ซ่อน
แสดง

เปิดบ้าน Fashion Design กับนักออกแบบไทยระดับโลก @ CIDI [ยินดีให้แชร์]

วิว

เปิดบ้าน Fashion Design
กับนักออกแบบไทยระดับโลก 
@ CIDI

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา

มีโอกาสได้ไปงาน Open House ที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์


Short Note แบบอาร์ตๆของเราเอง

 

ไม่รู้ว่าด้วยโชคชะตาหรือเวรกรรมกลั่นแกล้ง ( ̄ ̄)

ที่เรามักจะได้รู้จักกับสถาบันที่เกี่ยวข้องกับศิลปะโดยตรง ( เช่นมารู้จักช่างศิลปเอาตอนจะไปฝึกสอนเขานี่แหละ)

รวมไปถึงที่สถาบันแห่งนี้ด้วย แต่เอาเถอะ (ノ∇)ノ  ทุกๆเรื่องย่อมมีเหตุผลและข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง

  

ตัวสถาบันอยู่ไม่ไกลจาก bts ปุณณวิถีนัก ด้วยความเป็นคนขี้งกมาก จึงเดินเอา

โดยใช้ทางออก ๑ เดินเข้าซอยสุขุมวิท ๑๐๐ แบบยาวๆ เลี้ยวเขาซอยปุณณวิถี 20 ชิดขวาเข้าไว้ยังไงก็เจอ

 

วันนี้งานสัมมนาจัดขึ้นที่ชั้น 4 แต่คิดว่าจริงๆเด็ก Fashion น่าจะเรียนที่ชั้น ๒ ตามที่เสาบอกไว้

โดยที่นี่มีด้วยการ ๒ หลักสูตรคือ แฟชั่น และ ตกแต่งภายใน & ออกแบบผลิตภัณฑ์

จะมีส่วนที่เป็นคอร์สเรียนระยะสั้นๆด้วย แต่ต้องไปสอบถามข้อมูลกันเอาเองนะ

ผลงานที่ตั้งอยู่ด้านล่างอาคาร เกี่ยวกับการการสร้างศิลปะจากของเหลือใช้
ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นที่ดีและ Sensitive มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราคิดว่า
เต่าหรือสัตว์ทะเลทั้งหลายจะกินสิ่งที่พวกเราทิ้งลงไป โดยไม่รู้ว่ามันอันตราย สุดท้ายย่อยไม่ได้ ก็ตายในที่สุด

 

 

พอขึ้นลิฟท์มาชั้น ๔ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่งานสัมมนา เรามาเช้ากว่าใคร เรียกว่าคนแรกก็ได้มั้ง

เพราะงานเริ่ม 9.00 น. แต่เรามาตั้งแต่ราวๆ 8.30 เพราะเผื่อเวลาเกิดอะไรขึ้นกลางทาง

ถ้าใครที่บ้านอยู่แถว Seacon แนะนำให้นั่งรถสองแถวฝั่งตรงข้ามตัวห้างมา

มันจะไปหยุดที่ Last stop คือปากซอยสุขุมวิท ๑๐๑/๑ จากนั้นก็ขึ้น Sky Walk ของ BTS ปุณณวิถี

มาลงที่ทางออก ๑ จากนั้นก็ทำตามที่ได้บอกตั้งแต่เริ่ม ชิดขวาแล้วยาวไป    (ノ∇)ノ 

งานออกแบบของนักเรียนที่นี่ทำเอาเรา Wow เหมือนกัน อย่าง ๓ ตัวนี้

มีสีสันและการออกแบบที่สนุกมาก โดยส่วนตัวเราชอบตัวแรก (สีเหลืองมัสตาร์ด แซมด้วยสีฟ้า คล้ายๆงานของแวนโก๊ะ)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ flower van goghผลการค้นหารูปภาพสำหรับ cool color warm color

โดยงานของแวนโก๊ะชินนี้จะใช้สีวรรณะเย็น (อย่างสีฟ้า) มาแต้มให้เกิดความโดดเด่นในงาน
เพื่อให้ตัดกับสีวรรณะร้อนซึ่งเป็นสีโดยรวมของภาพ

 
การลงดีเทลต่างๆของตรงจุดนี้ น่าหลงใหลมาก
เราชอบที่ดีไซนเนอร์ออกแบบปลายแขนให้เป็นแบบนี้ และมีการตัดสีเล็กน้อยให้งานดูสนุกด้วย


ถ่ายไกลๆคงไม่ชัด เลยเก็บดีเทลมาฝาก ยังคงชอบลูกเล่นที่ใช้สีฟ้าตัดกับงานเพียงเล็กน้อย


เป็นส่วนลูกเล่นตรงชุดด้านหน้า ในตอนนั้นกำลังสนใจวิธีการเย็บก็เลยถ่ายมา
มีความรู้สึกว่า ให้ถึงความเป็นอเมซอนดี ยังคงมีสีฟ้ามาตัดให้งานดูไม่ดุดันเกินไป ชอบมาก

 เอาล่ะ ดูงานดีเทลสนุกมากๆเดี๋ยวจะตายลาย @_@

เดี๋ยวเราจะพาไปดูงานดีไซต์เรียบๆแต่ฝีมือการออกแบบไม่เป็นรองชุดที่เป็นแบบ Over Design เลย


โดยส่วนตัวชอบชุดนี้ ด้วยความที่มันมีปกเรียบร้อย
ใส่ให้ Chic ก็ได้ ใส่ไปทำงานก็ดี ลุคใส่แล้วดู Smart
แต่ก็มีลูกเล่นๆเก๋ๆตรงชายให้ไม่รู้สึกเบื่อไปกับภาพลักษณ์ของ White Shirt


อย่างตัวนี้ก็ชอบเหมือนกัน ถึงจะไม่เหมาะกับคนเตี้ย (ซึ่งตูเตี้ย)  (∇)
แต่ดีเทลและสไตล์ของมันดูฟุ้งๆดี แต่งกับกางเกงสีดำพริ้วๆ แบบชีฟอง
หรือปลายข้อเท้าคลุมด้วยผ้าซีทรูก็สวยไปอีกแบบ
เน้นว่าต้องสูงผอม จะใส่แล้วพริ้วมาก ลอยกับลมไปเลยนะ  ( ̄ ̄)


ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมรูปใหญ่ (คือคนเขียนอวย ๕๕๕)
ดีไซเนอร์เป็นชาวกัมพูชา มาเรียนที่นี่ ออกแบบสวยมาก
โดยไม่ใช้กระดุมเลย ตามที่ได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับอดีตนักเรียน (แต่คนไทยนะ)
เขาบอกว่า ในบรรดาการตัดชุดนั้น "สูท" เป็นหนึ่งในชุดที่ใช้ศาสตร์และ Skill ในการตัดมากที่สุด
ในการเรียนการสอนที่นี่คือ เขาจะสอนเบสิคของสูทก่อน จากนั้นคุณจะไป Adapt ออกแบบยังไงก็แล้วแต่คุณ
อย่างในชุดนี้ ก็คือตัดกระดุมที่มีตามธรรมเนียมออก แล้วทดแทนด้วยการรัดแบบเข็มขัดแทน


ในปี ๒๕๖๐ เราเองก็เคยออกแบบสูทที่โทนสีคล้ายๆกัน
ตอนนั้นตั้งใจจะออกแบบให้ Bam Bam วง Got7 ใส่


อีกชุดนึงที่ชอบมากเลยก็คือชุดนี้ สงสัยเราจะชอบสีฟ้า-น้ำเงินล่ะมั้ง?
เราว่าถ้าออกแบบให้เป็นสูทได้ด้วยก็ไม่เลวทีเดียว
แต่นี่น่าจะเป็น Sport Wear จริงๆก็ใส่ไปออกกำลังกายได้นะ
ในอุณภูมิประมาณิ 10 องศาอ่ะ กำลังดี
อากาศในไทยตอนนี้ ก็แทบจะวิ่งด้วยชุดชั้นในกันแล้ว (=_=;))) ร้อนเหี้ยมๆ


ตัวนี้เราเองก็ชอบ เป็นสูทที่เหมาะกับการนำไปเป็นชุดในหนังเรื่อง Suicide Squad มาก
โดยเฉพาะให้อีตา Joker ใส่ จากการสอบถาม ดีไซเนอร์ย้อมผ้าเอง และตัดหนังมาติด
โดยใช้กาวสองหน้าที่ใช้กับผ้าโดยเฉพาะ และยิง Laser อีกทีเพื่อให้ยึดเกาะได้แน่นๆ
เท่าที่สอบถาม เบื้องต้น การยิง Laser ก็คงนาทีราวๆ 30 บาทกระมัง หรือสูงกว่า

เดี๋ยวจะค่อยๆเพิ่มดีกรีความแปลกตาขึ้นไปอีก


ถ้าใครสังเกตุดีๆ งานนี้เป็นเส้นสปาเกตตี้นะจ๊ะ เห็นส้อมไหมเอ่ย?
มันทำให้เราคิดถึงสมัยยุค Pop Art   ( ̄ ̄) อ่าาาา
ยิ่งเป็นช่วงซุป Campbell กำลังดังระเบิดระเบ้อนี่ใช่เลย


ชุดนี้โชว์ดีเทลงานด้านหลัง จริงๆเราเป็นสาว(พยายาม)หวาน ก็เลยชอบอะไรที่เป็นเลเยอร์
เป็นชั้นๆ ระบายๆ มีผูกโบว์ ตกแต่งอะไรฟรุงฟริ้งนี่จะชอบมากๆ

 
งานนี้ก็หวานเหมือนกัน ถ้าอยากให้แก่นแก้วกว่านี้ก็แนะนำให้ใส่สีชมพูแปร๊ดๆ
แบบสีสะท้อนแสงเข้าไปที่เข็มขัด ก็จ๊าบไม่หยอก
แต่ชุดนี้ก็เหมาะกับคนตัวสูง ไม่ต้องผอมก็ได้ แต่อย่างน้อยปลายชุดควรเลยเข่าขึ้นไปหน่อย


เราชอบสีสันและความยาวของชุดข้างบน เราว่ามันเลอค่ามาก
แต่โดยส่วนตัวคิดว่าสีแดงนั้นแรงฤทธิ์ ถ้าเป็นสีน้าเงิน หรือทองจะดูหรูสมกับรูปทรงของชุดมาก
ชอบกระโปรง น่ารักดี ทำให้คิดถึงงานเต้นรำในงานไตรภาคีเรื่อง Harry Potter
เวลาหมุนตัวคงสวยมาก


มาถึงตัวนี้สักที  *-* 
ตอนแรกเราก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอมองๆไปเรื่อยๆแล้ว.... น่ารักแฮะ
เพราะเป็นคนขี้หนาว คิดว่าใส่ไปคอข้ารอดแน่ๆ อุ่นชัวร์ๆ
สีขาวน่ารักกุ๊กกิ๊ก ดูนุ่มฟู อุ่น น่ารักคิขุอย่าบอกใคร
ถ้าใครใส่แล้วทำผมตรง Pucca จะน่ารักมากกก   (´`。 ) เริ่มเพ้อ


แบบเสก็ต ดีเทลละเอียดมาก ชอบความดูนุ่มที่จับต้องได้ของสเวตเตอร์
(ปล. พึ่งสังเกตุว่าดีไซเนอร์ก็เสก็ตให้เป็นผมทรง pucca เหมือนกัน)
เราคอเดียวกันใช่ไหม?


นอกจากออกแบบเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีการออกแบบกระเป๋าด้วย
นี่ทำเอาเราคิดถึงคุณป้า  Vivienne Westwood  กันเลยทีเดียว
ชอบมาก ออกแบบสีสันได้จิ๊ด โดนใจจริงๆ ถือออกไป ไม่เหมือนใครแน่นอน

ศิษย์ CIDI กับการร่วมงาน และเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับ Inter

 

 

เป็นที่น่ายินดีมากที่ครั้งนี้มีรุ่นพี่ศิษย์เก่าโปรไฟล์ระดับ Top มาร่วมงานสัมมนาด้วย

ท่านแรกที่กำลังถือไมค์พูดอยู่คือ พี่กุ้ง

download.png

ที่ได้รับการทาบทามให้ร่วมงานกับแบรนด์ชื่อดังอย่าง Flynow ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนเขียนเองก็ชอบมากๆ

และยังเป็นเจ้าของแบรนด์ดังอย่าง Label31 ที่ตอนแรกพี่กุ้งตั้งใจแค่จะทำเป็น Learning Brand เท่านั้น

กลายเป็นว่าลูกค้ามีความ Royal ต่อแบรนด์เกินกว่าจะปิดตัวลงได้ โดยรวมแบรนด์ก็อยู่มากว่า 10 ปีแล้ว

เป็น Working Woman ที่เรารู้สึกว่าพี่กุ้งมีความเป็นผู้ใหญ่ รอบคอบ จริงจัง ตั้งใจ ทุกคำพูดที่พี่เขาเล่าให้พวกเราฟัง

มีค่ามากๆ ทั้งยังมีการลงลึกถึงเนื้อหาวิชาในบางส่วนด้วย ซึ่งเดี๋ยวเราจะอธิบายไว้ด้านล่าง

ท่านต่อไปคือ น้องแฮม

Image may contain: 1 person, indoor

นี่มีโอกาสได้เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวด้วย เพราะว่าชอบงานทีสิสของน้องมาก

ปัจจุบันน้องแฮมเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์อยู่ที่ Jim Thomson ซึ่งไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ที่มีทั้งมนต์ขลังและเอกลักษณ์แบรนด์นี้

ในตอนที่คุยกันว่าจะไปตามงานของน้องได้ที่ไหน น้องบอกว่ายังไม่มีลงผลงานที่ไหนเป็นพิเศษครับ

แต่ต่อไปในอนาคตจะเปิดแบรนด์เป็นของตัวเองเมื่อพร้อม ด้วยความที่บ้านใกล้กัน เลยบอกว่าจำหน้าพี่ด้วยนะ

ถ้าพี่ไปซื้อ ลดให้พี่ด้วย ๕๕๕ น้องแฮมเป็นคนที่พูดจาได้สุภาพและสุขุมกว่าอายุมาก เรียกได้ว่า เป็นเด็กรุ่นใหม่

ที่ใครๆก็ต้องอยากได้ไปทำงานอย่างแน่นอน โดยเฉพาะวงการแฟชั่น เพราะฝีมือและมุมมองไม่ธรรมดาเลย

ท่านสุดท้ายที่เราตั้งตารอคอยมากที่สุดคือ พี่นานา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของแบรนด์ที่ไม่มีทางที่คนในวงการ Fashion ระดับ Top จะไม่รู้จัก

พี่นานาเป็นเจ้าของแบรนด์ห้องเสื้อที่รู้จักกันดีในนาม Narong หรือ House Of Narong

พี่นานาเล่าว่าในตอนแรกได้เรียนมาในสายการโรงแรม และทำงานในด้านท่องเที่ยวอย่างการทำงานบนเรือสำราญ

ต่อมาได้มีห้องเสื้อที่หนึ่งทำการเซ้งร้าน ซึ่งได้ถามว่าพี่นานาต้องการจะซื้อกิจการต่อไหม เพราะถ้าซื้อต่อ

จะได้ทั้งร้าน ช่างแพทเทริน และช่างตัดเสื้อไปพร้อมกัน พี่นานาตัดสินใจตอนนั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นในการก้าวเข้าสู่วงการ

โดยในตอนแรก พี่นานารับงานจิปาถะ ไม่ว่าจะตัดชุดแต่งงาน ชุดเด็ก ชุดทำงาน รับแก้งาน เย็บปลอกหมอน

อะไรก็ตามที่เป็นงานได้ พี่นานารับหมด จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่รู้ว่า ทางของตัวเองที่แท้จริงแล้วคือการสร้างชุดราตรี

ที่มีดีเทลการปักที่ประณีตไร้ที่ติ โดยพี่นานาได้จัดงานครบรอบ ๑๐ ปีไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

ซึ่งแต่ละชุดของพี่นานา เรารับรองว่าสวยและมีเนื้อเรื่องโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทุกชุด

พี่นานาเป็นดีไซเนอร์ที่เป็นกันเอง ทุ่มเท และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังมีความเชื่อมั่นที่สร้างพลัง

ให้กับคนรอบข้างได้อย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย

 แนวคิดของดีไซเนอร์ระดับโลกที่อยากฝากกับทุกคนที่มีฝัน

ในวงการ Fashion

 

พี่กุ้ง

         -  ถ้าจะออกมาทำงาน Design เต็มตัว ต้องมีแผน Back up ว่าถ้าไม่สำเร็จจะเดินยังไงต่อ

         -  จะต้องรู้ว่าทำอะไรจะไม่หลงทาง ต้องไปในที่ที่ให้เราได้เต็มที่ ให้คุ้มกับเวลาและเงินที่เสียไป

         -  เรามักจะมีข้ออ้างในการไม่ทำเสมอ เพราะฉะนั้นคิดให้ดี แต่ไม่ต้องคิดนาน ทำให้ดีที่สุด ลงมือทำเลย

         -  ทำเลยไม่ต้องรอ แต่ Develop (พัฒนาอย่างต่อเนื่อง) มันให้ดีที่สุด

         -  จะซื้อมา-ขายไปยังไงให้ยั่งยืน?

         -  ต้องมีจุดยืนว่า แบรนด์ของเราเป็นแนวไหน (เช่น การกำหนด คำ ๓ คำให้กับภาพลักษณ์และสไตล์ของแบรนด์)

         -  Target (กลุ่มลูกค้าที่จะซื้อแบรนด์เรา) สำคัญมาก ต้องรู้ว่าปกติแล้วเขาซื้อกี่ครั้ง? ครั้งละเท่าไหร่? มีชีวิตประจำวันยังไง?

            ไลฟ์สไตล์ของเขาเป็นยังไง ต้องคิดทุกอย่าง

         -  สิ่งที่อาจารย์สอน คำว่าตันจะมีน้อยมาก เช่น มีครั้งนึงครูสั่งให้ออกแบบงานจากไข่ ก็คิดอยู่ว่าจะเอาไข่ไปไว้ในงานยังไง

            สุดท้ายแล้วทุกคนใช้ไข่เป็น Inspiration แต่งานออกมาไม่เหมือนกันเลยสักคน อย่างของพี่กุ้ง ได้แรงบันดาลใจจาก

            ขอบที่ไหม้ๆของไข่แล้วชอบ ก็จับตัวนั้นเอามาออกแบบ เพื่อนบางคนปาไข่ใส่กำแพงแล้วเอาความย้อยความเงาของไข่

            มาออกแบบ แทบจะไม่มีตัน บางครั้งเอากระดาษที่ขยำแล้วมาออกแบบก็ยังได้ เอาทุกอย่างรอบตัวมาออกแบบได้หมด

         -  Fashion = Commercial Art  ไม่มีเหมือน Fine Art เพราะเราจะมีโจทย์เสมอว่าเราต้องขายให้ใคร ต้องออกแบบยังไง

         -  การหาสไตล์ของตัวเองคือ   Pictures ---> Mood ---> Sketch ---> Style

พี่นานา

         -  เรารักในงานที่เราทำ แต่รักยังไงก็ต้องทำรายได้ให้เราได้ด้วย

         -  มีครูบอกเทคนิคพี่นานาว่า ถ้าคิดงานไม่ออก ให้ออกไปเที่ยว พักสายตา พบปะผู้คน แล้วจะเจอแรงบันดาลใจเอง

         -  แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง อย่างงานของพี่นานาก็จะยึดงาน Craft เป็นหลัก

            แต่ Inspiration เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่

         -  การที่เราเลือกที่จะเรียนอะไรก็ตาม คือการที่เราอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต

         -  ทุกอย่างต้องอาศัยการฝึกฝน

         -  การออกแบบคอลเลคชั่นมีหลายขั้นตอน  และ Inspiration สำคัญมาก

            Inspiration ---> Research (จดตกผลึก ถ้าไม่โอเค พี่นานก็อาจจะล้มงานแล้วหา Inspiration ใหม่ไปเลย)

            ---> Sketching ---> Moc up (ขึ้นตัวอย่าง) ---> Fitting ---> Experiment ---> Finishing

         -  ขอให้เชื่อในความเป็นไปได้

         -  อย่ากลัวที่จะผิดพลาด ลงมือทำเลย

-- LET'S CONTINUE --

l

l

l

  NANA 

จากนี้จะเป็นภาพทั้งหมดที่เราตั้งใจเก็บมาเพื่อแชร์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคนที่หลงใหล

และชื่นชอบในแฟชั่นเหมือนๆกันกับเรา รวมไปถึงความคิดเห็นต่างๆต่อดีไซเนอร์ที่เราประทับใจ

    

   

สำหรับเราผู้หลงใหลงานดีเทล และงานปัก งานเจ้าหญิง และชุดเจ้าสาวอลังการอย่างของเจ้าหญิงไดอาน่า

ไปจนถึงชุดของแบรนด์ Tex Saverio ที่ถ้าใครไม่รู้จักก็ให้เสริชหาชุดแต่งงานของมาร์กี้ได้เลย รับรองว่าต้องอยากสวมกันทุกราย

 à¸£à¸¹à¸›à¸ à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง   à¸Šà¸¸à¸”แต่งงาน มาร์กี้

                                    ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่า                                และชุดแต่งงานของดาราสาวมาร์กี้

งานของพี่นานา เป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ เรียกได้ว่าเมื่อได้เห็นนางแบบสวมชุดของพี่นานาแล้ว

คำที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเราเลยคือ  "เจ้าสาวที่สมกับเป็นเจ้าสาว" โดยเฉพาะได้ ใหม่ ดาวิกามาใส่ด้วยแล้ว

Image
ครบรอบ ๑๐ ปี แบรนด์ NARONG

   HAM 

  ในลำดับต่อมา แน่นอนก็ต้องเป็นงานของน้องแฮม

  

  

ถึงจะยังไม่ได้เปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง

แต่งานออกแบบของน้องแฮม เรามองเห็นว่าในอนาคตจะเป็นที่ชื่นชอบ

 

ของเหล่าสายเซอร์และสาย Street ของวัยรุ่นบ้านเราได้อย่างอยู่หมัดแน่ๆ

  

ซึ่งจะเป็นที่หน้าจับตามองมาก ถ้าวันหนึ่งน้องแฮมคิดที่จะลองทำ Wedding Dress เราเชื่อว่าจะต้องเป็นชุดที่

ไม่เหมือนใคร และทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงได้อย่างแน่นอน

 INSPIRATION

 

  

 

  

 

 

 

 

 

 

 

   

การทำอะไรก็ตามในชีวิตของเราทั้งหมด

ก็ต้องมีบ้างแหละ ที่เราจะเลือกเดินพลาด

และที่เรารู้สึกว่านี่แหละคือทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดที่จะทำมัน

และพัฒนาให้มีดีขึ้นเรื่อยๆตลอดไป

เพราะทุกๆอย่างต้องใช้การฝึกฝน

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป