อ่านนิยายมาเยอะมาก จนวันนึงรู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม [ยินดีให้แชร์]

วิว
ออกตัวก่อนว่าเป็นคนที่อ่านนิยายเยอะมากมากกก เริ่มอ่านตั้งแต่ป.6ตอนนี้มหาลัยปี5แล้ว หลังๆ4-5ปีมานี้เราอ่านหนักมากอ่านทุกวัน ทั้งวัน ว่างก็เปิดอ่าน ไม่มีเรื่องใหม่ๆ ก็ย้อนไปอ่านเรื่องเก่าๆที่เคยอ่าน จนวันนึง ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นบ้างไหม เราเคยอ่านนิยายอ่านสนุกเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร แต่ตอนนี้ มันเปลี่ยนไป บ้างทีเราอ่าน เราไม่เข้าถึงตัวละครเลย ไม่อิน บ้างทีอ่านเหมือนท่องอยู่ในใจ ไม่ได้จินตนาการตาม ทั้งที่เราอยากอ่าน อยากสนุกไปกับมัน จะว่าเอียนก็ไม่ใช่มั้ง เพราะเราก็ยังอยากที่จะอ่านมัน ไม่เบื่อที่จะหาเรื่องใหม่ๆอ่าน แต่พอเปิดอ่านกลับวนๆเหมือนเดิม ไม่อิน อ่านเหมือนท่องในใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวกดปิด เซ็งที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน อยากกลับมาอ่านนิยายให้สนุกได้เหมือนเดิม บางเรื่องติดTOP10มีแต่คนบอกสนุกแต่เรากลับอ่านไม่ได้แม้แต่ตอนเดียว 

ปล.ไม่มีอะไรมากแค่อยากระบาย แต่ถ้าใครเป็นๆเหมือนกันลองมาเล่าให้ฟังว่าเป็นเหมือนกันไหมแล้วมีวิธีแก้กันแบบไหนบ้าง
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เมื่อคุณโตขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้น มีความรู้ ความคิด และมุมมองต่อสิ่งต่างๆที่มากขึ้น คุณจะไม่สามารถอ่านหนังสือที่เคยอ่านแล้วรู้สึกว่าสนุกในตอนเด็กๆให้รู้สึกสนุกแบบนั้นได้ทั้งหมด เพราะคุณรู้แล้ว ว่าบางทีสิ่งที่คุณเคยคิดว่าสนุก เคยคิดว่าดีในวัยเด็ก พอโตมา มันไม่ได้สนุกหรือดีขนาดนั้น เผลอๆคุณจะเจอจุดพลาดของเรื่องนั้นๆที่ตอนเด็กคุณไม่เคยรู้ว่ามีด้วยซ้ำไป


    ตอนเราป.2 แฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มแรกเพิ่งออก เราอ่านด้วยความรู้สึกสนุกสนาน รู้สึกว่ามันช่างอลังการแฟนตาซี และเต็มไปด้วยจินตนาการมาก ความคิดของเราที่มีต่อแฮร์รี่ในตอนนั้นคือ นี่คือหนังสือที่สนุกมากจริงๆ


    ทว่าวันนี้ วันที่เราทำงานมาหลายปีแล้ว เราหยิบแฮร์รี่ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เราก็ยังคงได้รับความสนุกนั้นอยู่ เพียงแต่มันไม่ "สุด" เท่าเก่าแล้ว ด้วยเราเองที่ดันไปเจอจุดพลาดเล็กๆของเรื่อง ที่เราในวัยเด็กไม่เคยเจอ ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับหนังสือนิยายเล่มใหม่ๆที่เราอ่านเช่นกัน อ่านแล้วสนุก แต่ไม่สุด


    วิธีแก้ของเราคือ อ่านให้มากขึ้น หาอะไรใหม่ๆแนวใหม่ๆมาอ่านเพิ่มขึ้น เพื่อเปิดความคิดและมุมมองใหม่ๆของตน ปล่อยวางความคิดคติธรรมที่ถูกฝังหัวจากเรื่องเก่าๆออกไป แล้วเราก็จะได้เจอเรื่องที่ทำให้เราสนุกไปกับการอ่านเอง


    เพราะนิยายมันก็เหมือนเดิม แต่ความคิดอ่าน และมุมมองต่อโลกของคนอ่านต่างหากที่ไม่เหมือนเดิม

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ที่อยากอ่านคงเป็นเพราะคุณอ่านจนติดเป็นนิสัยแล้วมั้งคะ อันนี้เราเดา เพราะเท่าที่อ่าน คุณดูจะอ่านทุกวันเลย

    ของเราถ้าไม่อิน ไม่โดน คงเป็นเพราะไม่ถูกจริตมากกว่าค่ะ เป็นเหมือนกันค่ะ บางเรื่อง คนนั้นคนนี้ว่าดีว่าโดน แต่พอเราลองอ่าน มันกลับไม่ใช่ซะอย่างนั้น

    วิธีแก้ของเราคือ หาเรื่องอื่นอ่านค่ะ มันต้องมีสักเรื่องที่ตรงกับจริตของเรา ที่จะสามารถดึงให้เราสนุกไปกับมันได้ แต่วิธีการนำเสนอ และการเขียนก็สำคัญเหมือนกัน เพราะถ้าไม่โดนก็ไม่ไปต่อ

    เราคิดว่า คุณจะต้องเจอเรื่องที่โดนใจแน่นอนค่ะ คงต้องค่อย ๆ ค้นหากันต่อไป

    ฝันดีนะคะ ^…^

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เห็นด้วยกับคุณหอยทากฯนะคะ ส่วนตัวก็เป็นเหมืือนจขกท.คือ พอเวลาผ่านไปเรา "อิน" กับนิยายยากขึ้น พอยากขึ้นความอยากอ่านมันก็น้อยลง จนบางทีซื้อกองมาเป็น 10 เล่ม แต่เปิดพลิกได้แต่สักพัก แล้วก็วางลงเฉยเลย สุดท้ายก็โน่นค่ะ...เตรียมบริจาคให้ห้องสมุดต่างๆบ้าง จนบางครั้งเข้าใจตัวเองว่า ทำไมบางเล่มถึงหยิบซ้ำแล้วซ้ำอีก (ส่วนมากเป็นของนักเขียนชั้นครู) เพราะพออ่านแล้วครั้งหนึ่ง เวลาผ่านไปอีกรอบกลับได้อีกแง่มุมหนึ่งเพิ่มขึ้น ถ้าเจอหนังสือแบบนั้น..เราจะรักมันมาก ซึ่งตอนนี้งานเขียนที่ชอบอ่านกลายเป็นงานสายปรัชญาแทน


    ขณะที่วรรณกรรมบางเล่ม อ่านแล้วก็แล้วกัน ไม่คิดจะหยิบมาอ่านซ้ำอีก อย่างแฮร์รี่ฯ บอกเลยว่าอ่านรอบเดียวแล้วจบเลย ไม่คิดจะหยิบมาอ่านซ้ำเพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจจากการอ่านครั้งแรกหายไป


    วรรณกรรมบางเล่ม อ่านครั้งแรกได้ความสนุกและภาพชัดในหัว แต่อ่านครั้งที่สอง ได้มุมมองความคิดตัวละคร อ่านครั้งที่สามได้ศึกษากลยุทธ์การเขียนนิยายของเขา ค่อยๆถอดสิ่งที่เราชอบและนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการเขียนนิยายของเรา


    ดังนั้นในฐานะของนักอ่านที่เกิดรู้สึกเบื่อหรือไม่อินกับตัวละครทั้งที่เคยชอบอ่านนิยายมาก...เรื่องนี้ไม่แปลกค่ะ แค่ตอนนี้คุณยังไม่เจอเล่มที่ "ใช่" ที่สามารถเปิดความท้าทายใหม่ๆให้ได้

    ข้อเสนอคือ ลองเปลี่ยนแนวนิยายที่อ่านค่ะ ถ้าไม่เคยอ่านนิยายแปลต่างประเทศ ลองหามาอ่านก็ได้ อาจจะได้ "กลิ่น"ที่แปลกใหม่ วัฒนธรรมที่แปลกใหม่กว่าการอ่านนิยายไทย หรือเรือนแก้วยังฉีกแนวเดิมๆ ไปอ่านพวก หนังสือที่เขียนจากเรื่องจริงประวัติคนจริงๆ มันก็จะให้ความ "ชัด"และ "สมจริง" ที่เราเชื่อได้หมดใจ ถ้านักเขียนแปลได้ดี เราก็จะเข้าถึงอารมณ์หนังสือเล่มนั้นได้


    ปล. ถ้าอ่านงานภาษาอังกฤษได้ โลกจะกว้างขึ้นอีกเยอะ แล้วจขกท.อาจจะไม่บ่นอีกเลยก็ได้ เพราะมหาสมุทรของหนังสือมันช่างกว้างใหญ่ค่ะ :)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    วาสลินคันนม
    Guest IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ยิ่งโต ความคิดยิ่งเปลี่ยน

    ยิ่งอ่านมาก ยิ่งจับทางได้ง่าย

    ยิ่งเจอเรื่องซ้ำซาก ยิ่งเอียน

    ยิ่งอ่านแต่กลุ่มเดิมๆ ยิ่งเบื่อ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ในตอนที่เพิ่งเริ่มอ่าน อะไรก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมดแม้กระทั่งนิยายกากๆ

    แต่พอยิ่งอ่านมากขึ้น ก็รู้มากขึ้น เริ่มเลือกของเป็นว่าอันไหนดีอันไหนโดน

    ละก็แบบ ....นี่เราเคยอ่านเรื่องถุยๆขนาดนั้นไปได้ยังไงฟะ 55555555

    วันนึงสกิลการอ่านเราจะคัดกรองเอาแต่ของดีๆ  ใครจะเสียเวลากับของกากๆกัน

    อันไหนภาษาห่วย เนื้อเรื่องไม่แน่น ตัวละครเพ้อๆ นู่น~ ไปกองมุมห้องจย้า

    ต่อให้ซื้อแบบเป็นบ็อกเซ็ตมาจนถึงเล่มจบ บางทีอ่านแค่เล่มแรกก็ไม่ได้ไปต่อแล้ว

    ละทุกวันนี้ถามว่ากองดองเกิดมาจากอะไร คือส่วนนึงคือไม่มีเวลาเข็นให้หมดเล่ม

    ละอีกครึ่งนึงเป็นนิยายที่ไม่ผ่านมาตรฐานคัดกรองหลังจากอ่านไปพอสมควร 555


    ตอบกลับ

18 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่อยากอ่านคงเป็นเพราะคุณอ่านจนติดเป็นนิสัยแล้วมั้งคะ อันนี้เราเดา เพราะเท่าที่อ่าน คุณดูจะอ่านทุกวันเลย

      ของเราถ้าไม่อิน ไม่โดน คงเป็นเพราะไม่ถูกจริตมากกว่าค่ะ เป็นเหมือนกันค่ะ บางเรื่อง คนนั้นคนนี้ว่าดีว่าโดน แต่พอเราลองอ่าน มันกลับไม่ใช่ซะอย่างนั้น

      วิธีแก้ของเราคือ หาเรื่องอื่นอ่านค่ะ มันต้องมีสักเรื่องที่ตรงกับจริตของเรา ที่จะสามารถดึงให้เราสนุกไปกับมันได้ แต่วิธีการนำเสนอ และการเขียนก็สำคัญเหมือนกัน เพราะถ้าไม่โดนก็ไม่ไปต่อ

      เราคิดว่า คุณจะต้องเจอเรื่องที่โดนใจแน่นอนค่ะ คงต้องค่อย ๆ ค้นหากันต่อไป

      ฝันดีนะคะ ^…^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ในตอนที่เพิ่งเริ่มอ่าน อะไรก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมดแม้กระทั่งนิยายกากๆ

      แต่พอยิ่งอ่านมากขึ้น ก็รู้มากขึ้น เริ่มเลือกของเป็นว่าอันไหนดีอันไหนโดน

      ละก็แบบ ....นี่เราเคยอ่านเรื่องถุยๆขนาดนั้นไปได้ยังไงฟะ 55555555

      วันนึงสกิลการอ่านเราจะคัดกรองเอาแต่ของดีๆ  ใครจะเสียเวลากับของกากๆกัน

      อันไหนภาษาห่วย เนื้อเรื่องไม่แน่น ตัวละครเพ้อๆ นู่น~ ไปกองมุมห้องจย้า

      ต่อให้ซื้อแบบเป็นบ็อกเซ็ตมาจนถึงเล่มจบ บางทีอ่านแค่เล่มแรกก็ไม่ได้ไปต่อแล้ว

      ละทุกวันนี้ถามว่ากองดองเกิดมาจากอะไร คือส่วนนึงคือไม่มีเวลาเข็นให้หมดเล่ม

      ละอีกครึ่งนึงเป็นนิยายที่ไม่ผ่านมาตรฐานคัดกรองหลังจากอ่านไปพอสมควร 555


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      วาสลินคันนม
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ยิ่งโต ความคิดยิ่งเปลี่ยน

      ยิ่งอ่านมาก ยิ่งจับทางได้ง่าย

      ยิ่งเจอเรื่องซ้ำซาก ยิ่งเอียน

      ยิ่งอ่านแต่กลุ่มเดิมๆ ยิ่งเบื่อ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาการเดียวกันเลยค่ะ555 เราเองตอนนี้ก็แทบไม่อ่านเลย จากเมื่อก่อนอ่านได้ทุกวัน มีช่วงหนึ่งว่างเว้นไม่อ่านเลยไปห้าหกปี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เมื่อคุณโตขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้น มีความรู้ ความคิด และมุมมองต่อสิ่งต่างๆที่มากขึ้น คุณจะไม่สามารถอ่านหนังสือที่เคยอ่านแล้วรู้สึกว่าสนุกในตอนเด็กๆให้รู้สึกสนุกแบบนั้นได้ทั้งหมด เพราะคุณรู้แล้ว ว่าบางทีสิ่งที่คุณเคยคิดว่าสนุก เคยคิดว่าดีในวัยเด็ก พอโตมา มันไม่ได้สนุกหรือดีขนาดนั้น เผลอๆคุณจะเจอจุดพลาดของเรื่องนั้นๆที่ตอนเด็กคุณไม่เคยรู้ว่ามีด้วยซ้ำไป


      ตอนเราป.2 แฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มแรกเพิ่งออก เราอ่านด้วยความรู้สึกสนุกสนาน รู้สึกว่ามันช่างอลังการแฟนตาซี และเต็มไปด้วยจินตนาการมาก ความคิดของเราที่มีต่อแฮร์รี่ในตอนนั้นคือ นี่คือหนังสือที่สนุกมากจริงๆ


      ทว่าวันนี้ วันที่เราทำงานมาหลายปีแล้ว เราหยิบแฮร์รี่ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เราก็ยังคงได้รับความสนุกนั้นอยู่ เพียงแต่มันไม่ "สุด" เท่าเก่าแล้ว ด้วยเราเองที่ดันไปเจอจุดพลาดเล็กๆของเรื่อง ที่เราในวัยเด็กไม่เคยเจอ ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับหนังสือนิยายเล่มใหม่ๆที่เราอ่านเช่นกัน อ่านแล้วสนุก แต่ไม่สุด


      วิธีแก้ของเราคือ อ่านให้มากขึ้น หาอะไรใหม่ๆแนวใหม่ๆมาอ่านเพิ่มขึ้น เพื่อเปิดความคิดและมุมมองใหม่ๆของตน ปล่อยวางความคิดคติธรรมที่ถูกฝังหัวจากเรื่องเก่าๆออกไป แล้วเราก็จะได้เจอเรื่องที่ทำให้เราสนุกไปกับการอ่านเอง


      เพราะนิยายมันก็เหมือนเดิม แต่ความคิดอ่าน และมุมมองต่อโลกของคนอ่านต่างหากที่ไม่เหมือนเดิม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นด้วยกับคุณหอยทากฯนะคะ ส่วนตัวก็เป็นเหมืือนจขกท.คือ พอเวลาผ่านไปเรา "อิน" กับนิยายยากขึ้น พอยากขึ้นความอยากอ่านมันก็น้อยลง จนบางทีซื้อกองมาเป็น 10 เล่ม แต่เปิดพลิกได้แต่สักพัก แล้วก็วางลงเฉยเลย สุดท้ายก็โน่นค่ะ...เตรียมบริจาคให้ห้องสมุดต่างๆบ้าง จนบางครั้งเข้าใจตัวเองว่า ทำไมบางเล่มถึงหยิบซ้ำแล้วซ้ำอีก (ส่วนมากเป็นของนักเขียนชั้นครู) เพราะพออ่านแล้วครั้งหนึ่ง เวลาผ่านไปอีกรอบกลับได้อีกแง่มุมหนึ่งเพิ่มขึ้น ถ้าเจอหนังสือแบบนั้น..เราจะรักมันมาก ซึ่งตอนนี้งานเขียนที่ชอบอ่านกลายเป็นงานสายปรัชญาแทน


      ขณะที่วรรณกรรมบางเล่ม อ่านแล้วก็แล้วกัน ไม่คิดจะหยิบมาอ่านซ้ำอีก อย่างแฮร์รี่ฯ บอกเลยว่าอ่านรอบเดียวแล้วจบเลย ไม่คิดจะหยิบมาอ่านซ้ำเพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจจากการอ่านครั้งแรกหายไป


      วรรณกรรมบางเล่ม อ่านครั้งแรกได้ความสนุกและภาพชัดในหัว แต่อ่านครั้งที่สอง ได้มุมมองความคิดตัวละคร อ่านครั้งที่สามได้ศึกษากลยุทธ์การเขียนนิยายของเขา ค่อยๆถอดสิ่งที่เราชอบและนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการเขียนนิยายของเรา


      ดังนั้นในฐานะของนักอ่านที่เกิดรู้สึกเบื่อหรือไม่อินกับตัวละครทั้งที่เคยชอบอ่านนิยายมาก...เรื่องนี้ไม่แปลกค่ะ แค่ตอนนี้คุณยังไม่เจอเล่มที่ "ใช่" ที่สามารถเปิดความท้าทายใหม่ๆให้ได้

      ข้อเสนอคือ ลองเปลี่ยนแนวนิยายที่อ่านค่ะ ถ้าไม่เคยอ่านนิยายแปลต่างประเทศ ลองหามาอ่านก็ได้ อาจจะได้ "กลิ่น"ที่แปลกใหม่ วัฒนธรรมที่แปลกใหม่กว่าการอ่านนิยายไทย หรือเรือนแก้วยังฉีกแนวเดิมๆ ไปอ่านพวก หนังสือที่เขียนจากเรื่องจริงประวัติคนจริงๆ มันก็จะให้ความ "ชัด"และ "สมจริง" ที่เราเชื่อได้หมดใจ ถ้านักเขียนแปลได้ดี เราก็จะเข้าถึงอารมณ์หนังสือเล่มนั้นได้


      ปล. ถ้าอ่านงานภาษาอังกฤษได้ โลกจะกว้างขึ้นอีกเยอะ แล้วจขกท.อาจจะไม่บ่นอีกเลยก็ได้ เพราะมหาสมุทรของหนังสือมันช่างกว้างใหญ่ค่ะ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราใช้วิธี...

      แต่งเองค่ะ

      เลิกอ่านของทุกคน 5555

      ยกเว้น....ที่.....เออออ โอเค...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือfictionตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายต่างประเทศ และหนังสือที่เราเคยซื้อตอนเด็กๆบางส่วนยังมีเก็บไว้ที่บ้าน ฝ

      ตอนปิดเทอม ว่่างๆไม่มีอะไรทำ เราก็หยิบหนังสือพวกนั้นมาอ่าน และเราพบว่าเรายังสนุกกับหนังสือเหล่านั้นอยู่ ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะสำนวนการเขียนคมชัดกว่า กวาดตาครั้งเดียวก็เข้าใจเลย พล็อตเรื่องไม่ว่าแนวไหนน่าสนใจ อ่านไม่กี่ตอนก็วางไม่ลง เนื้อหาเข้าถึงง่ายกว่า เป็นการใช้สิ่งที่คุ้นเคยเพื่อให้รู้จักสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เข้าถึงในวงกว้าง 

      ตอนนั้นเราไม่เคยอ่านแนวฆาตรกรรมสืบสวนสอบสวนมาก่อน พอได้ลองอ่านก็เห็นว่าสนุก ถึงแม้จะไม่ได้สนใจองค์ประกอบไหนเป็นพิเศษก็ตาม ของไทยเราอ่านแนวแฟนตาซีที่มีภาคต่อเยอะๆ ก็รู้สึกว่าสนุก น่าติดตาม 

      จำได้ว่าเราไปห้องสมุดทุกวัน ยืมหนังสือเกือบทุกวัน แล้วก็ชอบไปร้านหนังสือมากๆ ตอนนั้นถ้าเดินดูก็ต้องมีเล่มที่เราอยากซื้อ หรือเด็กเป็นวัยที่ชอบเรื่องจินตนาการอยู่แล้ว บวกกับองค์ประกอบในนิยายในตอนนั้นมีความคลาสสิก 

      แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าพล็อตในนิยายหลายๆเรื่องซ้ำกัน พอซ้ำมากๆคนก็เบื่อ ตอนนี้คนเขียนลองฉีกแนวออกไปหาแนวทางใหม่ๆ ทั้งเรื่องการใช้ภาษาที่อ่านสบายตา แต่บางส่วนอ่านผ่านตาก็หายไป ไม่ได้ตีความขณะอ่านไปด้วยก็จะไม่เข้าใจ 

      แนวนิยายที่หลากหลายมากขึ้น ที่นิยมเขียน-อ่านในสมัยนี้อาจไม่เหมือนสมัยก่อน และแต่ละแนวเจาะตลาดได้แค่เฉพาะกลุ่ม เพราะความเข้มข้นขององค์ประกอบในแนวนิยายนั้นๆ ทำให้บางกลุ่มอ่านแล้วชอบ บางกลุ่มเข้าไม่ถึง 

      และนักเขียนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำงานเขียนอย่างจริงจัง บางคนทำอย่างอื่นไปด้วยจึงไม่มีเวลาให้งานเขียนอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการหาข้อมูลและในเรื่องความชอบของผู้อ่าน พอเห็นว่านิยายในตอนนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบสนองความชอบเฉพาะกลุ่ม จึงเลือกอ่านเช่นเดียวกัน

      เพราะการอ่านนิยายกลายเป็นงานอดิเรกคลายเครียดจากความเครียดในชีวิตจริง และยังมีบางเรื่องที่ยังไม่ถูกยอมรับ เนื้อหาถูกปรับให้เบาลง สีสันจึงหายไป กลายเป็นว่าความสนุกของนิยายสมัยนี้อยู่ลึกเกินไป นักอ่านต้องใช้ความพยายามเข้าถึงด้วยตัวเอง เราเองก็รู้สึกว่านิยายหลายๆเรื่องยังไม่สมบูรณ์ ต้องให้นักอ่านคิดตามไปด้วย หรือบางเรื่องนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องเดียวมากเกินไป เช่น เซ็กส์ มันจึงน่าเบื่อ 

      แต่ทั้งหมดนี้ทำเพื่อฉีกแนวจากนิยายที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อก่อน เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุงจึงยังไม่ลงตัว ที่ทำได้คือรอ เลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ชอบ เปิดกว้างพยายามเข้าใจความคิดนักเขียน หรือไม่ก็เปลี่ยนไปทำกิจกรรมยามว่างอื่นๆไปเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นด้วยกับหลายๆ ความเห็นค่ะ


      เราก็เป็นคนนึงที่อ่านมาตั้งแต่เด็ก อ่านทั้งงานไทยและวรรณกรรมแปล เข้ามหา'ลัยก็อ่าน แต่พอจบมาทำงานก็เริ่มห่าง แต่ก็ยังแวะเวียนอ่านในเว็บอยู่ หนังสือที่ซื้อมาจากงานต่างๆ ที่ตั้งบูทจัดก็กองไว้ที่เดิม เราบอกตัวเองว่าไม่มีเวลาที่จะอ่านเพราะยุ่งกับการทำงาน แต่ถ้ามองย้อนไปจริงๆ ถ้าเรื่องไหนสนุกมากๆ เราจะมีความรู้สึกอยากรู้จนยากที่จะวางลง ลองคิดๆ ดูแล้วอาจเพราะประสบการณ์อ่านที่มากและหลากแนวหลากเทคนิคทำให้เราพอที่จะคาดการณ์เหตุการณ์ในเรื่องได้จนความตื่นเต้นมันหายไป ยิ่งรู้เยอะเรายิ่งมองเห็นสิ่งที่เราในวัยเด็กไม่เคยเห็นได้เยอะ เผลอๆ บางเหตุการณ์เราต้องเจอมันอยู่ทุกวันจนเป็นความเคยชินไปแล้ว มันก็เลยไม่มีความตื่นเต้นขึ้นมาอีก แต่เราในตอนนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นเบื่อหนังสือไปเลย ยังคงอ่านผลงานที่ทำให้ติดตามได้อยู่เสมอ


      มันต้องมีอยู่แล้วค่ะ ผลงานที่จะทำให้เราตื่นเต้นและอยากรู้จนติดตามได้อีกครั้ง แต่เราแค่ยังหามันไม่เจอเท่านั้น คนเขียนบางคนเริ่มเขียนตั้งแต่อายุที่เราๆ เริ่มอ่านหนังสือกัน ยิ่งโตแนวเขียนก็ยังเปลี่ยนได้ แล้วนับประสาอะไรกับนักอ่านค่ะที่พอโตแล้วความตื่นเต้นที่รออยู่จะไม่เปลี่ยนไป


      ถ้าการอ่านคือเรื่องสนุก คือเรื่องที่จะทำให้ผ่อนคลายได้ คือเพื่อนในยามเหงา คือแหล่งประสบการณ์ชั้นยอดที่ไม่ต้องไปลองเอง ถ้าแบบนั้นก็อย่าหยุดหาค่ะ เพราะสักวันหนึ่งเราจะเจอเพื่อนที่ว่านั้นอีกครั้ง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรามีวิธีแนะนำ ดังนี้

      1. พักการอ่านนิยาย : หากท่านรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นสื่อใดๆที่เป็นนิยายไม่ทำให้ท่านบันเทิงอีกในตอนนั้น ควรหาแหล่งบันเทิงใหม่คั่นเวลาหรือเสริมเข้าไป

      2. แต่งนิยายเอง : ปัจจุบันท่านมักเจอนิยายที่ไม่ถูกใจท่าน แต่ท่านยังคงใฝ่หานิยายที่ใช่สำหรับท่าน การแต่งเองอ่านเองจะดีไม่น้อย

      3. ออกกำลังกาย : เล่นกีฬา เข้าฟิตเนสหรือออกกำลัง อาจช่วยกระตุ้นความบันเทิงแก่นิยายได้

      4. ลาก่อนนิยาย : ถ้าลองวิธีอื่นหมดแล้วไม่ได้ผล ก็เลิกเรื่องนิยายไปเลย เพราะท่านอาจอิ่มตัวหรือบรรลุเรื่องนิยายในโลกหล้าแล้ว

      เผื่อจะช่วยท่านได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นเหมือนกันครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่างที่หลายท่านบอกไปแล้วว่าเป็นเพราะอายุเพิ่มขึ้นค่ะ ความคิดและประสบการณ์เปลี่ยนทำให้สีสันของการอ่านหนังสือเปลี่ยนไป


      เสียใจด้วยถ้าจะบอกว่าคงยากที่จะได้ประสบกับหนังสือที่อ่านแล้วสนุกขั้นสุด อย่างดีอาจจะถึงแค่ขั้นกว่าเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน มุมมองใหม่ที่มีต่อหนังสือจะเข้ามาแทนที่ค่ะ และนั่นเป็นสิ่งที่ต้องตามหาเอาเอง


      จนถึงตอนนี้ เราอ่านหนังสือมาได้สามสิบปีแล้ว ผ่านช่วงเวลาการหยิบจับหนังสือรูปแบบต่างๆ มาไม่น้อย เพียงแค่ว่า เราโชคดีที่อ่านหนังสือเกินอายุตลอดเวลา เลยไม่ค่อยเบื่อมากนัก (ทั้งชีวิต เราแทบไม่เคยอ่านวรรณกรรมเยาวชนเลย มาอ่านก็ตอนอายุเป็นแม่ของเด็กวัยที่ต้องอ่านนั่นแหละ)


      ขอให้คุณจขกท หาหนังสือที่ถูกจริตได้ในเร็ววัน 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเคยเป็น แต่ก่อนชอบอ่านหนังสือ พกหนังสือ ไปไหนก็ต้องอ่านตลอด

      ทั้งนิยาย หนังสือความรู้ หนังสือการ์ตูน อยากซื้ออ่านเยอะแยะหลายเล่มไปหมด

      ถ้าโตขึ้นทำงานแล้วมีเงินเองก็อยากมีชั้นหนังสือ ห้องหนังสือ เป็นของตัวเอง

      พอถึงเวลาได้ซื้อได้มีไว้ดองจริง ๆ จากนั้นมาเราก็ไม่ค่อยได้อ่านจริงจังเหมือนแต่ก่อน

      เพราะคิดว่ามีให้อ่านอยู่นะ มีเวลาอยู่ แต่เราก็ไม่ได้อ่านสักทีมีแต่ซื้อตลอด

      จนมีความคิดว่า นี่เราไม่อยากอ่านหนังสืออีกแล้วเหรอ

      ได้แต่องกองดองแล้วเบือนหน้าหนี ทั้ง ๆ ที่บ้านก็ทำร้านหนังสือ หนังสือเยอะแยะ

      หลายเรื่องขายไปแล้ว เสียดายมาก ๆ ที่ยังไม่ได้อ่าน T^T

      อย่างในเว็บลองอ่านแล้วไม่มีเรื่องไหนประทับใจเป็นพิเศษ

      และดูเหมือนจะหายากขึ้นทุกที ไม่ว่าใครบอกอันนี้หนุกนะ พอไปลองก็ไม่ใช่แนว

      หรือจะกลับมาอ่านหนังสือเล่มดีกว่า คงเหมาะกับเรามากกว่า


      จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอ่านหนังสืออีกครั้ง เพราะ เราอยากพิชิตกองดองที่เยอะมาก

      คือ เราไม่จำเป็นต้องอ่านในเรื่องที่ไม่ชอบก็ได้ เลือกเล่มที่อยากอ่านจริง ๆมาอ่าน

      แล้วก็เริ่มเขียนบันทึกเล่มที่อ่านไปด้วย เพื่อพิชิตกองดองที่สูงมาก

      ผลพลอยได้คือทำให้เรากลับมาอยากอ่านหนังสืออีกครั้ง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อายุเป็นผู้ใหญ่แล้ว ลองเปิดประสบการณ์ อ่านเรื่องยากๆกว่าตามเว็บดูบ้างค่ะ

      เหยื่ออธรรม มาลัยสามชาย รัฐสัตว์ สูญสิ้นความเป็นคน ฯลฯ

      ในโลกนี้มีวรรณกรรมที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัยตลอดชีวิต เราเชื่ออย่างนั้นนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนนี้เป็นเหมือนกัน

      เราเรียกว่าโรคขี้เบื่อ

      พอทำอะไรมากไปมันมีจุดหนึ่งแบบอิ่มตัว

      จากที่เคยสนุกไม่สนุกไปเลย

      เพราะโตขึ้นละมั้ง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณยังวนเวียนอยู่กับแหล่งเดิมๆที่ใช้ในการหานิยายอ่าน ลองหาลู่ทางใหม่ๆ เช่น ถ้าอ่านนิยายภาษาอังกฤษก็เข้าไป เสิร์ชหาชื่อนิยายขายดีติดอันดับโลกประจำเดือน หรือประจำปีของนิวยอร์กไทมส์ก็ได้ ในนิยายทุกหมวดล้วนมีเพชร…วงการนิยายโลกไม่เคยหยุดนิ่ง ถึงจะเป็นภาษาที่เราไม่มีปัญญาอ่าน เช่น ภาษารัสเซีย ภาษาโปรตุเกส ฯลฯ แต่ถ้ามันดีจริงย่อมมีการซื้อลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ยิ่งนิยายประเภทที่กวาดรางวัลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น บุ๊กเกอร์ ไพรซ์หรือ โนเบล ไพรซ์ หรือ อะไรต่อมิอะไร จะช่วยทำให้เรารู้สึกว่าโลกวรรณกรรมนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะอ่านนิยายดีๆได้ถึงเศษหนึ่งส่วนล้านหรือเปล่า?


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่ค่อยได้อ่านเยอะ แต่ชอบอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียน โดยเฉพาะตอนที่เราชอบ ก็อ่านได้ตลอดเลย


      มันจะเหมือนดูละครไหม เราเบื่อละครที่ตบตีแย่งผู้ชาย หรือผู้ชายรังแกผู้หญิงแบบนี้ จะไม่ดูเลย มันน่าจะคล้ายกันนะ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ประสบการณ์ชีวิตทำให้ความคิดเปลี่ยนค่ะ อาจจะผนวกกับความคาดหวังด้วยหน่อยๆ


      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป