลังจากที่เราตัดสินใจมาเรียนสายอาชีพแล้วจากนั้นไม่นานอาการป่วยของแม่ก็ดีขึ้น จนหายเป็นปกติ พ่อแม่เราก็ไม่ได้ทะเลาะกันแล้ว พี่สาวเราได้ทำงานหาเงินผ่อนรถต่อได้ มรสุมชีวิตก็แทบจะไม่มี เหมือนมันเข้ามาแค่ทดสอบอะไรเราซักอย่าง เราก็ไม่รู้ว่าที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องอะไรแต่อยากบอกว่านี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเรา 100% ไม่มีใส่สีตีไข่ใดๆทั้งสิ้น.

11.ปฐมนิเทศ
           สำหรับเราอันนี้ไม่ได้มีอะไรน่าจดจำพิเศษค่ะ เพราะว่าเป็นเทคนิคเลยเป็นค่ายธรรมะ 3 วัน 2 คืน เป็นผู้หญิงล้วน เฉพาะ ปวส.1 เลย(แบ่งตามเพศและระดับการเรียน ค่ายนี้มี 4 รุ่น รุ่นละ3 วัน เราอยู่รุ่น4) ก็เหมือนค่ายธรรมะทั่วๆไปนะ มีสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม แล้วก็กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีกับนันทนาการนิดหน่อย กับข้าวไม่อร่อยเลยจริงๆ เราไม่ใช่คนเลือกกินนะ คิดเอาละกัน แต่ที่ไม่โอเคมากๆคือ ไม่มีห้องน้ำแบบเป็นห้องๆ ต้องอาบด้วยกันทุกคน แล้วคือเราถ่ายหนักไม่ได้เพราะมันแปลกที่ อั้นไว้ 3 วันค่ะ555+ แล้วก็อีกอย่างคือ นอนไม่หลับ วันแรกร้อน วันที่สองเหนื่อยนอนหลับไป 3 ชม. แต่มีใครไม่รู้ตื่นมาอาบน้ำตี2!!! แล้วคนอื่นก็อาบตามเพราะคิดว่าถึงเวลาแล้ว เนื่องจากทุกคนโดนยึดโทรศัพท์ไม่มีใครรู้เวลา แล้วที่เรานอนอยู่ข้างที่อาบน้ำหลังจากนั้นคือไม่ได้นอนเลยจนเช้า....

12.เปิดเทอมวันแรกblush
     วันนี้.....(ถ้ามีเวลาและมีคนอยากอ่านต่อหรืออยากรู้เรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับโลจิสติกส์เราจะมาเขียนเพิ่มนะคะ)

           สุดท้ายนี้เราขอบอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราอยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ข้อคิดในการใช้ชีวิตจากเรื่องของเรา หรือใครที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะเรียนอะไรดี ได้กำลังใจในการค้นหาความถนัดของเราต่อไป ถ้ากระทู้นี้มีข้อผิดพลาดอะไรก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หรือใครสงสัยอยากพูดคุย อยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็คอมเมนต์มาบอกกันได้นะ<3
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป