(ช่วยด้วยค่ะ)คือแบบต้องการแรงบันดาลใจในการแต่งฉากฟินๆหน่อยค่ะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ฉากฟินๆ
คือ
แบบว่าอยากได้แรงบันดาลใจในการแต่งฉากฟินๆ
ขอวานกูรูในการแต่งฉากฟินๆแนะนำหน่อยค่ะ

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

ยอดถูกใจสูงสุด

12 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความฟินมีหลายระดับค่ะ คำพูด การกระทำ เช่น สบตา แตะสัมผัส จูบ ไปจนถึงร่วมรัก

      แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม ต้องเขียนให้เป็นไปตามอารมณ์ตัวละครโดยไม่ยัดเยียดค่ะ


      ความฟินจะบังเกิดได้ ถ้าคุณเข้าถึงอารมณ์ตัวละคร เหมือนเวลาคุณดูหนัง ละครหรือซีรีย์ต่างๆ ทำไมบางฉากคุณร้องไห้ ก็เพราะคุณอินเหมือนเป็นตัวละครตัวนั้น นั่นเป็นหลักเดียวกันที่เอามาใช้ในการเขียนค่ะ อธิบายง่ายๆ คือคุณต้องเป็นตัวละครตัวนั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฉากฟินๆที่เขียนออกมามาได้ฟินๆ ตัวนักเขียนกลั่นมาจากประสบการณ์ตัวเองบ้าง ไม่ก็บิ้วด้วยซีรีส์ ละคร เอ็มวี เพลง อ่านเยอะๆ ฝึกเขียนบ่อยๆ เดี๋ยวก็ได้แนวทางของตัวเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่ว่าความฟินเนี่ย มันมีหลายแบบนะคะ

      แบบใสๆหน่อยก็แค่ คำพูดหวานๆ การกระทำของตัวละคร การสบตา จุ๊บแก้ม แค่นี้ก็ทำให้ฟินได้ถ้าบรรยาย,ปูเรื่องมาดี


      แบบผู้ใหญ่หน่อย อาจเป็นการร่วมรัก การจูบฯลฯ ซึ่งอันนี้พี่ยังไม่แนะนำให้น้องเขียน


      การที่จะเขียนฉากแบบนี้ได้เราต้องเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร อย่าพยายามยัดฉากแบบนี้ให้ตัวละครนะคะ ต้องมีอะไรที่เป็นใจ เหตุการณ์ เหตุผลฯลฯ


      แรงบันดาลใจในการแต่งฉากฟินๆที่ขอ เอาจริงๆพี่ว่าแรงบันดาลใจแบบนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะคะ แต่ละคนมีแรงบันดาลในไม่เหมือนกัน คนๆนึงไม่สามารถบอกและบังคับให้อีกคนมีแรงบันดาลใจเหมือนตนได้ แต่ถ้าของพี่ ฉากฟินๆได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่องนึง ภาษาดีสละสลวย


      แรงบันดาลใจไม่มีให้แต่อยากบอกว่า ลองคิดว่าตัวเองเป็นตัวละคนนั้นดูสิ เข้าถึงอารมณ์ของเขา ทุกอย่างจะดีเอง ปล.บางส่วนมันก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ด้วยนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับเรา... ใส่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ยากในชีวิตจริงลงไปค่ะ 555555 เอามาจากความมโนและจินตนาการอันล้ำลึกของตัวเองเนี่ยแหละ การฟังเพลง อ่านเยอะๆ ก็ช่วยได้ค่ะ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาจริงๆ ฉากฟินๆนี่เป็นฉากที่เขียนไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินจะเขียน

      สำคัญเลยคือเราต้องปูพื้นตัวละครมาดีๆ แล้วสร้าง 'เคมี' ระหว่างตัวละครขึ้นมาให้ได้ ถ้าตัวละครคู่นั้นเคมีดี แค่เค้ายืนข้างกันคนอ่านก็ฟินได้นะ


      แล้วอารมณ์คนเขียนเองก็มีผลนะ ถ้าเราเครียดๆ มาเขียน บางทีมันไม่สุดอ่ะ น้องเป็นสายติ่งใช่มั้ย สายเดียวกับพี่เลย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png ถ้าสายเดียวกันน่าจะใช้แนวเดียวกันได้ เวลาพี่ต้องการเขียนฉากฟินๆ พี่จะไปหาเสพโมเมนท์ฟินๆ ของคู่ชิปก่อน เอาให้เราดีดสุดๆแล้วมาเขียนอ่ะ ลื่นมาก 55555 แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงข้อบนเป็นหลักด้วยนะ ถ้าตัวละครไม่มีเคมี เราบิ๊วยังไงก็ฟินยากอยู่


      อ้อ ลองอ่านฉากฟินๆ คนอื่นก็ช่วยอยู่นะ

      (ชวนเสพความละมุน)มาอวดพระเอกของคุณกันค่ะว่าฮีทำอะไรน่ารักๆให้นางเอกบ้าง

      https://www.dek-d.com/board/view/3906400/


      (ชวนเสพความละมุน again) มาแชร์ความมุ้งมิ้งของพระนางของคุณกัน

      https://www.dek-d.com/board/view/3910908/


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นประโยชน์ต่อคนที่มาอ่านกระทู้นี้จริงๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-04.png ขอบคุณมากๆเด้อ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อธิบายไม่ถนัด ...แต่นิยายเรา ...ฟินทุกเรื่องนะ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แหม...-ฉากฟินๆ นี่เราก็ไม่ค่อยจะมีเสียด้วยน้า...

      แต่ถ้าให้แนะนำ พี่คิดว่าอยู่ที่เคมีระหว่างตัวคู่พระนางค่ะ บรรยากาศ คำพูดและการถ่ายทอดอารมณ์


      การฟินบางครั้งอาจจะเป็นแค่การส่งสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายร้อนวูบหน้าแดงก่ำ บางทีอาจจะเป็นการสัมผัสแบบเฉียดกรายนิดๆที่พอให้ใจไหว อาจเป็นแค่กลิ่นของน้ำหอมที่จดจำได้ของอีกคนหนึ่ง


      มันขึ้นอยู่กับว่าตัวละครของน้องเป็นแบบไหน เป็นช่วงอายุไหนด้วยค่ะ รวมถึงฉากที่อยู่ตรงนั้นมันเอื้อให้ใส่ความฟินอะไรลงไปได้

      อย่างของพี่ นางเอกไปเขาใหญ่ เลยมีฉากธรรมชาติเยอะหน่อย มีฉากของพระรองที่แอบเหม่อมองนางเอกที่ลมพัดลูกผมสวยๆที่ล้อมกรอบหน้า มีฉากพระเอกที่อุ้มนางเอกที่เจ็บขาเดินผ่านทางเดินเลียบทะเลสาบตอนกลางคืน อะไรแบบนี้ค่ะ


      ลองดูพวกซีรีย์ต่างประเทศก็ได้ สมมุตินะคะในทีวีเราเห็นมุมกล้องผู้กำกับแพนไป บางทีมีเพียงเสียงดนตรีบรรเลง แล้วก็ฉากหลังน้ำพุที่กำลังเต้นระบำสวยๆ จังหวะก้าวเท้าช้าๆของคนทั้งคู่ มือที่เอื้อมไปเช็ดไอศกรีมที่เลอะริมฝีปาก ซูมเข้าไปเห็นดวงตาของพระเอกที่จ้องนิ่งๆกึ่งอมยิ้ม แค่นี้ก็ฟินแล้วนะคะ ดังนั้นถ้าเราดูลำดับการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร แล้วมาเรียงเป็นคำบรรยายดีๆ นี่ก็ได้ฉากหนึ่งในนิยายแล้วค่ะ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมว่า การเดินครับ เดินไป คุยไป เช่นเดินห้าง หรือคุยเฉยๆ ก็ได้ แสดงออกน่ารักๆ มุมฮาๆ อะไรแบบนี้ บางครั้งก็ไม่น่าอายครับ ผมอธิบายไม่เก่งด้วยสิ


      ขออนุญาตนะครับ หวังว่าคงช่วยได้


      เราเดินมาที่โซนกับข้าวด้วยกัน หลังจากเลือกกับข้าวมาสองสามอย่าง ฉันก็แยกไปซื้อขนมทำเองของห้าง ส่วนตูน เขากำลังมองถุงไก่ทอดน้ำปลาข้างหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด ท่าทางของตูนดูจริงจังราวกับว่ามันเป็นระเบิดนิวเคลียร์อะไรแบบนั้น นี่ไม่ได้เวอร์นะ แต่สายตาของเขามันใช่เลย นั่นทำให้ฉันหอบถุงเบเกอรี่แล้วรีบเดินไปหาเขา


      "เป็นไรอะตูน สีหน้าดูไม่ดีเลย" ฉันถามอย่างห่วงๆ พอดูแล้วมันก็ไม่มีอะไรนี่ "อ๋อ เรื่องน้ำหนักสินะ"


      "ใช่ คิดมากเรื่องแคลลอรี่อยู่" ตูนตอบเสียงเบาหวิว "แล้วก็...ฉันสงสัยว่าไก่นี่มันทอดในน้ำปลาจริงหรือเปล่า?"


      "มันจะใช่ได้ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" ฉันหัวเราะไไม่หยุด เกือบลืมไปเลยว่าเขาก็มีมุมโก๊ะๆ อยู่ด้วย "นายเป็นเอเลี่ยนจริงๆ ด้วย คิกๆ"


      เอเลี่ยน เป็นฉายาที่เพื่อนๆ ในกลุ่มเรียกตูน เพราะสมัยก่อนเขาเป็นคนโก๊ะๆ ทื่อๆ แถมหน้าตายอีกต่างหาก คือเขารู้อะไรหลายอย่างนะ แต่บทจะไม่รู้ก็ไม่รู้เลย ฮะๆ คิดไปก็ตลกจริงๆ


      "ถ้าใช่แล้วจะทำไม? เรียกรถไอติมมาจับเหรอ มันไม่จอดหรอก" เขากระตุกยิ้มด้วยล่ะ ไม่ใช่จะเห็นง่ายๆ นะเนี่ย "แล้วถ้าทอดในน้ำปลาจริงๆ จะเป็นยังไง"


      "จะทอดได้ไง มันไม่ใช่น้ำมัน แถมเค็มแน่ๆ ฮะๆ" เขาหัวเราะออกมาเบาๆ บทจะยิ้มก็ยิ้มแฮะหมอนี่ "นายยิ้มแล้ว ยิ้มแบบนี้เข้ากับนายมากเลย เผยอปากอะ"


      "ก็อยากยิ้มนี่นะ จะให้ฉันเป็นฅนเหล็กเหรอ ฮ่ะๆ"

      "มันสวยมากเลย เฮ้ย พูดจริงนะ" ฉันชม "คนกวนๆ แบบนาย ต้องยิ้มถึงจะเข้ากัน"


      "ขอบใจ รีบจ่ายเงินแล้วไปซื้อของเธอเถอะ ไม่สิ ต้องวัตถุดิบก่อน" ตูนเข็นรถต่อ "ช่างไก่ละกัน เดินนำไปซื้อเลย อ้อ วางของในมือใส่รถเข็นด้วย"


      พูดถึงการแต่งตัว ฉันใส่เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท (เสื้อสมัยมัธยมของตูน ไม่คิดว่าจะใส่ได้แฮะ ดันเข้ากับผมซอยสั้นหน้าม้าของฉันด้วย ดีไปอีก) คู่กับกางเกงยีนส์ที่ลืมทิ้งไว้เมื่อปีก่อน สวมสร้อยคอสีดำแสนรัก เอ่อ...มีแค่นั้นแหละ แต่ฉันไม่ใช่ทอมนะ เป็นแค่สาวเท่เฉยๆ พอดีแต่งหญิงไม่ค่อยขึ้นน่ะ เลยมาเปลี่ยนตัวเองตอนหลัง (นั่นแหละทำให้ใครๆ ก็คิดว่าฉันเป็นทอม เลยรับมุขซะเลย)


      ดีจริงๆ ที่ไม่ลืมหยิบครีมกันแดด แป้งพัฟและอุปกรณ์ใช้เติมปากเติมคิ้วมาด้วย ฉันก็เลยยังดูเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง...ไม่มากก็น้อยล่ะนะ (ทีอุปกรณ์หากินล่ะลืมหยิบ ธรรมชาติของฉันห่วงแต่เรื่องหน้าอะ)


      "ชอบก็ดีแล้ว ไปดูของสดกัน" ตูนนำไปก่อน "เลือกซื้อปลาเป็นไหม ฉันดูไม่เป็น"

      "อ่า...หางสวย ตาใส เกล็ดไม่ถลอก มั้ง?" ฉันตอบอย่างลังเล "คืออันนี้มั่วนะ จริงๆ ไม่ต้องเชื่อก็ได้"


      ตูนกับฉันเข็นรถไปตรงโซนวัตถุดิบ ตูนเลือกดูผักก่อนเป็นอันดับแรก ไม่นะ นี่เขาจะเอาอะไรมาทำลายลิ้นฉันอีกล่ะ ฉันไม่ชอบผักหลายอย่างเลยนะ


      "ตูน ฉันว่าเราไปดูเนื้อก่อนดีไหม?" ไม่ได้ผล เขายังคงยืนดูผักก่อนคว้าพวกมันมาใส่รถเข็น เอ๊ะ? มันฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แครอต เห็ดหูหนู บร็อคโคลี่ หัวหอม ของพวกนี้ฉันกินได้นะ ไม่ได้น่าแหวะเลยสักนิด


      ตูนไม่พูดอะไร เมื่อได้ของที่ต้องการก็ไปต่อทันที แต่ระหว่างทางเขากลับมองข้ามอาหารแช่แข็งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปเหมือนกับไม่มีอยู่ในโลก อะไรกัน เพราะพวกมันนะตูนถึงรอดมาได้จนเรียนจบ


      "ตูน" ฉันเรียกเขาก่อนวิ่งกลับไปหยิบพวกมันมาด้วย "ขอซื้อกลับบ้านได้ไหม? ใช้เงินตัวเองนะ"


      "มันไม่ดีนักหรอก โรคภัยทั้งนั้นเลยนะ" ตูนบอก


      "นายกินเขามาตั้งแต่เล็กจนโต ถ้ามันพูดได้ได้คงด่านายไปแล้ว เนอะ มาม่าเนอะ" ฉันพยายามต่อ ก่อนจะดัดเสียงเล็กแหลม "เจ้าคนเนรคุณ ต้องกำจัดทิ้ง นี่แน่ะ ลำแสงนามิโมริ ปิ้วๆ ฮัดช่า!"


      "จะยอมเอาไปตุนไว้ก็ได้" เขาตอบหน้าตาย นิ่งอีกแล้วแฮะ ยังดีนะที่เมื่อกี้ไม่มีคนอยู่เลย "ยอมเธอเลย โคตรกล้า แล้วลำแสงอะไรมีฮัดช่าด้วย"


      "แบบปล่อยพลังไง ฮึๆ"


      เขาเป็นพวกแพ้ความน่ารักกับเรื่องตลก ถ้าเล่นตรงจุดยังไงก็ได้ผล ฉันรู้ดี ฮี่ๆ


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        #9-1

        ต่อไปคือ การกระทำครับ ที่จะสร้างความประทับใจ


        เสร็จธุระจากชั้นบน ตูนกับฉันก็มาที่ร้านเสื้อผ้า ครั้งนี้เขาตามฉันเข้ามาด้วย เพราะคนในร้านน่ะสิที่มองมาแปลกๆ จนฉันไม่กล้าเข้าไป อะไรกัน พวกเขาไม่เห็นฉันเป็นผู้หญิงบ้างเหรอ


        'ถึงจะทำตัวให้สมหญิงยังไงก็ไม่มีใครมามองหรอก เฮ้อ' ฉันแอบคิดอยู่ในใจ สายตาก็มองสินค้าไปด้วย


        แต่ตูนก็คือตูน เขาเดาใจฉันได้เสมอ ตั้งแต่ตามมายืนเป็นเพื่อนและถือของให้โดยไม่รอให้ฉันขอ ดูแขนเขาสิ ยอมสะพายกระเป๋าสมบัติให้ฉันด้วย


        (Skip)


        ผลสรุปอยู่ในมือของตูน เขาถือถุงเสื้อผ้าและของใช้อย่างพะรุงพะรังแล้วให้ฉันเป็นคนเข็นรถ ดูสิ เขาเก็บกระเป๋าสะพายและถุงใส่ของในรถให้อย่างดี ผิดกับนิว ถ้าเป็นหมอนั่นล่ะก็คงโยนเข้าท้ายรถไปอย่างไม่ไยดีแน่ๆ โอ๊ย อย่าให้พูดเลย เหมือนเอาดาวพลูโตมาเทียบกับดวงอาทิตย์อะ ฉันสงสัยจัง ตูนจะดูแลแฟนคนอื่นๆ ดีกว่าตอนที่คบกับฉันหรือเปล่านะ เอ๊ะ นี่ฉันจะสงสัยทำไมเนี่ย?

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีประสบการณ์โดยตรง หาคนคุยเลยค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อืม...มีฉากหนึ่งที่เราเขียน เราชอบนะ เขียนเองชอบเอง 55555 พระรองจูงมือนางรองไป เพราะกลัวจะหายตัวไปอีก แต่นางรองไม่ยอม พระรองก็เลยบอกเงื่อนไขว่า จะปล่อยมือ ถ้านางรองยอมพูดหวาน ๆ นางรองก็ไม่ยอมพูด แต่สุดท้ายก็ต้องพูด เพราะไม่อยากโดนจูงมือ


      อีกฉาก พระรองกับนางรองไปกินไอติม แล้วพระรองก็กำลังอธิบายไอติมหน้าต่าง ๆ ให้ฟัง แล้วแอบมองนางรองไปพลาง ๆ


      อีกฉาก ตอนที่พระรองแกล้ง ทำให้นางรองลากไป เขาก็แกล้งรั้ง ให้โดนลากไปนาน ๆ พอนางรองรู้ตัว ก็เลยหยุดลาก รีบปล่อยมือ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม พอเห็นนางรองโกรธมาก เลยยอมปล่อยมือ รีบขอโทษ แล้วพยายามง้อ จนสุดท้ายพระรองก็ยื่นมือไป แล้วบอกว่า ช่วยลากไปแบบเมื่อกี๊หน่อย อู๊ย...น่ารักกกกกกกกกกกกก อ่ะ


      เขียนเองชอบเอง ^__^


      ว่าแต่...ทำไม? มีแต่พระรองเนี่ย...พระเอกเราไปไหน?


      เดี๋ยว มี ๆ ฉากพระเอกมั่ง


      นางเอกนั่งหลับพิงต้นไม้อยู่ริมทะเล พระเอกไปเล่นน้ำทะเลกลับมา เห็นนางเอกหลับอยู่ จึงมานั่งมองข้าง ๆ มีมดตัวหนึ่งไต่ที่ผมนางเอก พระเอกเลยเอื้อมมือไปจับมดออกให้ แต่มดมันเดินห่างออกไป ทำให้เสียหลักล้มทับนางเอก แต่เอามือยันไว้ได้ทัน แล้วหยดน้ำจากผมพระเอกก็หยดลงโดนแก้มนางเอก ทำให้ตื่นมาจ๊ะเอ๋! กับหน้าพระเอกที่อยู่ใกล้มาก ^^


      อ้าว!! ไม่ฟินกันเหรอ ฮา...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นั่นสิพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน55555 เป็นกำลังใจให้น้าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป