ซ่อน
แสดง

สัมภาษณ์วิศวะเครื่องกล มหิดล รอบ1 ปี62 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#วิศวะมหิดล #วิศวะเครื่องกล

สัมภาษณ์วิศวะเครื่องกล มหิดล รอบ1 ปี62

     วันนี้เราอยากมาเล่าประสบการณ์ที่ไปสัมภาษณ์ที่วิศวะเครื่องกล ที่มหาลัยมหิดลให้อ่านกัน (ละเอียดเว่อร์อะ บอกเลย)
     คือตอนแรกเราก็สมัครในเว็บของมหิดลเรียนร้อย แล้วคือมันต้องมีไปตรวจสุขภาพแล้วส่งไปในเว็บ และวันที่สัมภาษณ์เค้าก็จะขอใบที่ไปตรวจสุขภาพมาด้วย อะไรประมานนี้
     แล้วพอถึงวันประกาศผล แล้วคือเราก็ติด เหมือนจะประกาศ 40 คน แล้วรับประมาน35คน....มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ คือเอาจริงๆแล้วเราไม่คิดว่าเราจะติดด้วยซ้ำอะ เพราะแบบพอร์ตของเราไม่ค่อยมีอะไรเกี่ยวกับวิศวะมากเลย แค่แบบมีการตกแต่งโดยใช้ความเป็นวิศวะ(ใช้รูปเกียร์อะไรแบบนี้ แล้วด้านหลังปกก็แบบใส่รูปตึกเรียนวิศวะ มหิดลไปอวยเค้าหน่อยนึง 555) คือโดยส่วนมากในพอร์ตเราจะเป็นพวกจิตอาสาอะไรพวกนั้นมากกว่า (อยากจะบอกว่าความจริงแล้วในพอร์ตเรามีพิมพ์ผิดอยู่พอสมควรเลยละ 555555) ไม่รู้ว่าติดมาได้ไง

    โอเค แล้วพอถึงวันที่ต้องไปสัมภาษณ์ใช่ปะ คือมันมีสัมภาษณ์แบบตอนเช้า 8 โมงไรงี้ เราก็เลยต้องไปนอนค้างที่ศาลายาก่อน (จริงๆเพื่อความสะดวกสบาย สำหรับคนที่ไม่ชอบตื่นเช้า เราแนะนำว่าควรที่จะไปค้างนะ 555) คือแล้วพอไปถึงใช่มั้ยเค้าก็ให้จ่ายค่าสัมภาษณ์เพิ่มอีก200บาท เค้าบอกว่าเป็นค่าสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คือจริงๆถ้าไปเช้าหน่อยเค้าน่าจะมีเข้าแถวแล้วเดินชมตึกไรงี้มั้ง แต่คือเราไปช้าไง มัวแต่ไปกินข้าวอยู่เลยช้ากว่าคนอื่น แล้วพอเราจ่ายครูที่นั่งอยู่ที่โต๊ะก็เรียกพี่คณะให้เดินไปส่งเราหน่อย และคือเครื่องกลน่าจะอยู่ชั้น4มั้ง เราก็เดินขึ้นบันไดไปกับพี่เค้า ระหว่างทางก็คุยสัพเพเหระกันไปเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ บรรยากาศในมหาลัยอะไรพวกนี้ไป (อยากจะบอกว่าตอนนี้ลืมชื่อพี่เค้าไปแล้วอะ555 พี่หนูขอโทษนะคะ *-*) 
        แล้วพอขึ้นมาถึงก้นั่งรออยู่ข้างหน้ากัน พี่เค้ามีน้ำ มีขนม ให้กืนระหว่างรอด้วย และพี่เค้าก็มานั่งคุยเล่นกับพวกเราที่มารอสัมภาษณ์กันอยู่ไปเรื่อยๆ แล้วครูเค้าก็จะมาเรียกไปทีละสองคน เหมือนว่าจะมีครูที่คอยสัมภาษณ์เราอยู่สองชุด ชุดละ2คน และคืออยากจะบอกว่าพี่คณะเฟรนลี่มากจ้า ละคือมีหลายคนมากที่กลัวว่าแบบจะสัมภาษณ์ยากมั้ย แล้วที่สัมภาษาณ์เป็นภาษาอังกฤษนี่คือยังไง พี่เค้าก็คอยบอก คอยอธิบายว่าต้องทำยังไง และก็ให้กำลังใจพวกเรา 
         และพอถึงตาของเราเค้าก็เรียกชื่อ และให้ไปเซ็นใบ2ใบก่อน และให้ใบตรวจสุขภาพเค้าไป แล้วก็ไปนั่งรอคนก่อนหน้าที่สัมภาษณ์อยู่ สักพักเค้าก็ออกมา แล้วเราก็ถามเค้าว่าสัมภาษณ์เป็นไงบ้าง เค้าก็อธิบายเราคร่าวๆว่าแบบต้องทำอะไรบ้าง พอเราเค้าไปในห้องเราก็ทักทายเค้า แล้วรอให้เค้าเชิญเรานั่ง แล้วก็ยื่นพอร์ตให้เค้าดู จากนั้นเค้าก็ให้เราแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษอะไรของเราไป บอกชื่อ อายุ มาจากโรงเรียนอะไร เกรดเฉลี่ยนเท่าไหร่ อะไรพวกนี้เเล้วก็จบด้วยการบอกว่า "หนูรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาสัมภาษณ์ในวันนี้ ขอบคุณค่ะ " (It my pleasure to having this interview here ,Thank you so much) อะไรประมานนี้ ระหว่างนั้นอาจารย์ก็เปิดดูในพอร์ตของเราคร่าวๆ และแล้วการสัมภาษณ์แบบภาษาอังกฤษก็จบแค่นั้น OlO และคือตอนนั้นคิดว่า200เรามีค่าแค่นี้เรอะ จากนั้นเค้าก็ให้เราพูดถึงในพอร์ตเราว่าแบบมีกิจกรรมไหนที่เราอยากนำเสนอมากที่สุด และคืออันที่เราภูมิใจสุดคือการที่ได้รับรางวัลเด็กดีจากกรมการศาสนา ซึ่งพึ่งไปรับมาเมื่อ2วันก่อนสัมภาษณ์ละคือเราพิมพ์เล่มพอร์ตมาแล้วไง เราเลยปริ้นท์เป็นกระดาษแยกออกมาเลย แล้วตอนให้เค้าดูก็แบบรู้สึกแปลกๆอะ555 และเราก็พูดถึงการไปตัดเล็บให้คนพิการ แล้วเค้าก็ถามว่าถ้าเราจะผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเล็บให้ผู้พิการเนี่ย เราจะทำยังไง  เราก็ตอบไปว่าก็สร้างเป็นมีเครื่องขึ้นมายังงี้แล้วก็ทำไม้ทำมือให้ดู แล้วก็มีเป็นถาดใว้ใช้รองมือ จะได้ไม่เมื่อย แล้วก็มีเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเล็บมาค่ะ แล้วเค้าก็ถามเราอีกว่าแล้วยังงี้จะทำยังไงถึงจะรู้ว่าแบบไม่ตัดลึกเกินไป เราก็ตอบไปว่าก็มีเป็นเครื่องเอกซเรย์แล้วแสดงผล มีหน้าจออยู่ข้างๆใว้นะค่ะ   จากนั้น เค้าก็ถามว่าบ้านเราอยู่ไหน เราก็ตอบไปว่าอยู่สมุทรปราการ แล้วเค้าบอกว่าแล้วยังงี้การเดินทางมาเรียนมันจะไม่ลำบากหรอ เราก็ตอบเค้าไปว่าเดี่ยวเราจะมาอยู่หอค่ะ เพราะฉะนั้นการเดินทางจะไม่เป็นปัญหาแน่นอน แล้วเค้าก็ถามว่าเราได้ยื่นสมัครที่ไหนไปอีกมั้ย เราก็ตอบไปตามจริงว่าเรายื่นที่ลาดกระบังกับที่มหิดลค่ะ แต่เราก็ยังเน้นเค้าว่า แต่ความจริงแล้วหนูอยากเข้าเรียนที่มหิดลมากกว่าค่ะ แล้วเขาก็ถามว่าทำไมถึงอยากเรียนที่นี่ละ แล้วก็รู้รึเปล่าว่าเครื่องกลนี่เรียนอะไรบ้าง  แล้วก็พอร์ตนี่เราทำแยกสำหรับแต่ละมหาลัยเลยหรอ ทำไมถึงทำแยกละ เราก็ตอบไปว่าทำแยก แล้วเค้าก็ถามว่าเท่าไหร่ เราก็ตอบเค้าไปว่า ก็แพงอยู่ค่ะ แต่คือหนูทำแยกของแต่ละมหาลัยเลยค่ะ เพื่อจะได้ให้เห็นถึงความพยายามของหนู แล้วก็อาจจะถามอะไรอีกนิดหน่อยซึ่งเราจำไม่ได้แล้ว 555
       หลังจากนั้นเค้าก็มีโจทย์ให้เราทำอยู่เหมือนว่ามันจะมีให้ทั้งหมด 5ข้อมั้ง แล้วเค้าให้เลือกทำ มีข้อง่าย3 ข้อ ข้อยาก2 ข้อ ถ้าเลือกทำข้อง่ายต้องทำ2ข้อ ถ้าทำข้อยากทำข้อเดียว มั้ง ไม่แน่ใจอะ แต่ที่แน่ๆมันเป็นเรื่องการเคลื่อนที่ ชิงช้าสวรรค์อะ แล้วคือแบบเค้าก็จับเวลาให้กระดาษมาแผ่นนึง มาทด แล้วคือเราน่าจะทำได้ข้อเดียวมั้ง เพราะแบบ ไม่ได้อ่านอะไรมาเลย สูตรก็ลืมไปหมดละ แล้วเราก็อธิบายให้เค้าฟังว่าคิดยังไง
            จากนั้นเค้าก็น่าจะถามอะไรอีกนิดหน่อย แล้วเค้าก็ถามเราว่าเรามีอะไรอยากกจะถามมั้ย เราก็ถามเค้าไปว่า “หนูมีโอกาสที่จะติดที่นี่จริงๆใช่มั้ยคะ” (ถามไปแบบโคตรมั่นเลยอะ555) แล้วเค้าก็ตอบเราว่ามีโอกาส แล้วเค้าก็ถามเรากลับมาว่า ถ้าหนูติดจริงๆหนูจะเลือกที่นี่มั้ย เพราะถ้าหนูสละสิทธิ์มันจะกลายเป็นที่ว่างทันทีเลยนะ เราก็ตอบว่าจะเอาที่นี่แน่ๆค่ะ แล้วเค้าก็เหมือนจะให้เราพูดแบบแสดงความจริงใจหน่อยสิว่าแบบ คุณจะเลือกเรียนที่นี่จริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไป ก็แบบ พูดไปว่าหนูชอบที่นี่ค่ะ ชอบบรรยากาศ ชอบอะไรหลายๆอย่างที่นี่ แล้วเราก็เงียบไปสักพัก เพราะแบบนึกไม่ออกแล้ว จากนั้นเราก็เลยแบบจ้องตาอาจารย์ไปแล้วพูดไปว่า “หนูจะเลือกเรียนที่นี่จริงๆค่ะ”แล้วก็จบการสัมภาษณ์แค่นั้นละ แล้วเราก็ได้พอร์ตของเราคืนมา
      
 
     ก็อยากจะเตือนว่าสำหรับคนที่อยากติดมหาลัยเร็วๆ แนะนำรอบพอร์ตนะ เราว่ามันง่าย เร็ว มันไม่มีไรมากเลย แต่อยากจะบอกว่ามันเอาจากคะแนนของเราไง ถ้าคะแนนเราไม่ถึง มันก็ไม่ได้เลยไง ก็อยากให้น้องๆ  ตั้งใจเรียนที่โรงเรียน คะแนนจะได้ออกมาดีๆ จะได้เข้าได้โดยง่ายอะ แล้วก็ให้ทำกิจกรรมให้เยอะๆด้วยจะได้มีอะไรให้เค้าดู  *-*


 ปล.อาจจะมีพิมพ์ผิด หรือผิดพลาดอะไรก็ขอโทษมาก่อนเลยนะ เราแค่อยากแชร์ประสบการณ์ของเราให้คนอื่นได้รู้กัน เพราแบบหลายอันที่เราเคยอ่านมันแบบบอกแค่คร่าวๆเอง เราอยากรู้ลึกๆบ้างอะ



 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป