การไปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก ในจังหวัดโตเกียวและฮอกไกโดเป็นเวลา 8 วัน ด้วยทุน JENESYS2018 รุ่นที่ 19 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#jenesys #tokyo #hokkaido #japan #ญี่ปุ่น

 みなさん、こんにちは ! สวัสดีทุกๆท่านที่เข้ามารับชมกระทู้แรกของเราค่ะ :D กระทู้นี้จะเป็นการเล่าถึงประสบการณ์ในการไปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก หากผิดพลาดเรื่องใดขออภัยด้วยค่ะ

            ก่อนอื่นจะต้องการเเนะนำตัวเองก่อนนะคะ เราเป็นเด็กมัธยมปลายของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยที่ได้รับทุนไปญี่ปุ่นเป็นเวลา 8 วันค่ะ ที่เราได้รับทุนนี้มาจากที่เราไปแข่งทักษะภาษาญี่ปุ่นของสพฐ. ในระดับประเทศค่ะ ต่อจากนี้จะเป็นการเล่าประสบการณ์ทั้ง 8 วันในการไปและอยู่ในประเทศญี่ปุ่นค่ะ !

           ก่อนที่เราจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ผู้ได้รับทุนจะต้องเดินทางมาที่กระทรวงศึกษาธิการ จ.กรุงเทพ เพื่อพบผู้ร่วมทุนและเจ้าหน้าที่ของ JENESYS เพื่อให้ความรู้และมอบหมายงาน work shop ให้นักเรียนทุนทุกคนค่ะ ที่นั่นเองเราจะได้เจอผู้ร่วมทุนราวๆ 12 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพุดถึงคำแนะนำในการขึ้นสนามบิน และกฎต่างๆที่ต้องมีร่วมกันค่ะ เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินก็เข้าเช็คอิน และรอเวลาขึ้นเครื่อง ระหว่างนั้นนักเรียนทุนจะใช้เวลาทำความรู้จักกันและกันค่ะ ในตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ เที่ยงคืนครึ่ง ที่ขึ้นเครื่อง แต่เราดันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับจนถึงตี2เลย... อีกอย่าง ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกรู้สึกมึนๆนิดหน่อย เป็นความรู้สึกที่แปลกดีค่ะ 555  ต่อมา......เครื่องถึงประเทศญี่ปุ่นเวลาราวๆ8โมงเช้า ที่สนามบินนาริตะ ตอนนั้นเรารู้สึกจริงๆว่าเรื่องราวในประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มขึ้นแล้ว !

          

          DAY 1 : 

                      เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในโตเกียว เมื่อเดินทางถึงโรงแรมเราก็เดินทางไปกินอาหารกันที่ชั้นล่าง (อาหารกล่อง) จากนั้นก็มีนัดกับผู้ร่วมทุนประเทศพม่า และกัมพูชาในโรงแรมแห่งนี้ เวลาล่วงเลยไปจนถึง บ่ายกว่าๆในพิธีเปิด มีเจ้าหน้าที่แนะนำเกี่ยวกับทุน และประเทศญี่ปุ่นคร่าวๆ อย่างเช่น จำนวนประชากร สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง ราวๆนี้ รวมถึงการบอกรายละเอียดโปรแกรมเช่นกัน 

                      เมื่อพิธีเปิดเสร็จสิ้น เวลา 17.50น. เราก็เดินทางไปทานอาหารเย็นกับนักเรียนทุนทุกคน (มีแต่รุ่นพี่หมดเลยคุยลำบากนิดหน่อย ;-; แต่ทุกคนน่ารักมากๆ) เมื่อทานอาหารเสร็จเราก็ไปนอนต่อกันที่ห้องพักจนถึงพรุ่งนี้เช้า..

                      ห้องในโรงแรมที่ได้นอนที่สะอาดสะอ้านมาก มีอ่างอาบน้ำด้วย (แต่เราเพลียเกินเลยเอาเวลาไปนอนซะส่วนใหญ่) และที่สำคัญ... ชักโครก เคยได้ยินเหมือนกันว่าชักโครกที่ญี่ปุ่นปุ่มเยอะมากกกก พอมาเจอจริงๆก็อึ้งเหมือนกัน กดแทบไม่ถูกเลย กดผิดมีสะดุ้ง TT

          DAY 2 :

                    ตื่นนอนเวลา 7.00น. จากนั้นก็ทานอาหารโรงแรม รวมตัวกันที่ร็อบบี้ และฟังบรรยายเพื่อทำความเข้าใจประเทศญี่ปุ่นโดยอาจารย์ฮิโรชิเกะ จาก Kanda University ตั้งแต่ 12.00-13.00 น. ตอนเที่ยงเลยทำให้รู้สึกง่วงนิดๆ.. 

                    ต่อมาในภาคบ่ายที่รอคอย ! ในตอนบ่ายนี้เราจะได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่อาซากุสะ และพิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว แต่ก่อนหน้านั้นต้องเดินทางไปกินข้าวที่ร้านอาหาร Hananomai (อร่อยมากกกก)
 

                    ค่ะ เดินทางมาถึงที่อาซากุสะด้วยรถบัส เวลาประมาณบ่ายสอง ในอาซากุสะนี้ เราจะไปเยี่ยมชม 2 ที่ คือ วัดเซ็นโซจิและทางเท้าช้อปปิ้งนากามิเสะ  ที่วัดเซ็นโซจิหรือวัดอาซากุสะนี้ เราได้เข้าไปไหว้พระแปปเดียวเองค่ะ คนเยอะสุดๆเลย TT จากนั้นก็ได้ไปเสี่ยงอะไรสักอย่างที่เหมือนเซียมซี แต่ดันอ่านไม่ออก คันจิเยอะเหลือเกิน... ตัววัดสวยมากกก ถ้าเป็นคนชอบวัดสไตล์ญี่ปุ่นอยู่แล้วนี่ถ่ายรูปแบบไม่หวาดไม่ไหวเลยค่ะ ต่อมาที่ทางเดินเท้าย่านช้อปปิ้ง ! ถัดจากประตูทางเข้าวัด จะเป็นทางเท้าที่เต็มไปด้วยร้านค้าจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึก ขนมพื้นเมืองต่างๆตามซอยแบบไม่ขาดสาย ยาวๆไปราวๆ250เมตรได้ค่ะ สินค้ามีอาทิพวก พวงกุญแจ ตุ๊กตา พัด โคมไฟ ชุดยูกาตะ หน้ากาก ทุกอย่างนั้นบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างมากค่ะ มีเวลาช้อปปิ้งประมาณ ชม.ครึ่งได้ค่ะ หมดตังไปกับที่นี่ราวๆ 4000 เยนได้ TT 

                    จากนั้นเราก็ขึ้นรถบัสมาที่พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว ! ตัวอาคารใหญ่พอสมควรเลย รู้สึกได้ถึงสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสุดๆ ที่นี่รวมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคเอโดะ สมัยโชกุน จนถึงยุคหลังฟื้นฟูจากสงครามโลก ภายในอาคารมีการจำลองสถานที่ต่างๆ รวมถึงวิถีชีวิต ประเพณี ของคนในสมัยนั้นค่ะ สิ่งที่เด่นๆในอาคารแห่งนี้อย่างหนึ่งเลยก็คือ การจำลองสะพานนิฮงบาชิ ทำให้รู้สึกเข้าถึงยุคนั้นจริงๆเลยค่ะ 

                   จากนั้นเราก็เดินทางกลับโรงแรม ทานอาหารเย็น แล้วก็นอนค่ะ //

         DAY 3 : 

                   เสร็จสิ้นกิจกรรมในโตเกียว ต่อมาคือการไปเจอกับอภิมหาหิมะที่ฮอกไกโด ! :D  ในเวลา 8.00น. ออกเดินทางด้วยรถบัสไปที่สนามบินฮาเนดะ 

                   ในเวลา 14.00น. ถึงฮอกไกโด.. มีคนเปรียบเปรยไว้ว่าในอากาศที่หิมะตกมันจะเหมือนอยู่ในช่องฟิต จริงๆนะ ! หนาวสุดๆเลย แบบว่า ไม่มีอะไรจะหนาวกว่านี้อีกแล้ว แต่ว่าครั้งแรกที่เห็นหิมะมันสวยงามมากจนลืมหนาวไปเลยเราเล่นปาหิมะกันสักพัก จากนั้นก็ไปรับประทานอาหารที่ ตลาดฮอกไกโด (อร่อยอีกแล้ววว) ต่อมาบ่ายสามเราจะได้ไปที่วัดซุยริวจิ เพื่อนั่งสมาธิและเข้าร่วมพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น ! ในวัดนี้มีพระอยู่ 2 ท่าน เขาบอกบางอย่างเกี่ยวกับวัดและพระที่ญี่ปุ่น อย่างเช่น วัดนี้เป็นวัดเดียวในฮอกไกโดที่มีฮีตเตอร์ในห้องทำสมาธิที่เราจะไปกัน... เอ่อ ตอนนั้นหิมะตกด้วยไง แล้วมันหนาวมากกกนะ พระที่อื่นเขาจะไม่เป็นไรหรอ.. จากนั้นเราเดินทางไปที่ทำสมาธิระหว่างทางเดินต้องตะลุยหิมะ และ ห้ามใส่ถุงมือ ! ทรมาณสุดๆ TT แต่วิวรอบข้างสวยมากๆ สีขาวเต็มไปหมดเลย ให้อภัย การทำสมาธิแบบญี่ปุ่น่นี้ เรียกว่า สมาธิแบบซาเซ็น ค่อนข้างทรมาณนิดหน่อย คือ ต้องนั่งหลังตรง ห้ามดุ๊กดิ๊ก ห้ามหลุด และหันซ้ายหันขวา จะมีพระคอยถือไม้เดินไปเดินมา เขาบอกว่าจะตีถ้าเราทำไม่ดี แต่สุดท้าย มีคนนึงหลุด พระเขาก็ไม่ตี ใจดีมาก นั่งไปราวๆ 20 นาที จากนั้นก็จบการทำสมาธิแล้วก็ไปชงชาต่อ.. ชาเขียวญี่ปุ่นแท้นี่เขียวมาก ขมมากกกกก เคยคิดว่าดอยคำรสชาติไม่ไหวสุดๆแล้ว เจอนี่เข้าไปพูดไม่ออกเลยค่ะ.. แต่พระทำให้ ต้องกินให้หมด TT ต่อมาเมื่อเราเสร็จสิ้นกิจกรรมที่วัดแห่งนี้ ก็เดินทางกลับโรงแรม รับประทานอาหาร และจากนั้นเวลาราวๆ หนึ่งทุ่ม มีการอธิบายเกี่ยวกับการพบเจอโฮมสเตย์ในวันพรุ่งนี้ ! น่าตื่นเต้นจริงๆโลยย

         DAY 4 :  
                 ตื่นนอนเวลา 5.30น. ง่วงมากกก วันนี้ต้องไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนมัธยมปลายซัปโปโรไคเซย์ ในตอน 8.30 น. เมื่อทานข้าวเช้าเสร็จก็เดินทางด้วยรถบัสไปโรงเรียน ระหว่างทางเห็นนักเรียนสะพายกระเป๋าเดินไปโรงเรียนท่ามกลงหิมะ สงสารแต่ก้อิจฉานิดๆค่ะ heart เมื่อไปถึงก็เดินเข้าไปพบผู้อำนวยการ เราต้องเป็นคนกล่าวบอกแสดงความขอบคุณท่าน ตื่นเต้นมากๆพูดผิดพูดถูก TT แต่ก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ ต่อมาเซนเซย์คนนึงจะพาเราชมโรงเรียน และเมื่อถึงเวลา 9.00 น. คาบเรียนจะเริ่มขึ้น เวลาเรียนที่นี่ 9.00-15.30 ค่ะ เราได้เรียนวิชาฟิสิกส์ สังคม และวิทยาศาสตร์ (หนักๆทั้งนั้น นี่อยากเรียนพละมากกว่า แง) แต่ว่า ในห้องเรียนไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ทุกคนเป็นมิตรมากๆ เราเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งเลยคุยได้ไม่ค่อยเยอะ หงุดหงิดตัวเองนิดหน่อย TT ในการเรียนของเราที่เราสังเกตเห็นคือ เขาจะรับฟังทุกๆคนค่ะ แบบว่า นักเรียนเขาจะจับกันเรียนเป็นกลุ่มๆพูดคุยกัน และจะเปลี่ยนเมื่อครบ 30 นาที วนไปมา ทำให้เราได้พูดคุยกับนักเรียนคนอื่นๆมากขึ้นค่ะ แต่อย่างที่บอกเลยค่ะเราเป็นคนคุยไม่เก่ง ทำให้โต๊ะเงียบมาก.. จนเราได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า เซยะ ค่ะ เขาใจดีมาก คุยกับเราเยอะเลย ขอบคุณเขาจริงๆค่ะ เมื่อเวลา 3 คาบนี้จบลง เราไปรวมตัวกันบอกลาที่ห้องเรียนห้องหนึ่ง เขาพูดถึงเกี่ยวกับโรงเรียนของเขา สิ่งหนึ่งที่เราสนใจมากๆคือ เซนเซย์บอกว่า โรงเรียนนี้ต่างจากโรงเรียนอื่นๆตรงที่ จะมีการสอบแค่ครึ่งเดียว แบบว่า ที่ไทยเนี่ยเขาจะสอบเข้าเรียนในระดับมัธยม 2 ครั้งใช่มั้ยคะ ตอนเข้าม.1 รอบนึง ตอนจะต่อม.ปลายอีกรอบนึง แต่ที่โรงเรียนไคเซย์ เขาจะสอบแค่ ม.1 รอบเดียวแล้วยาวไปจนถึงม.6เลยค่ะ โดยเขาให้เหตุผลว่า เขาใส่ใจกับสิ่งที่เด็กๆอยากทำ อยากให้เด็กๆหาสิ่งที่ชอบเจอ เพราะว่า ถ้าจะสอบเข้าม.ปลายหลังจบม.3เนี่ย มันต้องอ่านหนังสือใช่มั้ยคะ แล้วเด็กบางคนอ่านเยอะมากจนไม่มีเวลาเอาไปทำอย่างอื่นเลย เซนเซย์บอกว่าผู้อำนวยการเห็นตรงจุดนี้เลยอยากให้เด็กเอาเวลาไปทำสิ่งต่างๆนอกจากการอ่านเพื่อสอบ จะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นค่ะ  เราประทับใจมากเลย heart 
จากนั้นเป็นการรับเกียรติบัตรการเยี่ยมเยียนโรงเรียนค่ะ :D ต่อจากกิจกรรมที่โรงเรียนไคเซย์ คือมาที่พิพิธภัณฑ์ฮอกไกโดค่ะ ! เราเดินทางมาถึงที่ราวๆ 14.00น.พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะแนะนำประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับธรรมชาติและมนุษย์ ชนเผ่าไอนุ การตั้งรำรากบนเกาะฮอนชู เป็นต้นค่ะ การจัดแสดงจะมี 5 แก่นเรื่อง คือ ตำนาน 1.2 ล้านปีของฮอกไกโด, โลกของไอนุ, ความลับของฮอกไกโด, สู่สมัยเรา และ ฮอกไกโดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายค่ะ มีรูปปั้นสัตว์ที่เหมือนจริงๆมากๆเลย ตกใจเลยค่ะ หลังจากที่เดินดูทั่วแล้ว มีไฮไลท์ของที่นี่ คือ ชั้นด่านฟ้า ! การได้ดูหิมะตกจากที่สูงนี่น่าจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนะคะ.. แต่เสียดายหิมะตกหนักไปเลยขึ้นไปดุไม่ได้ TT .. ด้วยเหตุนั้น นักเรียนทุนทั้งหลายรวมถึงเราเลยมาปั้นหิมะอยู่ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์ค่ะ มันทำให้เรารุ้อย่างนึงคือ ถ้าจะจับหิมะหรืออยู่ในหิมะเจ้าสิ่งที่เรียกว่า ไคโระ นี่มันจำเป็นจริงๆค่ะ ไม่งั้นมือแข็งแหง มันเป็นถุงให้ความร้อนที่มีเม็ดอะไรสักอย่างอยู่ด้านใน ถ้าเขย่ามันจะร้อนขึ้นมาเลยค่ะ ใช้งานดีมากกก เราปาหิมะกันตรงนั้นจนถึง 16.00น. เพื่อรอรถบัส เปื่อยกันไปข้างเลย 555 จากนั้นเราเดินทางไปพบโฮมสเตย์ ที่ตึกแห่งหนึ่งค่ะ นอกจากจะเจอหน้ากันแล้วจะมีการพูดคุยและจากนั้นเราจะได้ไปพักที่บ้านโฮมสเตย์ค่ะ วันต่อไปนี้จะเป็นวันที่เราไม่มีทางลืมตลอดชีวิตเลยค่ะ :D
          DAY 5 : 
                    ตื่นมาที่บ้านพักโฮมสเตย์ตอน 7 โมง ที่บ้านนี้มี คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็ลูกสาวอีก 3 คนค่ะ อายุไล่เลี่ยกัน 7 9 13 ตอนตื่นมาคุณแม่เขาจะทำอาหารเช้าไว้ให้ เป็นโดรายากิกับนมโยเกิร์ตค่ะ หร่อยมั่ก ตอนที่ทานอาหารกันเนี่ย เขาจะใส่ใจเรามากเลยค่ะ อย่างเช่น ถ้าเขาเห็นเราไม่ค่อยกินเขาก็จะถามว่า อาหารอร่อยมั้ย ถ้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ (ประโยคนี้หลายรอบมาก) แล้วก็แนะนำพวกห้องน้ำ ห้องนอน เขาจัดให้ทุกอย่างเลย ครอบครัวนี้น่ารักมากกก ///-/// ตอน 10.00น. เราก็ไปห้างกันอันนี้ช้อปปิ้งล้วนๆเลย เดินทั่วห้าง ระหว่างนั้นเขาจะถามเรื่องของเราบ่อยมากๆค่ะ อย่างเช่น อยู่ที่ไทยเป็นยังไงบ้าง ชอบอะไรบ้าง อยากได้อะไรมั้ย เราก็บอกว่าเราชอบอนิเมะ ชอบโคนัน ชอบโอโซมัตสึ ชอบวาดรูป อะไรอย่างงี้ แล้วพอเราบอกอีกว่าชอบอามาสึกิกับมาฟุมาฟุซัง (นักร้อง) ลูกเขาคนหนึ่งก็ชอบเหมือนกัน เลยได้คุยกันเยอะขึ้นหน่อย ดีใจมากกก ที่ห้างนั้นเสื้อผ้าสวยสุดๆ ของสะดุดตาเยอะมาก แต่ก็แพงมากเหมือนกัน TT หลังจากช้อปปิ้งอะไรเสร็จก็ 
เขาจะพาเราไปที่ห้างแถวๆบ้านอีกที่เพื่อซื้อพวกของทำอาหารสำหรับเย็นนี้ที่จะกินกันค่ะ เป็นเซ็ตซูชิกับขนมกรอบๆ แล้วตอนที่ซื้อครบหมดแล้วเขาถามด้วยว่า อยากได้อะไรมั้ย ถ้าเราตอบว่าไม่เป็นไรค่ะ ถึงงั้นเขาก็ซื้อให้อยู่ดีค่ะ heart มีครั้งนึงตอนที่อยู่ในรถอากาศหนาวมากกก เราตัวสั่นเลย ไคโระหมดอีก น้องเล็กเขาก็เอาถุงร้อนมาแบ่งเราค่ะ คือน้องแกดูเป็นเด็กขี้อายๆ ตอนนั้นแบบฮื้อออ น้องงง น่ารักกกกกกก ตกประมาณบ่ายสองเขาก็พาเราไปที่ชิโระอิคอยบิโตะค่ะ เป็นเหมือนที่เที่ยวดังๆที่นึง น่ารักมากก มีบ้านจิ๋ว มีคุณรูปปั้นที่เป็นหุ่นยนต์ขยับได้ อากาศเย็นเป็นใจสุดๆเดินซื้อของฝากกับเที่ยว แล้วก็ถ่ายรูปกันประมาณ ชม.กว่าๆค่ะ ต่อมาเรากลับมาที่บ้านกันเพื่อ เล่นหิมะกับเด็กๆค่ะ :D ปากันอยู่ซักพักเราเหลือบไปเห็นของน่าสนใจคือ กระดานเลื่อนค่ะ แล้วที่หน้าบ้านครอบครัวนี้มีเนินสูงๆด้วย แน่นอนว่า...เด็กๆชวนไปเล่นค่ะ ไปสิคะ เย่ สนุกมากกกกกก ลมตีหน้าสุดๆ เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่มาก เล่นไปประมาณ 5-6รอบ เหนื่อยเลยย แต่คุ้มสนุกๆ เรามารู้ทีหลังว่าไอ่นี่มันเรียกว่า โซริ ค่ะ ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองกันมากก มันส์จริงจัง หลังจากที่เหนื่อยแล้ว ก็ไปทานข้าวในบ้านค่ะ คุณแม่จัดการให้หมดเลย TT นั่งกินกันไปคุยกันไปด้วย หัวเราะแบบสนุกสนานสุดๆ เป็นครอบครัวที่บรรยากาศดีมากๆค่ะ ไม่ทำให้เหงาเลยสักนิด ตกมาตอนกลางคืน เรานั่งวาดรูปอยู่หน้าทีวีดูโดรมอนไปด้วยค่ะ แล้วครอบครัวนี้ก็มาพร้อมหน้าเลย เขาก็คิดอะไรอย่างนึงออก คือการแข่งวาดรูปโดราเอมอนโดยที่ห้ามดูแบบค่ะ ก็วาดกันไปทั้ง5-6คนเลย วาดไปขำไป เราแบบ ขำแบบหลุดมากกก ก็เฮฮากันไปค่ะ ตลกจริง 555 หลังจากนั้นสักพักก็ฝันดีแล้วก็แยกย้ายกันไปนอนค่ะ (ปล.วิวนอกหน้าต่างตอนหิมะตกนี่อย่างสวยเลย)
                 DAY 6 : 
                        ตื่นมาอีกวันตอน 9.00น.ได้ค่ะ ตื่นสายหน่อย 555 ช่วงเช้าวันนี้ หลังจากสวัสดีทุกคนเสร็จ กินแพนเค้กกับกาแฟนมแล้วก็ชวนน้องไปเล่นโซริอีก3-4รอบ แล้วก็นั่งคุยกันในห้องต่อ เวลาผ่านไปอย่างไว TT  พอ 10.30 น. แล้วก็เริ่มเก็บของใส่รถออกเดินทาง ตอนแรกเราคิดว่าเขาจะพาไปเจอเจ้าหน้าที่เลย แต่เขาพาไปที่สวนสาธารณะที่นึงที่มีการปั้นน้ำแข็งให้เป็นรูปต่างๆ เช่น ตัวการ์ตูน Star war สัตว์ อะไรประมาณนี้ สุดยอดมากๆค่ะ.. และก็ถึงเวลาเดินทางไปพบนักเรียนทุนคนอื่นๆค่ะ ระหว่างทางเขาพูดประโยคหนึ่งกับเราคือเขาบอกว่า เราเหมือนครอบครัวกันจริงๆเลยนะ ตอนนั้นฟังแล้วแบบ.. ฮือออออ เศร้าๆแต่ก็ดีใจค่ะ งานเลี้ยงย้อมมีวันเลิกรา TT เดินทางมาที่สถานที่ที่พบเจอกันครั้งแรก เราจัดงานเลี้ยงอำลาครอบครัวกันที่นั่นค่ะ มีเซอร์ไพร์สนิดหน่อยจากเราคือนักเรียนทุนจะทำการแสดงร่วมกันค่ะ :D กลุ่มของเราเป็นร้องเพลงประสานประกอบท่านิดหน่อย หลังจากแล้วก็กิน เฮฮา บางคนก็ร้องไห้ค่ะ งานเลี้ยงยาวประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเขาก็จะเริ่มกลับบ้านกันแล้ว... วินาทีสุดท้ายหลังจากกอดกัน เราว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว พอเขาหันหลังไปก็น้ำตาแตกเลย ฮือออ หลังจากปรับตัวอะไรกันเสร็จเราก็มาปรึกษาการทำเวิร์คช็อปที่คุณเจ้าหน้าที่มอบหมายให้ตอนก่อนมาญี่ปุ่น่ค่ะ เป็นการน้ำเสนอสิ่งที่ได้ในการมาครั้งนี้ ในมุมมองของพวกเราแก่เพื่อนร่วมทุนประเทศอื่นค่ะ หลังจากปรึกษากันก็เดินทางไปกินข้าว เช็คอินรร. แล้วก็นอนค่ะ //วันที่แสนดีจบไปอีกวัน..
                DAY 7 :
                         วันนี้เตรียมตัวกลับไปโตเกียว เอาของวางที่ล็อบบี้แล้วไปทานอาหารเช้า จากนั้นขึ้นรถบัสไปที่สนามบิน ขึ้นเครื่องตอน 10.30 น. เมื่อถึงโตเกียวก็เดินทางไปทานอาหารและ 15.30 ประชุมเสนอรายงานตามที่เตรียมไว้ ใช้เวลาราวๆ 2 ชม. มีกิจกรรมร่วมกับแต่ละประเทศนิดหน่อย จากนั้นก็ทานอาหารเย็น //หมดไปอีกวันนนน
               DAY 8 : LAST
                        วันนี้ตื่น 8.00น. ทานอาหารเช้า มาเจอกันที่ล็อบบี้ เตรียมออกเดินทางไปทัศนศึกษาที่สุดท้าย อากิฮาบาระ !!! heart สรวงสวรรค์ของคนรักอนิเมะเลยค่ะ มีเวลาแค่ 2ชม. น่าเสียดายมากๆเลย TT แต่ว่า..ถึงจะแค่ 2ชม. แต่เสียหายกับที่นี่หนักสุกเลย ราวๆ 14,000 เยนได้ โฮฮ..  ฟิกเกอร์ลดราคาาา  ค่ะ ต่อมาเราเดินทางไปที่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวกลับ
                        จากนั้นถึงเวลาอำลาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรามาทั้ง 8 วันนี้ และเดินทางกลับประเทศไทยค่ะ //จบแล้วววค่า ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ <3 หวังว่าเราจะช่วยให้คนอ่านไม่มากก็น้อยมีแรงบันดาลใจที่อยากไปญี่ปุ่นนะคะ เย่ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

     
---- เพิ่มเติม ----
 ปล.1 ในค่ำคืนของแต่ละวันตั้งแต่ 19.00น. ส่วนใหญ่จะว่างกันเลยขึ้นรถไฟไปตจว.กันค่ะ ที่เราไปมามีฮาราจุกุ แฟชั่นแปลกๆเยอะมากกก คนครึ้กครื้นสุดๆ เสื้อผ้าอะไรลดเยอะมากก เราสามารถไปพวกร้านสะดวกซื้อใกล้ๆตามใจได้ค่ะ แต่ต้องกลับก่อน 4ทุ่ม คิดถึงบรรยากาศที่หิมะตกแล้วกินของร้อนๆอร่อยๆไปด้วยสิคะ มันดีมาก TT (แต่หนาวแบบสุดๆเลย)
       ปล. 2 สงสัยหรือยากสอบถามอะไรถามได้นะคะ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป