รีวิวสอบข้อเขียน+สัมภาษณ์ AFS (ปี 61) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#afs #แลกเปลี่ยน
สวัสดีครับบบบ อันนี้เป็นกระทู้แรกเลยก็ว่าได้ของเว็บนี้
หลายๆคนอยากที่จะสอบ AFS ให้ติด จะได้ไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศกันใช่มั้ยครับ ผมก็คือหนึ่งในนั้น
จริงๆมันจะผ่านมาปีนึงแล้วแต่ไม่รู้อะไรดนใจให้มาเขียนกระทู้นี้555

เริ่มกันเลยนะครับ
สำหรับข้อเขียน
อันนี้ผมจำได้ไม่มากนะครับแต่พอจำได้ พอเป็นแนวทางได้ 
- สำหรับการทำข้อสอบนั้นก็ควรจะแบ่งเวลาให้ดีๆ อยากมัวคิดนานจนเกินไป หรือ ติดอยู่กับข้อที่ตอบไม่ได้ ให้ข้ามไปข้ออื่นก่อน นี้คือหลักที่คนส่วนใหญ่ทำกัน 
- จะมีข้อสอบ error ประมาณ 10-11 ข้อครับถ้าจำไม่ผิด
ให้หาจุดผิดของsentence นั้น ถามว่ายากไหมสำหรับผม ผมคิดว่ามันไม่ยากและก็ไม่ง่าย แต่ก็ทำได้ถ้าฝึกทำบ่อยๆ 
- section อื่นก็จะเป็นพวก reading comprehension คือจะบอกว่า....เนื้อเรื่องยาวมากกก5555 ขี้เกียจอ่านเลย แต่ไม่ยากเกินความสามารถ ต้องใช้เทคนิคอ่านไว จับใจความให้ได้
- ควรจะรู้คำศัพท์ให้เยอะเพราะมันจะมีข้อที่จะทดสอบคลั่งคำศัพท์ในหัวเรา(ก็เยอะพอสมควร)
- Grammar ก็มีนะ แต่ไม่ยากเกินความสามารถเด็กไทย แต่แนะนำว่าให้ไปทบทวนมาดีๆ เดียวจะพลาดได้
ก็จะเป็นเนื้อหาทั่วไป ของม.ต้น-ปลาย
Ex. I always ____ the bus at 2 o’ clock.
       a.) catch
       b.) take
       c.) ride
       d.) get in
อันนี้คือข้อง่ายๆ
สำหรับข้อสอบก็มีประมาณนี้ ไม่ยากไม่ง่าย
ระดับความยาก(my opinion) : 6/10

หลังจากนั้นก็รอประกาศผลว่าจะติดสัมภาษณ์หรือเปล่าทำใจให้สบายนะ
พอวันประกาศผลมาถึง สอบผ่านเว้ย! ดีใจแทบบ้า555
ก็รอลงทะเบียนสอบสัมภาษณ์ต่อเลย

สอบสัมภาษณ์
บอกเลยการสอบสัมภาษณ์สนุกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

- ขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่เขตไหน ในเว็บAFSจะบอกสถานที่สอบ ผมไปตกอยู่ที่ รร.ศึกษานารี 
- ไปสถานที่สอบตั้งแต่เช้า ไปหาตึกที่สอบ เดียวพวกรุ่นพี่ปีก่อนๆจะมาให้ป้ายคอ ดูแลน้องทุกคนอย่างดีเลย
- เขาจะให้ไปนั่งตามแถว ของห้องที่เราจะสอบ (ดูที่ใบประกาศว่าอยู่ห้องไหน เลขที่เท่าไหร่)
- ได้เจอเพื่อนใหม่ๆเพียบเลย ไม่ต้องกลัว หันไปทักทายคุยกับเพื่อนให้สบายใจเลย (จากการสอบนี้ผมก็ได้เพื่อนสนิทมาคนนึง สนิทจนถึงวันนี้ ถ้าแกอ่านอยู่คงรู้นะว่าเราหมายถึงแก5555)
- รุ่นพี่จะคอยให้เราเล่นเกม สนุกดีทั้งเต้นบ้าง บางเกมก็มีลุ้นๆว่าอย่ามาตกที่เรานะเดียวจะโดนเลือกให้ไปเต้น555 ความสุขมักจะหมดไปเร็ว เขาเรียกให้แต่ละห้องขึ้นไปที่ประจำห้องสอบ
- ในช่วงเช้าจะเป็นการสอบกลุ่ม(อันนี้สนุกมาก)
เข้าห้องไปก็จะเจอกรรมการ 3 ท่านนั่งอยู่เขาก็แนะนำตัวแบบปกติ แล้วเขาจะให้เด็กแนะนำตัวทีละคนพร้อมทำอะไร 1 อยากที่บ่งบอกถึงตัวเอง ออ ใช่ เขาจะดูว่าใครกล้าไม่กล้าเพราะเขาจะไม่เรียกว่าใครต้องแนะนำก่อน เขาบอกว่าใครพร้อมก่อนแนะนำตัวก่อนเลย
- หลังจากแนะนำตัว เขาจะแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่มแล้วมีฉลากให้จับ ฉลากคือตัวละครที่เราต้องแสดง แต่ละคนจะได้ตัวละครที่หลากหลาย แล้วเขาจะให้เรานำตัวละครทั้งหมดที่แต่ละคนในกลุ่มจับ มาแต่งเป็นละคร กลุ่มผมนี้แทบจะไม่มีตัวไหนเชื่อมกันได้เลย555 ผมได้บทเป็นมนุษย์ป้า เพื่อนบางคนได้ ดีเจ เด็กจบนอก คนขับรถ คนต่างชาติ ลูกชาย ฯลฯ เขามีเวลาให้ 30 นาทีในการเตรียมตัว ระหว่างนี้กรรมการจะเดินดูแต่ละกลุ่ม เขาจะคอยสังเกตว่าใครเป็นผู้นำ ผู้ตาม ใครมีความคิดสร้างสรรค์ แน่นอนว่ามันมีผลต่อคะแนนแน่นอน
และที่สำคัญ ความตรงต่อเวลาสำคัญมาก เพราะห้องของผมโดนตำหนิว่าไม่ดูเวลา เลยเวลาที่มีให้30 นาที
พอมาถึงเวลาแสดง แสดงให้เต็มที่ อย่าอาย!!!


 เพราะกรรมการจะดูว่าเรากล้าแสดงออกหรือไม่ พอแสดงจบลงไป เขาจะปล่อยเราไปพักทานข้าว

คราวนี้ละช่วงบ่าย จะได้เข้าห้องดำของจริง นั้นคือการสอบสัมภาษณ์เดี่ยว
ขอไม่เล่ารายละเอียดก้อนจะไปสัมภาษณ์นะครับเพราะไม่ได้มีอะไรมาก แค่จะมีพี่รุ่รก่อนมานั่งด้วยคอยให้กำลังใจ เราอยากถามไรถามเลย ก่อนจะเข้าห้องสอบ

- เวลาการสอบแต่ละคนไม่เท่ากัน ประมาณ20-30นาทีต่อคน
- รอแล้วรออีก และแล้วก็ถึงเวลาของเรา ผมได้สัมภาษณ์คนสุดท้าย ตื่นเต้นมาก! เห็นเพื่อนห้องอื่นเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์หน้าซีดกันเลยทีเดียว เราก็เริ่มกลัวๆละ 
- เดินเข้าไปในห้อง ยิ่มแย้มให้กรรมการปกติ อารมณ์ในห้องเหมือนถูกสอบปากคำอยู่นะ แบบ กรรมการนั่งหน้าเรา 3 คน เรานั่งบนเก้าอี้ตรงกลางห้อง สายตาของกรรมการจ้องมาที่เราพร้อมที่จะเชือด5555 ล้อเล่นๆไม่น่ากลัวขนาดนั้น 
- เริ่มแรกเขาให้เราแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ อันนี้ขอบอกไว้เลยว่าอยากพูดอะไรพูดออกมาให้หมด ถนัดอะไร ชอบอะไร ทำอะไรยามว่าง แนะนำตัวเองให้ดีที่สุด
- บางห้องจะโดนสัมภาษณ์เป็นอังกฤษ บางห้องสัมภาษณ์เป็นไทย ห้องผมสัมภาษณ์ไทย อันนี้ไม่อยากให้มองว่าไม่fairกับห้องที่สัมภาษณ์อังกฤษ เพราะเขาต้องการจะดูไหวพริบของเรา ดูการแก้ปัญหามากกว่าการตอบเป็นภาษาอังกฤษ
- ผมเห็นหลายๆคน เตรียมทั้งเครื่องดนตรีต่างๆ มาแสดงให้กรรมการดู บางคนทำ Portfolio มา เล่นใหญ่มาก แต่ผมไม่มีไรมาเลย555
- คำถามแรกก็ถูกยิงมา “ทำไมถึงเลือกประเทศนี้”
ผมอยากให้ทุกคนอธิบายให้ได้เยอะที่สุด และ เข้าใจง่ายที่สุด อธิบายแบบไม่ให้มีตกหล่นเพราะ ถ้าเราอธิบายไม่ดีพอ กรรมการจะเล่นงานเราโดยการถามต่อสำหรับสิ่งนั้นๆ ถ้าโดนละยาว ถ้าตอบไม่ได้คือ คะแนนลอยไปเลยยยย
- คำถามแต่ละคำถามไม่ได้มีเวลาให้คิดเป็น 5 นาทีนะ ถ้าเขาถามมาต้องตอบเลย คิดให้ไว
- คำถามที่ผมโดน เช่น 
  “ถ้าเกิดโฮสมีเด็กมีคนแก่ในบ้านโอเคไหม”
  “ ถ้าโฮสเหยียดคนเอเชียละ”
  “ ถ้าโฮสซิส ขโมยตังเรา เราจะทำอย่างไร”
  “ จะนำเสนอวัฒนธรรมอะไรให้เพื่อนต่างชาติและชาวต่างชาติดู”
  “ถ้าทะเลาะกับโฮสจะทำอย่างไร”
  “ถ้าโฮสเป็น vegetarians ละเราจะอยู่กับเขากินอาหารแบบเขาได้ไหม ถ้าไม่ได้จะทำยังไง”
เท่าที่ผมจำได้ก็ประมาณนี้ ผมไม่อยากให้ตอบแค่ว่า ได้/ไม่ได้/หรือตอบสั้นๆ หรือตอบแบบโลกสวยจนเกินไป เพราะเขาจะดูว่าเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน
จนถึงคำถามสุดท้าย “นักเรียนมีอะไรจะถามไหม”
เราก็ถามไปว่า จะติดมั้ย555
กรรมการก็หัวเราะยิ้มๆ เขาบอกว่ารอลุ้นละกัน

และก็จบการสอบสัมภาษณ์
รอวันประกาศผล
ผลสรุปออกมา “ผมติดตัวจริงแคนาดา”
แต่ก็น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ไป เพราะผมติดการเรียน รด.
ผมเลยสละสิทธิ์ 

อันนี้คือเรื่องจริง เด็กบางคนที่สอบข้อเขียนได้คะแนนสูงๆไม่ติดก็เยอะ เด็กที่สอบข้อเขียนคะแนนไม่ดีแต่ติดก็เยอะ เพราะข้อเขียนเป็นแค่ตัววัดความสามารถภาษาเท่านั้น แต่สอบสัมภาษณ์คือตัววัดความไหวพริบเอาตัวรอด

ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่จะสอบปีนี้นะครับสู้ๆ ถึงใครจะติดตัวสำรองก็ไม่ต้องเสียใจไป มีโอกาสถึง 80% ที่จะได้เลื่อนเป็นตัวจริง เพื่อนผมหลายคนก็ติดตัวสำรองแต่ตอนนี้เตรียมตัวเก็บกระเป๋าจะบินกันหมดแล้ว555

ถ้าใครมีอะไรจะสอบถามละก็ทักไลน์มาได้เลยนะครับ
ID : newtobewell

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป