/>

แชร์ประสบการณ์ เราติด ตม. เกาหลี แต่ทำไมถึงรอดมาได้? [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ตม #เกาหลี #กลับ #เที่ยว #ผ่าน
 

 แชร์ประสบการณ์ เราติด ตม. เกาหลี แต่ทำไมถึงรอดมาได้?

 

กระแส “ติด ตม. เกาหลี” ตอนนี้กลายเป็นเรื่อง Talk Of The World ไปแล้ว โดยส่วนตัวจากประสบการณ์ที่ไปเที่ยวเกาหลี(ใต้)มา ประเทศเขาสวย สะอาด อากาศดีกำลังดี Wi-Fi ฟรีทั่วบ้านทั่วเมือง (ถ้าคุณยังอยู่ในย่าน Shopping) ความปลอดภัยมีมาตราฐาน ถึงอาหารจะทำเอาเราคิดถึงไก่ย่าง หมูย่าง ส้มตำก็ตาม


คุณโจ้ ถูกส่งกลับประเทศไทย กับพฤติกรรมของ ตม. เกาหลีและล่ามที่ไม่น่าให้อภัย

 

แรงบันดาลใจที่เรามาเขียนกระทู้นี้ คือหลังจากได้ดูคลิปสัมภาษณ์ของคุณโจ้จากเพจ “อีจัน” ซึ่งจากประสบการณ์ตรง เราคิดว่าคุณโจ้ไม่ได้พูดเกินจริงเลย เพราะ ตม. เกาหลีก็นิสัยไม่ค่อยเฟรนลี่จริงๆ

 

เราเองก็เคยติด ตม. เกาหลี มันไม่เกี่ยวหรอกว่าพวกเราจะไปฤดูไหน เตรียมเอกสารไปครบไหม ท่องจำสถานที่ที่เราจะไปได้หมดหรือเปล่า “ถ้าเขามั่นใจว่าพวกเราไม่สมควรเข้าประเทศเขา เขาก็จะไม่ให้เข้า”



 

เราเลยจะมาแชร์ประสบการณ์ ว่าทำยังไง ทำไมเราถึงรอดมาได้ รอดมาได้ชนิดว่า แบบนี้ก็มีด้วยหรอ???

 
เราขึ้นเจจูแอร์ ชั้นประหยัด ไฟท์ 7C 2252
 

ในต้นปี 2015 เรามีโอกาสได้ไปเกาหลีใต้กับแม่ กับทัวร์บริษัทหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนาม เพราะใช้ไกด์ผีมานำเรา (เพิ่งมารู้ตอนลงเท้าแตะถึงเกาหลีแล้ว) สำหรับรูปแบบทัวร์ในกรุ๊ปทริปนี้นั้น ทิปของไกด์จะถูกเก็บก่อนเข้าเช็คอินที่สุวรรณภูมิ เพราะเขารู้ไงว่าคนที่ผ่านมันต้องน้อยแน่ๆ 555+ ตูขอเก็บก่อน ตอนแรกก็ไม่เอะใจหรอก มาเอะใจเอาตอนผ่าน ตม. แล้ว เพราะเที่ยวกันทั้งกรุ๊ป สิริรวมไกด์ด้วยก็มีกันแค่ 7 คนเท่านั้นเอง (เที่ยวกับแบบสบายสุดๆ ฮา)
 

ก็มีการกรอกเอกสารเข้าประเทศตามการเข้าประเทศปกติทั่วไป


ตอนเรานั่งเครื่องก็กรอกเอกสารตามปกติ แต่เครื่องที่เราไปนี้เป็น เจจูแอร์ ชั้น Economy ไม่ค่อยแนะนำเพราะนั่งไม่สบายเลยจริงๆ ไม่ใช่อีเดียดอะไร แต่ที่นั่งมันชิดติดกันขนาดที่เอนเบาะลงแล้วก็ยังเหมือนถูกพันธนาการให้นั่งเมื่อยๆอย่างนั้นไปถึง 5 ชั่วโมงเต็ม เรียกได้ว่า จะไป นกแอร์ ไลอ้อน แอร์เอเชีย ที่นั่งยังสบายกว่านี้ (จริงๆนะ)
 

อันนี้เราถ่ายๆอยู่คุณลุงก็เดินมาเป็นนายแบบกิตติมศักดิ์หน้ากล้องให้ ก็เลยถ่ายเก็บไว้ซะเลยยย

 

ข้ามมาตอนที่ถึงสนามบินเลยแล้วกันนะคะ

เราลงจากสนามบินมาปุ๊ป ไกด์ก็บอกเลยว่าตัวใครตัวมัน แล้วไปเจอกันข้างล่าง =_= ไกด์ผีก็งี้แหละค่ะ ปกติถ้าเป็นบริษัทดีๆ ไกด์ถูกกฏหมายเนี่ย เขาก็จะสามารถเข้ามายืนยันให้ลูกค้าได้ (แต่ถ้าลูกค้าหนี งานนี้คนรับรองโดนหมายหัวแน่นอน)
 

หลายคนในกรุ๊ปเราก็ถูก ตม. เรียกตัวทันที มีทั้งที่ผ่าน(แล้วก็เผ่นไปแล้ว), ถูกส่งกลับ แล้วก็เราที่ถูกเรียกเข้าไปคุยในห้องที่เขาเรียกกันเล่นๆว่า “ห้องเย็น” นั่นแหละค่ะ มันก็เย็นๆสมชื่อนะ 55 แต่แม่เราผ่านไปได้ฉลุย ตอนแรกเราก็คิดว่า
 

‘ไม่เป็นไรหรอกเราพูดอังกฤษได้ มีใบรับรองจากทางมหาลัย ไหนจะหลักฐานหลายๆอย่างว่าเรามากับทัวร์ เรามาเที่ยว เราจำ Schedule ได้ทุกอย่าง ทำไมจะไม่ผ่าน?’

 

ก็นั่นแหละค่ะ ไม่ผ่านค่ะ 555+


 

ต่อแถวรอตรวจเข้าเมือง ชนิดที่ต้องเล็งโหงวเฮ้ง ตม. ดีๆ ไปเกาหลีหรือต้องพกความเฮงคะ?
 

หน้าตาก่อนเข้าเมืองก็ไปเป็นราวๆนี้แหละคะ ตอนนั้นมัวแต่ตื่นเต้นเลยไม่ได้ถ่ายอะไรไว้เลย ที่เกาหลีจะไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา ขนาดเราไปจีน ไปอิตาลี่ยังไม่เคยเจออะไรที่เสมือนประตูเข้าซุปเปอร์มาเก็ตอะไรขนาดนี้ ตอนแรกเราเล็งว่าจะไปเข้าอีกช่องหนึ่งที่ ตม. ดูท่าทางใจดีค่ะ แต่ดั๊นไปได้อีกช่องที่ จนท. แลดูเครียดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่แน่ใจว่าการเลือก ตม. มีผลต่อการให้ผ่านเข้าเมืองไหม แต่ก็นั่นแหละ…
 

บทดวงจะได้โดน ก็ต้องจัดค่ะ 55

คำถามของ ตม. ก็อย่างที่ทุกๆท่านทราบดีค่ะ ก็จะมีถามว่า มาทำอะไร มากี่วัน กลับวันไหน จะไปไหน เราก็ตอบได้ทุกอย่าง ตม. ที่ถามเราใจดีมากค่ะ แต่ใจดีแล้วไม่รับรู้อะไรเลยนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน 55 เราก็เลยต้องยืนยันนอนยันด้วยหลักฐานไม่ว่าจะเป็น…
 

          1.) เอกสารที่รับรองว่าเราเป็นนักเรียนที่มหาลัยนี้ (เพื่อรับรองว่า ยังไงฉันก็ต้องกลับไปเรียน) แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ เขาอาจจะคิดว่าเราอาจจะยอม Drop สักปีเพื่อมาทำงานหาเงินก็ได้ หรือ ข่อยบ่รู้จักมหาลัยในไทยหรอก บ่สน ก็ยังแอบคิดอยู่ว่า ต่อให้ตูเอาใบรับรองนักศึกษาของโทได, เคโอ, เคมบริดจ์, ออกซ์ฟอร์ด ก็คงจะไม่มีผลสินะ (ถ้าเป็น SKY สูคงสิ่ยอมฟัง?)
 
          2.) จำ Schedule ได้ ก็สาธยายไปค่ะ ว่าไปที่ไหน วันไหนยังไงบ้าง พริ้วไหวไปกับสายน้ำ ยื่นเอกสารโปรแกรมทัวร์ไปให้เจ้าหน้าที่ดู แต่อย่างว่าค่ะ อะไรพวกนี้มัน Make เองได้ แถมจะไปเอาอะไรกับบริษัททัวร์ที่เอาไกด์ผีมานำเรา ตามระเบียบค่ะ “ตม. ไม่ถูกใจสิ่งนี้”
 
          3. จองโรงแรมแล้ว จ่ายแล้ว ก็อย่าคิดว่ารอดค่ะ อย่างที่ทุกท่านจะเห็นใน Arrival Card ของเราค่ะว่า เราระบุแล้วว่าเราจะไปพักที่ Yong In River Hotel แต่ก็… นะคะทุกท่าน การการันตีว่าคุณมีที่พัก ไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่ไปหางานทำคนะคะ โดนไปอีกดอก (มีโรงแรมก็เหมือนไม่มี แต่ถ้ามี เราก็แค่มี skill ป้องกันตัวเองไปจนกว่า ตม. จะตีป้อมสำเร็จค่ะ)

          4.) เงิน ไม่ต้องพูดถึง ต่อให้พกมาเป็นล้านวอน มี Black Card ถ้าพี่แกจะไม่ให้ผ่าน คุณก็ไม่ใช่ The Face Korea ค่ะ

          5.) 
มากับแม่ และแม่ดิฉันผ่านไปแล้วค่ะคุณ ถึงอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปตามหาแม่ของดิฉันแต่อย่างใด เข้าโหมด เข้าใจนะจ๊ะ แต่ไม่รับรู้อะไรเลย
 

แน่นอนว่าด้วยความแอ๊วมาก ตอนนั้นเรายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำค่ะว่าไม่รอด 555+ ก็ยังคิดในแง่ดีว่า ‘เฮ้ย ในที่สุดนางก็เข้าใจอ่ะ จะปล่อยฉันไปแล้วใช่ไหมคะ?’ ไม่นานเราก็เห็นว่า แม่มาตามเราถึงข้างบนเลยค่ะ แล้วบอกว่า “She is my daughter” เราเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาเห็นแม่เราหน้าเหมือนแดจังกึมหรือยังไง (รู้แค่ว่าเหมือนเกาหลีมากๆ) เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าเหวอๆ @_@ แล้วก็ยิ้มต้อนรับ ยอมส่งเราเข้าเมืองสู่อ้อมอกแม่ไปซะดื้อๆ เออ… ตูงงหลาย ตกลงสูกลัวแม่ข่อยบ่? 555+

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้องแม่กูเป็น ดาร์ธ เวเดอร์ ค่ะ น่อววววว


 


เรากับคุณแม่ถ่ายรูปเป็นที่ระทึกหลังจากผ่าน ตม. มาได้ด้วยพระคุณของแม่แท้ๆ

 

ด้วยพระเดชพระคุณของแม่ที่สามารถทำเอาเจ้าหน้าที่เกาหลีออกสีหน้าอาการเหวอได้ เราก็ผ่าน ตม. เที่ยวเกาหลีพร้อมกันกับแม่และเพื่อนร่วมทริปอีก 4 คน ไกด์ผี 1 โดยสวัสดิภาพค่ะ (วันหลังไปไหน จะพกแม่ไปด้วยนะคะ ศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน) มันก็เลยทำให้เราตั้งข้อสงสัย ในวิจารณญาณของ ตม. เกาหลีว่าเขาทำด้วยต๊อกบกกีหรือกิมจิอะไร? เราก็เลยสรุปผล “การเผชิญหน้ากับ ตม. เกาหลี” ได้ ดังนี้ค่ะ
 

ขอล็อคกุญแจกับพี่ๆ ตม. ได้ไหมคะ ล็อคให้อยู่ตรงนี้เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับหนูอีก

 

การเผชิญหน้ากับ ตม. ที่ต้องอาศัยความเฮงล้วน

ต่อให้เป็นดารา แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่เข้ามาขายตัวให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในเกาหลี รวยล้นฟ้าใช่ว่าจะไม่ได้มาติดต่องานแบบผิดกฏหมาย มาเที่ยวใช่ว่าไม่ได้มาทำงาน และมาทำงานใช่ว่าไม่ได้มาขายตัว (เฮ่อ =_=)

คือท่านมาเถอะค่ะ ตม. เกาหลีพร้อมจะมโนว่าท่านจะทำอะไร เป็นอะไร (ที่ท่านไม่เป็น) ได้บ้าง
 

          1.) การแต่งตัวให้ดูดีบางครั้งก็ไม่ช่วย ที่เราสรุปได้แบบนี้เพราะสมัยก่อนเราเป็นคนชอบแต่งตัวแปลกๆค่ะ ก็เลยคิดว่า เออ หรือ ตม. เขาห่วงสวัสดิภาพทางแฟชั่นของคนบ้านเขาหรือเปล่า? แต่กลายเป็นว่าคนที่ใส่ขาสั้น (สไตล์นักท่องเที่ยว ช่วงนั้นเป็นหน้าร้อนของเกาหลีค่ะ) ที่โดนเรียกเข้าห้องเย็นก็ผ่านไปได้ ทั้งๆที่เราใส่แล็คกิ้งแต่กลับไม่ได้รับความไว้วางใจ? 555+

 
          2.)หน้าตาดีอาจมีผล? เหมือนมาแฉว่าเราหน้าตาไม่ดี 555+ เราเองก็ไม่ได้คิดว่ามีผลขนาดนั้น แต่ด้วยความที่ผิวเราคล้ำกว่าชาวบ้าน แถมอวบและเตี้ย เลยทำให้ดูเหมือนแรงงานมากไปหรือเปล่า (ฮา) แต่มันก็อดคิดไม่ได้ค่ะ เพราะทั้งกรุ๊ปรวมถึงแม่เราด้วย หล่อๆสวยๆกันทั้งนั้นอ่ะ

          3.) อย่าสะเหล่อเป็นคนจริงใจ ยื่นเอกสารให้ทั้งๆที่ไม่ได้ขอ อย่างเรานี่พอเจอหน้า ตม. ปุ๊ปก็ยื่นเอกสารทั้งหมดให้ดูทันที ด้วยวิสัยของ ตม. เกาหลี จำไว้เลยค่ะ เขาไม่องไม่อ่านอะไรทั้งนั้น เขาจะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขาเท่านั้น "My Vision อิส ดา เบสท์" =_= (หึ่ยย) เพราะฉะนั้นถ้าเขาไม่ได้ขอ ไม่ได้ถามอะไร อย่าเป็นคนไทยอัธยาศัยดีชวนคุยเป็นอันขาด (แต่บางสถานการณ์ ก็ต้องดูหน้างานด้วยนะคะ)
 
          4.) อย่าคิดว่ารอยยิ้มคือเฟรนลี่ เพราะตอนที่เราถูกเรียกเข้าห้องเย็นเนี่ย ก็เพราะอีคุณเจ้าหน้าที่เขายิ้มนี่แหละค่ะ 555+ โธ่วววว! ปกติคนไทยจะติดยิ้มใช่ไหม Yes, No, Ok, Alive or Dead กูยิ้มไว้ก่อน แต่บ้านเขาไม่ใช่ค่ะ รอยยิ้มจะเป็นเสมือนร่องรอยของการมีพิรุธ ดังนั้นก็อย่ายิ้มในสถานการณ์ที่ไม่ก็จำเป็นแล้วกัน เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ที่ ตม. ยิ้มให้เรา ก็คิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วไว้ซะนะคะ (ฮา)

 
แม่น้ำกลางกรุง ไม่แน่ชัดว่าช่วงนั้นจัดงานอะไรกัน แต่บรรยากาศดี และน้ำเย็นชื่นใจมากๆค่ะ


น้ำใส ใหลเย็น เห็นตัวปลา / เห็น ตม. ว่ายมา อยู่ไหวๆ (หึ่ยยย)

 

ก็พอหอมปากหอมคอแล้วเนอะ กับการรีวิวแบบฮาๆสไตล์เรา ในการเผชิญหน้ากับ ตม. เกาหลี เราขอคอนเฟริมว่าต้องพกความเฮง เฮง แล้วก็เฮงใส่กระเป๋าเสื้อไปให้มากๆค่ะ เพราะไม่มีอะไรการันตีได้แน่นอนว่าคุณจะรอดหรือจะได้ไปต่อ ยิ่งตอนนี้ “ผีน้อย” แต่ไม่น้อยที่ลักลอบเข้าไปทำงานที่เกาหลีกันเป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่เขาจะเฝ้าระ(แวง)วังเราและประเทศเพื่อนบ้านของเรากันเป็นพิเศษ ใจนึงก็น่าเห็นใจประเทศเกาหลีเหมือนกัน (ไปเห็นใจเขา ใช่ว่าบ้านเราไม่มี 55)
 

อย่างไรก็ดี เราคิดว่าทำไมถึงไม่ให้ทางไทยไปเกาหลีโดยการขอวีซ่าเสียเลยล่ะ? เพราะก็น่าสงสารคนไทยหลายคนที่ตั้งใจไปเที่ยว แต่สื่อสารอังกฤษไม่เก่ง หรือที่สู้เก็บหอมรอมริบเพราะหวังจะได้เที่ยวเมืองนอกสักครั้งแต่สุดท้ายเงินก็สูญเปล่า
 

ที่ไม่ต้องขอวีซ่าด้วยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และข้อตกลงเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เชื่อมแต่ยังโดน Reject ถึงขนาดนี้ 55) แต่ถึงอย่างนั้นประเทศไทยก็ได้ประโยชน์มากมายจากการที่คนเกาหลีหลั่งใหลเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเรา อีกใจนึงที่เราคิดว่าลึกๆที่เกาหลีไม่ยอมให้ทำวีซ่า เพราะรู้ว่าระบบบ้านเรามันมีโกงแน่ๆ และต่อให้เขาเอาคน Local ของเขามารับทำวีซ่าที่ไทย ถ้าอนุมัติแล้วกลายเป็นว่าเอาหนอนเข้าบ้าน เขาก็ทำอะไรไม่ได้อีก เพราะดันเป็นคนอนุมัติเอง


เจอไทยกับเวียดนาม ตีใครก่อนดีคะ? (ห้วย)

 

ไม่เหมือน ตม. ไทยเลยเนอะ เข้ามาเถอะ จะคีบแตะแล้วใส่สูทก็เข้ามาเล้ย! (กร๊าก) ยิ่งเห็นเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวก็ยิ่งคิดว่าดี เป็นพวกนิยมของนอก เห็นสวยหล่อไม่ได้เป็นต้องระทวยทุกรายไป ในใจก็คิดอยากให้ ตม. เกาหลีมาทำงานอยู่ไทยบ้างจัง เห็นทีจะคัดแต่คนมี Class เข้ามาเที่ยวในไทย 55

 


ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้าน

 

สุดท้ายนี้ก็ต้องบอกทุกท่านที่กำลังจะไปเที่ยวเกาหลีว่า

 

“ไปให้สุด แต่อย่าไปหยุดที่ห้องเย็นนะค้า!”



 

ด้วยรักและเฮฮา

ผู้เขียน
 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป