6 เดือนที่ญี่ปุ่นกับทุน Asia Kakehashi Project [ยินดีให้แชร์]

วิว
#japan #kagawa #Asiakakehashiproject #afs57 #afs
สวัสดีค่า laugh

ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสติดตามบอร์ดเรียนต่อต่างประเทศไว้เยอะมาก เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาเเชร์ประสบการณ์ของตัวเองบ้างเเล้ว 555555


เราได้ทุนเต็มจำนวนของรัฐบาลญี่ปุ่นค่ะ แลกเปลี่ยนเป็นเวลา 6 เดือนกับโครงการ AFS ทุนนี้มีชื่อว่า Asia Kakehashi Project มีความหมายว่า "สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในเอเชีย"

การเตรียมตัว

เนื่องจากเราเป็นรุ่นเเรกของทุนนี้นะคะ เรียกได้ว่าเป็นรุ่นบุกเบิกเลยก็ว่าได้ 5555 ตอนสมัครเข้ามาไม่ได้มีการสอบแต่อย่างใดค่ะ คัดจากใบสมัครและเอกสารเพิ่มเติม (เราส่งพอร์ตไปด้วยค่ะ) ตรงนี้ไม่ได้โฟกัสเรื่องแผนการเรียนนะคะ สมัครกันได้ทุกคนค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าคนที่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อนก็อาจจะได้เปรียบเรื่องตรงนี้เพราะอาจจะต้องใช้ อาจมองว่าง่ายแต่จริงๆแล้วไม่ได้ง่ายเลยนะคะ ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่กำลังจะตามมา 5555  หลังจากผ่านการคัดเลือกรอบเเรกก็จะมีการนัดสอบสัมภาษณ์ค่ะ ด่านนี้เเหละค่ะที่จะต้องเตรียมตัวมาให้พร้อม อาจจะเป็นด่านกำหนดโชคชะตาของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ ใครโชคดีมีบุญ มีดวงเสริมก็รอดค่ะ ใครไม่มั่นใจเรื่องบุญ เรื่องดวงว่าจะช่วยได้มั้ย ดูข้อต่อไปค่ะ

การสอบสัมภาษณ์

การสอบสัมภาษณ์ก็ปกติทั่วไปค่ะ การสัมภาษณ์อาจจะเจอทั้ง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น) แล้วเเต่ดวงนะคะ 555 อย่างเราเจอทั้ง 3 ภาษาเลยค่ะ โชคดีที่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นตอนเรียนมาเลยเอามาใช้ให้เป็นประโชยน์ได้ พอถูๆไถๆไปค่ะ  คำถามส่วนใหญ่จะเป็นคำถามปกติทั่วไป อย่างเช่น

-การแนะนำตัว

-ทำไมถึงอยากได้ทุนนี้

-มีความสามารถพิเศษคืออะไร

-เห็นว่าในเกียรติบัตรมีเข้าร่วมการแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาญี่ปุ่น พูดให้ฟังได้มั้ย (เราแนบลงไปในพอรต์ด้วยค่ะ ถ้าใครมีกิจกรรมเด่นๆอะไร อาจจะถูกถามตรงนี้ค่ะ)

-จุดเด่น จุดด้อย

ทำนองนี้ค่ะ และคำถามที่สำคัญจะเป็นคำถามที่จะวัดทัศนคติเราค่ะ ว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไร การแก้ปัญหา มุมมอง ความคิด ต่างๆ นาๆ ตรงนี้ถ้าเราตอบได้ดี เป็นตัวของตัวเอง ดูธรรมชาติ จะสามารถดึงดูดคณะกรรมการได้ดีเลยล่ะค่ะ การตอบคำถามขแแนะนำว่าให้เราตอบตามความคิดของเราไปเลยค่ะ พยายามถ่ายทอดทัศนคติที่เรามีต่อคำถามและส่งต่อไปให้คณะกรรมการให้ได้มากที่สุดค่ะ แต่ไม่ดูเฟคมากไปนะคะ ที่สำคัญอย่าลน หรือเกร็งค่ะ จะทำให้เราดูขาดความมั่นใจ คณะกรรมการจะไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ค่ะ การตอบคำถามไม่มีถูกไม่มีผิดนะคะ ถ้าหากเราเตรียมตัวมาดี ตอบคำถามได้ตรงที่กรรมการชอบอาจจะมีโอกาสหน่อยนะคะ

แต่ว่าทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจการพิจารณาคำตอบของคณะกรรมการด้วยนะคะ

Orientation 

หลังจากที่เราผ่านการสัมภาษณ์อะไรทุกอย่างเเล้วก็จะมีการเข้าค่ายเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางเป็นเวลา 3 วันค่ะ ในค่ายนี้จะมีเพื่อนๆจากประเทศกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม มาร่วมทำกิจกรรมที่ประเทศไทยด้วยนะคะ เราก็จะได้พบเพื่อนร่วมทางเพิ่มอีกค่ะ ในค่ายเราจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารร่วมกัน เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษสำคัญมากนะคะ เเนะนำให้น้องๆเตรียมตัวเผื่อไว้ด้วยก็ดีค่ะ จะได้ไม่ลำบากในการทำกิจกรรมร่วมกัน หลังจากเราผ่านการทำกิจกรรมที่ค่ายเสร็จเเล้วก็ออกเดินทางในวันต่อไปกันเลยค่ะ

วันเดินทาง

ช่วงที่เราออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเป็นช่วงเดือนสิงหาคมค่ะ หน้าร้อนของญี่ปุ่นเค้าพอดี อากาศค่อนข้างใกล้เคียงกับประเทศไทยเราเลยค่ะ หน้าร้อนจะร้อนมากและหน้าหนาวก็หนาวมากเช่นกันค่ะ เราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 7:35 และถึงสนามบิมนาริตะเวลาประมาณ 15:45 ของประเทศญี่ปุ่นค่ะ หลังจากนั้นจะมีรถบัสมารับพวกเราไปที่โรงแรมที่โตเกียวอีกทีนึงค่ะ เพราะเราจะต้องเข้าค่ายเตรียมความพร้อมอีก 3 วันค่ะ (ค่ายเยอะล่ะสิ!!) 

Orientation at Tokyo

ในส่วนนี้เรื่องเนื้อหาจะไม่ต่างอะไรกับที่ไทยมากค่ะ มีเพิ่มแค่ในเรื่องของความปลอดภัย การเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเพิ่ม อ้อ ค่ายที่นี่เราจะได้พบกับเพื่อนร่วมรุ่นของโครงการเราด้วยค่ะ ตอนรุ่นเรามีประมาณ 100 คนจากหลายๆประเทศ รุ่นต่อๆไปอาจจะเพิ่มขึ้นด้วยมั้งคะ ค่ายที่นี่จะไม่ค่อยมีการ Entertain เท่าไหร่นะคะ ส่วนตัวชอบค่ายที่ประเทศไทยเรามากกว่าค่ะ ดูไม่เครียดดี เสร็จในส่วนนี้เราก็เตรียมตัวออกเดินทางไปเมืองที่เราอยู่เเล้วค่ะ เพื่อนพบปะกับ Host family หรือบางคนอยู่หอก็แยกย้ายกันไปค่ะ ส่วนตัวเราไปเดี่ยวเลยค่ะ ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยในละเเวกภูมิภาค แอบอิจฉาเพื่อนที่ได้อยู่จังหวัดเดียวกัน เเต่คิดๆดูเเล้วก็ดีกับตัวเราด้วยค่ะ อยู่คนเดียวก็ได้!!!

Host family
 
โฮศต์แฟมของเราค่อยข้างใจดีค่ะ ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้ สื่อสารกันด้วยภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวเลยค่ะ บางทีเค้าก็จะพูดเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษสั้นๆกับเราด้วย น่ารักดีค่ะ ครอบครัวอบอุ่นมากค่ะ จริงๆเป็นครอบครัวที่ใหญมาก ญาติเยอะเหมือนกับประเทศไทยบ้านเราเลยค่ะ เวลามีโอกาสสำคัญๆต่างเช่น ปีใหม่ คริสต์มาส ก็จะพาเราไปบ้านคุณปู่ คุณย่าด้วยค่ะ ได้พบปะกับคนอื่นๆไปอีก ได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ตื่นเต้นเเละสนุกมากค่ะ หลังๆก็รู้สึกรักและผูกพันธ์มากจนไม่อยากกลับไทยเลยค่ะ 5555

Host school

เราอยู่ที่จังหวัดคะกะวะ(จังหวัดที่เล็กที่สุดของประเทศญี่ปุ่น) ในภูมิภาคชิโกะกุค่ะ โรงเรียนของเราก็คือ Miki senior high school ค่ะ เป็นโรงเรียนสหศึกษาค่ะ พีคตรงที่ว่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนคนเดียวในโรงเรียนด้วยค่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีนักเรียนเเลกเปลี่ยนระยะเวลา 1 ปีมาจากฟินเเลนด์ด้วยค่ะ และก็กลับไปแล้วเหลือเเค่เรา 5555 ชีวิตในโรงเรียนค่อนข้างสนุกและแฮปปี้ดีค่ะ ในตอนแรกก็ฟังเพื่อนๆไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ทันค่ะ พูดเร็วมากบางครั้งเราก็จะบอกว่าฟังไม่ทัน เลยจะขอให้พูดช้าๆหน่อย เพื่อนก็จะเข้าใจละค่อยๆปรับตัวไปด้วยกันค่ะ เพื่อนๆค่อนข้างให้ความช่วยเหลือดีนะคะ โดยรวมถือว่าดีค่ะ เเต่ถ้าได้มีเพื่อนซี้เพื่อนสนิทละก็จะเป็นลาภอันประเสริฐไปอีกค่ะ แนะนำให้หาไว้สักคนนะคะ คอยรับฟังเราในเวลาที่เรามีปัญหาหรือท้อเเท้ หมดกำลังใจ คนญี่ปุ่นค่อนข้างใส่ใจค่ะ(พูดแล้วคิดถึงเพื่อนเลยค่ะ) เวรี่กู๊ดดดด 

การปรับตัวเข้าหาเพื่อนๆญี่ปุ่น

บอกก่อนว่าเด็กญี่ปุ่นไม่ได้เหมือนในซีรีย์หรือการ์ตูนทั่วไปนะคะ อย่าได้กังวลไป 555

เนื่องจากว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้างขี้อายค่ะ เเต่เค้าก็ Open นะคะ การเข้าหาแลกทำความรู้จักไม่ได้ยากมากเลยค่ะ ถ้าเรากล้าที่จะคุยกับเค้า ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน รอยยิ้มเราช่วยได้นะคะ เค้าจะดีใจด้วยค่ะที่เรายิ้มให้ หลังจากนั้นก็โบกมือทักทายไปค่ะ อาจจะแห้วบ้างเพราะเค้าไม่รู้ว่าเราส่งให้ก็อย่าได้ชะล่าใจไปนะคะ ทำบ่อยๆเดี๋ยวเค้าก็รู้ตัวค่ะ 55555 ที่สำคัญคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษนะคะ ไม่ใช่ว่าเค้าพูดไม่ได้กันนะคะเค้าพูดได้ค่ะเเต่เค้าไม่กล้า แรกๆเค้าอาจจะเขินๆไม่กล้าพูดคุย แต่ถ้าสนิทได้เพื่อนซี้เมื่อไหร่ละก็พูดไฟแล่บใส่กันเลยล่ะค่ะ

เมื่อพบเจอปัญหา

แน่นอนค่ะว่าการที่เราไปอยู่ในต่างที่ต่างแดนกับบุคคนที่ไม่รู้จัก เราก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่เสมอในเรื่องของการปรับตัวต่างๆ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากค่ะ เเละการแก้ปัญหาก็คือแก้ปัญหาให้ถูกจุด โดยเริ่มจากตัวเราก่อนค่ะ เราอาจจะยังปรับตัวไม่ได้อาจจะต้องใช้เวลาค่ะ แต่ถ้าเป็นในกรณี่ที่ไม่ใช่เเค่เรา อาจจะมีปัญหากับโฮสต์แฟม โฮสต์สคูล ตรงนี้เราอาจจะแก้ไขปัญหาคนเดียวไม่ได้ให้ปรึกษากับ AFS Volunteer หรือ LP ในพื้นที่ของเราดูค่ะ เพราะเค้าจะเป็นคนที่คอยสนับสนุนเเละช่วยเหลือเราค่ะ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดปัญหาขอให้มีสติค่ะ มีสติเเละคิดวิเคราะห์ สิ่งใดที่สามารถเเก้ไขได้ด้วยตัวเองให้ลองทำดูค่ะ สิ่งใดทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นช่วยค่ะ ที่สำคัญต้องมีสตินะคะ เราจะไม่ได้เผลอทำอะไรลงไป เพราะมันอาจจะส่งผลต่อตัวเราในภายหลังด้วยค่ะ 


และหลังจากนั้นเมื่อเวลาแห่งความสุขผ่านไปก็ถึงเวลากลับบ้านเราค่ะ 55555

หลังจากกลับมาเเล้วอย่าลืมติดตามกับโฮสต์แฟมเราด้วยนะคะ เวลาที่เราไปแลกเปลี่ยนอาจจะดูเหมือนนานแต่จริงๆแล้วไม่นานเลยนะคะ อยากให้น้องๆได้ใช้เวลาให้คุ้มค่า อยากทำอะไรให้รีบทำนะคะ ก่อนที่จะหมดเวลาเเล้วมานั่งเสียดายที่หลัง และก็อยากให้น้องๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ให้ได้มากที่สุดเลยนะคะ เพื่อประโยชน์ของตัวเองในอนาคต หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆที่สนใจเเละเก็บข้อมูลกับการเตรียมตัวเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ขอให้ทำได้ ขอให้ความฝันเป็นจริงนะคะheart


AFS57 Asia-Kakehashi Project 2018(1st) THA-JPN (SMmxNH18)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป