ชาวบอร์ดรู้จัก 'มารยาท' ถึงขั้นไหนคะ [ยินดีให้แชร์]

ขอเตือนก่อนว่าตอนนี้เราเดือดอยู่ วาจาและถ้อยคำอาจจะรุนแรงไปบ้าง แต่นี่คือสิ่งที่เราคิด และคิดมานานแล้วด้วยค่ะ 

เรารู้ว่าที่นี่เป็นบอร์ดสาธารณะ ใครอยากจะตั้งกระทู้อะไร คุยกับใครในกระทู้ไหนสามารถทำได้อย่างอิสระ ซึ่งบางคนก็อิสระมากไปจนไม่สิ่งใด รวมถึงคำว่า "มารยาท" และ "กาลเทศะ" 

ใครจะตั้งกระทู้ถี่ๆ ก็เป็นเรื่องของเขา อันนี้เราเข้าใจ และไม่สนว่าใครจะตั้งกระทู้อะไร แต่ที่อยากทราบก็คือ ทำไมใครหลายๆ คนถึงชอบเข้าไปคุยเล่นในกระทู้คนอื่นคะ หากเจ้าของกระทู้เขาเป็นพวกเฟรนด์ลี่ ตั้งกระทู้ไม่จริงจัง ใครคุยกันก็ไปร่วมคุยเรายังพอเข้าใจ แต่นี่บางกระทู้คนตั้งเขาตั้งมาเพื่อปรึกษาปัญหาติดขัด แล้วสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นการคุยสัพเพเหระ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ตรงนี้อยากทราบว่ามันควรงั้นหรือ? 

ลองคิดว่าคุณเป็นคนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับคนในบอร์ด คุณเป็นเพียงแค่คนกำลังเผชิญปัญหาด้านงานเขียน เห็นว่ามีบอร์ดนักเขียนเลยมาตั้งกระทู้ถาม แต่สิ่งที่คุณได้รับกลับเป็นการคุยเล่น แจ้งเตือนที่เด้งรัวๆ ก็มีแต่เรื่องไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในกระทู้ เป็นตัวคุณ คุณจะคิดอย่างไรคะ มีความสุขหรือเปล่า? ดีใจมั้ยที่ตัวเองไม่ได้สาระอะไรเลย เห็นแค่คนคุยกันอย่างเดียว 

ซึ่งถ้าคุณดีใจ เราก็คงบอกได้แค่ว่าเราคิดต่างกันค่ะ แต่เราก็เคารพคนเห็นต่างนะคะ ฉะนั้นเราจะไม่ว่ากัน

ส่วนตัวเราที่เคยตั้งกระทู้ขอฉากขำขันมาคลายเครียด แทนที่เราจะได้อะไรขำๆ สิ่งที่เราได้กลับเป็นการคุยเล่นกันเกือบร้อยข้อความ ในมุมมองคนตั้งกระทู้แล้วคงบอกได้แค่ว่าเรารู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ได้รับมาก ... หรือที่จริงเราไม่ควรหวังอะไรกับบอร์ดสาธารณะคะ วันหลังเราจะได้ไม่มาตั้งกระทู้ถามหาอะไรจากที่นี่อีก 

พูดพล่ามมาตั้งนาน ที่จริงก็อยากจะถามแค่สั้นๆ 

คนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้รู้จักคำว่ามารยาทและกาลเทศะดีแค่ไหนคะ 

ขอบคุณค่ะ 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #31
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เห็นกระทู้นี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ง่วงเกินกว่าจะเข้ามาตอบ จึงไปนอนโดยคาดการณ์ไว้แล้วว่า "เช้ามาต้องระเบิดแน่นอนกระทู้นี้" แล้วก็ผิดจากที่คาดซะที่ไหน เหอๆๆ


    เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ ยาวหน่อยไม่รู้จะมีใครอ่านจบรึเปล่า


    สำหรับประเด็นนี้ เราว่านี่มันไม่ใช่เรื่องมารยาทเสียทั้งหมดหรอก สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ที่พวกเราเข้ามาถกกันตอนนี้ มันเป็นเรื่องของ "ช่องว่างระหว่างวัย(วุฒิ)" ด้วย


    จากการสังเกต คนที่ออกมาพูดเรื่องการรีพลายตอบคอมเมนท์ออกทะเลยิ่งกว่ากลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง คุยเล่นกันประหนึ่งใช้บอร์ดแทนโซเชียลของชาวบอร์ดนักเขียนเด็กดีนั้น ส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาคือ 1.คนที่อยู่ในบอร์ดมานาน (ระดับ 3-5 ปีขึ้นไป) และ 2.คนที่ค่อนข้างสูงด้วยวัยหรือวัยวุฒิ


    กลุ่มคนกลุ่มนี้ เปรียบเสมือนกับ "ผู้ใหญ่" ที่อยู่ในบอร์ดมานาน เห็นอะไรมาเยอะ ผ่านอะไรมาเยอะ เจอการเปลี่ยนแปลงมาหลายรูปแบบ และพวกเขาสามารถผ่าน(หรือมองผ่าน) เรื่องราวประเด็นที่ชวนให้ขมวดคิ้วนิดๆอยู่หน้าจอไปได้ ตามแต่ระดับความอดทนของแต่ละคนที่มี


    อย่างเช่นเรื่องของการพากระทู้ออกทะเล ทั้งที่มาตั้งกระทู้เพื่อหาความรู้ข้อมูลการเขียน หรือเข้าไปอ่านกระทู้เพราะหวังว่าจะได้ความรู้มุมมองใหม่ๆบ้างเพราะเห็นว่าคอมเมนท์เยอะ แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่พวกเขาเจอ กับเป็นการคุยเล่นกันของคนกลุ่มหนึ่งแทน


    และด้วยความเป็นผู้ใหญ่ที่ว่านั่นแหละ ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกที่จะเงียบ ปล่อยผ่าน มองข้าม ไม่ตอบ หรือบางคนหายไปจากบอร์ดเลยก็มี เพราะบอร์ดนี้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้แล้ว และพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับผู้อื่น หรือทำให้เรื่องราวมันใหญ่โต และพยายามยอมรับความเปลี่ยนแปลงของกระแสในบอร์ดที่เปลี่ยนไปจากที่พวกเขาเคยพบเจอมา


    พฤติกรรมรูปแบบนี้สามารถเรียกได้ว่า "ถอยให้แล้วก้าวหนึ่ง"


    เอาล่ะ จบไปแล้วกลุ่มผู้ใหญ่ ทีนี้...มาดูกลุ่มคนที่กำลังเป็นประเด็นในกระทู้นี้กัน


    กลุ่มที่กำลังถูกจขกท.พูดถึง คือ 1.กลุ่มสมาชิกบอร์ดนักเขียนเด็กดีหน้าใหม่ (อยู่ในบอร์ดมาประมาณ 0-3 ปี) และ 2.คนที่ยังอยู่ในวัย...หรือวัยวุฒิที่ชั่วโมงบินยังไม่เท่ากับกลุ่มแรกอยู่


    คนกลุ่มนี้ เราขอใช้คำว่า "ผู้เยาว์" แล้วกัน ผู้เยาว์ในบอร์ด คือคนที่มาตั้งกระทู้เพื่อพูดคุยสัพเพเหระ ที่หลายครั้งดูเป็นไร้สาระ เข้าไปคุย เข้าไปตอบรีพลายคอมเมนท์กันรัวๆในเรื่องส่วนตัวยันดินฟ้าอากาศ หนักหน่อยก็พาออกทะเล โดยไม่สนใจ หรือไม่ทันได้คิดว่า กระทู้ที่ตั้งมานั้น เขาอยากได้คำตอบของคำถามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียน ไม่ใช่คำทักทายว่ากินข้าวหรือยังที่คุณAถามถึงคุณB หรือคำถามกลับจากข้างนอกแล้วเหรอที่คุณCมารีพลายตอบในคอมเมนท์ของคุณD เป็นต้น


    ลำพังรีพลายกันเล็กน้อย ออกทะเลกันพอหอมปากหอมคอ กลุ่มผู้ใหญ่ในบอร์ดก็ยอมถอยให้กลุ่มผู้เยาว์แล้วก้าวหนึ่งตามที่เราพูดไปข้างต้น แต่ทีนี้ พอผู้ใหญ่เงียบ เลิกตอบไปในกระทู้หรือรีพลายนั้นๆแล้ว พวกเขาถอยให้ผู้เยาว์แล้วก้าวหนึ่ง แต่กลายเป็นว่าผู้เยาว์กลับยิ่งรีพลายคอมเมนท์กันมากกว่าเดิม โนติของผู้ใหญ่เด้งรัวๆยิ่งกว่าข้อความเจ้านายตามงานด่วนตอนตี 3 ทั้งที่ตั้งเลิกติดตามไปแล้ว


    ผู้ใหญ่ถอยให้แล้วก้าวหนึ่ง แต่ผู้เยาว์กลับ "ก้าวล้ำเส้นขึ้นมาอีกก้าว"


    ทีนี้ ผู้ใหญ่ผู้รู้สึกว่าพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ มันล้ำเส้นของเขามากไป จึงได้ออกมาพูด มาตักเตือนผู้เยาว์ไปแล้วรอบหนึ่งในกระทู้นอนเมมนั้น ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับเป็นการออกมาโต้เถียงของกลุ่มผู้เยาว์ ว่าสิ่งที่ตนพูด มันมีความรู้ มันสนุก มันได้เพื่อน


    ช่องว่างระหว่างวัยที่เราว่า มันเกิดขึ้นตรงนี้


    กลุ่มผู้ใหญ่ มองว่าบอร์ดนักเขียน ไม่ว่าจะหมวดสอบถามปัญหา แนะนำนิยาย หรือแม้แต่สัพเพเหระ เวลาเข้าไปตอบ เขาคาดหวังให้คำตอบอยู่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ "การเขียน" ไม่ใช่เข้าไปจ้อจี้กันระหว่างเมมเบอร์ ผู้ใหญ่ต้องการเนื้อ ต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ได้อยากกินน้ำล้างท้อง พวกเขามองที่นี่เป็น "สังคมใหญ่" ที่มีทั้งคนที่คิดเหมือน และต่างจากตนเองอยู่ จึงตั้งกระทู้และโต้ตอบแบบเป็นทางการ ไม่ค่อยออกทะเล หรือโยงไปเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่มาตอบ


    กลุ่มผู้เยาว์ มองว่าบอร์ดนักเขียนคือที่ที่ทำให้ได้มารู้จักกลุ่มเพื่อนที่มีความชอบในการเขียนเหมือนกัน จนคุยกันผ่านการตอบกระทู้แล้วถูกคอ จึงได้เข้ามารีพลายคอมเมนท์กันไปมาเรื่อยๆ ทำให้สนุก ทำให้หัวเราะ ทำให้มิตรภาพยิ่งแน่นแฟ้นกันมากขึ้น ก็เลยพูดคุยกันมากขึ้นเข้าไปใหญ่ พวกเขามองที่นี่เป็น "สถานที่พบปะของกลุ่มเพื่อนที่ชอบและคิดอะไรไปในทิศทางเดียวกัน" มากกว่ามองว่านี่เป็นสังคมที่มีคนที่ไม่ได้คิดเหมือนพวกเขาอยู่


    สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายนึงถอยให้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งล้ำ กลุ่มที่ถอยจึงได้ลุกขึ้นมาปกป้องพื้นที่ของตน มาตั้งกระทู้นี้ ไม่ให้โดนล้ำเข้าไปมากกว่านี้


    ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยนี้ เป็นปัญหาใหญ่นะ ทำให้คนมองหน้ากันไม่ติดมาแล้ว ทั้งที่ทางแก้นั้นมันง่ายนิดเดียว นั่นคือ "ถอยคนละก้าว"


    ผู้ใหญ่ถอยให้ก้าวหนึ่งแล้ว ปล่อยผ่านให้ผู้เยาว์รีพลายกัน ออกทะเลกันได้นิดหน่อยแล้ว ขอแค่อย่าตอบกันยาวยืดและหาสาระไม่ได้เลยในกระทู้ที่มีสาระหรือต้องการความรู้จริงๆ จนเขาต้องมาตั้งกระทู้แบบนี้อีกก็พอแล้ว


    ผู้เยาว์ล่ะ...จะถอยให้บ้างด้วยการไม่รีพลายกันจนคอมเมนท์ระเบิดในกระทู้มีสาระหรือกระทู้ที่ต้องการคำตอบจริงๆ ไม่พาออกทะเลจนเจอวันพีซก่อนลูฟี่ได้หรือเปล่า


    สังคมจะสงบ และทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราเห็นด้วยยยยย


    คือมันไม่มีกฎห้ามตายตัวก็จริง หรือบอร์ดนี้เป็นสาธารณะใครๆ ก็ใช้ได้ก็จริง แต่ถ้ามันสร้างความรำคาญให้คนอื่นๆ ก็ควรจะมีมารยาทกันบ้าง "ความเกรงใจ" เนี่ยเป็นกฎการอยู่ร่วมกันขั้นพื้นฐานเลยนะ (เห็นหลายคนในกระทู้นู้นนนนนนยกเรื่องการอยู่ร่วมกันในบอร์ดมาบลาๆๆ สารพัด เลยอยากบอกว่าความเกรงใจต่อผู้อื่นก็เป็นหนึ่งในเรื่องพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันเหมือนกันเด้อ ทำไมมองข้ามกันไปล่ะ)


    เราก็เคยเห็นกระทู้หลายกระทู้อยู่ เจ้าของกระทู้เขาตั้งมาถามคำถามแบบจริงจังมาก แต่มีคนมาตอบไร้สาระคุยกันเต็มไปหมด ล่อไป 50+ ข้อความแล้วกระมั้ง ลองคิดถึงใจเจ้าของกระทู้ดู แจ้งเตือนมันเด้งขึ้นถี่ๆ แต่แทนที่เขากดเข้ามาแล้จะได้อ่านคอมเมนต์คำตอบที่ต้องการ ดันมาเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ นอกจากจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหัวข้อแล้ว บางเมนต์ยังเพ้อเจ้อจีบกันไปเรื่อยอีก


    บอร์ดหลายๆ บอร์ดเช่นพันทิปก็เคยประสบปัญหานี้ ที่ชอบมีคนเข้ามาเมนต์ 'ปัก' เต็มกระทู้ จนดันคอมเมนต์สาระอื่นๆ ไปหมด เขายังออกมารณรงค์กันเลยว่าอย่าเมนต์ปัก มันน่ารำคาญ+รก ก็เห็นคนส่วนใหญ่รับฟังกันนะ


    แต่บอร์ดเด็กดี อืม...


    (พูดตรงๆ นะ คนที่มาพูดเพ้อเจ้อไร้สาระในกระทู้คนอื่นเป็น 100 ข้อความเนี่ย เท่าที่เราเห็นมีแต่พวกหน้าใหม่ๆ ทั้งนั้น คือยังไงอะ พยายามหาซีนเหรอ อยากมีตัวตนมากหรืออย่างไร)



    **เพิ่มคอมเมนต์นิด**

    คือคนที่เข้ามาดราม่า หาว่าจขกท.ทำไมต้องดราม่า ทำไมต้องตั้งกระทู้ ทำไมไม่ปล่อยผ่าน ต่างๆ นานาเนี่ย สงสัยว่าอยู่ในระบอบเผด็จการนานเกิน เลยลืมไปว่าการแสดงความเห็นที่แตกต่างเพื่อถกเถียงกัน หยิบยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนคือเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย จัดเป็น social movement อย่างหนึ่ง เขามีสิทธิ์จะแสดงความไม่พอใจ และคุณก็มีสิทธิ์มาตอบโต้ แต่ไม่มีสิทธิ์ห้ามหรือต่อว่าไม่ให้เขาพูด

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #17
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เนื้อหาทำเอาสะดุ้งเฮือก เพราะหายจากบอร์ดไปสักพัก แล้วเพิ่งมีการทักทายกับสมาชิกท่านอื่นค่าที่ห่างหายไป


    ที่จริง ในช่วงครึ่งปีหลังมานี้ เราเล่นบอร์ดน้อยลงมากค่ะ ตอบน้อยลงไปเยอะ ส่วนหนึ่งมาจากการแจ้งเตือนรัวๆ ด้วยเหมือนกันจนต้องเลิกปักหมุดไป พอเลิกปักหมุดบ่อยเข้า ก็ได้แต่ถามตัวเองว่า แล้วจะเข้าไปตอบเพื่ออะไรในเมื่อสุดท้ายเราก็ไม่อยากตามอ่านอีก ไม่ตอบไปเลยสบายกว่า จขกท ทั้งหลายก็สู้เขานะ ยังไงเสีย เราตอบหรือไม่ตอบก็ไม่ได้มีผลอะไรอยู่แล้ว


    ในตอนแรกก็รำคาญใจอยู่บ้างในหลายกรณีจนต้องออกปากเตือน แต่ในเมื่อชาวบอร์ดหลายท่านดูจะเอ็นจอยกับการพูดคุย การตั้งกระทู้ชวนคุยในลักษณะนี้กัน มันก็เป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสมาชิกใหม่ๆ ซึ่งมันก็ดูจะสนุกดี


    เอาจริงๆ นะ ตอนนี้เราในตอนนี้แยกเรื่อง 'มีมารยาท' ได้ไม่ค่อยขาดนัก เพราะบรรทัดฐานมันถูกเปลี่ยนไปตามความเคยชินน่ะค่ะ ยกตัวอย่าง เราเองเลยนะคะ สมมุติว่าปกติ การใช้บอร์ดสาธารณะไม่ควรตั้งกระทู้เกินสองหรือสามกระทู้ต่อวัน แต่ตอนนี้พอเห็นกระทู้จากคนเดียวกันสองสามกระทู้ต่อวัน จากเดิมที่เราขมวดคิ้ว ตอนนี้กลับกลายเป็นความเคยชินไปแล้วที่จะเห็นใครสักคนทำแบบนี้และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปในที่สุด


    ที่จะบอกแบบนี้ก็คือ บางที บางท่านไม่ใช่ว่าไม่คำนึงถึงมารยาท แต่เจ้า 'ความเคยชิน' ที่ว่าทำให้มองข้ามบางสิ่งบางอย่างไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์


    ตั้งกระทู้สะกิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ เราจะได้ยังรำลึกอยู่ว่าบรรทัดฐานของมารยาทมันควรอยู่ตรงไหน ไม่ควรปล่อยให้ความเคยชินมาทำให้สิ่งที่ควรเป็นบิดเบี้ยวไป


    ปล. เขียนตอบกระทู้ด้วยความระแวง เกรงว่าจะเจอแจ้งเตือนรัวๆ อีกเหมือนกัน นี่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งความเคยชินที่เราไม่คิดจะแสดงความคิดเห็นในกระทู้ใดๆ น่ะค่ะ ^^"

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #42
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ก็ค่อย ๆ ปรับแก้กันไปครับ ทางที่ดีคือเดินทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนจนเกินไป จขกท.เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะต้องให้ตึงขนาดห้ามคุยเล่นไร้สาระกันเลย แต่ช่วยให้มันอยู่ในขอบเขตที่รับได้หน่อย (ผมก็ยอมรับนะว่าบางทีกระทู้มันก็ยาวเกิ๊นน! ขี้เกียจอ่าน กดถูกใจเสร็จก็เพ่นล่ะ หรือไม่บางทีก็ขี้เกียจเกินจะกดด้วยซ้ำ ฮา)


    ผมขอแชร์แนวทางผมสักนิดแล้วกัน ให้มันเป็นหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่จะปรับปรุงล่ะกันนะ คือเดี๋ยวนี้พอผมตอบความเห็นย่อยสักสองสามรอบ ผมก็จะไม่ต่อล่ะ (ถ้าไม่เหลือประเด็นสำคัญอะไรแล้ว) ใช้วิธีกดถูกใจให้ทุกคนที่มาตอบ คห.ย่อยแทน พอคนอื่นมาเห็นผมกดถูกใจแต่ไม่ตอบอะไรก็จะทราบกันเองว่าคือจบแล้วนะ แยกย้ายสลายโต๋ไปมุงที่อื่นต่อโลด! 55 ด้วยวิธีนี้ผมที่เป็นคนเริ่ม คห.ย่อยจัดการตัดจบเอง คนที่มาตอบก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทหากไม่ตอบคห.ย่อยต่อ (เข้าใจว่าบางคนอาจรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ เลยทำให้เผลอคุยกันยาว ทั้งที่จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว)


    ถ้าต่อไปนี้ทุกคนจะต้องตึงเครียด ไม่กล้าตอบไม่กล้าตั้งกระทู้อะไรเพราะกลัวจะตกเป็นเป้าโจมตี ผมก็รู้สึกเศร้านะ เพราะนี่คือที่สาธารณะ มันเป็นพื้นที่ให้เราทุกคนได้แสดงออกทางความคิด ก็อยากให้ทุกคนก็ทำเหมือนที่เคยทำไปนั่นแหละดี เพียงแต่คราวนี้ก็คิดถึงเพื่อนร่วมบอร์ดกันสักนิด ไม่ต้องเยอะนิดนึงพอ เพราะแค่เราเริ่มคิด ก็เท่ากับเราเริ่มที่จะปรับจูนเข้าหาคนอื่น ๆ แล้วล่ะครับ


    - คนที่เคยคุยกันเยอะ ๆ ก็ช่วยฉุกคิดสักนิดว่า เฮ้ย! นี่มันลากยาวไปล่ะ แชทต่อในเฟส ทักไปใน PM หรือไม่ก็ทักไลน์ไปดีกว่า!

    - คนที่เห็นกระทู้ตั้งเยอะ ๆ แล้วเครียดก็ เออ! คิดมากปวดหัว มันก็สิทธิของเขา เดี๋ยวเราตั้งกระทู้บ้างหรือไม่ก็ไปเว็บอื่นก็ได้นี่หว่า?

    - คนที่ชอบตั้งกระทู้เยอะ ๆ ก็ อืมม! ช่วงนี้ชักจะเยอะแล้วนะเรา เปิดพื้นที่ให้กระทู้ของคนอื่นบ้างดีกว่า เราค่อยทักไปคุยในนั้นก็ได้นี่นา?

    - คนที่เห็นกระทู้สอบถามแต่เรื่องเดิม ๆ ก็ เออ... ลองแวะเข้าไปดูสิ มีใครตอบให้เขาบ้างรึยัง ถ้าไม่เดี่ยวเจ๊/เฮีย จัดให้เอง! ไม่ก็... ไม่อะ! วันนี้ขี้เกียจ บายย (นิสัยตรูชัด ๆ)



    คิดอยู่นานว่าควรจะโพสมั้ย? ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็กรุ่นใหม่ ๆ จัดการกันเองมั้ย? แต่ในฐานะที่ก็อยู่มานาน (แก่ คำนี้พูดเบา ๆ ก็เจ็บ...) เลยอยากแชร์ความรู้สึกของตัวเองบ้าง ก็เท่านั้นครับผม...



    ปล. ชอบกระทู้นี้นะ จขกท.น่ารักอะไม่ถอดล็อคอินด้วย...

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #20
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    จริงๆ ก็มักเป็นหนึ่งในตัวการที่ชอบหันหัวออกทะเลอ่ะนะ เลยพูดอะไรไม่ได้มาก

    ไม่อยากทำตัวเป็นกระดาษทรายทั้งที่ตัวเองก็หยาบ...


    ดังนั้นก็เลยพากันยกโขยงออกไปคุยในที่ส่วนตัวกันอยู่ ถ้าเห็นหายไปนานๆ เหตุผลก็คงไม่ต่างจากหลายท่านนักหรอก


    แต่ก็นั่นแหละงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เราก็ติดอะไรเป็นพักๆ อยู่แล้ว หากวันหนึ่งจะเฟดตัวเองออกไปก็ไม่เป็นไร เพราะดูๆ แล้วก็มีทายาทอสูรอยู่ไม่น้อยมิเสียแรงที่เคยสร้างมา ก็หวังว่ามันจะเป็นตัวอย่างให้คนที่มาเล่นหลังจากนี้


    เช่น การแนะนำหน้าใหม่ การแนะนำการแปะลิงก์หรืออะไรอื่นใด


    เราเข้าใจคุณจขกท.และสมาชิกบอร์ดท่านอื่นๆ ค่ะ ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ช่วงนี้ก็ตอบกระทู้น้อยลงแล้ว จะได้เลี่ยงไม่ให้ออกทะเลไปอีก แต่จุดที่นอกเหนือการควบคุมก็มากมีค่ะ เช่นเราคงได้แต่ขอความร่วมมือ ไม่อาจไปบังคับใครได้ค่ะ


    และที่หนักที่สุดคือ บุคคลประเภทแรมน้อย เมม (โมรี่) เต็มตลอด อันนี้ยิ่งไปเตือนอะไรไม่ได้เพราะป้อนอะไรไปยิ่งไม่รับเมมเต็มไปแล้วสังเกตได้จากการที่ วันนี้รักเธอพรุ่งนี้ก็รักเธอ คือ ตั้งกระทู้ในเรื่องเดิมๆ 2 วันติดจนรู้สึกเดจาวู ไม่รู้สมองเรามีปัญหาหรือหน่วยความจำเขามีปัญหาค่ะ


    ขออภัยสมาชิกทุกท่านที่สร้างความรำคาญให้ด้วยค่ะ

    ตอบกลับ

59 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป