/>

" วิถีแต่เดิม " .. " เลิก ทำ ไม่ ได้ " ..แต่.. " ต้องปรับใหม่ให้เหมาะสม " [ยินดีให้แชร์]

วิว

" พื้นที่ปลูกพืชไร่ ณ จ.น่าน คิดโดยประมาณการคร่าวๆ 200,000 ไร่ หากใช้ยาฆ่าหญ้า 1 ลิตร/ไร่ พ่นยาจำนวน 2 ครั้ง/ครอป .. ฤดูฝน น้ำไหลจากที่สูงลงแหล่งน้ำ แหล่งน้ำหลายสายรวมเป็นแม่น้ำ ไหลหล่อเลี้ยง หลายล้านชีวิต? " 
 

วันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำกิจกรรมทางการเกษตรบนพื้นที่สูงนั้น ต้องผจญกับปัญหามากมาย ทั้งยังแบกรับต้นทุนที่สูงอย่างไม่มีหนทางหลีกหนี และคงปฏิเสธความทรงประสิทธิภาพบนพื้นฐานความสะดวก "การใช้สารเคมี" ไม่ได้ .. แต่

ณ บ้านห้วยโทน หมู่บ้านแสนห่างไกลจากตัวจังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้นที่ทำมาหากินตั้งอยู่บน "แนวเทือกเขาหลวงพระบาง" เป็นรอยต่อชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งสามารถเดินไปเยี่ยมยามกันได้เลยทีเดียว จากบรรพชนสู่ลูกหลาน มีเพียง "ข้าวไร่" ซึ่งเป็นพืชเพียงอย่างเดียว บนภูเขาสูงตระหง่าน รอแหล่งน้ำทางการเกษตรเพียงหยาดพระพิรุณ เพื่อพร่างพรมมายังดินแดนนี้ ให้ "ข้าวไร่" ได้ยื่นช่อชูรวง มีผลิตผลให้เพียงพอต่อปากท้องที่รอคอย
 

.. " วิถีแต่เดิม " .. ยังมีการปลูกข้าวไร่ เพื่อดำรงชีพ ซึ่ง อาจถือได้ว่าไม่ตรงตามหลักของเศรษฐศาสตร์หรือหลักการบัญชีมากนัก .. หากเทียบกับพืชไร่ยอดฮิต ที่ราคาพุ่งสูงถึง +-9 บ./กก. เรียกได้ว่าพืชหลักยอดนิยมเลยทีเดียว .. ถึงแม้น " ข้าวไร่ " จะไม่ใช่พืชที่สร้างรายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งนี้เขา ..

.. " เลิก ทำ ไม่ ได้ " .. เพราะ " ศูนย์รวมจิตวิญญาณ " จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งยังตราจิตตรึงใจของเหล่าสายเลือดรุ่นใหม่ แม้กาลเวลาจะหลั่งไหลไปอย่างไม่หยุดยั้งก็ตาม เขาทั้งหลายยังคงตนตัวแห่งอารยธรรมนี้ไม่ให้สิ้นสูญ และยัง

.. " ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม " .. ด้วยความร่วมแรงมุ่งมั่นตั้งใจของทุกๆ ฝ่าย ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ การส่งเสริมการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง .. ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนและพื้นที่อย่างลงตัว .. ด้วยความตระหนักถึงพิษร้ายของการใช้ยาฆ่าหญ้า ทำให้ชาวบ้านนั้นใช้ภูมิปัญญา การผสมน้ำเกลือเพื่อใช้ทดแทน และมีระยะการใช้อย่างเหมาะสม .. การเพิ่มผลผลิตข้าว โดยการ ทดลองทำนาขั้นบันได .. การปลูกกาแฟร่วมกับการรักษาป่า .. การปลูกพริกหวานในโรงเรือน .. จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมาได้ ทำให้ก่อรายได้กับชุมชนเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดปัญหาการเกิดแรงงานพลัดถิ่น ครอบครัวไม่อบอุ่น และปัญหาสังคมอื่นๆ ที่ตามมา 

แต่ .. ทั้งหมดนี้เป็นเพียงก้าวแรกที่ "สำคัญ" ของชุมชนที่รักษาตัวตน พิทักษ์ป่าต้นน้ำ อยู่รวมกับธรรมชาติโดยผาสุข โดยลดการพึ่งพา " ข้าวโพดและยาฆ่าหญ้า" หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงการพิทักษ์ป่าต่างๆ ได้เล็งเห็น และส่งเสริมให้เกิดการขยายผลในเชิงประจักษ์ .. ต่อไป ..

# 23° บนยอดดอย 1,207 M.

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ใครเข้าใจอธิบายให้ผมอ่านด้วยนะครับ อ่านไม่ไหวปวดตา5555

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #1-1


        ใครเข้าใจอธิบายให้ผมอ่านด้วยนะครับ อ่านไม่ไหวปวดตา5555


        สวัสดีค่ะ คุณตุลา


        คือ เจ้าของกระทู้บอกเล่ามาว่า " วิถีแต่เดิม " .. " เลิก ทำ ไม่ ได้ " ..แต่.. " ต้องปรับใหม่ให้เหมาะสม " ค่ะ


        คือเหตุเกิดที่ บ้านห้วยโทน หมู่บ้านแสนห่างไกลจากตัวจังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้นที่ทำมาหากินตั้งอยู่บน "แนวเทือกเขาหลวงพระบาง" เป็นรอยต่อชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา

        และเขาก็พยายามบอกเล่าถึงสภาพภูมิประเทศ คือดินแดน หรือดิ่นฐานซึ่งเขากล่าวถึงด้วยว่าเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ยากต่อการทำการเพราะปลูกพืชชนิดต่างๆด้วยค่ะ


        หากแต่เขาทั้งหลายก็ทำต่อๆกันมาเป็นวัฒนธรรม จากรุ่น สู่รุ่นค่ะ

        ตามที่เขาเล่ามานี้

        .. " วิถีแต่เดิม " .. ยังมีการปลูกข้าวไร่ เพื่อดำรงชีพ ซึ่ง อาจถือได้ว่าไม่ตรงตามหลักของเศรษฐศาสตร์หรือหลักการบัญชีมากนัก .. หากเทียบกับพืชไร่ยอดฮิต ที่ราคาพุ่งสูงถึง +-9 บ./กก. เรียกได้ว่าพืชหลักยอดนิยมเลยทีเดียว .. ถึงแม้น " ข้าวไร่ " จะไม่ใช่พืชที่สร้างรายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งนี้เขา ..

        .. " เลิก ทำ ไม่ ได้ " .. เพราะ " ศูนย์รวมจิตวิญญาณ " จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งยังตราจิตตรึงใจของเหล่าสายเลือดรุ่นใหม่


        หากแต่

        เจ้าของกระทู้ก็บอกเล่ามาด้วยว่า มีการพัฒนา การปลูกพืชผลซึ่งเป็นรายได้เกิดขึ้น และยังสามารถลดยาฆ่าแมลงได้ด้วย ด้วยวิธีออร์แกนิค คือวิธีทางธรรมชาติ คือการใช้เกลือแทนยาฆ่าแมลงค่ะ


        . " ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม " .. ด้วยความร่วมแรงมุ่งมั่นตั้งใจของทุกๆ ฝ่าย ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ การส่งเสริมการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง .. ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนและพื้นที่อย่างลงตัว ..


        ด้วยความตระหนักถึงพิษร้ายของการใช้ยาฆ่าหญ้า ทำให้ชาวบ้านนั้นใช้ภูมิปัญญา การผสมน้ำเกลือเพื่อใช้ทดแทน และมีระยะการใช้อย่างเหมาะสม .. การเพิ่มผลผลิตข้าว โดยการ ทดลองทำนาขั้นบันได .. การปลูกกาแฟร่วมกับการรักษาป่า .. การปลูกพริกหวานในโรงเรือน .. จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมาได้


        ทำให้ก่อรายได้กับชุมชนเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดปัญหาการเกิดแรงงานพลัดถิ่น ครอบครัวไม่อบอุ่น และปัญหาสังคมอื่นๆ ที่ตามมา


        แต่ .. ทั้งหมดนี้เป็นเพียงก้าวแรกที่ "สำคัญ" ของชุมชนที่รักษาตัวตน พิทักษ์ป่าต้นน้ำ อยู่รวมกับธรรมชาติโดยผาสุข โดยลดการพึ่งพา " ข้าวโพดและยาฆ่าหญ้า" หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงการพิทักษ์ป่าต่างๆ ได้เล็งเห็น และส่งเสริมให้เกิดการขยายผลในเชิงประจักษ์ .. ต่อไป ..


        แม้การพิพม์ เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ซึ่งประสบความสำเร็จ ซึ่งน่ายินดีของเจ้าของกระทู้จะมีคำที่ขาดตกไปบ้าง แต่อ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่าเป็นโครงการที่ดีมากค่ะ


        หวังว่าเม้นต์นี้จะช่วยคุณตุลาได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ


        หรืออาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เพราะเจ้าของเม้นต์นี้เองหรือก็ยํ่าแย่ภาษาไทย ด้วยเช่นกัน(ขาดตกสิ่งใด ต้องขออภัยด้วยค่ะ)



        https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png



        ขออนุญาตแนบเกร็ดความรู้ เกี่ยวกับวิธีทำเกษตรในวิธีธรรมชาตินะคะ


        Organic

        ออร์แกนิค คือ ผลผลิตจากการเกษตร ที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตทางเกษตรที่ปลอดสารเคมีทุกชนิดที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการเลี้ยง การปลูก ต้องมีการดูแลอย่างพิถีพิถัน ก่อนที่จะเริ่มการปลูกก็จะต้องเตรียมหน้าดินด้วยวิธีธรรมชาติ เมล็ดพันธุ์ที่เลือกมาปลูกต้องสะอาดปลอดภัย เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการต้องผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถัน ตามหลักมาตรฐานสากล


        ความหมายของคำว่าOrganic ได้ทำการยกมาจากเพจข้างล่างนี้ค่ะ

        ขอขอบคุณ และขออนุญาตเจ้าของเพจ เพื่อการนำความรู้สู่สังคมค่ะ


        https://www.organicseedsthailand.com/blog/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/


        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      โอโห เห็นจากภาพใกลๆนะคะ ภูเขาถูกตัดป่า เป็นภูเขาหัวโล้นเยอะแยะเลยด้วย


      วัสดีค่ะ เจ้าของกระทู้


      อ่านแล้วเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมากๆค่ะ


      ภูเขาที่ถูกตัดจนหัวโล้นทั้งหมดนั้นนะคะ


      คุณช่วยกันเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เป็นแปลงเพราะปลูก พืชผลออร์แกนนิกให้หมด และพาผลผลิตออกไปตีตลาดโลกเลยนะคะ


      เพราะออร์แกนิก เป็นผลผลิตซึ่งปลอดสารเคมีชนิดต่างๆ ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่คนเราจำเป็นอย่างยิ่งยวด คือทานแล้วไม่มีสารพิษตกค้างในร่างกาย


      ที่เมืองไทยนะคะอากาศ หรืออุณหภูมิก็ดี เพียงกางมุ่งให้พืชผัก ก็ปลอดภัยจากแมลงแล้ว


      ปุ๋ยหรือก็ใช้วิธีหมัก ที่เมืองไทยทำได้ด้วยต้นทุนที่ตํ่า


      ที่ในต่างประเทศ หลายๆประเทสผลผลิตเหล่านี้มีต้นทุนสูงมาก สาเหตุเพราะดินฟ้า-อากาศของเขาที่อาจจะเป็นอุปสรรค์


      หากแต่ในหลายๆประเทศขณะนี้กำลังรณรงค์การส่งเสริม ผลผลิตออร์แกนิค ซึ่งมีตลาดซื้อ-ขายที่ดีกว่าผลผลิตสารเคมี


      ประชาชนคนไทยได้มีรายได้ที่ดีค่ะ


      เป็นกำลังใจเจ้าของกระทู้ค่ะ


      สู้สู้นะคะ


      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.pnghttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png



      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณครับคุณพี่ตุลาที่แวะเข้าอาอ่าน .. อาจจะอ่านแล้วเข้าใจยากเล็กน้อย เนื่องจากประสบการณ์ทางการเขียนครับ รอบหน้าจะพัฒนาให้ดีขึ้นนะครับ ^_^

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป