/>

ใครเคยเเต่งงานกับแฟนต่างชาติที่เจอกันผ่านเน็ตเเล้วไปได้สวยบ้างคะ? [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีค่ะ เราอายุ 23 ปี พึ่งเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก อยู่ในช่วงว่างงาน(บริษัท) เพราะตัดสินใจช่วยงานที่บ้านสวน(ยายเราอายุ 70 ปี เเล้วทำไม่ค่อยไหว)
เราโสด ไม่เคยคิดเรื่องมีแฟน เพราะมีปมจากการที่แม่ของเราเเต่งงานหลายครั้ง เลยไม่อยากเสียใจแบบที่แม่เคยเป็น

มาเข้าเรื่องกันค่ะ......

ในระหว่างที่เรานั่งเลื่อนโทรสับดูยูธูปเห็นคนได้แฟนต่างชาติ เราก็เกิดความสงสัยว่า พรมลิขิตสำหรับเราในเรื่องแบบนี้ มันจะเกิดขึ้นมั้ย?
เราตัดสินใจสมัครสมาชิก ล็อกอินเว็ปไซต์หาคู่ชาวต่างชาติ จากนั้นเราก็เลื่อนดูๆ ปรากฏว่า
555 เป็นอย่างที่เราคิด คือมันไม่มีอะไรให้น่าสนใจเลย คนในน้นดูเหมือนคนที่เข้าเพื่อเล่นๆไม่ได้คิดจริงจังอะไรเพี้ยนลอย

คือบอกไว้ก่อนนะคะว่าเราเป็นพวกที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ เเละมองว่าการหาคู่จากเว็ปทั่วๆไปอ่ะ มันไม่น่าจะทำให้เราได้คนที่สมบูรณ์แบบที่เราต้องการจริงๆ เราชอบผู้ชาย ขยัน เรียนเก่ง ฉลาด พูดง่ยๆก็คือพวกเด็กเรียนทั้งหลาย....เพี้ยนหัวเราะ

แต่ในวันนึงเราก็เจอผู้ชายสัญชาติ เกาหลี-อเมริกา เขาทักเข้ามาโดยที่ใช้รูปที่ตัวเองถ่ายกับเพื่อนที่หน้าตาดีมาก 5555 เขาเขียนว่า ต้องการเจอคนที่จริงใจ ถ้าคิดจะคุยเล่นๆก็ขอเลิกติดต่อ เพราะเขาอยากได้ภรรยาที่ดี อะไรประมานนี้ค่ะ
เราก็กดโอเคไป เเล้วก็มีการแลกไลน์คุยกัน (ซึ่งเราไม่ได้สนใจเค้าเลย แค่อยากดูว่าเค้าเป็นแบบที่บอกมั้ย) หลังจากนั้นเราเองก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง

หลังจากที่คุยมา (มีนาคม-พฤษภา) เราก็ได้รู้ว่า เขาอายุห่างจากเรา 18 ปี!!!!!เพี้ยนหืม

เราแอบรู้สึกผิดเลยนะ เพราะเราเองก็พึ่งเรียนจบ อยู่ในช่วงสร้างตัว เราไม่พร้อมจะแต่งงานหรือสร้างครอบครัวอะไรทั้งนั้นแหล่ะ แต่อีกแง่เราก็คิดว่าจะจริงเหร๊อ.... หวังหาความจริงใจจากในโซเชียลน่ะเหรอ มันยากนะ

เเล้วในช่วงนั้น(เมษายน) เขาก็มาไทย ถ่ายรูปตอนอยู่สนามบินมาให้เราด้วย เราก็แบบเริ่มตะหงิดใจละ.... เฮ้ยยย จริงเหรอฟร้ะ
เราถามเขา เขาก็บอกว่าเขามาประชุม เเล้วถ้ามีโอกาสก็อยากจะเจอเรา....
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ เราแทบไม่สนใจเค้าเลยด้วย เขาส่งตำแหน่งที่พักของเขามาให้ดู(ซึ่งมันดูหรูหรามากกกก เป็นคอนโดชื่อดังเเห่งหนึ่ง ทำเลดีในเมืองกรุง) เราก็อ่านแล้วตอบไปแค่เราไม่ว่าง ขอโทษนะไม่รู้จะเข้า กทม วันไหน

ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ เขาก็ส่งมาหาเรายาวพรืด(ปกติเขาก็จะส่งทุกวันอยู่เเล้ว) เขาบอกว่าตอนนี้บริษัทที่อเมริกา เรียกเขากลับเพราะต้องไปจัดการปัญหา แต่เขากลับเกิดปัญหาใหญ่ ตอนนี้เขาอยู่โซลและข้อเท้าพลิกพร้อมถ่ายรูปอาหารในโรงพยาบาลมาให้ดูด้วย (เท้าพลิกจากอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจถามอีกนั่นแหล่ะค่ะ T^T) เเละเค้าก็บอกว่า หลังจากอาการดี(ยังไม่หายดี) เขาก็ต้องไปทำธุระที่จีนก่อนจะบินกลับไปอเมริกา และจะกลับมาไทยอีกทีในเดือนพฤษภา วันที่ยังไม่แน่นอน

เราก็คิด คนอะไรบินบ่อยขนาดนี้ 555 โกหกป่ะเนี่ย
ถ้าไม่ใช่นักธุรกิจ ก็คงหน้าที่การงานไม่ธรรมดาเเล้วล่ะเพี้ยนหืม


มาถึงตรงนี้ มีใครเชื่อเขาบ้างคะ
ในส่วนตัวของเราคือเราไม่กล้าปักใจเชื่อค่ะ รักออนไลน์ เป็นอะไรที่เราแอนตี้ เเละไม่เชื่อเลย เเม้ว่าแม่ของเราจะได้เเต่งงานกับพ่อเลี้ยงชาวสิงคโปรจนอยู่กันมีความสุขมากก็ตาม ใครคิดอย่างไรเม้นเเลกเปลี่ยนกันนะคะ

---------------------------------------------------------------------------------------------------

พาร์ทสอง............
หลังจากนั้นเขาก็จะส่งมาทุกวัน แม้เราจะตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เนื้อหาก็จะมีประมาณว่า เค้ายุ่งมากนะวันนี้ พึ่งถึงบ้านเอง ก็ต้องเข้านอนซะเเล้ว ไม่ไก็ สวัสดีตอนเช้านะ เขาต้องไปทำงงานเเล้ว ....วนไปเวียนมาแบบนี้อยู่ประมานเดือนนึงค่ะ

จนเราเริ่มเบื่อเเล้ว เพราะไม่รู้จะชวนคุยอะไร และก็ไม่รู้จะมีอะไรคืบหน้ามั้ยด้วย จนเราตัดสินใจละว่า เราจะไม่คุยกับเขาละ กะจะพิมข้อความบอกเหตุผลกับเขาไป

เเต่พอตอนเช้าเราตื่นมาเราก็อึ้งค่ะ เราเจอข้อความที่เขาส่งมา ยาวมากกกกกกก ยาวแบบเรานึกว่านี่เป็นคริปพอร์ทเรื่อง55555
เนื้อความคร่าวๆประมานว่า..... (เราย่อแต่อันสำคัญๆมานะคะ)เพี้ยนปูเสื่อ

......"ผมยุ่งมาก ผมคิดว่าเราไม่มีแม้แต่เวลาที่จะทำความรู้จักอีกฝ่ายให้มากขึ้น ผมอยากจะถามคุณมากมาย และอยากให้คุณรู้เกี่ยวกับผมเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน วันนี้ผมเลยตัดสินใจเขียนอธิบายเกี่ยวกับตัวเองให้คุณได้รู้.....ก่อนอื่นผมอยากจะบอกว่าทำไมผมถึงมีงานยุ่งมากในทุกๆวัน
ในสัมยเรียนมหาลัย ผมเคยมีแฟน เราเกือบจะได้หมั้นกัน เเต่ทว่าแฟนสาวของผมก็เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ผมกลายเป็นโรคซึมเศร้าต้องเข้าพบจิตแพทย์ หมอบอกว่าให้ผมโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จึงจะมีโอกาสหายขาด ดังนั้นผมเลยตั้งใจเรียนจนจบด็อกเตอร์เเละประสบความสำเร็จในบรัทของตัวเอง
ในปัจจุบัน ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทหนึ่ง นอกจากนี้ก็ดูเเลธุรกิจของตัวเองควบคู่ไปด้วย ผมต้องช่วยบริษัทของพี่ชายที่รัฐเซีย ช่วยบริษัทของพ่อแและบริษัทของแม่ ครอบครัวของเราเป็นนักธุรกิจ พูดได้ว่า เวลา24ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอก็ได้ เเละผมคิดว่า ผมเป็นพวกบ้างาน

แต่ในตอนนี้ผมอายุมากเเล้ว ผมอยากจะเป็นการดำเนินชีวิตของตัวเอง ผมอยากแต่งงานเเละมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ผมมีเงินเพียงพอเเละไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเงินเพิ่มอีก และผมก็คิดว่าถ้าผมยังทำงานต่อไปแบบนี้ ผมจะได้ตายลงในสักวันเพราะไม่มีเวลากินเเละนอน

พ่อและแม่ของผมเกิดที่เเคลิฟอร์เนีย ท่านทั้งสองพบรักในมหาวิทยาลัยเเละแต่งงานกัน พ่อของผมเคยทำงานที่สถานทูตทำให้ในวัยเด็กผมต้องเินทางไปหลายประเทศ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมพูดได้ถึง10ภาษา เเละเพราะการที่ต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆทำให้ผมไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมได้มีโอกาสได้รับคำเชิญไปบ้านของหุ้นส่วนทางธุรกิจ เขาแต่งงานกับภรรยาชาวไทยที่พบกันทางออนไลน์มา5ปีเเล้ว เเละมีลูกสองคน พวกเขาเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก ผมมีโอกาสได้คุยกับภรรยาของเขาเเละรู้สึกชื่นชอบวัฒนธรรมไทย

แต่สำหรับผม ผมไคิดว่าตัวเองไม่น่าจะมีเวลาไปเที่ยวที่ไทย เเละได้พบเจอใครสักคนเพื่อเเต่งงานกันเเน่ๆ บริษัทหาคู่จึงเป็นตัวเลือกของผมในตอนนี้
ผมสมัครไปได้สักพักความรู้สึลังเลที่จะพบเจอใครคนหนึ่งทางอินเทอร์เน็ตก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เเต่จนผมได้เจอกับโปรไฟล์ของคุณ ก็ทำให้ผมคิดว่านี่คือภรรยาในอนาคตของผม ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมติดต่อคุณ ก่อนจะพยายามหางานในประเทศไทย เเละติดต่อมาเพื่อที่จะให้ตัวเองได้มาเจอคุณ

นอกจากนี้ผมยังศึกษามาบ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ผมรู้ว่าพิธีแต่งงานของไทยต้องมีการให้สินสอดทองหมั้นกับฝ่ายเจ้าสาว ดังนั้นคุณถามแม่ของคุณได้มั้ยว่าต้องการสินสอดเท่าไหร่ ตั้งแต่.... จนถึง .... (ขอไม่ระบุจำนวนนะคะ^^)

ดังนั้นในวันที่20นี้ คุณช่วยมาพบกับผมหังจากที่ผมลงเครื่องได้มั้ย".....


หลังจากอ่าน เรารู้สึกเห็นใจเค้า ถึงไม่รู้ว่าที่เขาพิมมาจะเป็นความจริงมั้ย แต่เราก็ตัดสินใจตอบไปในแบบที่ยาวมากไม่แพ้กัน

เพี้ยนสะอื้น

ความรู้สึกหลังอ่านของเรามันเริ่มตะหงิดๆขึ้นมามากกว่ารอบที่เเล้วค่ะ แต่เราก็ยังกลัว ไม่กล้าไปเจอแบบรอบแรก จนเราตัดสินใจปรึกษาแม่ แม่ก็บอกแล้วแต่เรา ส่งเสียให้เรียนสูงๆเเล้ว แค่นี้น่าจะคิดเองได้

ดังนั้นเราเลยคิดว่า อาจจะต้องไปเจอเค้า(แค่ที่สนามบินก็พอ เราค่อนข้างหัวโบราณ และเรื่องแบบนี้ยงใหม่สำหรับเราเพี้ยนสายแล้ว)

---------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครเคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างคะ ดูจากรูปการณ์แล้วะเข้าข่ายหลอกลวงมั้ยเอ่ย (เรารู้ว่าทุกอย่างมันยังฟันธงไม่ได้เพี้ยนมองบนเพี้ยนมองบน) แต่เราอยากขอความเห็น เเละคำแนะนำจากคนที่เคยมีประสบการณ์ หรือผู้ที่ใจดีค่ะ


ขอบคุณล่วงหน้านะคะ ^^
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป