ซ่อน
แสดง

หมอ vs ทันตะ เลือกไม่ได้ค่ะ [ยินดีให้แชร์]

แงงง
Guest IP
วิว
วันนี้ยืนยันสิทธิ์วันสุดท้ายแล้วค่ะ เลือกไม่ได้จริงๆว่าจะเข้าหมอหรือทันตะ ส่วนตัวกลัวเรียนหมอไม่ไหว แต่ได้ยินมาว่าถ้าสอบเข้าได้ก็พอจะเรียนให้จบได้ ขอลิสต์เป็นข้อๆนะคะ
หมอ
1. กลัวติดโรครักษาไม่หายจากในรพ.ค่ะ
2. กลัวเรียนไม่ไหวมากๆ จากที่ตามอ่านในอินเตอร์เน็ตมา
3. น่าจะได้หมอสถาบันแห่งหนึ่งที่องครักษ์ ( เดินทางกลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ลำบากมาก) + ไม่รู้ว่าสถาบันดังขนาดไหน+ตอนเรียนต่อเฉพาะทางจะแข่งมหาลัยดังอื่นๆได้มั้ย (อย่าด่านะคะ ไม่ทราบจริงๆ ใครมีข้อมูลลึกๆรบกวนบอกหน่อยค่ะ)
ทันตะ
1. ในตอนนี้คิดว่าสามารถทำงานในที่แคบได้
2. ไม่ได้อยากมีความรู้แค่ทันตกรรมเรื่องเดียว อยากสามารถรักษาคนไข้ได้แบบหมอ
3. อายุการใช้งานสั้นเพราะ ปวดหลัง ข้อมือ อื่นๆ
ขอความเห็นหน่อยนะคะ เราอาจจะพิมพ์งงๆไปหน่อย ขอโทษด้วยค่ะ แต่ตอนนี้สับสนมากจริงๆ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

5 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ไปเรื่อยฟ
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ดูเป็นคนจุกจิก เป็นหมอฟันดีกว่าค่ะ


      จุกจิกในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงนิสัยจุกจิกไม่ดี แต่หมายถึง ดูเป็นคนมีข้อจำกัด ติดบ้าน การเรียนหมอ มีข้อจำกัดเยอะมากกว่าหมอฟัน ในแง่การทำงานต่างๆๆๆๆๆ รูปแบบงาน ฯลฯ อีกยาวอะ ดังนั้นเรียนหมอฟันดีกว่าค่ะ


      แต่ทั้งนี้ อย่าเชื่อเรานะ คิดเองเถอะ แต่ถ้าให้เราตัดสิน เราจะบอกแบบนี้


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ข้อ 1 2 ทันตะก็เสี่ยงไม่ต่างกันครับ เลือกตามที่ชอบดีกว่า ส่วนเรื่องการเรียนต่อเฉพาะทางของแพทย์สถาบันก็มีส่วน แต่ไม่เท่า ตัวบุคคลครับ ส่วนตัวมองว่าถ้าเราเก่งและดี ไม่มีปัญหาครับ ส่วนทันตะแพทย์ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ขอไม่ตอบละกันครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Modngarm
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหมือนเป็นคนกังวลไปก่อนครับ ทั้งๆ ที่ทำได้ดี อะไรที่เป็นเรื่องของคนอื่น ก็อย่า sensitive ไปเลยครับ เรื่องของใครก็เรื่องของใคร แต่เก็บไว้เป็นบทเรียนได้ครับ เราอาจทำได้ดีเลยก็ได้ การเดินทางเรื่องสถานที่เรียนปรับได้อยู่แล้วครับ เลือกสถาบันมาเป็นอันดับ 1 เรื่องที่พักอาศัยรองๆ ลงมาครับ เพราะวิชาความรู้จะติดตัวเราไปตลอดชีวิตครับ ตอบตอนนี้ จขกท.คงเลือกคณะไปแล้วครับ..ขอให้โชคดีครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      จขกท
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น่าจะเลยวันยืนยันสิทธิ์แล้วแหละ แต่จะลองตอบตามนี้ เพื่อเปลี่ยนใจรอบอื่น 55

      .

      หมอ

      .

      1. กลัวติดโรครักษาไม่หายจากในรพ.ค่ะ

      .

      Ans. เวลาเรียนจะถูกสอนเรื่องการป้องกันการติดเชื้อทั้งตัวเองและผู้อื่นอยู่แล้วครับ หลักๆ ปัญหาโรคติดต่อที่รักษาไม่หายตามที่กังวลจะติดต่อทางเลือดซึ่งไม่ว่าจะหมอหรือทันตะก็เสี่ยงมากๆ เช่นกัน ยิ่งถ้าเทียบว่าสมมติเป็นอายุรแพทย์ ที่ไม่ค่อยโดนเลือดแล้วเนี่ย ทันตะเสี่ยงกว่าอีก โดยเฉพาะเวลาฉีดยาชาแล้วเก็บปลอกไม่ดี แต่ก็อย่างที่บอกไม่ว่าจะหมอหรือทันตะเราจะโดนเทรนอย่างหนักมากๆ เรื่อง infection control ถ้ามีสติตลอดเวลาการรักษา ก็ไม่ต้องกังวลไป

      .

      2. กลัวเรียนไม่ไหวมากๆ จากที่ตามอ่านในอินเตอร์เน็ตมา

      .

      Ans. พี่เป็นคนไม่เก่งสอบซ่อมมาตั้งแต่ ม.ปลาย ยันเรียนมหาลัย พี่เรียนทันตะแต่หลักสูตรพี่จะเรียนร่วมกับหมอ 3 ปี คลาสเดียวกันเนื้อหาเหมือนกันไม่มีโดนตัด พี่ก็ซ่อมมาเรื่อยๆ แต่ก็ผ่านมาจนตอนนี้จะขึ้นคลินิกอยู่ละ เรียนแพทย์ทันตะน้อยมากที่จะเรียนคนเดียวไปได้ มันเป็นเลการเรียนไปด้วยกันกับเพื่อนช่วยกันอ่านช่วยกันติว ดึง ฉุด ลาก ถูกันไปเอาให้จบพร้อมกัน

      .

      3. น่าจะได้หมอสถาบันแห่งหนึ่งที่องครักษ์ ( เดินทางกลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ลำบากมาก) + ไม่รู้ว่าสถาบันดังขนาดไหน+ตอนเรียนต่อเฉพาะทางจะแข่งมหาลัยดังอื่นๆได้มั้ย (อย่าด่านะคะ ไม่ทราบจริงๆ ใครมีข้อมูลลึกๆรบกวนบอกหน่อยค่ะ)

      .

      Ans. เนื้อหาปัจจุบันไม่ค่อยแตกต่างกันแล้วมยิ่งสมัยนี้เวลาเรียนบางครั้งก็ค้นจาก Paper งานวิจัยกันเพราะงั้น การเรียนต่อก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลแล้ว ส่งนสถาบันที่กล่าวก็เป็นหนึ่งในที่ๆได้รับการยอมรับ

      .

      ทันตะ

      .

      1. ในตอนนี้คิดว่าสามารถทำงานในที่แคบได้

      .

      Ans. แคบนี่แคบไหนมันมี 2 แคบ แคบแรกคือการทำงานในช่องปากเล็กๆ ซึ่งมันทำงานในหน่วย ศูนย์จุด... มิลลิเมตร คิดไปว่าได้ตอนนี้ก็เท่านั้น ทำของจริงเมื่อไร...... -พวก born to be นี่มัน born to be จริงๆ TT ยิ่งกว่าทำในแลปคนไข้จริงก็มีปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะมากทั้งลิ้น ทั้งกระจกขึ้นฝ้ามองไม่เห็น แคบสอง คือหลายคนๆก็คงเห็นแต่หมอฟันทำงานแต่ในห้องเล็กๆ แค่นั้น แต่เหมือนกับทุกสายอาชีพ การทำงานมันเปิดกว้างกว่านั้นเยอะ ไม่ต้องทำแต่ในห้องอย่างเดียว มีทั้งไปเป็นนักวิจัย อาจารย์ หรือทำงานทางด้านสาธารณะสุข หรือไปทำแลปพวกทำฟันเทียม รีเทนนอร์ก็ยังได้(แต่ปกติจะมีช่างทันตกรรมอยู่แล้ว เราไปดูแลอีกที) อ่อ ยังมีพวกสายาเฉพาะทางที่ไปทางแพทย์เช่น ระบบบดเคี้ยว หรือศัลย์ ที่ไม่ทำฟันเลยและการทำงานก็แทบจะเป็นแพทย์คนนึงเหมือนกัน เส้นทางมันเปิดกว้างมากๆ ซึ่งใครที่ทำแคบแรกไม่ได้ก็จะมาทางอื่นพวกนี้แหละ

      ]

      2. ไม่ได้อยากมีความรู้แค่ทันตกรรมเรื่องเดียว อยากสามารถรักษาคนไข้ได้แบบหมอ

      .

      Ans. อยู่ที่นิยามการรักษา เรียนทันตะเราก็เรียกว่ารักษาคนไข้เหมือนกัน เราทำให้คนไข้มีความสุขหายจากโรค เพียงแค่คนละโรคกับแพทย์ แต่อย่างที่บอกก่อนหน้าว่ามันมีสาขาที่ใกล้เคียงเหมือนกันนนะ ส่วนถ้าอยากสัมผัสกับแพทย์แบบใกล้ชิด ก็ลองหลังไมค์มาคุยกับพี่ก็ได้ หลักสูตรทันตะพี่เรียน คณบดีเรียกว่า แพทย์ช่องปาก คือเรียนโรคแพทย์หมดทุกอย่างเหลือไม่ได้ขึ้นคลินิกกับแพทย์เนี่ย จิตวิญญาณความเป็นหมอ ไรมาเต็ม เพื่อนพี่แต่ละคนอีกนิดแทบจะขอย้ายไปแพทย์กันละ

      .

      3. อายุการใช้งานสั้นเพราะ ปวดหลัง ข้อมือ อื่นๆ

      .

      Ans. ตรงประเด็นมาก 1 ในปัญหาสำคัญของการทำงานทัตแพทย์เลย แน่นอนว่าเรามีวิธีถนอมร่างกายให้ใช้ได้จน 70 80 แน่นอน ที่พี่เรียนมีเป็นวิชาเลย เราจะเรียนท่านั่ง ท่าจับเครื่องมือนู่นนั่นนี่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ก็อย่างว่ามันยากกกก 55 เราจะชอบเผลอเรอก้มไรงี้ไปเรื่อย ก็ต้องฝึกๆกันไป

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป