รีวิวสอบSATที่อเมริกา ต่างกับที่ไทยยังไง? [ยินดีให้แชร์]

jaylyn phin
Guest IP
วิว
#sat #usa #exchange student #satmath #satverbal
สวัสดีค่า ครั้งที่แล้วเรารีวิวสอบTOEFLที่อเมริกานะคะ ครั้งนี้เดือนพฤษภาก็สอบSATติดต่อกันเลยค่ะ เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกานะคะ เลยใช้โอกาสสอบSATที่นี่ไปเลย

วิธีสมัครสอบ
สมัครเหมือนตอนอยู่ไทยเลยค่ะ เข้าไปที่เว็บ https://www.collegeboard.org/ แล้วกด Registration for SAT วันสอบก็เหมือนที่ไทยเด๊ะๆเลยค่ะ แต่สิ่งที่ต่างแบบเห็นได้ชัดคือค่าสอบค่ะ ที่ไทยปีที่แล้วเราจ่าย $100 หรือประมาณ3,000บาทค่ะ ที่อเมริกาค่าสอบ $50 ถูกกว่าครึ่งนึง เลยสมัครไปสองรอบค่ะ รอบ May กับ June ตอนกรอกข้อมูลสมัครออนไลน์เค้าก็จะให้เลือกรอบวันสอบ แล้วก็เลือกโรงเรียนที่จะสอบนะคะ รอบMayเราเลือกโรงเรียนใกล้ๆเพราะโรงเรียนเราไม่มีรอบเดือนนั้นค่ะ ส่วนรอบJuneเราเลือกโรงเรียนตัวเองค่ะ ตอนสมัครเค้าจะมีให้เรากรอกด้วยนะคะว่าจะให้ส่งคะแนนSATไปที่มหาลัยอะไร คณะอะไร เราก็พิมพ์ไปว่าBBA CU, TUค่ะ แล้วคะแนนก็จะส่งไปถึงมหาลัยโดยตรงเลยนะคะ ถ้าลืมเลือกตอนสมัครไม่เป็นไรค่ะ สามารถกลับมากดส่งมหาลัยหลังผลสอบออกแล้วได้ค่ะ แต่อาจจะต้องเสียเงินเพิ่ม เสร็จทุกอย่างก็จ่ายตัง แล้วปริ้น Admission Ticketออกมาค่ะ เก็บไว้แล้วเอาไปวันสอบ ที่เหลือก็ลุยติวค่ะ!!

วิธีลุยติวSAT: ไม่ต้องไปติวสถาบันติวเตอร์ให้เสียเงินค่ะ ทำในเว็บ https://www.khanacademy.org/mission/sat/practice อย่างเดียว ได้ผลจริงค่ะ ขอแค่ขยัน ทำทุกวัน วันละอย่างน้อย 50-60ข้อ คะแนน1200อยู่ไม่ไกลเกินค่ะ เว็บนี้เป็นเว็บฝึกทำSATโดยเฉพาะของอเมริกาการันตีโดยCollege Boardหรือผู้ที่ออกข้อสอบ SAT โดยตรง เว็บนี้จะประเมินความสามารถของเรานะคะ แล้วเค้าก็จะจัดข้อสอบเลเวลที่เราอยู่แล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆค่ะ เด็กอเมริกาก็ใช้เว็บนี้ฝึกทำอย่างเดียวค่ะ เค้าไม่เสียเงินไปเรียนพิเศษค่ะ SATจะจัดสอบโดยโรงเรียน โดยที่เด็ก grade 9 กับ 10 จะสอบ P-SAT หรือ Pre SAT เตรียมตัวเพื่อสอบSATของจริงตอนอยู่ grade 11,12ค่ะ เด็กเมกาจะบอกว่าเลขยากค่ะ ซึ่งตรงข้ามกับเด็กไทย คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนเราที่เมกาคือประมาณ 1210 ค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียมไปวันสอบ SAT: Admission Ticket, ID (ถ้าสอบที่ไทย: บัตรประชาชน สอบที่อเมริกา: passport), ที่ไทยรู้สึกจะมีดินสอให้ แต่ที่อเมริกาเตรียมดินสอ2B, ยางลบไปเองค่ะ ไม่อนุญาตให้ใช้ดินสอกดนะคะ, น้ำ, ขนมกินตอนเบรก, เสื้อกันหนาว

สอบที่อเมริกาก็จะคล้ายกับที่ไทยมากๆค่ะ แต่รู้สึกว่าเค้าจะไม่ strict เท่าที่ไทย ตอนสอบที่ไทยตอนไปเข้าห้องน้ำ ห้ามคุยค่ะ มีคนคุยแล้วโดนคนคุมสอบที่ยืนอยู่ตามห้องน้ำตะโกนว่าว่าห้ามคุยค่ะ แต่ที่อเมริกาคือในห้องสอบมีคนคุมคนเดียวแล้วในhallwayก็คือคุยได้ แต่ข้อสอบSATที่อเมริกาจะมี5partsนะคะ พาร์ทสุดท้ายแต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน เราได้English Reading คนข้างหน้าเราได้Math พาร์ทสุดท้ายเป็นพาร์ททดลองค่ะ ไม่มีผลกับคะแนน เรามารู้ที่หลัง คืออุตสาห์ทำแบบเครียดมากๆ

ส่วนตัวเราชอบข้อสอบSATมากค่ะ รู้สึกว่าเป็นข้อสอบที่ได้มาตรฐานมาก ไม่มีข้อบกพร่อง คำถามมีเหตุมีผล ต้องคิดให้ละเอียด ข้อที่ถูกมีข้อเดียวเท่านั้น และเป็นข้อสอบที่ถูกตลอดค่ะ เป็นข้อสอบที่ฉลาด ส่วนตัวเราคิดว่าข้อสอบTOEFL, CU-TEP ทำแล้วบางครั้งก็งงๆกับข้อสอบค่ะ SATเป็นข้อสอบที่วัดระดับภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างลึกทำให้เป็นที่ยอมรับของมหาลัยหลายๆที่

ผลสอบรอบนี้ยังไม่ออก ถ้าออกแล้วจะมาบอกให้รู้กันนะคะ!!
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป