เที่ยวไอซ์แลนด์ 10 วันรอบประเทศไปเล้ยยย!! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เที่ยวยุโรป #เที่ยวไอซ์แลนด์ #เรียนเมืองนอก
สวัสดีค่าา เพื่อนๆ ชาวเด็กดี

กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่สองของเราแล้วววว xx ตื่นเต้นนน555 หลังจากกระทู้แรกคือการสมัครวีซ่า Schengen ท่องเที่ยวไปยุโรป โดยสมัครผ่านประเทศอังกฤษ เขียนไว้ละเอียดสุดๆๆ เท่าที่จะทำได้เลย ใครจะต้องใช้ก็ไปอ่านกันได้น้าาา link นี้เลยจ้าาา https://www.dek-d.com/board/view/3911766/ อยากบอกว่าขอไป 10 วันได้มา 6 เดือน จุดพลุฉลอง!!

กระทู้นี้จะมา รีวิว + แชร์ประสบการณ์การไปเที่ยวไอซ์แลนด์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆเลยค่าา (Iceland) หลังจากที่ได้ Schengen มา นี่แหละคือจุดหมายแรกที่เราไป การไปครั้งนี้เป็น Road Trip หรือว่าก็คือการขับรถรอบเกาะ555 เพราะว่าไอซ์แลนด์เป็นเกาะที่มีถนนหลักอยู่แค่เส้นเดียว!! คือถนนรอบเกาะนั่นเอง555 เค้าเรียกกันว่า Ring Road (ดูรูปข้างล่าง - Cred ภาพ: zigzag on earth) และสถานที่เที่ยวมันก็อยู่รอบๆ Ring Road นี่แหละ เราไปขับวน 1 รอบ ใช้เวลา 10 วัน ตามล่าหาแสงเหนือด้วยแหละ!! ปล ถ้าเราพูดถึงชื่อเมืองแต่ไม่ได้อธิบาย มันจะอยู่ในแผนที่ข้างล่างนะ

(จะเขียนแบบ ครบบบ อ่านแล้วไปได้เลย จะเขียนข้อมูลที่เราคิดว่าถ้าเรารู้ไปก่อนคงดีมากๆ จะประหยัดเวลาและเงินทองได้มากมาย ฝากติดตามกันด้วยนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะ^^) ละก็ ในแต่ละวัน เราทำ YouTube ไว้ด้วยน้าาา  รายละเอียด บรรยากาศอะไรที่ไม่ได้บรรยาย (หรือบรรยายไม่ได้) ก็จะอยู่ใน VLOG นะคะ ฝากติดตาม subscribe กันด้วยน้าาา Link อยู่ข้างล่างในแต่ละวันเลยยย xx หรือจะ subscribe ล่วงหน้าก็ได้นะ กดลิงค์เลย อิอิอิ ขอบคุณค่าาา xx -> https://tinyurl.com/y9t4zhnt

**ไอซ์แลนด์ใช้เงินสกุล Icelandic Krone ไม่ได้ใช้ Euro เหมือนยุโรปอื่นๆ (ตอนเราไป 150 kr = ประมาณ 1 ปอนด์ = ประมาณ 43 บาท) แต่ทั้งทริปเราไม่ได้แลกเงินไปเลย เพราะว่าที่อังกฤษเรทแพงมาก ไม่มี superrich เหมือนไทยนะคะ555 เลยใช้บัตร debit mastercard ทั้งทริปเลย ไม่มีปัญหาเลยอ่ะ คือดีงามมากกกกก (เรทมันดีกว่าแลกเงิน และไม่มี charge เพิ่มด้วย กรี๊ดดด ใช้ mastercard นะคะเพราะ visa มี charge ไม่รู้ธนาคารไทยเหมือนกันป่าวแต่ที่อังกฤษเป็นแบบนี้ทุกธนาคารเลย) คือ ร้านปกติรับบัตรหมดเลยค่ะ จะมีแต่ห้องน้ำที่ต้องจ่ายเหรียญ ซึ่งเราก็.. ในป่าแทน555555555 ป่าเยอะสุดๆ555 (แต่จะบอกว่าไอซ์แลนด์ ค่าครองชีพแพงมากกกก แพงกว่าอังกฤษอีกค่ะ)

**น้ำก๊อก ดื่มได้นะคะ แต่!! เฉพาะก๊อกเย็นนะ ก๊อกร้อนไม่สะอาดและเหม็นตด555 เปิดให้มันเย็นก่อนถ้ามันรวมในก๊อกเดียวกัน น้ำรสชาติดีมาก ดีกว่าของอังกฤษหลายเท่า (ไอซ์แลนด์เอาน้ำแร่มาทำน้ำก๊อกเย็น ดังนั้นอย่าลืมดื่มให้คุ้มเลยนะ555) น้ำดื่มแทบไม่มีขายและแพงมาก555

โอเค เข้าเรื่องละ

Day 1
เราลงเครื่องที่ Keflavik ค่ะ (สนามบินหลักของไอซ์แลนด์ ห่างออกมาจากเมืองหลวง Reykjavik ขับรถประมาณ 40 นาที) นั่งจากอังกฤษสายการบิน Wizz Air **ขอรีวิวสายการบินแปป** คือตอนดูรีวิว มันรีวิวแย่มากกกกกกกกกกกกกก เน้น แบบ มากกกกกกกกก จนเรากลัว555 แต่จองไปแล้ว(มันถูกมากจริง) เลยไม่อยากยกเลิก555 รีวิวส่วนมากจะบอกว่าสายการบินนี้มัน low cost สุดๆ จนเค้าเก็บเราทุกเม็ดค่ะ ส่วนมากจะเป็นเรื่องกระเป๋า เกินนิดหน่อยไม่ได้ ต้องจ่าย 25 Euro กระเป๋าฟรีที่ขึ้นเครื่องได้คือ backpack ขนาด 40 30 20 cm กระเป๋า trolley ปกติก็เกิน555 ที่นั่งก็ไม่ให้นั่งติดกันถ้าจองด้วยกัน ถ้าจะนั่งด้วยกันต้องจ่ายเงินเพิ่ม boarding pass ก็ต้องปริ้นท์ไปเอง ถ้าไป check in สนามบินเสียเงินเพิ่ม <- รีวิวประมาณนี้ แต่พอไปจริงๆแล้วคือเกินความคาดหวังมากค่ะ555 พนักงานใจดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ปริ้นท์ boarding pass แถมให้ด้วย555 กระเป๋าก็ไม่ตรวจเลย(แต่เราจัดไปตามที่เค้าบอกทุกอย่างนะ น้ำหนัก ขนาด ไม่มีเกิน) เดินขึ้นเครื่องสบาย ที่นั่งปกติ ไม่แคบ ไม่กว้าง บินโอเค ลงไม่นิ่มมากแต่ไม่กระเทือนจนตกใจ รีวิวสายการบินจบแล้ว ยาวไปหน่อย แต่ประทับใจมากค่ะ xx

ครื่องลงตอนเย็นๆ พอเสร็จแล้วก็นั่งบัสจากสนามบินไปที่พัก **รีวิวรสบัสแปป** แปปจริงๆ ซื้อตั๋วง่ายมากใช้ app สีเหลืองชื่อ Straeto มี option ภาษาอังกฤษด้วย (ทั้งทริปไม่รู้ภาษาไอซ์แลนด์เลย ก็รอดค่ะ555) รถออกตรงเวลา แต่แพง นั่ง 10 นาที 3 ปอนด์แล้วอ่ะ ว้อทท แพงกว่าอังกฤษเยอะ555 แต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่เรามีค่ะ555 พอถึงก็เข้าที่พักและก็เดินเล่นใน Keflavik + หาข้าวเย็น พิซซ่าอร่อยมากกกกกกกกก (ที่พักน่านอนและสะอาดมาก ดูใน VLOG ได้นะคะ ข้างนอกน่ากลัว แต่ข้างในนี่แบบบ Gem!!) -> VLOG Day 1 https://www.youtube.com/watch?v=BIzU8qXPXKI

Day 2
ออกเดินทางแล้ววววว วันนี้ได้รถแล้วค่ะ ไม่ต้องนั่งบัสแล้ววว เย่!!555 แผนที่ที่ไปวันนี้ใส่ไว้ใน VLOG Day 2 นะคะ -> https://www.youtube.com/watch?v=_iZLPB765pY คือการเดินทางของเราจะวนทวนเข็ม แล้วมาจบที่ Reykjavik เมืองหลวง วันนี้เลยออกเดินทางไปทางใต้ ที่เที่ยว 3-4 ที่ดูใน VLOG ได้เลย เราชอบที่สุดวันนี้คือ Geysir มันพุ่งสูงมากกกกกกก แต่กลิ่นเหมือน ตด!! 5555555 กลิ่น sulphur อ่ะค่ะ จริงๆมันเป็นพิษทำให้หมดสติได้เลยนะถ้าได้รับเยอะๆ แต่แค่เดินผ่านๆไม่เป็นไร

และวันนี้เราจะไปพักที่ห่างไกลจากตัวเมืองเป็นวันแรกค่ะ เราเลยต้องซื้ออาหารเข้าไปทำ เลยจะมารีวิว supermarket ของไอซ์แลนด์ **จดไว้เลย** จะขอรีวิวที่เคยเข้าจริงๆละกันนะคะ เป็นไอเดียคร่าวๆ มันจะมีลักษณะพิเศษที่พอเดาได้ว่าอันไหนถูกหรือแพง (จริงๆมันก็คหสตแหละ ว่าร้านมันต่างกัน555)

ไอซ์แลนด์ก็เหมือนไทยและประเทศอื่นๆ คือมี supermarket หลายระดับ ราคาก็จะต่างกันเป็นระดับ ขอแบ่งเป็น Tier ถูก กับ แพง ละกันนะคะ555 พวกของนำเข้า เช่น ไอติม Ben & Jerry's จะราคาพอๆกันแต่ของเช่นพวกของสด นม ผลไม้ ขนมปัง ก็มีความแตกต่างอยู่ค่ะ

Tier ถูก: Bonus (ร้านสีเหลือง มีโลโก้รูปหมูออมสิน ตัวกลมๆน่ารักๆ) Kronan (ร้านสีเหลืองเหมือนกัน โลโก้รูปส้มสีเหลืองกำลังยิ้มแทนตัว o) สองร้านนี้เราเข้าประจำ555 มีทั้งประเทศเลยค่ะ คือมันจะใหญ่ๆ คล้ายๆ makro บ้านเรา จะมีธงสีเหลืองใหญ่ๆบอกแต่ไกลว่าถึงแล้ว จะบอกว่าทั้งทริปเข้าพวกนี้ตลอด ยกเว้นว่าแถวไหนไม่มีก็จะจำเป็นต้องเข้า tier แพง555 จากใจคือเราคิดว่าของบางอย่างคุณภาพดีกว่าร้านที่อังกฤษอีก555 แล้วร้านพวกนี้ก็จะมีลดราคาบ่อยๆด้วยค่ะ เช่นถ้าไปหลังเที่ยง ก็อาจจะมี sale จาก 399 kr เหลือ 99 kr ขนมปังขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ คือถูกมากกกกก (ถ้าอยากเห็น อยู่ใน VLOG น่าจะวันที่ 4 ค่ะ)

Tier แพงKjörbúðin (ร้านสีเขียว โลโก้คือชื่อร้านเลย) มันมักจะเป็นร้านเล็กๆ เวลาไปเมืองที่ไม่ค่อยมีคนไป ที่แบบห่างไกล ไม่มี Bonus Kronan หรือร้านอื่นเลย ก็จะมีร้านนี้เสมอ555 ขายของเหมือนๆกันแต่อาจจะเพราะมาเปิดในเมืองเล็กๆเลยแพงได้มั้ง5555 Krambúð (ร้านสีเขียวอีก โลโก้คือชื่อร้านเหมือนกัน เขียนด้วยว่า 24/7) เพราะมันเปิดตลอดเหมือน 7-11 บ้านเราจริงๆ มันสะดวกมากค่ะ มี microwave ทิชชู่ ที่นั่งเล็กๆให้กินแปปๆได้ แต่ราคาก็เพิ่มขึ้นมาตามการบริการ มักจะเป็นร้านเล็กๆ เหมือนกัน สองร้านนี้ก็จะมีธงสีเขียวไว้หน้าร้านค่ะ

Day 3
แผนที่อยู่ใน VLOG เช่นเคย วันนี้จริงๆกะจะไปเดินเขาไปหาภูเขาไฟชื่อดัง Eyjafjallajökull ที่ระเบิดครั้งเดียวทำให้เที่ยวบินทุกเที่ยวในยุโรปต้องห้ามบิน!! มันน่าไปดูมากจริงมะๆ555 แต่ทางเดินมันปิด ฮือออออ เลยต้องไป glacier แทน แต่มันก็สวยมากกกกกกกกกกกกก มาก มาก มาก จริงๆค่ะ ตอนไปแดดออกด้วยโชคดี เหมือนอยู่ในฝันเลย มีถ้ำน้ำแข็งจริงๆด้วย ดูในนี้เลยละกัน VLOG Day 3 -> https://www.youtube.com/watch?v=t3EDZZ40KBM มันดีมากจริงๆค่ะ555

**ที่จะบอกคือ หน้าหนาว ไอซ์แลนด์จะปิดทางเดิน hiking ส่วนมากนะคะ เพราะว่าหิมะปกคลุม เราไป april ก็ปลายๆช่วงที่หิมะจะละลาย ดังนั้น ถ้าอยากไปเดินเขาแบบจัดเต็มไม่เอาอะไรอีกเลย ไปช่วง summer นะคะ หิมะจะหายไป ทางเดินก็จะเปิด จริงๆช่วงนั้นกลางวันจะยาวมากหรือบางทีอาจจะไม่มีกลางคืน (พระอาทิตย์เที่ยงคืน เย้!!) ดังนั้นก็จะไม่มีแสงเหนือ แต่ถ้าแบบเรา อยากเห็นแสงเหนือก็ไปช่วงอื่น ถ้า winter ก็กลางคืนยาวแน่ๆ แต่อาจจะหนาวมากกก ส่วนช่วงที่เราไปไม่หนาวเท่าไหร่ แต่ช่วงพวกนี้อาจจะไม่ได้เดินเขาไปหลายเขาเลยค่ะ555

ปล. ที่เห็นใน VLOG แล้วปิดประตูบ้านไม่ได้นี่ไม่ได้แกล้งนะคะ55555 มันคือพายุแรงมาก ตอนไปเค้าบอกว่า tree uproot level คือลมที่แรงจนถอนรากถอนโคนต้นไม้ได้ โอ มาย กอดดด คือคืนนั้นแบบ ภาวนามาก555

 

Day 4
วันนี้ก็ออกเดินทางอีก ไปเมืองถัดไปค่ะ แวะที่เที่ยวตามทางไปเรื่อยๆ เริ่มเข้าสู่ทางใต้ของไอซ์แลนด์แถวๆ Vik แผนที่ใน VLOG เช่นเคยค่าาา วันนี้ได้ดูหาดทรายที่สีดำทั้งหาด ทั้งหิน ทุกอย่าง สวยมากกกกก อยากเห็นตั้งแต่เรียน Earth Sciences แล้ว555 สีดำๆทั้งหมดมันคือหิน basalt ที่แข็งตัวจากลาวาที่ระเบิดจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์นี่แหละ! -> VLOG Day 4 https://www.youtube.com/watch?v=tozU7We6dF0

 

Day 5
วันนี้เริ่มไปทางตะวันออกของประเทศแล้วค่ะ แถวๆ Egilstadir กะว่าจะไปล่าแสงเหนือแถวนั้น เป็นยังไง เดี๋ยวมาดูกัน555 วันนี้เลยขับไปตามชายหาด แวะที่เที่ยวไปเรื่อยๆเหมือนเดิม ส่วน VLOG วันนี้ก็ตามนี้เลยจ้าาา -> Day 5 VLOG -> https://www.youtube.com/watch?v=CwHIM3dvmW4

 

จะบอกว่า ที่พักคืนนี้ (อันเดียวกับคืนที่แล้ว) มันดีมากกกก เราให้ 11/10 ดาวเลยอ่ะ!! เป็น hostel แต่ยิ่งกว่า hostel (ไม่เชื่อดูใน VLOG ได้) คือมันใหม่มากกกกกก สะอาดมากกกกกก ครัวก็ดีมากกกก ไปกัน 4 คนกำลังดีเลย มีห้องน้ำส่วนตัวด้วยอ่ะ มีเครื่องซักผ้าฟรี วัตถุดิบทำอาหารฟรี (มาม่า สปาเกตตี้ ซีเรียล แป้ง ข้าว!! น้ำมัน เครื่องปรุง พวกของที่เก็บนานๆได้ มีหมด!!) แถมมี hiking trail ภูเขาหลังบ้านเลยค่ะ ฟินสุด555555 เจ้าของก็น่ารักมากนะๆ ชื่อ Post-Hostel ดีมาก (เค้าไม่ได้ให้ค่าโฆษณานะ555)

Day 6
วันนี้วันชิวค่ะ ไปเที่ยวน้ำตกข้างๆทะเลสาบ (สวยมาก สูงอันดับ 3 ของไอซ์แลนด์) ละกลับมาเดินเขาแถวที่พัก (hiking trail ที่บอกใน Day 5) จริงๆน่าเสียดายที่เดินได้นิดเดียวเพราะหิมะมันถึงเข่าแล้ว มันเลยไม่ปลอดภัยเพราะเรามองไม่เห็นเลยว่าที่เหยียบไปคือพื้นหรือความว่างเปล่า555 ส่วนบรรยากาศก็ VLOG Day 6 นี่เลยจ้า -> https://www.youtube.com/watch?v=h7vPd9HNl0k

Day 7
วันขับรถยาวอยู่ แต่ยังไม่ยาวที่สุด555 เป้าหมายคือ Akureyri แผนที่ก็ตามนี้เลยค่ะ Day 7 VLOG -> https://www.youtube.com/watch?v=g2P_XwGStuw วันนี้ผ่านกลิ่นตดอีกแล้ว ลมแรงมาก แรงจนเศษทรายที่พัดมาทำเราเจ็บได้ มันแรงจริงๆ!! ที่เที่ยวก็ตามทางเหมือนเดิมค่ะ ได้เห็นโรงไฟฟ้าที่เค้าใช้พลังความร้อนใต้พิภพมาผลิดกระแสไฟฟ้าด้วยนะ ตอนผ่านเข้าไปเหมือนในหนัง sci fi เลย555

และวันนี้เราก็ได้ออกล่า aurora ด้วยค่ะ **คำเตือน** อุโมงที่จะไปเมือง Akureyri จากทางตะวันออก มันเก็บค่าผ่านทางนะ!! รอบละ 2500kr ก็แพงอยู่ค่ะ มันเป็นส่วนหนึ่งของ ring road ก็จำเป็นต้องผ่านอย่างน้อย 1 รอบ แต่เรากลับเลือกกลับไปล่าแสงเหนือทางนั้น เพราะมีภูเขาน่าจะห่างไกลจากแสงไฟเมือง เลยโดนไปอีก 2 รอบไปกลับ ฮืออออออออออ ให้ทายเจอแสงเหนือป่ะ? 555555555

 

Day 8
วันขับรถยาวที่สุด มาถึงแล้วค่ะ ขับ 1/4 เกาะเลยวันนี้ แผนที่อยู่ใน VLOG เหมือนเดิม Day 8 VLOG -> https://www.youtube.com/watch?v=A4-1VL_AIpE วันนี้ได้เจอ ~~แมวน้ำ~~ มากมายด้วยยยย น่ารักมาก มาก มากกกกกก ดูใน VLOG ได้ คือแบบบบบบ น่ารักเว่ออออร์ คุ้มแล้วทริปนี้555555 (ล้อเล่น!! ยังไม่เจอแสงเหนือเลย555) แล้วก็ได้เห็นยอดเขาอันโด่งดังของไอซ์แลนด์ที่เราเชื่อว่าหลายคนเคยตั้งเป็น wallpaper (หรืออาจจะเราคนเดียว555) มันชื่อว่า Kirkjufell ขับประมาณ 4 ชมเพื่อเขายอดนี้ยอดเดียว ได้ไปถ่ายมุมมหาชนก็รู้สึกว่าคุ้มมากกกกกก555 ให้ดูรูปๆๆ รูปนี้เราชอบที่สุดในทริปละ (ปล รูปอื่นไปดูใน instagram เราได้นะฮ้าฟฟฟฟฟ https://www.instagram.com/fangphattha/ นี่ขายกันแบบนี้เลยช่ะ? เยสสสสสสเซ่อออออ555) พวกละอองตรงหน้ากล้องอ่ะ กลัวไม่รู้ว่าไปตอนฝนตก555


ไหนๆวันนี้ขับรถยาว เราจะมา**รีวิวปั๊มน้ำมัน**ด้วยละกันค่ะ


ปั๊มน้ำมันก็มี Tier ราคาของมันเหมือนกันค่ะ ตอนเราไปราคาประมาณ 230 kr/l ก่อนเติมก็เห็นราคาอยู่แล้วเราก็เลยจะเลือกได้มากขึ้น ปั๊มที่นี่ไม่มี service เหมือนไทยค่ะ ก็คือจอดรถ และลงไปเติมเอง จ่ายเงินเอง ทำอะไรเองหมดเลย (อังกฤษก็เป็น555) เราเติมอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ น่าจะแพงสุดกะถูกสุด ขอแบ่งเป็นยี่ห้อเลยละกัน น้ำมันก็วิ่งได้ทุกยี่ห้อ ไม่มีของปลอมนะคะ555555 จริงๆก็ดูราคาก่อนเติมก็โอเคหมดแหละ

N1: (โลโก้สีแดง ตัว N1 สีขาว) ขอจัดเป็น ปั๊มแพง มักจะอยู่คู่กับ supermarket สีเขียวข้างบนที่รีวิวไว้ค่ะ ราคาน้ำมัน 237kr/l เท่ากันทั้งประเทศ ซึ่งเป็นราคาที่แพงสุดเท่าที่เห็นมา มีทุกที่ ไม่ว่าจะทุระกันดารขนาดไหนก็มีปั๊มนี้ค่ะ ตอนแรกก็เติมที่นี่เพราะเห็นอยู่ที่เดียว เป็นที่พึ่งยามลำบากของเราตอนเข้าไปเมืองเล็กๆด้วยค่ะ555 

Orkan: (ตัว o สีชมพู) ปั๊มนี้ถูกค่ะ เคยเห็นถูกสุดในทริป 226kr/l มันมักจะมาคู่กับ supermarket Bonus ที่รีวิวไปข้างบน แต่มันแปลกมาก เราเคยผ่าน Orkan 2 ที่ห่างกันไม่ถึง 1 กม แต่ราคาไม่เท่ากัน555 ตอนเราไปราคาในเมืองทางตะวันออกจะถูกกว่าแถบตะวันตกที่มีเมืองหลวงค่ะ ก็เติมๆตุนๆไว้ละกัน555

AO: (A สีน้ำเงิน O สีแดง) ถูกแข่งกับ Orkan เลย ราคาพอๆกันค่ะ

Day 9
ใกล้ถึงวันกลับแล้วค่าาา วันนี้ขับเข้าเมืองหลวงแล้ววว เย่!! วันนี้ไปเดินรอบ Reykjavik ตามที่เที่ยวต่างๆ ซื้อของฝาก และตะลุยกินนนนน!! food tour รอบเมืองหลวงไปเลยจ้าา *ฉลามดอง*นี่พีคสุด ได้ยินว่าเป็นอาหารที่ต้องลองในไอซ์แลนด์ กลิ่นเหมือนฉี่ แต่ถ้าไม่ดมก็โอเค อย่างอื่นก็โอเคค่ะ กินไปหลายอย่างมาก รายละเอียดใน VLOG Day 9 เลยค่าา -> https://www.youtube.com/watch?v=RN2zDZe2mVY 

เกร็ดเล็กน้อย: ได้ฟังมาจากพนักงานเสริฟร้านที่เราไปกินฉลามดองค่ะ เค้าบอกว่าเมื่อก่อนมันเป็นเหมือนอาหารที่พิเศษมากๆ กินกันแค่ตอนมีเทศกาลหรืองานพิเศษๆเท่านั้น (ได้ยินละแบบ อหหหห) คือไอซ์แลนด์มันมีประวัติศศาสตร์แนวไวกิ้งๆ ก็พอนึกภาพได้ มั้ง555 ส่วนตอนนี้เวลาผ่านไปนานคนก็กินกันน้อยลงแล้ว จะเหลือแต่เป็นแนวอาหารเพื่อนักท่องเที่ยวมากกว่า (อ้าวหรอ555)

 

Day 10
วันกลับแล้ววววว เย้!! (ไม่ต้องถามนะทำไมถึงเย้ เราเป็นคนติดชีวิตที่มหาลัยมากค่ะ555 อยู่ที่ไอซ์แลนด์ก็มีความสุขไม่เท่าอยู่ Cambridge จริงๆ) เข้าเรื่องต่อ วันนี้ไม่มีอะไรมากเพราะที่ที่จะไปมีแค่ Blue Lagoooooon!!! ที่ที่เรารอมาทั้งทริปเลยค่ะ555 ตอนแรกคิดว่ามันเหมือนออนเซ็นคือไปแช่น้ำร้อนๆ ในอากาศหนาวๆ ฟินๆ (และใส่เสื้อผ้า) แต่มันฟินน้อยกว่าตรงที่ว่าทางเข้ามันมีกลิ่นตด!! (ก็ต้องทำใจเพราะน้ำร้อนประเทศไอซ์แลนด์คือเอามาจากใต้ดินที่มีกลิ่น sulphur เต็มไปหมด) แต่โอเคค่ะ เข้าไปแล้วไม่ได้กลิ่นเลย ดีงามมาก555

ตอนเข้าไปเค้าเตือนด้วยว่า silica เยอะมาก ขูดแว่นได้เลย ใครมีแว่นหรือคอนแทกเลนส์ก็ไม่เอาลงดีกว่านะคะ น้ำสีฟ้าสวยมาก ปล. น้ำจาก blue lagoon คือเค้า recycle มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนนะคะ555 เราว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลย ทำเงินให้ประเทศแล้วก็ไม่เสียน้ำร้อนไปฟรีๆด้วย แถมกลิ่นก็หายเหม็นตดไปเยอะมาก เราชอบที่นี่มากๆอ่ะ จริงๆเป็นที่เดียวที่ถึงกับอยากกลับไปอีก มันมีโรงแรมและห้องอาหารในนั้นด้วย ละก้ตอนแช่ก็มีผ้าเช็ดตัวให้ (ไม่อั้น) มาร์กหน้า เครื่องดื่ม ซาวน่า น้ำตกนวด เค้าบอกน้ำร้อนประมาณ 37 องศา กำลังดีมากค่ะ555 ใครอยากไปดูเดี๋ยวเราพาไป VLOG Day 10 เลยจ้า -> https://www.youtube.com/watch?v=p555-KR9mnI

จบทริปแล้วววว ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะ xx ใครจะไปขอให้โชคดีไม่เจอพายุแบบเราและเห็นแสงเหนือสวยๆกันด้วยน้าาา ถ้าเจอถ่ายรูปมาฝากเราด้วยเด้ออออ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยเห็นเลย5555555555 ถ้าชอบฝากติดตาม YouTube เราด้วยนะ **ขอบคุณค่าาา** เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวยุโรปอีก แต่ตอนนี้ จะพาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบและเที่ยวรอบๆ Cambridge ไปก่อนนะ55555

Subscribe to my YouTube channel ติดตามยูทูปตรงนี้เลยจ้า -> https://tinyurl.com/y9t4zhnt
Instagram หรือเจอกันในไอจีก็ได้นะ xx -> https://www.instagram.com/fangphattha/

 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป