ซ่อน
แสดง

How to ติดบัญชีจุฬา ฉบับเตรียมตัว 1 ปี คณะอื่นใช้ GAT PAT ก็ดูได้จ้า [ยินดีให้แชร์]

วิว
#บัญชีจุฬา #บริหาร #บริหารธุรกิจ #gatpat
        สวัสดีครับบบ วันนี้เราจะมาแชร์วิธีการเตรียมตัวสอบเข้า คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผื่อจะเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องของเราในอนาคตจะได้พอรู้แนววิธีการเตรียมตัวสู้กับ GATตัวร้าย กับPAT1 ตัวดี 555555
        ปล. เนื้อหาในกระทู้ค่อนข้างเวิ่นเว้อเราเลย ไฮไลท์ส่วนที่สำคัญไว้สำหรับคนที่อยากอ่านแต่เนื้อๆ
แนะนำตัวนิดนึงง
         
          เราชื่อท็อปเด้อ Dek62 เนี่ยแหละ เพิ่งสอบติดหมาดๆ เราก็เป็นเด็กที่เรียนธรรมดาค่อนไปทางแย่55555 (ก็คือโง่นั่นเอง)  เรียน รร รัฐบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เนี่ยแหละ
        
         เรารู้ตัวว่าอยากเข้าคณะนี้ตั้งแต่สมัย ม4 ใหม่ๆแล้ว ก็เลยวางแผนไว้ว่า ม4 จะศึกษาข้อมูล    ม5 จะเริ่มเรียนเนื้อหาให้หมด  ม6 จะทำแต่โจทย์   แต่เดี๋ยวๆๆโนๆๆเลยจ้า อันนั้นคือแผน สุดท้ายคือมาเตรียมตัวตอน ม6 หมดเลยเกือบตาย55555555555
        วางแผน
           ในการสอบเข้าคณะนี้บางมหาลัยก็จะใช้สัดส่วนคะแนนที่แตกต่างกันไปเนอะ อย่างถ้าเป็น ของ    จุฬา จะใช้  PAT1 60% , GAT 40%    ธรรมศาสตร์จะใช้ของ 9 วิชาหมดเลย เลข  40 % Eng 40%,ไทย 10%,สังคม10%   พอเรารู้สัดส่วนคะแนนมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าก็มาดูต่อว่าจะเตรียมตัวกันยังไง อย่างเราอยากเข้าที่จุฬาก็จะไปโฟกัสกับ PAT1 GAT มากกว่า 9 วิชา  ดังนั้นวิชาที่เราโฟกัสจะเป็น เลข กับ อังกฤษ มากกว่าไทยสังคมนะครับ

ลุยแต่ละวิชา

เลข
          ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นเด็กที่อ่อนเลขมากอะแบบเลขเสริมที่ รร เรา คือไม่เคยผ่านเลย55555 ดังนั้นเราเลยจะทุ่มเทเวลาให้กับเลขมากกว่าวิชาอื่น  จากที่รุ่นพี่หลายๆคนพูดให้ฟังเขาจะบอกว่า PAT1 มันยากกว่า 9 วิชา เราเลยไปลงคอร์ส PAT1 ของ The Tutor เรียนตอนปิดเทอม ม5 ขึ้น ม6  คอร์สนี้ดีตรงที่ว่า เขาสอนเป็นคอร์สสดแล้วก็สอนเนื้อหาตั้งแต่ ม4 จนจบ ม6 แล้วก็มีหนังสือโจทย์ Ent ย้อนหลังแยกบท กับ รวมโจทย์ PAT1 (ถ้าจำไม่ผิด2552-2556)ให้
           บรรยากาศในคอร์สคือ tutor จะเป็นกันเองมากๆมีทั้งพี่ที่อายุไม่ห่างจากเรามากจนพี่รุ่น THE คือ THE จริงๆ 50+ 55555 ด้วยความที่พี่ๆติวเตอร์เป็นกันเองกับเรา เราเลยกล้าที่จะถามได้ตลอดเวลา คอร์สนี้มันพัฒนาเราจากเด็กที่โง่เรื่องเลขมากๆ กลับมามีพื้นฐานที่ดีในวิชานี้ได้               

           หลังจากจบคอร์ส เราก็ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า จะทำโจทย์อย่างน้อยวันละ 10 ข้อ ละก็แบ่งๆไปว่า บทนี้ใช้เวลากี่วันในการทำโจทย์  เราไล่ทำตั้งแต่โจทย์ชุด Ent (ง่ายเหมาะกับฝึกพื้นฐาน) จนไปถึง PAT1 ปีสุดท้าย(2561) ทำเสร็จตอน 2 อาทิตย์ก่อนสอบจริง55555555 (ทำบ้างไม่ทำบ้าง)

            เราว่า Key ของวิชาเลขหลังจากที่ได้ทำโจทย์ไปเยอะๆมันคือความเข้าใจอะ สมมุติว่าแกทำเลขไป 1000 ข้อ แต่แกแค่ดูเฉลยว่าตอบข้อไรไม่ยอมดูว่ามันต้องทำยังไงและทำไมมาเป็นแบบนี้มันจะเป็นการทำโจทย์ที่เสียเวลามากๆ

           ดังนั้นแนะนำว่า วิชาเลขเนี่ย อยากให้แกค่อยๆทำความเข้าใจไปกับมัน เหมือนจีบผู้หญิงอะ แกไม่สามารถจะไปปุ๊บได้ปั๊บได้จริงปะ55555 แกต้องค่อยๆเข้าใจเขาถึงจะไปได้ดี เลขก็เช่นกัน โจทย์แต่ละข้อมันจะค่อยๆโชว์ไอเดียให้แกต่างกันบ้างซ้ำกันบ้าง ละพอแกเข้าใจมัน เข้าใจหลักการมันแกจะทำมันได้เองเว้ย  

           มันจะมีช่วงท้อๆอยู่นะเราเคยคุยกับเพื่อนเราคนนึง (ตอนนี้เป็นที่ 1 หมอ มหาลัยนึงไปละ อืมๆ) เขาแนะนำว่า มันจะมีช่วงนึงที่เราทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ พยายามไปก็ไม่ผ่าน แต่ถ้าแกผ่านช่วงนี้ไปได้ปุ๊บที่เหลือมันจะง่ายไปเลย ซึ่งก็เป็นงั้นจริงๆ มีช่วงนึงเราเฟลกับเลขเกือบเดือน แต่พอผ่านไปได้เห้ยมันก็ไม่ได้ขนาดนั้นนี่หว่า  ดังนั้น Take Time นะครับบ เราเชื่อว่าแกทำได้ 
 
      
อังกฤษ(ยาวนิดนึงเพราะเรียนเยอะ)
             เดิมทีวิชานี้เป็นวิชาที่เราค่อนข้างถนัดละก็ทุ่มเทเวลาเรียนกับวิชานี้สมัย ม ต้น มาพอสมควรเลยพอมีพื้นฐานมาบ้าง แต่แน่นอนนั่น ม ต้น มันผ่านมานานมากกกกดังนั้น ลืมจ้า55555  เราเลยกลับมาปูพื้นฐานใหม่หมดเลย  อังกฤษเราเรียน 2 ที่นะครับ Enconcept,  P’M(U center)
 
                Enconceptเราลง เป็นคอร์ส Ultimate Grammar + Error ไปนะครับ จำราคาไม่ค่อยได้แล้ว ที่ลงกับ Enconcept แค่คอร์สแนว Grammarเพราะว่าสมัย ม ต้น ที่จะสอบเข้า ม4 เราเรียนคอร์ส Memolody Vocab ม ปลาย (คอร์สที่เอาคำศัพท์มาใส่ในเพลงอะ มันก็จะมีทั้งเพราะมากไปถึงขั้นปวดหัว555 แต่มันช่วยให้จำคำศัพท์ค่อนข้างดี ) คอร์สของเขามาแล้วมันเลยมี คำศัพท์จำเป็นในหัวค่อนข้างพอในการใช้ในระดับนึงแล้ว  พอขึ้น ม ปลาย   เราเลยเลือกที่จะลงแต่ Grammar เพราะรู้สึกว่า เออ Vocab มันพอได้ละเหลือแค่ Grammar ที่ยังมั่วๆอยู่ พอเรียนคอร์ส Grammar ไปก็รู้สึกเลยว่าตัวเองจริงๆยังอ่อนมาก เพราะเนื้อหาที่พี่แนนเอามาสอนมันยังมีบางส่วนที่เราพลาดหรือ Concept ที่เราเข้าใจผิดมาตลอด
 
                คอร์ส Ultimate Gr ที่เราลงเขาจะอัดแกรมม่าทั้งหมด(แน่นมากแม่) + โจทย์ของจริงมาให้แกทำด้วยจะดีตรงที่แกได้เห็นว่าเนื้อหาตรงนี้มันไปประยุกต์กับโจทย์ตรงไหนได้บ้าง 
ของเอนคอนชอบตรงที่เขาดูมีความ entertain เด็กแบบไม่เครียดไปทำให้เวลาเรียนในคอร์สสมองมันจะไม่แน่นไป ในคอร์สเขาจะมีหนังสือเนื้อหาเล่มหนาๆ กับโจทย์เล่มเล็กๆจำไม่ได้ว่ากี่เล็มแต่ถ้าทำหมดแกจะแบบเทพมากๆอะ (ซึ่งเราทำไม่หมด555555)
 
                 พอขึ้น 6 เรารู้สึกว่าเราห่างจากภาษาอังกฤษไปนานมากสกิลเราเริ่มจะง่อยๆแล้วเลยลองมองหาที่เรียนเสริมอยู่บ้างตอนนั้นก็ไปเจอที่ P’M (U center) ด้วยความที่เพื่อนหลายคนเรียนแล้วบอกว่าดีเลยเราเลยไปลองลงดูเราเรียนกับ P’M 3 คอร์ส ตอน ม6  (ด้วยความที่ตอน ม4 เราเรียนกับ Enconcept คอร์ส Grammar มาแล้วเราเลยค่อนข้างมีพื้นฐานพอรางๆไปต่อได้ง่ายขึ้นหน่อย)

***ในคลาสนึงมีคนเรียน 30-40 คนดังนั้นมันจะเป็นคลาสเล็กๆ ติวเตอร์เลยดูแลเด็กได้ทั่วถึงมากๆแบบจำชื่อน้องทุกคนได้ อันนี้เราประทับใจมาก***
 
            1.Admission : คอร์สที่สอนเนื้อหา Gr ทั้งหมด ด้วยความที่พี่เอ็มจบจากอักษรมาโดยตรง ทั้ง ป ตรี(3.98) และ โท(4.00) พี่เอ็มเขาเลยจะสอนเนื้อหา Gr ไม่เหมือนกับที่อื่นเขาจะสอนให้เราเข้าใจถึงที่มาที่ไปแก่นแท้ของ Gr ข้อนั้นๆได้ดี เหมือนทำให้เราเข้าใจมันได้โดยไม่ต้องมานั่งท่องจำอะครับ  มันเป็นการสอนแบบที่เด็กอักษรเขาเรียนกันจริงๆ พี่เอ็มจะมี Quiz + การบ้านให้เราทำทุกครั้งดังนั้นไม่ต้องห่วงยังไงเราต้องทบทวนเรื่อยๆ ไม่งั้นจะโดนพี่เอ็มตี55555555
             2. Reading : คอร์สนี้ส่วนใหญ่คนเรียนจะเรียนเพื่อทำ 9 วิชา+CU-TEP+SAT พวกนี้เพราะต้องอาศัยความเร็วในการทำ+ความเข้าใจสูง พี่เอ็มจะสอนการตีความของเนื้อหาและการแบ่งแยกประเภทของเนื้อความบทความเยอะมาก เด็กที่มาเรียนเลยมี Critical Thinking จากคอร์สนี้เยอะมากๆ
             3. ตะลุยโจทย์ : คอร์สนี้พี่เอ็มจะเอาโจทย์ GAT + 9 วิชามาให้เราทำแบบจริงๆเลย โดยการจับเวลาให้น้อยกว่าของจริง มันดีตรงที่เราสามารถประเมินตัวเองได้ว่าตอนนี้คะแนนเราเป็นไงมากน้อยพอไหมละก็ฝึกทำ speed test ไปในตัว เวลาเฉลยพี่เอ็มเฉลยละเอียดแบบมากๆ อย่าง GAT ชุดนึงเฉลยที 2-3 ชม. ยิ่งถ้า 9 วิชา Reading หนักๆละเอียดแบบ 4 ชมไปเลยจ้า
 
               คอร์สพี่เอ็มจะมีแจก คำศัพท์ ให้ไปอ่านละมาสอบศัพท์กับพี่เอ็มดังนั้นของพี่เอ็มจะดีตรงที่แกจะเป็นคนกระตือรือร้นมากขึ้น+เข้าใจมุมมองของภาษาอังกฤษได้ดีมากขึ้นไปอีก

              สำหรับภาษาอังกฤษเราว่า key ของมันคือคำศัพท์นะ ถ้าแกเตรียมตัวไม่ทันแนะนำให้ท่องแต่ศัพท์พอเพราะว่าจริงๆแล้วข้อสอบ GAT กับ 9 วิชา มันไม่ได้เน้นแกรมม่ามากขนาดนั้นเนื้อหาที่วัดแกรมม่าล้วนๆอะมันมีน้อยถ้าเทียบกันจริงๆ ดังนั้นเรามองว่าภาษาอังกฤษถ้าแกรู้ศัพท์เยอะ=แกก็ทำได้

              นอกเหนือจากการเรียนพิเศษ เราซื้อหนังสือโจทย์ GAT 9วิชา ของ อ.ศุภวัฒน์ มาทำเพิ่ม เวลาทำก็จับเวลาเหมือนจริงเลย แต่เวลาเฉลย เราจะมาไล่อ่านโจทย์ใหม่หมดเลย ละตรงไหนเราแปลไม่ออกเราก็จะกลับมาแปลตอนนี้ตรงไหนพลาดก็มาดูละเอียดๆว่าพลาดเพราะอะไร มันจะทำให้แกได้สกิลตรงนี้เพิ่มไปเยอะมากๆด้วยเช่นกัน

ภาษาไทย (ขอแบ่งเป็น GAT Thai กับ 9วิชาไทยนะครับ)
             GAT Thai : แกสามารถศึกษาเองได้อะ แนะนำหนังสือพี่ขลุ่ยซื้อเล่มนั้นมาอ่าน+ทำ แล้วก็ทำข้อสอบเก่าก็พอแล้ว GAT Thai เราว่าเตรียมตัว 1 สัปดาห์ก่อนสอบก็ทันซึ่งเราก็ทำแบบนั้น5555555 ดังนั้นไม่ต้องไปเสียเงินเรียนนะเปลืองตังง
             ไทย 9 วิชา : จากที่ฟังรุ่นพี่และดูข้อสอบเก่าคือมันจะเป็นแนว วิเคราะห์ อ่านจับใจความซึ่งไม่ยากเลยเว้ย ไทย 9 วิชาเราเลยไม่เตรียมตัวเลย55555 เพราะมองว่ามันไม่จำแป็นขนาดนั้นถึงเตรียมตัวไปเต็มที่ใช้เข้า มธ ก็แค่ 10% เอาเวลาไปเน้น เลขกับอังกฤษคุ้มกว่า(เราจะเข้า จุฬา ซึ่งมันไม่ได้ใช้ตัวนี้ด้วยแหละเลยไม่เตรียมตัว)

สังคม
              เราเป็นคนไม่เก่งสังคมเลยโชคดีที่ มธ ใช้วิชานี้แค่ 10% อีกอย่างเนื้อหามันกว้างสำหรับเรา เราเลยเลือกที่จะปล่อยวาง5555555 ล้อเล่น เราไปเรียนคอร์ส 1 day ของครูป็อบตรงพญาไท ซึ่งถามว่ามันจำเป็นไหมเราว่าไม่ค่อยเพราะสังคมมันจับทางได้ค่อนข้างยากอะครับ เราเลยใช้เวลาเตรียมสังคมแค่เรียนคอร์สครูป็อบนั่นแหละ ไม่ได้ทำโจทย์ + อ่านเองเลย


การจัดเวลา+เตรียมตัว
           อย่างที่่เราบอก เราให้น้ำหนักกับ อังกฤษกับเลข มากกว่าไทยกับสังคมดังนั้นตารางเวลาของเราจะมีแต่ 2 วิชานี้เป็นส่วนใหญ่  ปกติเราจะจัดสลับวันกัน เช่น 2 วันนี้ทำเลข (1 วันโจทย์ 1 วันเฉลย) 2 วันหลังทำอิ้ง (1 วันโจทย์ 1 วันเฉลย) ถ้าตรงไหนผิดหรือไม่เข้าใจก็ใช้วันเฉลยดูให้เข้าใจซะ

           พอมาถึงช่วงเปิดเทอมด้วยความที่เป็น ม6 เราค่อนข้างจะเทในห้องมากๆ55555 (ไม่ดี) ส่วนใหญ่วิชาที่เราไม่ได้ใช้ในการสอบเข้ามหาลัย เราจะเอาโจทย์เลขขึ้นมาทำกับเพื่อนแทน เพราะเลขมันทำได้เรื่อยๆ ทำแก้เบื่อก็ได้  พอถึงเวลาเลิกเรียนมันก็จะขึ้นอยู่กับว่าเป็นวิชาไหน ปกติเลิก 2 โมงเราจะไปอ่านหนังสือที่ร้านแถว รร ประมาณ 4 โมง (เที่ยวเล่น 2 ชม สายชิว5555)

          1. เลข : เราจะให้เวลา 3 ชม ในการทำโจทย์ พอครบ 3 ชมก็พอ แล้ววันรุ่งขึ้นเลิกเรียนค่อยมาเก็บเฉลย ตอนเก็บเฉลยย้ำว่าให้ดูให้ละเอียดว่าข้อนี้ผิดเพราะอะไรไม่ใช่แค่ดูว่าข้อไหนถูกผิดไม่งั้นแกจะไม่เข้าใจเลขเลยสักที
          2. อังกฤษ : GAT / 9วิชา เราจับเวลาทำ 1.30 ชม ตามเวลาข้อสอบจริงเลย ส่วนใหญ่จะเจอพวกศัพท์ที่ไม่รู้กับบทความที่อ่านไม่เข้าใจเยอะ อีกวันนึงเราก็จะทุ่มเทเวลาให้กับการจดศัพท์ + แปลบทความไปเลย   ทริคสำหรับคนขี้เกียจท่องศัพท์คืออ่านบ่อยๆเจอเยอะๆแล้วมันจะติดหัวไปเอง


***ข้อผิดพลาดที่เราเจอกับตัวเอง***
              เลข –เราคิดว่า PAT1 มันยากกว่า 9 วิชาเราเลยเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำโจทย์ PAT1 ไม่ค่อยได้ทำ 9 วิชาเลย แต่พอไปทำจริงๆเรากลับทำ 9 วิชาไม่ค่อยได้ อันนี้เป็นเพราะเราประมาทคิดแค่ว่า ถ้าได้ PAT1   เลข 9 วิชาก็หมูๆ แต่จริงๆไม่เลย ดังนั้นเตรียมตัวกับมันดีๆด้วยนะครับอย่าประมาท

             อังกฤษ –ตอนทำ 9 วิชา เรารนมากในห้องทำให้เสียเวลาไปหลายนาทีในขณะที่คนอื่นทำไปไกลกันมากแล้วอาจเป็นเพราะเรากลัว อังกฤษ 9 วิชาด้วยแหละเพราะมันยาว ดังนั้นแนะนำว่าให้ทำสมาธิมาดีๆก่อนเข้าห้องสอบอย่าไปสติแตกแบบเราตอนไปทำ 9 วิชาอิ้ง ให้แกคิดว่าเออวันนี้แกมาเพื่อ ฆ่าข้อสอบเว้ย

            GAT Thai-วันไปทำข้อสอบจริงปรากฎว่าเราอ่านไม่รอบครับเราเลยเสียคะแนนฟรีไปเลย 15 คะแนนดังนั้นย้ำน้องๆเลยนะว่า GAT Thai อ่านไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดเวลาเลย เพราะเสียคะแนนแบบเราไปแล้วมันไม่คุ้มจริงๆ อวดคะแนนกับเพื่อนไม่ได้ ไม่สนุกเลย5555555555555

            ไทย,สังคม –ไม่มีไรพูดถึงไม่ได้เตรียมตัวคะแนนเลยไม่ดี55555555ยอมรับความผิดเองอันนี้

            ถ้าถามกันจริงๆ การสอบมหาลัยมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิดนะเราเชื่อว่าถ้าเกิดเรารู้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร แล้ววางแผนทีละขั้น ค่อยๆเดินตามแผนไปมันก็จะสำเร็จได้ด้วยตัวแกเองแบบง่ายๆเลย

            ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านมากเลยย เราหวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆหรือคนที่สนใจในการสอบเข้าคณะนี้ไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม 

*ถ้าหากเนื้อหาส่วนไหนมีความผิดพลาดหรือสร้างความไม่พอใจให้ใครก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ*

















 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป