มาจัดกิจกรรมครับ_(:2_/)__ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#กิจกรรมยามว่าง #กิจกรรมนักเขียน #ประกวดเรื่องสั้น #งานไล่เเกรบ
[ มาประกาศการอัพเดท+เเก้ไข!!! ]
อนึ่งด้วยความหน้ามืดทำให้มูลค่าของรางวัล
มันพุ่งขึ้นสูงจนผมตกใจจากที่ว่าจะเล่นๆก็จะไม่เล่นเเล้วจึงขอมาอัพเดทกติกาข้อตกลงใหม่
ให้มันหฤโหดกว่าเดิมนิดหน่อยต้องขออภัยด้วยจริงๆนะครับ ฮรือ... _(:3_/)__

++++++++++++++++++++++++++

Hi~`สวัสดีครับทุกคน 
วันนี้ผมมาจัดกิจกรรมครับ

• ประกวดเรื่องสั้นเพื่อทำหนังสือเสียง
พอดีผมสนใจอยากจะทำเเต่ดันไม่มีพล็อต
ที่จะใช้สำหรับอ่านเลยครับ(ตันนั่นเเหละ)
เลยมาตั้งกระทู้จัดกิจกรรมการประกวดขึ้น
เพื่อหาวัตถุดิบในการทำงานชิ้นนี้

• ผลงานยังถือเป็นลิขธิ์ของผู้เขียนครับ
หากผมเอาไปลงYouTube็จะใส่ตัวเครดิตพร้อมลิงค์ไอดีนักเขียนให้นะครับ!

•กิจกรรมพิเศษ(?)
ท่านใดทายวันเกิดผมถูก
ผมจะอ่านเรื่องสั้นที่เเต่งบันทึกเสียงส่งให้ครับ
เเหม อันนี้ตอนเเรกว่าจะรับอ่านให้เลยเพื่อใคร
สนใจอยากได้โมเมนท์เเบบมีคนอ่านหนังสือ
ให้ฟังก่อนนอนเเต่ก็รู้สึกว่ามันจะธรรมดาไป เลยตั้งเป็นกิจกรรมย่อยขึ้นมาครับ 

[คำใบ้] ผมเกิดเดือนมิถุนาราศีเมถุนครับ
-ไม่รับประกันคุณภาพเสียง
- ระบุได้ว่าอยากได้เสียงเเนวไหน
เเต่ไม่เเนะนำให้คาดหวังครับ(หัวเราะ)
-เล่นได้ทุกคนเลยครับ
-เเต่ไม่ได้รับทุกคนหรอกนะ ขี้เกียจ

++++++++++++++++++++++++++
[ กติกาข้อตกลง ]

1.เเต่งเรื่องสั้นลงในคอมเมทน์กระทู้นี้หรือเชื่อมลิงค์เข้าสู้หน้านิยายโดยไม่ข้ามเว็บ

2.จั่วหัวคอมเมนท์เอาไว้ว่า
-ชื่อเรื่อง
-นามปากกา/นามเเฝง
-เป็นเเฟนฟิค/ฟิคสั้นหรือไม่
-เป็นสาววายหรืหนุ่มวายหรือไม่
-จำนวนหน้าเกินสามหน้ากระดาษหรือไม่
-ตอบเกี่ยวกับวันเกิดผมจำนวนหนึ่งคำตอบ

3.เเต่งเรื่องสั้นลงในคอมเมนท์โดยไม่เกินสาม
หน้ากระดาษเอสี่เเต่หากเป็นนักเขียนไฟเเรง
ที่อยากจะเเสดงฝีไม้ลายมือเเละพลังงานเหลือ
อนุโลมให้เกินได้เเต่ไม่เกิน7-8หน้ากระดาษ
ขนาดตัวอักษรประมาณ14-16

4.ส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวนนะครับเเละยัง
สามารถเเก้ไขเปลี่ยนเเปลงผลงานขัดเกลา
ได้เรื่อยๆจนกว่าจะถึงสิ้นเดือนมิถุนายน
(สามารถขอคำเเนะนำจากคนในบอร์ดได้ภายในกระทู้นี้เท่านั้น คนในบอร์ดก็สามารถร่วมให้คำเเนะนำได้นะครับชอบเรื่องไหนเชียร์เรื่องไหนชี้ข้อผิดพลาดได้กันได้ตามสบาย)

5.กรณีที่เเต่งเป็นเเฟนฟิค/ฟิคสั้น 
ส่งมาเเล้วอยากส่งผลงานเพิ่มสามารถส่งได้เฉพาะเเฟนฟิคด้วยกันเท่านั้นนะครับ ห้ามส่งผลงานธรรมดารวมกับเเฟนฟิคเด็ดขาด 
เเน่นอนว่าเป็นฟิคอะไรก็ได้ ส่งได้เลยครับ
(ขอจำกัดจำนวนฟิคไม่เกินท่านละสามเรื่อง)

6.ไม่ลอกเลียน+ดันเเปลงเเบบผลงานของผู้อื่น
สามารถหยาบคาย อีโรติก ผิดศีลธรรมได้เเต่
ต้องไม่เกินงามเเละผิดของกฏเว็บ หากพบเจอ
ผมจะเข้าไปตักเตือน ขอให้เเก้ไขภายในสามวัน ซึ่งหากไม่ทำการเเก้ไขคงจะต้องทำการเเจ้งลบเเละตัดสิทธิ์ออกเเม้ว่าหนึ่งในผลงานที่ส่งมาหรือผลงานชิ้นนั้นจะได้รางวัลก็ตาม

7.ให้สิทธิ์คนที่ได้คะเเนนมากที่สุดเลือกของรางวัลก่อนนะครับ ซึ่งสามารถดูของรางวัลได้ที่คอมเมนท์สอบถาม ในรอบนี้จะรับเพียง
10อันดับเท่านั้นนะครับ~` โดยของรางวัล
1-5 มูลค่าไม่ต่ำกว่า200,6-10ของเล็กๆน้อยๆ

8.จะประกาศผลภายในวันที่8กรกฏาคม
หากผู้ชนะไม่มารายงานตัวภายในสองวัน
จะทำการ-สิทธิ์ออกทุกกรณีนะครับ

9.ถึงเเม้ว่าจะถูกเลือกโดยความชอบส่วนตัวของผม เเต่รอบนี้จะมีการให้คะเเนนในด้านอื่นๆสำหรับการคัดเลือกด้วยนะครับ 

10.กรุณาอ่านซ้ำอีกครั้ง หากมีข้อสงสัยให้ถามในคอมเมนท์สำหรับตอบคำถาม ป้องกันการตกหล่นของคำถาม/ข้อสงสัยต่างๆนะครับ

+++++++++++++++++++++++++

เริ่มตั้งเเต่วันนี้+หมดเขตสิ้นเดือนมิถุนายน
ประกาศผล8กรกฏาคม ส่งของ(???????)

-รางวัลพิเศษ #อ่านเถอะเรื่องนี้
สำหรับเรื่องที่มีคอมเมนท์เรียกร้องให้อ่าน 
กดถูกใจมากที่สุด อาจจะส่งบันทึกเสียงอ่าน
ให้ด้วย อันนี้ต้องดูความขี้เกียจก่อนนะครับ
ส่วนของรางวัล : ?????(ดูงบก่อนนะ)

ปล.โอนผ่านwalletเป็นหลัก ขก.เข้าบัญชี
เเต่ก็โอนได้เเหละ(กัดฟันพิมพ์เเน่นมาก)



•ท่านใดที่ไม่ได้รางวัลผมอาจจะเข้าไปติ
หรือให้คำเเนะนำเเทนนะครับ เเต่คงไม่ทุกคน
เพราะผมรู้สึกปวดตามากเลยครับ...
.
.
.
#คุ้มไหมวะค่าส่งโคตรเเพง(- - 
#จัดกิจกรรม #งานไล่เเกรบ
#มาเล่นกันเยอะๆนะครับ 


อยากได้นิยายเรื่องไหน การ์ตูนเรื่องอะไร
ลองอ้อนขอดูได้นะครับเดียวผมจะพิจารณา
#I ordered you to plead with me!!
#หย๊อกกก #ผมล้อเล่นครับ

กรีดร้องเเละจงพยายามให้มากขึ้นนะครับ!~`

++++++++++++++++++++++++++

[ หลักการให้คะเเนนByพี่ตุลา ]
-ความสัมพันธ์กันระหว่างชื่อเรื่องกับเนื้อหา 15
-การเลือกใช้สำนวนให้เข้ากับเเนวเรื่อง 20
-ลีลาการดำเนินเรื่องเเละลูกเล่นต่างๆ 40
-การสื่ออารมณ์+ความเข้าใจ50
-การสะกดคำเเละการใช้คำ20
-การจัดหน้ากระดาษ 15
-ระดับความยากในการอ่านออกเสียง50
(พวกประเภทที่เป็นคำลิ้นพันกัน อ่านยาก)

(อื่นๆไว้นึกออกจะมาบอกเพิ่ม)
ปล.ทั้งหมดไม่มีคะเเนนเต็ม 
จะเก็บคะเเนนเเบบบวกเพิ่มเรื่อยๆ 
สะสมคะเเนนตามดุลย์พินิจของผมเองครับ


++++ขออภัยในความไม่สะดวกครับ++++
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    [อัพเดทวันที่๑๓มิถุนายนพ.ศ.๒๕๖๒]

    สงสัยให้ถาม ปุฉา-วิสัญชนาภายใต้คอมเม้นท์นี้นะครับ

    ยังคงสรรหารางวัลมาเรื่อยๆ รูปใหญ่เเล้วมันรก จึงขอเเปะเป็นรายชื่อของนะครับ


    [หมวดนิยายวาย]

    ๑.คำที่มิได้เอ่ย เเละ คือเธอในหัวใจ โดย รังสิมันต์(หมอตุ๊ด)

    ไม่เคยอ่านสองเรื่องน่ี้เเต่คิดว่านามปากกาน่าจะบอกอะไรหลายๆอย่าง

    เห็นรีวิวเเล้วน่าจะเป็นเรื่องต่อกันเลยจะให้คู่กันไปเลย เเต่ก็เเยกได้นะครับ..

    (ขออณุญาตนะครับ)

    https://fictionlog.co/u/PatheMD

    ๒.นักอ่านกับพระเอกน่ะ ต้องคู่กันอยู่เเล้ว!?

    อันนี้พึ่งสั่งพรีออเดอร์ไป มีห้าเล่มจบ ตอนนี้พึ่งเเปลออกมาเล่มเดียว เอามาอ่อยครับ

    https://my.dek-d.com/minervanovel/writer/view.php?id=1923240

    ๓.หลุดโลกทั้งที เรียกพี่ว่า(นาย)ท่าน : Call-me My Lord

    สราภาพว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่เคยอ่าน เพราะหนังสือยังไม่มาส่ง..

    หลงซื้อมาเพราะหน้าปกล้วนๆเลยครับ เเต่ไปทดลองอ่านกันได้นะครับ

    https://writer.dek-d.com/Alittledream/story/view.php?id=1472299


    เดียวมาอัพเดทเพิ่มเติมนะครับ


    ตอบกลับ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นามปากกา T.O.P

    วันเกิด อืม 23 มิถุนาละกันค่ะ


    ตั้งแต่ผมลืมตาเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ผมไม่รู้ว่าตนเองเป็นใครและมาจากไหน แต่ผมรู้ว่ามีพี่น้องหลายคน ส่วนพ่อแม่ ผมจำหน้าท่านไม่ได้เสียแล้ว


    การใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะในทุกวันทุกเวลา พี่น้องรวมถึงตัวของผมจะถูกไล่ล่าสังหารโดยการกิน พวกเราต่างพยายามหนีเอาตัวรอกกันสุดชีวิต...

    แม้จะมีอาหารที่เพียงพอแต่ก็ยังคงตาย


    ผมเป็นคนความจำไม่ดีรวมถึงพี่น้องด้วย พวกเรามักคิดว่าการได้เจอใครสักคนเป็นสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ


    ชีวิตดำเนินวนเวียนต่อไปเรื่อย ๆ กินอาหารและเดินทาง


    จนกระทั่งถึงวันที่เราอยู่ในวัยน่ารัก ใช่ หลายคนมักบอกเช่นนั้น พวกเราก็ถูกไล่จับทันที และไม่พ้นที่จะถูกขาย


    การถูกกักขังในบริเวณที่มีขนาดเล็กทำให้อึดอัด การดิ้นรนไม่ยินยอมจึงมีอยู่ตลอดเวลา...


    เมื่อมาถึงกรงขังแห่งใหม่จึงจะสามารถถูกปล่อยให้เป็นอิสระได้


    เพียงไม่นานเกินรอผมก็ถูกปล่อยในสถานที่แห่งหนึ่ง พื้นหินทำให้รู้สึกดีในบางครั้ง แต่เคยคุ้ยหาอาหารก็ไม่มี ป่ารอบด้านเป็นอะไรที่ผมมักเข้าไปสำรวจเสมอ และอีกที่ ศาลาทรงจีน ผมมักแวะไปที่นั่นบ่อยเพราะมีลุงนั่งตกปลาอยู่ประจำ แกไม่เคยคุยกับผมหรอก ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนไป


    ในทุก ๆ วันจะมีคนส่งอาหารมาให้ ทุกวัน ทุกมื้อ มีเพียงอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง คนที่นำอาหารมาให้มักพูดเสมอว่า

    "กินเยอะ ๆ นะ แกตัวอ้วนกลมแล้วช่างน่ารัก"

    แม้จะโกรธที่คนผู้นั้นพูดเช่นนั้น แต่ปฏิกิริยาร่างกายของผมกลับไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของเธอได้แม้ว่าใจจะไม่ยินยอมก็ตาม


    ผมกินทุกครั้ง แม้จะถ่ายออกมามากขึ้น แต่ก็ยังอ้วนกลมขึ้นอยู่ดี ทรงผมของผมเป็นที่ต้องตาพวกเขาเป็นพิเศษเช่นกัน


    หลังกินเสร็จผมมักสะบัดตัวหนีแล้วไปเล่นฟองอากาศ คุ้ยหินเล่น และแวะไปชมศาลาพร้อมกับมองดูลุงตกปลา


    "พ่อคะ ดูเจ้าหัววุ้นสิ ตัวมันใหญ่น่ารักมากเลย" เธอเอ่ยด้วยความดีใจ แววตาทอประกายรักใคร่


    เมื่อได้ยิน ผมเพียงหันไปมอง เธอมักบอกเสมอว่า


    ผมเป็นปลาทอง


    จบแล้วอ่ะค่ะ รู้สึกว่าสั้นจัง สนุกดีค่ะ ขอร่วมสนุกด้วยคน

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นามปากกา อวี้หลัน(ดอกมณฑาขาว) ไม่ได้เป็นสาววาย

    วันเกิดของคุณตุลา เออ...เอาเป็นวันที่ 27 มิถุนา ก็แล้วกันค่ะ(มั่วล้วน ๆ ฮ่า)


    หวงเฉินกวาดสายตามองผ่านเข้าไปในความมืด คืนนี้ก็นับว่าเป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมต้องทำหน้าที่เฝ้าสุสานของเตี่ย และก็เป็นอีกคืนที่ผมต้องทนทรมานจากความหวาดกลัวที่ไม่สามารถบอกใครได้


    ความหวาดกลัวที่ผมต้องเผชิญมาตลอดสองวันที่ผ่านมา และผมยังต้องเผชิญกับมันต่อไปอีกห้าวันจนกว่าจะครบหนึ่งอาทิตย์


    ความหวาดกลัวที่ผมว่าไม่ได้มาจากความหวาดกลัวที่ต้องเฝ้าสุสานเพียงลำพัง และมันก็ไม่ได้มาจากเตี่ยของผมอีกด้วย


    แต่ความหวาดกลัวทั้งหมดของผม มันมาจากสุสานที่อยู่ไม่ไกลจากสุสานของเตี่ย สุสานที่มีดอกจวี๋ฮวาสีเหลืองสดปักอยู่ในแจกันตลอดเวลา ทว่าทั้งที่เป็นแบบนั้น สุสานนั้นกลับมีสภาพที่เต็มไปด้วยไม่เลื้อยปกคลุมอยู่โดยรอบ


    หวงเฉินเดินถือไฟฉายฝ่าความมืดเข้าไปในทิศทางที่ตั้งสุสานของเตี่ย สายตาของเขาคอยจับจ้องไปที่สุสานที่อยู่ถัดไปตลอดเวลา เขาไม่ใช่คนกลัวผี และไม่เคยเชื่อเรื่องผี ทว่าในยามนี้เขาสามารถพูดออกมาได้อย่างไม่อายเลยว่าเขากำลังกลัว กลัวที่จะต้องไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับสุสานแห่งนั้น


    ในขณะที่หวงเฉินเดินเข้าไปจนเกือบจะถึงสุสานของเตี่ยเขาก็ชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เขามองไปที่สุสานที่มีดอกจวี๋ฮวาด้วยสายตาที่สั่นไหว


    ถ้าหากไม่เดินผ่านสุสานนี้ไป ผมก็จะไม่สามารถไปถึงสุสานของเตี่ยได้ ทว่าจะให้ผมกล้าเดินผ่านมันไปได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งนั้นมันยังคงขวางทางผมอยู่


    ผมค่อย ๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า ในใจก็ได้แต่สวดมนต์และภาวนาขอให้มันอย่าได้ขยับเหมือนคราวก่อน ทว่ายิ่งขยับเข้าไปใกล้สุสานมากขึ้นเท่าไหร่หัวใจของผมมันก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น


    อย่านะ...


    อย่าได้ขยับเชียวนะ...


    อีกนิดเดียวเท่านั้นผมก็จะผ่านมันไปได้แล้ว อีกเพียงแค่สามสี่ก้าวผมก็จะผ่านมันไปได้แล้ว หวงเฉินสาวเท้าไปข้างหน้า ในใจก็เผลอนับถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว สาม สอง หนึ่ง


    ทว่าไม่ทันที่ผมจะได้ดีใจที่สามารถก้าวผ่านมันมาได้ แขนซ้ายของผมก็ถูกคว้าหมับเอาไว้อย่างแรง

    “พ่อหนุ่มพอจะมีบุหรี่เหลือสักม้วนไหม?”


    คำถามนี้แม้จะไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เหงื่อของผมไหลซึมออกมาทั่วกาย ผมไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่ถาม มืออีกข้างที่สั่นเทาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบซองบุหรี่ออกมา


    ผมใช้มือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อยื่นซองบุหรี่ไปที่ด้านหลัง“ผะ...ผะ...ผมมีเหลืออยู่เท่านี้เองครับลุง ถ้าไม่พอวันหลังผะ...ผะ...ผม จะหยิบติดมือมาให้ใหม่”


    “พ่อหนุ่มนี่ใจดีจริง ๆ แต่ว่าลุงไม่ชอบรับของของใครฟรี ๆ หรอกนะ เอ้า...นี่ลุงให้รับไปสิ”


    “มะ...มะ...ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณลุงเก็บเอาไว้เถอะ ผะ...ผะ...ผมคงยังไม่ต้องใช้”


    เมื่อได้ยินที่ผมพูดลุงแกก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “เก็บเอาไว้เถิด สักวันพ่อหนุ่มก็ต้องใช้มัน เชื่อลุงสิ”


    ผมรับของที่ลุงส่งให้มาไว้ในมือพลางกล่าวขอบคุณเสียงสั่น “ขะ...ขะ...ขอบคุณมากครับ”


    “ลุงต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อหนุ่ม นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ลุงไม่เคยได้คุยกับใคร”


    “มะ...มะ...ไม่มีใครมาเยี่ยมคุณลุงเลยเหรอครับ?”


    เมื่อหลุดปากถามออกไปแล้วถึงมานึกขึ้นได้ว่า ผมไม่ควรที่จะถามคำถามนั้นออกไปเลย คนสติดี ๆ ที่ไหนจะอยากมาเยี่ยมลุงแก


    “ไม่มีหรอกพ่อหนุ่ม คนที่จะมาเยี่ยมลุงไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว”


    ถึงแม้ผมจะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เพียงแค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าลุงแกคงจะเหงามาก


    “เอ่อ...คุณลุง ผะ...ผะ...ผมต้องรีบไปไหวสุสานเตี่ยแล้ว คุณลุงจะช่วยปล่อยแขนผมก่อนจะได้ไหมครับ?”


    เขาก้มลงมองแขนของผมที่ถูกบีบจนแดงพลางกล่าวว่า “ขอโทษทีลุงลืมตัวไปหน่อย”


    “มะ...มะ...ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบตอบเสี่ยงสั่น


    เมื่อลุงแกยอมปล่อยตัวผม ผมก็รีบกล่าวลาแกทันที “ผะ...ผะ...ผม...ขอตัวก่อนนะครับ”


    “ไปเถอะพ่อหนุ่ม”


    ผมค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองภาพที่เบื้องหลัง ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไกลลุงแกก็ส่งเสียงตะโกนเรียกผม


    “พ่อหนุ่ม”


    “มะ...มะ...มีอะไรเหรอครับ?”


    “เห็นแก่ที่เธอให้บุหรี่ลุง ลุงอยากจะขอเตือนอะไรเธอเอาไว้สักอย่าง”


    เตือน?


    “นี่ก็ผ่านมาจะครบสามวันแล้ว เธอควรจะกลับไปที่บ้านของเธอได้แล้ว ถ้าขืนเธอยังไม่ยอมกลับไป จะไม่ทันการแล้วนะ”


    ไม่ทันการ?


    อะไรคือไม่ทันการ?


    “ละ...ละ...ลุงหมายถึงเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ?” ผมเอ่ยถามลุงแกด้วยความสงสัย


    พอได้ยินคำถามของผมลุงแกก็ถอนลมหายใจออกมาเบา ๆ “พ่อหนุ่ม เป็นเป็นก็ต้องอยู่กับคนเป็น คนตายก็ต้องอยู่กับคนตายเธอไม่เข้าใจหรือ?”


    คนเป็น คนตาย?


    ใครตาย?


    “คุณลุงพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ?”


    “เรื่องนี้ลุงพูดไม่ได้ แต่ถ้าเธออยากรู้ก็รีบกลับไปที่บ้านเสีย ถ้าเธอไม่กลับไปก่อนพ้นเที่ยงคืน ทุกอย่างจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้วนะ...”


    เหลวไหล! ถ้าผมสามารถกลับไปได้ผมจะต้องทนมายืนคุยกับผีอย่างลุงหรือไง!


    “ผมยังกลับไปไม่ได้ถ้ายังเฝ้าสุสานเตี่ยไม่ครบเจ็ดวัน”


    “เอาเถอะ ถือว่าลุงได้เตือนเธอแล้วนะ”


    จบแล้วค่ะ (ฮ่า) เรื่องนี้ไม่ได้เขียนลงเว็บดังนั้นจึงไม่มีลิงก์ค่ะ ส่วนความยาวไม่แน่ใจเพราะเขียนสดตรงนี้เลย

    ป.ล.ไม่อยากได้รางวัลแต่อยากร่วมเล่นสนุก(〃・ิ‿・ิ)ゞ

    ตอบกลับ

20 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      [อัพเดทวันที่๑๓มิถุนายนพ.ศ.๒๕๖๒]

      สงสัยให้ถาม ปุฉา-วิสัญชนาภายใต้คอมเม้นท์นี้นะครับ

      ยังคงสรรหารางวัลมาเรื่อยๆ รูปใหญ่เเล้วมันรก จึงขอเเปะเป็นรายชื่อของนะครับ


      [หมวดนิยายวาย]

      ๑.คำที่มิได้เอ่ย เเละ คือเธอในหัวใจ โดย รังสิมันต์(หมอตุ๊ด)

      ไม่เคยอ่านสองเรื่องน่ี้เเต่คิดว่านามปากกาน่าจะบอกอะไรหลายๆอย่าง

      เห็นรีวิวเเล้วน่าจะเป็นเรื่องต่อกันเลยจะให้คู่กันไปเลย เเต่ก็เเยกได้นะครับ..

      (ขออณุญาตนะครับ)

      https://fictionlog.co/u/PatheMD

      ๒.นักอ่านกับพระเอกน่ะ ต้องคู่กันอยู่เเล้ว!?

      อันนี้พึ่งสั่งพรีออเดอร์ไป มีห้าเล่มจบ ตอนนี้พึ่งเเปลออกมาเล่มเดียว เอามาอ่อยครับ

      https://my.dek-d.com/minervanovel/writer/view.php?id=1923240

      ๓.หลุดโลกทั้งที เรียกพี่ว่า(นาย)ท่าน : Call-me My Lord

      สราภาพว่าเรื่องนี้ก็ยังไม่เคยอ่าน เพราะหนังสือยังไม่มาส่ง..

      หลงซื้อมาเพราะหน้าปกล้วนๆเลยครับ เเต่ไปทดลองอ่านกันได้นะครับ

      https://writer.dek-d.com/Alittledream/story/view.php?id=1472299


      เดียวมาอัพเดทเพิ่มเติมนะครับ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นามปากกา T.O.P

      วันเกิด อืม 23 มิถุนาละกันค่ะ


      ตั้งแต่ผมลืมตาเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ผมไม่รู้ว่าตนเองเป็นใครและมาจากไหน แต่ผมรู้ว่ามีพี่น้องหลายคน ส่วนพ่อแม่ ผมจำหน้าท่านไม่ได้เสียแล้ว


      การใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะในทุกวันทุกเวลา พี่น้องรวมถึงตัวของผมจะถูกไล่ล่าสังหารโดยการกิน พวกเราต่างพยายามหนีเอาตัวรอกกันสุดชีวิต...

      แม้จะมีอาหารที่เพียงพอแต่ก็ยังคงตาย


      ผมเป็นคนความจำไม่ดีรวมถึงพี่น้องด้วย พวกเรามักคิดว่าการได้เจอใครสักคนเป็นสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ


      ชีวิตดำเนินวนเวียนต่อไปเรื่อย ๆ กินอาหารและเดินทาง


      จนกระทั่งถึงวันที่เราอยู่ในวัยน่ารัก ใช่ หลายคนมักบอกเช่นนั้น พวกเราก็ถูกไล่จับทันที และไม่พ้นที่จะถูกขาย


      การถูกกักขังในบริเวณที่มีขนาดเล็กทำให้อึดอัด การดิ้นรนไม่ยินยอมจึงมีอยู่ตลอดเวลา...


      เมื่อมาถึงกรงขังแห่งใหม่จึงจะสามารถถูกปล่อยให้เป็นอิสระได้


      เพียงไม่นานเกินรอผมก็ถูกปล่อยในสถานที่แห่งหนึ่ง พื้นหินทำให้รู้สึกดีในบางครั้ง แต่เคยคุ้ยหาอาหารก็ไม่มี ป่ารอบด้านเป็นอะไรที่ผมมักเข้าไปสำรวจเสมอ และอีกที่ ศาลาทรงจีน ผมมักแวะไปที่นั่นบ่อยเพราะมีลุงนั่งตกปลาอยู่ประจำ แกไม่เคยคุยกับผมหรอก ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนไป


      ในทุก ๆ วันจะมีคนส่งอาหารมาให้ ทุกวัน ทุกมื้อ มีเพียงอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง คนที่นำอาหารมาให้มักพูดเสมอว่า

      "กินเยอะ ๆ นะ แกตัวอ้วนกลมแล้วช่างน่ารัก"

      แม้จะโกรธที่คนผู้นั้นพูดเช่นนั้น แต่ปฏิกิริยาร่างกายของผมกลับไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของเธอได้แม้ว่าใจจะไม่ยินยอมก็ตาม


      ผมกินทุกครั้ง แม้จะถ่ายออกมามากขึ้น แต่ก็ยังอ้วนกลมขึ้นอยู่ดี ทรงผมของผมเป็นที่ต้องตาพวกเขาเป็นพิเศษเช่นกัน


      หลังกินเสร็จผมมักสะบัดตัวหนีแล้วไปเล่นฟองอากาศ คุ้ยหินเล่น และแวะไปชมศาลาพร้อมกับมองดูลุงตกปลา


      "พ่อคะ ดูเจ้าหัววุ้นสิ ตัวมันใหญ่น่ารักมากเลย" เธอเอ่ยด้วยความดีใจ แววตาทอประกายรักใคร่


      เมื่อได้ยิน ผมเพียงหันไปมอง เธอมักบอกเสมอว่า


      ผมเป็นปลาทอง


      จบแล้วอ่ะค่ะ รู้สึกว่าสั้นจัง สนุกดีค่ะ ขอร่วมสนุกด้วยคน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นามปากกา อวี้หลัน(ดอกมณฑาขาว) ไม่ได้เป็นสาววาย

      วันเกิดของคุณตุลา เออ...เอาเป็นวันที่ 27 มิถุนา ก็แล้วกันค่ะ(มั่วล้วน ๆ ฮ่า)


      หวงเฉินกวาดสายตามองผ่านเข้าไปในความมืด คืนนี้ก็นับว่าเป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมต้องทำหน้าที่เฝ้าสุสานของเตี่ย และก็เป็นอีกคืนที่ผมต้องทนทรมานจากความหวาดกลัวที่ไม่สามารถบอกใครได้


      ความหวาดกลัวที่ผมต้องเผชิญมาตลอดสองวันที่ผ่านมา และผมยังต้องเผชิญกับมันต่อไปอีกห้าวันจนกว่าจะครบหนึ่งอาทิตย์


      ความหวาดกลัวที่ผมว่าไม่ได้มาจากความหวาดกลัวที่ต้องเฝ้าสุสานเพียงลำพัง และมันก็ไม่ได้มาจากเตี่ยของผมอีกด้วย


      แต่ความหวาดกลัวทั้งหมดของผม มันมาจากสุสานที่อยู่ไม่ไกลจากสุสานของเตี่ย สุสานที่มีดอกจวี๋ฮวาสีเหลืองสดปักอยู่ในแจกันตลอดเวลา ทว่าทั้งที่เป็นแบบนั้น สุสานนั้นกลับมีสภาพที่เต็มไปด้วยไม่เลื้อยปกคลุมอยู่โดยรอบ


      หวงเฉินเดินถือไฟฉายฝ่าความมืดเข้าไปในทิศทางที่ตั้งสุสานของเตี่ย สายตาของเขาคอยจับจ้องไปที่สุสานที่อยู่ถัดไปตลอดเวลา เขาไม่ใช่คนกลัวผี และไม่เคยเชื่อเรื่องผี ทว่าในยามนี้เขาสามารถพูดออกมาได้อย่างไม่อายเลยว่าเขากำลังกลัว กลัวที่จะต้องไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับสุสานแห่งนั้น


      ในขณะที่หวงเฉินเดินเข้าไปจนเกือบจะถึงสุสานของเตี่ยเขาก็ชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เขามองไปที่สุสานที่มีดอกจวี๋ฮวาด้วยสายตาที่สั่นไหว


      ถ้าหากไม่เดินผ่านสุสานนี้ไป ผมก็จะไม่สามารถไปถึงสุสานของเตี่ยได้ ทว่าจะให้ผมกล้าเดินผ่านมันไปได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งนั้นมันยังคงขวางทางผมอยู่


      ผมค่อย ๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า ในใจก็ได้แต่สวดมนต์และภาวนาขอให้มันอย่าได้ขยับเหมือนคราวก่อน ทว่ายิ่งขยับเข้าไปใกล้สุสานมากขึ้นเท่าไหร่หัวใจของผมมันก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น


      อย่านะ...


      อย่าได้ขยับเชียวนะ...


      อีกนิดเดียวเท่านั้นผมก็จะผ่านมันไปได้แล้ว อีกเพียงแค่สามสี่ก้าวผมก็จะผ่านมันไปได้แล้ว หวงเฉินสาวเท้าไปข้างหน้า ในใจก็เผลอนับถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว สาม สอง หนึ่ง


      ทว่าไม่ทันที่ผมจะได้ดีใจที่สามารถก้าวผ่านมันมาได้ แขนซ้ายของผมก็ถูกคว้าหมับเอาไว้อย่างแรง

      “พ่อหนุ่มพอจะมีบุหรี่เหลือสักม้วนไหม?”


      คำถามนี้แม้จะไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เหงื่อของผมไหลซึมออกมาทั่วกาย ผมไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่ถาม มืออีกข้างที่สั่นเทาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบซองบุหรี่ออกมา


      ผมใช้มือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อยื่นซองบุหรี่ไปที่ด้านหลัง“ผะ...ผะ...ผมมีเหลืออยู่เท่านี้เองครับลุง ถ้าไม่พอวันหลังผะ...ผะ...ผม จะหยิบติดมือมาให้ใหม่”


      “พ่อหนุ่มนี่ใจดีจริง ๆ แต่ว่าลุงไม่ชอบรับของของใครฟรี ๆ หรอกนะ เอ้า...นี่ลุงให้รับไปสิ”


      “มะ...มะ...ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณลุงเก็บเอาไว้เถอะ ผะ...ผะ...ผมคงยังไม่ต้องใช้”


      เมื่อได้ยินที่ผมพูดลุงแกก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “เก็บเอาไว้เถิด สักวันพ่อหนุ่มก็ต้องใช้มัน เชื่อลุงสิ”


      ผมรับของที่ลุงส่งให้มาไว้ในมือพลางกล่าวขอบคุณเสียงสั่น “ขะ...ขะ...ขอบคุณมากครับ”


      “ลุงต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อหนุ่ม นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ลุงไม่เคยได้คุยกับใคร”


      “มะ...มะ...ไม่มีใครมาเยี่ยมคุณลุงเลยเหรอครับ?”


      เมื่อหลุดปากถามออกไปแล้วถึงมานึกขึ้นได้ว่า ผมไม่ควรที่จะถามคำถามนั้นออกไปเลย คนสติดี ๆ ที่ไหนจะอยากมาเยี่ยมลุงแก


      “ไม่มีหรอกพ่อหนุ่ม คนที่จะมาเยี่ยมลุงไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว”


      ถึงแม้ผมจะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เพียงแค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าลุงแกคงจะเหงามาก


      “เอ่อ...คุณลุง ผะ...ผะ...ผมต้องรีบไปไหวสุสานเตี่ยแล้ว คุณลุงจะช่วยปล่อยแขนผมก่อนจะได้ไหมครับ?”


      เขาก้มลงมองแขนของผมที่ถูกบีบจนแดงพลางกล่าวว่า “ขอโทษทีลุงลืมตัวไปหน่อย”


      “มะ...มะ...ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบตอบเสี่ยงสั่น


      เมื่อลุงแกยอมปล่อยตัวผม ผมก็รีบกล่าวลาแกทันที “ผะ...ผะ...ผม...ขอตัวก่อนนะครับ”


      “ไปเถอะพ่อหนุ่ม”


      ผมค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองภาพที่เบื้องหลัง ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไกลลุงแกก็ส่งเสียงตะโกนเรียกผม


      “พ่อหนุ่ม”


      “มะ...มะ...มีอะไรเหรอครับ?”


      “เห็นแก่ที่เธอให้บุหรี่ลุง ลุงอยากจะขอเตือนอะไรเธอเอาไว้สักอย่าง”


      เตือน?


      “นี่ก็ผ่านมาจะครบสามวันแล้ว เธอควรจะกลับไปที่บ้านของเธอได้แล้ว ถ้าขืนเธอยังไม่ยอมกลับไป จะไม่ทันการแล้วนะ”


      ไม่ทันการ?


      อะไรคือไม่ทันการ?


      “ละ...ละ...ลุงหมายถึงเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ?” ผมเอ่ยถามลุงแกด้วยความสงสัย


      พอได้ยินคำถามของผมลุงแกก็ถอนลมหายใจออกมาเบา ๆ “พ่อหนุ่ม เป็นเป็นก็ต้องอยู่กับคนเป็น คนตายก็ต้องอยู่กับคนตายเธอไม่เข้าใจหรือ?”


      คนเป็น คนตาย?


      ใครตาย?


      “คุณลุงพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ?”


      “เรื่องนี้ลุงพูดไม่ได้ แต่ถ้าเธออยากรู้ก็รีบกลับไปที่บ้านเสีย ถ้าเธอไม่กลับไปก่อนพ้นเที่ยงคืน ทุกอย่างจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้วนะ...”


      เหลวไหล! ถ้าผมสามารถกลับไปได้ผมจะต้องทนมายืนคุยกับผีอย่างลุงหรือไง!


      “ผมยังกลับไปไม่ได้ถ้ายังเฝ้าสุสานเตี่ยไม่ครบเจ็ดวัน”


      “เอาเถอะ ถือว่าลุงได้เตือนเธอแล้วนะ”


      จบแล้วค่ะ (ฮ่า) เรื่องนี้ไม่ได้เขียนลงเว็บดังนั้นจึงไม่มีลิงก์ค่ะ ส่วนความยาวไม่แน่ใจเพราะเขียนสดตรงนี้เลย

      ป.ล.ไม่อยากได้รางวัลแต่อยากร่วมเล่นสนุก(〃・ิ‿・ิ)ゞ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มาร่วมเล่นเรียกแขก ไม่ได้หวังรางวัลหรอกบอกเลย


      ขอทายว่าคุณตุลา เกิดวันที่ 24 มิถุนา

      นามปากกา Licht
      เราเป็นพวก LGBTQ น่ะ (Lesbian, gay, bisexual, transgender and queer) เลยเขียนนิยายที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ระบุว่ายาโอยหรือยูริอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้


      "รองเท้าแดง"


      ลัล ลัล ล้า~ รองเท้าสีแดง สีแดงสวย...

      ฉันสวมเจ้ารองเท้าสีแดงเต้นรำไป...

      ทุกคนพากันหันมอง...

      ฉันเต้นรำได้สวยงามนัก...เจ้านกกระจิบบอก


      ลัล ลัล ล้า~ รองเท้าสีแดง สีแดงสวย...

      ฉันยังคงสวมเจ้ารองเท้าสีแดงเต้นรำไป...

      ทุกคนต่างเข้าบ้านกันหมดแล้ว

      เนื่องเพราะได้เวลาเข้านอนกันแล้ว


      ลัล ลัล ล้า~ รองเท้าสีแดง สีแดงสวย...

      ฉันที่สวมเจ้ารองเท้าสีแดงเต้นรำไป...

      เลือดสีแดงแต้มเป็นทางที่ฉันเต้นรำผ่านไป...

      ฉันทรมานจนทนไม่ไหวอีกต่อไป...


      ลัล ลัล ล้า~ รองเท้าสีแดง สีแดงสวย...

      ฉันตัดสินใจสวมเจ้ารองเท้าสีแดงเต้นรำไป...

      หน้าผาสูงชันอยู่ตรงหน้า...อีกไม่ไกล...อีกไม่ไกล

      ฉันก้าวเท้าลงเหวไป...ลงเหวไป...

      จบแล้ว...จบเสียที...


      -----------------


      สาวน้อย...ออกหาสมุนไพรหายากในป่าเพื่อนำมันไปขายเลี้ยงชีพ แล้วสายตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีแดงที่ซุกอยู่ในกองใบไม้ เธอจึงเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพิจารณา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือรองเท้าหนังสีแดงข้างหนึ่ง ทั้งที่มันจมกองใบไม้ด้านนอกควรจะเปรอะเปื้อนฝุ่นดินบ้าง แต่มันกลับยังคงความสวยงาม หนังเป็นมันเงาล่อตาล่อใจเธอเหลือเกิน จนอดไม่ได้ที่จะควานหาอีกข้างหนึ่งที่อาจจะมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้ ประกายสวยงามของหนังสีแดงราวกับบอกเธอว่ามันต้องมีคู่ของมันอยู่ใกล้ๆ กัน สาวน้อยจึงสอดส่ายสายตาหาจนเจอมันในที่สุด


      เธอได้สมุนไพรเกือบเต็มตระกร้าแล้ว ฟ้าก็บอกเวลาว่าใกล้มืดค่ำแล้วเธอจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน หลังทานอาหารค่ำเธอจัดการผึ่งสมุนไพรที่เก็บมา จัดแยกประเภท และ...สุดท้ายเจ้ารองเท้าสีแดงคู่นั้น


      คนกับรองเท้าต่างแลดูมีอำนาจอันน้อยนิด แต่เมื่อทั้งสองสิ่งมารวมกัน...มันอาจจะดูยิ่งใหญ่ขึ้นก็ได้


      สาวน้อยใช้เศษผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดรองเท้าคู่นั้นอย่างเบามือ ก่อนจะพบว่าด้านในมีคราบสีน้ำตาลเกาะอยู่ เธอจึงต้องเช็ดอยู่หลายรอบจนแน่ใจว่าสะอาด เธอมองกองเศษผ้าแล้วถอนหายใจ ก่อนวางมันไว้บนเก้าอี้ แล้วจึงเตรียมตัวเข้านอน


      เช้าวันต่อมา เธอจัดการรวมรวมสมุนไพรที่ตากจนแห้งใส่ตระกร้านำไปขายให้ร้านยาในเมือง เธอไม่ลืมที่จะนำเจ้ารองเท้าสีแดงคู่นั้นไปด้วย หลังขายสมุนไพรเสร็จเธอจึงก้าวเข้าร้านรับซื้อของ เธอวางรองเท้าสีแดงคู่นั้นบนเคานท์เตอร์ไม้ ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านเหลือบมองก่อนยกนิ้วขึ้น 2 นิ้ว เธอส่ายหน้าปฏิเสธ จ้องมองเจ้าของร้านกลับ


      "นั่นเป็นของดีมากนะ..." เธอกล่าว "อย่างน้อย 5 ไม่อย่างนั้นฉันจะนำไปขายที่อื่น" สายตาเธอบ่งบอกว่าอำนาจต่อรองอยู่ในมือเธอ และเธอจะไม่ยินยอมเสียโอกาสนั้นไป...เด็ดขาด เธอต้องเสียเวลาและแรงงานในการขัดถูมันอยู่นานเชียวนะ


      เธอรู้สึกได้...รองเท้าคู่นี้ไม่ธรรมดา เธอคาดไว้ก่อนแล้ว มันต้องทำเงินให้เธอได้ อาจจะมากกว่าราคาสมุนไพรที่ขายในวันนี้ด้วยซ้ำ


      เจ้าของร้านจึงหยิบเงินจากลิ้นชักใส่ลงในอุ้งมือสาวน้อยที่แบออกรับเงิน 7 เหรียญทอง


      สาวน้อยยิ้มก่อนจะใส่เงินลงถุงเงินแล้วเดินออกมาจากร้าน เสียงรองเท้าไม้ที่สวมอยู่กระทบพื้นส่งเสียงเป็นจังหวะ


      ของที่ขายได้ก็สมควรขายเธอมีรองเท้าไม้ที่ประเมินค่ามิได้ที่ชายคนรักทำให้อยู่แล้ว...จะแสวงหารองเท้าคู่อื่นอีกทำไม


      ในเมื่อเท้าคนเราก็มีแค่คู่เดียว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นามปากกา 牡丹 Mǔdān

      วันเกิด 29 มิถุนาละกันค่ะ (มั่วล้วนๆ)

      ไม่ใช่สาววาย

      (ไม่มีลิงก์นะคะ เพิ่งแต่งเมื่อกี้ เรียกง่ายๆก็คือการ ด้นสด นั้นเอง)


      ร่างบางของหญิงสาวในชุดนักเรียนม.ปลายเดินขวักไขว่สวนกับผู้คนมากหน้าหลายตา ยวงผมสีดำสลวยถูกมัดรวบเป็นทรงสูงก่อนจะผูกด้วยโบสีน้ำเงินอีกทีตามกฎของโรงเรียน


      เสื้อขาวแขนยาวบวกกับกระโปรงสีน้ำเงินตัวเนี๊ยบ ดูก็รู้ว่าผ่านการรีดมาอย่างดี มันทำให้ชุดดูแพงมากขึ้น… เข็มกลัดตราโรงเรียนอันดับหนึ่งถูกปักอยู่บริเวณเนคไทสีน้ำเงิน สะท้อนแสงเป็นประกายวิบวับ ใครดูก็ย่อมรู้ว่าเธอคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา


      “อรุณสวัสดิ์ หลันฮวา”เสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยออกมาจากลำคอระหง ใบหน้างามแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสฉีกยิ้มเล็กน้อย


      “เช่นกัน”หลันฮวากล่าว ดวงตาสีดำประกายน้ำตาลของเธอมองคนตรงหน้าอย่างสำรวจ ก่อนจะก้าวขานวลเพื่อขึ้นบันไดอีกชั้น ทว่า…เธอโดนดักไว้ก่อน…อีกแล้ว…เหมือนทุกวัน ทั้งๆที่จะถึงห้องแล้วแท้ๆ หลันฮวาคิดอย่างหงุดหงิด


      “แหมๆ ทำเหมือนไม่อยากคุยกันเลยนะจ๊ะ”เจ้าของใบหน้างามแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสเอ่ย เธอมีเรือนผมสีน้ำตาลคาราเมลและดวงตาสีฟ้าที่เชิดรั้นขึ้นเล็กน้อย…มันดูสวยงาม ทว่าแฝงไปด้วยอันตราย ความเจ้าเล่ห์ของเธอคนนี้ไม่เป็นสองรองใคร

      “กรุณาหลบด้วยค่ะ”หลันฮวากล่าวพลางจ้องหน้าอดีตเพื่อนรักของตน


      “เรียกแบบนี้ดูห่างเหินกันจังนะ เพื่อนรัก”หญิงสาวจับปรอยผมสีน้ำตาลคาราเมลของตนมาทัดหูก่อนจะกล่าว น้ำเสียงแลดูน้อยใจ


      “หยุดกวนฉันสักทีเถอะนะ สุ่ยเซียน”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มตอแยตนมากเข้า หลันฮวาจึงกล่าวออกไปด้วยความนอบน้อม


      “เป็นยังไงบ้างล่ะ? คุณหนูหลันฮวาผู้ตกอับ”สุ่ยเซียนเห็นอีกฝายกล่าวนอบน้อมตน ยิ่งได้ใจ กล่าวจี้จุดอดีตเพื่อนรักของด้วยความสนุกสนานปนสะใจ


      “พอเถอะนะคะ”หลันฮวากล่าวขอร้อง บริเวณที่เธอยืนอยู่เป็นบริเวณเดียวที่ไม่มีกล้องวงจรปิด สุ่ยเซียนจึงชอบมาแกล้งเธออยู่ตรงนี้เสมอ อีกทั้งห้องเรียนเธออยู่ข้างบน ต้องใช้บันไดนี้เพื่อเป็นทางผ่าน…มันเป็นทางเผ่านดียวที่จะขึ้นห้องได้


      การที่เพื่อนๆรู้… รู้ว่าเธอโดนรังแกแต่กลับไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือเลยสักคน เพราะกลัวในอำนาจครอบครัวสุ่ยเซียน เธอเคยบอกครูไปแล้ว บอกไปครูก็ทำโทษสุ่ยเซียน ไม่มีอะไรดีขึ้นเพราะการแกล้งมันกลับแรงกว่าเดิม ทั้งเขียนโต๊ะ สมุดขาด สมุดหาย โดนขังไว้ในห้องน้ำแล้วเทน้ำสกปรกใส่ ทำอย่างกับเธอไม่ใช่คน


      หลายคิดว่าเธอเป็นลูกคุณหนู หลันฮวาอยากจะด่านัก เป็นคนฐานะไม่รวยยังดีกว่าถ้ามีความสุข อย่างว่า…เงินมันซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้


      “อืม…วันนี้มีเวลาเล่นน้อยหน่อย” สุ่ยเซียนพึมพัมเมื่อดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตน


      “ไว้เจอกันใหม่ นังลูกโสเภณี”สุ่ยเซียนเดินเข้ามากระซิบข้างหนูหลันฮวาด้วยน้ำเสียงสมเพช นั้นมันเป็นการกระทำที่พลาดเมื่อคำกล่าวนั้นทำให้เส้นฟางแห่งความอดทนของหลันฮวาขาดผึ่ง


      ความโกรธเข้าครอบคลุมจิตใจ ที่ผ่านมาเธอทนมาตลอด แต่ตอนนี้มันลามปามถึงแม่เธอ มันมากเกินไป ล้ำเส้นมากเกินไป!!


      กรี๊ดดดดดดด

      เสียงกรีดร้องของสุ่ยเซียนดังขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ร่างของเธอตกลงมาจากบันไดด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก สุ่ยเซียนมั่นใจว่ามีคนผลักเธอแน่นอน ตรงที่เธอยืนมันไม่สามารถพลัดตกเองได้ นอกเสียจากว่ามีคนพลัก..


      ใบหน้างามของสุ่ยเซียนบิดเบียวน่าเกลียดด้วยความโกรธ ในใจอยากจะตบตีหลันฮวาให้ตายไปข้างแต่ก็ไม่อาจทำได้ เมื่อร่างเธอหลนกระทบกับพื้นเย็นเฉียบ ความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ไม่อาจขยับได้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมาแตะจมูก


      “อย่าให้ฉันต้องร้ายนะคะ คุณอดีตเพื่อนรัก”เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนสติจะดับไป


      *เป็นการด้นระดับสิบ555


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากเล่นด้วยอะ อยากเล่นด้วย

      แต่เขียนเรื่องสั้นไม่เป็น อันนี้ใช้ได้ป่าวไม่รู้ เป็นงานที่เขียนไว้

      นามปากกา ทิตภากร : กันต์ระพี

      27 มิถุนามาบรรจบ ครบอายุที่เท่าไหร่ไม่รู้

      ลืมตอบ เขาไม่ใช่สาววาย


      ภวังค์รักรัตติกาล

      (Now and forever)

      ประพันธ์โดย...ทิตภากร : กันต์ระพี

      สภาพอากาศในเมลเบิร์นเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง พรุ่งนี้อาจมีพายุและเมฆฝน หมอกหนาในช่วงค่ำ อุณหภูมิลบต่ำกว่าสิบองศา วิสัยทัศน์ในการมองเห็นไม่ค่อยดีนัก แต่คนที่นี่ก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวและยังสัญจรไปมาโดยใช้บริการรถสาธารณะเป็นหลัก แม้จะไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับตายตัว แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้พาหนะส่วนตัวในช่วงวันหยุดเสียมากกว่า เพราะต่างก็ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเร่งรีบในวันทำงาน

      มอร์แกนกับแซนด้าก็เช่นกัน...

      หนุ่มสาวชาวออสซี่คู่นี้อยู่กันคนละรัฐ แต่โชคชะตาได้ชักพาให้มาทำงานและพบรักกันโดยบังเอิญที่เมลเบิร์น หลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งสองต่างก็ใฝ่ฝันถึงการมีบุตรตัวน้อยมาสานฝันในการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งคงเป็นจริงสักวัน หากวันนี้หลังเลิกงานไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเสียก่อน

      ‘อุบัติเหตุ’ เป็นเรื่องไม่คาดฝัน ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว! เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่คนขับรถโดยสารประจำทางตัดสินใจหักพวงมาลัยหลบรถบรรทุกที่วิ่งสวนทางกินเลนมา โศกนาฏกรรมตรงหน้าก็พร้อมจะดับฝันผู้คนบนรถคันนั้นให้พังภินท์ในพริบตา

      “ไม่...ไม่นะ!!”

      มอร์แกนแผดเสียงก้อง ไม่สนใจสภาพตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงเหวี่ยงจนร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถเสียด้วยซ้ำ เวลานี้สองเท้าเขาวิ่งตรงไปที่จุดเกิดเหตุ ใจคอไม่ดี เมื่อเห็นแซนด้านอนหายใจรวยริน ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดติดกับเบาะรถโดยสารที่พลิกคว่ำก่อนจะไถลไปชนต้นไม้ข้างทางเข้าอย่างจัง

      “โอ้ว พระเจ้า! คุณเป็นยังไงบ้าง ผมจะโทรเรียกรถพยาบาล” มอร์แกนควานหาโทรศัพท์ลนลาน เพียงเพื่อจะสบถออกมาไม่เบานัก เมื่อพบว่าหน้าจอโทรศัพท์แตกร้าวใช้การไม่ได้

      แซนด้าเองก็รับรู้ความรู้สึกหงุดหงิดนั้นได้ จากท่าทางที่เขาเสยผมลวกๆ ไม่อยากให้เป็นกังวล เธอก็กัดฟันข่มความเจ็บยื่นมือสั่นเทาออกไปสัมผัสหลังมือคนรัก

      “อย่าร้อนใจไปเลยที่รัก คงมีคนโทรเรียกรถพยาบาลแล้ว”

      “แต่...” มอร์แกนละล้าละลัง

      “ได้โปรด...อยู่กับฉันเถอะนะ ฉันขอร้อง...”

      มอร์แกนมองสภาพคนรักแล้วสะท้อนใจนัก ทั้งที่อยากรองรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทน แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากรั้งมือนุ่มมากุมไว้แล้วลูบไล้เชิงปลอบประโลมใจ

      “อดทนไว้นะที่รัก ผมอยู่ตรงนี้ ทำใจดีๆ ไว้...”

      แซนด้าฝืนยิ้มน้ำตารื้น กำลังใจดีๆ จากคนรักนั้นเปรียบเสมือนยาวิเศษ แต่ชีพจรก็อ่อนล้าลงทุกขณะ วินาทีที่ลมหายใจขาดห้วง ร่างทั้งร่างก็ผวาเฮือก ไม่อาจทานทนต่อพิษบาดแผล หรือแม้แต่จะยื้อชีวิตตัวเองเอาไว้

      “โอ้ว ไม่...! ไม่นะแซนด้า อย่าทิ้งผมไป...!!”

      มอร์แกนคร่ำครวญรวดร้าว หัวใจเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น สถานการณ์ตรงหน้าบีบคั้นหยาดน้ำตาลูกผู้ชายให้ไหลริน ไม่รู้จะช่วยคนรักอย่างไร นอกจากลูบคลำไม้กางเขนในอกเสื้อแล้วพร่ำภาวนาในใจ ตามประสาคนสิ้นหวังที่ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ

      ‘ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระองค์ทรงเมตตา ได้โปรด...ช่วยคนรักของลูกด้วย ช่วยเธอสักครั้ง อย่าพรากเธอไปจากลูกเลย...’

      คำวิงวอนที่ออกมาจากใจจะไปถึงผู้เป็นใหญ่บนสรวงสวรรค์หรือไม่...ไม่อาจรู้ แต่เวลานี้สายลมพัดอู้ ท้องฟ้าปั่นป่วนราวกับเกิดวิปริต จู่ๆ อสนีบาตก็ฟาดเปรี้ยง ส่งเสียงคำรามสะเทือนเลือนลั่น ขณะถ้อยคำเย้ยหยันแว่วในภวังค์ของมอร์แกน ราวกับมีใครบางคนมากระซิบข้างหู

      “มนุษย์ผู้โง่เขลา...”

      “ใคร...ใครกันที่พูด!?” มอร์แกนหันขวับ ไม่พบสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า แรกทีเดียวคิดว่าหูฝาด จนกระทั่งหันมองแซนด้าแล้วไม่พบร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดก็เอะใจขึ้นมา

      เวลานี้บนถนนไร้ร้างผู้คน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด น่าอึดอัด เสียงหวีดหวิวของสายลมช่างวังเวงนัก ราวกับติดอยู่ในห้วงแห่งกาลเวลาอีกมิติหนึ่ง ถึงกระนั้นสัญชาติญาณในตัวก็รับรู้ได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่าง และมันกำลังบอกเขาว่า...ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง!

      มอร์แกนกวาดสายมองไปโดยรอบอย่างระแวดระวัง หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะ เหงื่อกาฬผุดพรายในอุ้งมือ ทั้งที่อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกสะท้านไปถึงกระดูก โสตประสาทตื่นเร้า หวาดระแวง เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งลี้ลับที่มีพลังอำนาจเหนือมนุษย์

      “เจ้าช่างน่าสมเพชนัก!” เป็นอีกครั้งที่คำถากถางแว่วในภวังค์

      แม้มอร์แกนจะยกมือขึ้นปิดหูโดยอัตโนมัติ แต่ความใคร่รู้ ผนวกกับความโกรธก็อยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง เขาก็เปิดปากท้าทายออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ

      “อย่าดีแต่พูดดีกว่า ถ้าแน่จริงก็ออกมา ออกมาเจอกันซึ่งๆ หน้า”

      “ข้าก็อยู่ตรงนี้ไง...”

      มอร์แกนเพ่งมองตามทิศทางของเสียง ทว่า...แสงนีออนบนท้องถนนไม่ช่วยในการมองเห็นมากนัก ถึงกระนั้นก็พอคาดเดาได้ว่าเจ้าของเสียงกังวานที่ยืนกอดอกอิงหลังกับต้นไม้ใหญ่ในระยะสายตานั้นเป็นบุรุษ

      “คุณเป็นใคร ทำไมพูดจาอะไรแปลกๆ”

      “ข้าก็แค่ผ่านมาและได้ยินความปรารถนาในใจเจ้า”

      “ได้ยินอย่างนั้นเหรอ?” มอร์แกนขมวดคิ้วมุ่น สะดุดหูกับคำพูดนั้น

      แน่ล่ะ...หากสิ่งที่คิดอยู่ในใจ แล้วอีกฝ่ายจะล่วงรู้ได้อย่างไรกัน นั่นเป็นเรื่องที่เขาสงสัยอยู่ แต่ไม่ทันได้สอบถาม จู่ๆ คู่สนทนาก็สำแดงเดชปรากฏกายตรงหน้า ราวกับว่าเป็นเรื่องง่ายดายเสียจริงๆ

      มอร์แกนผงะเล็กน้อย นัยน์ตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างทรงพลังสยายปีกแสดงฤทธาน่าเกรงขาม แม้นัยน์ตาสีรัตติกาลจะสะท้อนความเย่อหยิ่งแลเย็นชา ไร้ความรู้สึก แต่โครงสร้างใบหน้าคมเข้มก็งดงามราวกับประติมากรรมในงานศิลป์ ไม่มีส่วนใดใกล้เคียงกับคำว่า ‘น่าสะพรึงกลัว’ เสียด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม...บุรุษลึกลับผู้นี้หล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็ว่าได้

      “นี่...นี่คุณเป็นเทพ เทวดา หรือว่าภูตผีปีศาจกันแน่!?”

      “เจ้าจะสนใจทำไม ข้าช่วยคนรักของเจ้าได้ก็น่าจะพึงพอใจแล้ว”

      “จริงเหรอ!” แม้มอร์แกนจะมีสีหน้าแปลกประหลาดใจ แต่แววตาก็สะท้อนความคาดหวังอย่างเห็นได้ชัด “เมื่อกี้คุณบอกว่าช่วยแซนด้าได้อย่างนั้นเหรอ คุณช่วยเธอได้จริงๆ ใช่ไหม คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่หรือเปล่า”

      “ไยจึงถามเช่นนั้น!” นัยน์ตาสีรัตติกาลที่ตวัดมองฉายแสงแดงฉานฉาบความเกรี้ยวกราด ฉับพลันทันใด...สร้อยที่ร้อยไม้กางเขนบนลำคอของมอร์แกนก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น ราวกับเจ้าตัวจะประกาศศักดากลายๆ “หรือเจ้าศรัทธาเศษโลหะนั่นมากกว่าข้า!”

      “ไม่ใช่นะ! ไม่ใช่อย่างนั้น ผมก็แค่ดีใจที่รู้ว่าคุณช่วยแซนด้าได้”

      “ข้าจะช่วยก็ต่อเมื่อมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ”

      “เรื่องนั้น...ไม่ใช่ปัญหา ถ้าคุณทำให้เธอฟื้นขึ้นมาได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ผมยอมทั้งนั้น”

      “แม้กระทั่งชีวิตเจ้าอย่างนั้นหรือ?” บุรุษลึกลับปรายตามองราวกับหยั่งเชิงกลายๆ คิดว่าจะได้เห็นความลังเลในจิตใจมนุษย์ผู้นี้ ทว่า...

      “ถ้าชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต...ผมยินดี!” มอร์แกนยืนกราน

      เขาจะอยู่ได้อย่างไร หากต้องใช้ชีวิตที่เหลือโดยปราศจากคนรัก โลกทั้งใบคงไร้สีสัน ถ้าต้องจมอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำที่น่าเศร้า มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดและทุกข์ทรมานใจสำหรับเขา ถึงแม้จะมีลมหายใจต่อชีวิตไปวันๆ แต่การอยู่อย่างซังกะตายก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว

      “ดี! ข้าชื่นชมคนที่มีศรัทธาในความรักแรงกล้าอย่างเจ้านัก” แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่รอยยิ้มเหยียดบนริมฝีปากก็บ่งบอกว่าดูแคลน

      มนุษย์หนอมนุษย์ ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลาที่สุด ละโมบ โลภมาก ไม่เคยมีอะไรเพียงพอในชีวิต ไม่มีใครตัดกิเลสตัณหาออกจากใจได้เลยสักคน เพียงแค่ถูกล่อลวงด้วยความปรารถนาดำมืดในก้นบึ้งจิตใจ ทุกคนต่างก็ศิโรราบยอมรับพันธนาการปีศาจอย่างไม่มีเงื่อนไข ยอม...แม้กระทั่งสละชีวิต เลือดเนื้อ จิตวิญญาณให้ตกอยู่ใต้การจองจำที่มืดมิด

      ช่างน่าสมเพชนัก!



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เข้ามาทาย 24 มิถุนายน ละกัน555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชื่อเรื่อง : อินเทอร์เน็ตฟรี

      นามปากกา : พังพรอน

      ไม่ใช่ฟิค

      ไม่วาย

      จำนวนหน้า : เกินสาม อาจจะสี่กว่า ๆ

      วันเกิด อ่า...25 มิถุนายน


      คลิ๊กเข้าไปเลยครับ


      https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1861436&chapter=10

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      WriteFromHEART
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอโทษนะคะ ราคานิยายนี่คือเรียกว่าเกือบถึง 400 บาทเหรอคะ คิดราคารวมค่าส่งจึงเรียกว่านิยายนี้มีมูลค่าเกือบ 400 บาทกรือคะ?


      แล้วคือรางวัลของที่ 3 มีมูลค่ามากกว่ารางวัลที่ 1 หมายความว่ายังไงเหรอคะ?


      จะบอกว่าไม่อยากเข้าร่วมเล่น ก็ไม่ควรติ อันนี้ขออนุญาตไม่เห็นด้วยนะคะ


      ถึงจะกล่าวว่าเป็นการบำบัด หรือสนองความพอใจของตนเองก็ตาม แต่รู้สึกว่าคุณไม่ได้ให้ค่ากับความคิด และฝีมือของนักเขียนท่านใดๆเลย แถมกิจกรรมของคุณเองแท้ๆ แต่ท้ายประโยคล้วนมีแต่คำลงท้ายว่า'ขี้เกียจ'​กิจกรรมนี้แท้จริงแล้วไม่ได้จริงจัง แต่เพียงใช้คำอ้างว่า 'เป็นการกระตุ้นฝีมือนักเขียน'? ที่ถูกเพียงแค่คุณวิจารณ์เพียงคนเดียวเท่านั้น? แบบนี้ถือว่าเหมาะสมกับการพัฒนาฝีมือจริงๆหรือคะ?


      ความคิดเห็นของเราอาจจะถูกมองว่าดราม่า คิดมากไป หรืออคติ หรือมันอาจจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่สำหรับการกระทำแบบนี้ไม่ใช่สิ่งดีสำหรับวงการนักเขียนในระยะยาว และวงกว้างเลยค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      LK____
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น่าสนุก :) เปิดคอมก่อน เดี๋ยวปั่นเสร็จจะมาเล่นด้วยยยย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอเล่นด้วยคนนะคะพี่ตุลา ใช้เวลาคิดพลอต 20 นาที 555

      นามปากกา : ณ.เรือนแก้ว

      ไม่ทายวันเกิดพี่ตุลาดีกว่าค่ะ เห็นเล่นกันเยอะแล้ว

      ไม่ใช่สายวายเลย รวมถึงเรื่องสั้นก็ด้วย 555 (ไม่เคยเขียนเรื่องสั้นมาก่อนค่ะ)

      นิยายไม่ติดเรตแต่มีบรรยายเชิงสัญญะอีโรติกนิดหน่อยให้เดาๆกัน


      เรื่องสั้น : หวีดร้อง


      ๑ . เสียงหวีดร้องของผู้คนที่อยู่ใกล้ๆผม เสียงย่ำเท้าที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกสิ่งรอบตัวแตกฮือกระจาย ผมชายตามองร่างหนึ่ง ร่างที่คุดคู้กองอยู่บนพื้นทรายตรงหน้า สีแดงเข้มทะลักออกจากรูตรงกลางอกนั่นย้อมทุกอย่างบนพื้นตรงหน้าให้แดงฉาน ควรตกใจไหม...ผมรู้จักร่างตรงหน้าไหม... ไม่สักนิดนี่นา ควรเสียใจหรือร่ำไห้คร่ำครวญกับสิ่งที่เคยมีชีวิตตรงหน้าหรือ...ไม่หรอก ไม่รู้จักกันจะไปเสียใจเพื่ออะไร

      หยดเลือดบางส่วนยังคงกระเซ็นติดเสื้อของผม..สีแดงฉาน ย้อมบนผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด

      ดอกดวงสีแดงสด คล้ายงานศิลปะที่ศิลปินแต่งแต้ม เหมือนดอกไม้สีแดงจริงๆ

      ทั้งสวย...และน่าขยะแขยงในคราวเดียวกัน

      ต้องล้างสินะ...ผมต้องล้างมันจากเสื้อตัวโปรดของผมให้ได้

      ว่าแต่...ผมรู้จักร่างที่กองอยู่ตรงหน้าจริงๆหรือเปล่านะ...


      ๒. เสียงหวีดร้องออกมาเบาๆ จากคนตรงหน้าบอกชัดว่าปลาบปลื้มใจแค่ไหนกับสิ่งที่เห็น ของขวัญราคาแพงที่ผมซื้อมาฝากจากต่างประเทศ นาฬิกาหรูที่เจ้าตัวเคยเปรยซ้ำๆหลายครั้งว่าอยากได้นักอยากได้หนา ผมรู้ดีว่าความรัก...มันใช้เงินแลกมาไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเลิกโง่ได้เสียหน่อย

      หากได้ลองรักแล้วสักครั้ง หอมหวานจากสัมผัสและกลิ่นกายที่เย้ายวนของคนตรงหน้า มันเหมือนยาพิษที่เคลือบด้วยคาราเมลจนกลบสิ้นกลิ่นแห่งมรณะ มันหวาน...หอม ให้ชวนหลง เหมือนแมลงที่ดอมดมเกสรจนเผลอถูกรั้งไว้ในดอกไม้จนตาย

      รักหรือใคร่...ใครแยกออกบ้างในยามที่หลงอยู่ในห้วงทะเลแห่งตัณหาและราคะ

      ช่างหัวมันสิ...จะรักเพราะเงิน หรือรักเพราะร่าง ใครจะสน

      วันนี้เท่านั้น เวลานี้เท่านั้นที่ปรารถนา กอบเข้าไป..โกยเข้ามาจนถ่าถั่งไปด้วยความตื่นเพริศของอารมณ์ ร่างที่บิดเป็นเกลียวคลื่นตรงหน้านี้เป็นตัวผม...หรือคนนั้น..ใครจะแยกออกได้บ้าง

      บางที มันอาจจะเป็นเพียงจิตวิญญาณที่พันเป็นเกลียวแห่งกามารมณ์...จิตวิญญาณที่ยืมใช้ร่างของผมและคนนั้นเพียงชั่วคราว....เมื่อสมปรารถนาในอารมณ์แล้ว จิตนั้นก็ละลายสลายราวสายหมอกที่หายไปในอากาศ


      ๓. เสียงหวีดร้องโหยหวนโหยไห้ของร่างหนึ่งที่ดังขึ้นกลางอากาศ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน ใครมันมาหวีดร้องแถวนี้ได้ นั่น...คนตรงหน้ากำลังทรุดตัวลงกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงตาค้างกับภาพกิจกรรมตรงหน้า ขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังมองกลับมาด้วยสายตาสับสนระคนกระดากอาย และผมกำลังตกตะลึงในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น

      ใคร...ควรกระดากอาย ผม..หรือ เธอ กันแน่

      ระหว่างคนที่เปลือยกาย และคนที่เปลือยจิตวิญญาณ อะไรน่ากระดากอายกว่ากัน

      คนหนึ่งปกปิดซ่อนเร้นความรักไว้ในหลืบและแสดงเพียงสิ่งที่ผู้คนหวังให้เป็นออกมา

      คนหนึ่งเปิดเผยอย่างปราโมทย์ แต่ไม่อาจครอบครองในรัก...หรือมันอาจไม่เคยมีจริง...

      “ไม่จริงใช่ไหม...คุณแอบคบกันใช่ไหม...” เสียงแผ่วโหยของคนตรงหน้า ราวกับจะรวบรวมตัวอักษรที่หล่นกระจายหายไปในอากาศกลับคืนมา

      ผมได้แต่แค่นยิ้มและหันไปมองอีกคนหนึ่ง ร่างเปลือยนั้นก้มหน้านิ่งราวอดสูใจกับคนที่ปรากฎตรงหน้า

      ตัด...แต่มันไม่ขาด ตัดสายสวาทได้ง่าย..อย่างนั้นหรือ ผมเห็นสายตาที่คล้ายอาวรณ์จากคนที่ก้มหน้าอดสูนั้น

      เจ็บ...ความเจ็บมันแทงสวนขึ้นมากลางอก...แววตาแบบนั้นบอกชัด...ผมไม่อาจครอบครองส่วนลึกในใจคนตรงหน้าได้

      ริษยา...ชิงชังประดังกันขึ้นมาราวกับกำลังเล่นเก้าอี้ดนตรีในหัวของผม

      “เราจบกันเถอะ...ที่จริงแล้วเราไม่เคยรักกันด้วยซ้ำ มีแต่อยู่ด้วยกันเพื่อบางสิ่ง”

      ใช่สิ...คนเราก็อยู่ด้วยความอยากได้ อยากสนองตัณหาล้วนๆ นั่นแหละ และบางคนก็อยู่เพื่อเงิน ...


      ๔. เสียงหวีดร้องกู่ก้องด้วยความเจ็บปวดของผมแหวกไปในอากาศ ท้องฟ้าของปากช่องวันนี้เย็นนัก แต่เสียงปืนที่คำรามขึ้นเมื่อครู่นั้นทำลายความเงียบสงบทุกสิ่ง แต่ขณะเดียว กันมันปลุกทั้งปีศาจที่หลับไหลและความมนุษย์กะจ้อยร่อยของผมขึ้นมาพร้อมกัน

      “มนุษย์”...ไม่สิ... ต้องเรียกว่า“คน” น่าจะถูกต้องกว่า

      ผมคงเป็นได้แค่ “คน” ธรรมดา ที่มีเลือดเนื้อ มีตัณหา มีความทะยานอยาก และแน่นอน “ความแค้น”

      เพราะเป็น “คน”..จึงคนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเข้ามาสู่ใจกลางชีวิตของตัวเอง

      ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความรู้สึก และน่าขันที่ไม่เคยตัดอะไรออกไปได้สักที

      โง่เง่าเสียจริง

      วินาทีนี้ ผมคิดว่า ผมจำได้แล้วนะว่า ร่างที่กองคุดคู้อยู่นั้นเป็นใคร...แต่จะบอกพวกคุณที่ไม่มีตัวตนไปทำไม...

      สู้ผมไปบอกเขาด้วยตัวเองดีกว่า ว่า ผมจำเขาได้แล้ว...

      จำได้ว่าเขาเป็น...รักที่เพิ่งผ่านพ้นไปของผม

      เปรี้ยง ! ! !

      …………………………………………………….

      “ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิต 2 ศพ ในเบื้องต้นขอสงวนนามไว้ นาย ก. เป็นชายชราอายุ 86 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเข้าที่ราวนมซ้ายหนึ่งนัด และอีกรายหนึ่งเป็น นาย ข. ชายชราวัย 61 ปี ซึ่งอาศัยในชุมชนเดียวกัน เป็นมือยิง โดยมีนาง ย. หญิงชราวัย 81 ปีผู้เห็นเหตุการณ์ยืนตัวสั่นงันงกให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากชายชราทั้งสองมี-งกัน ในเรื่องชู้สาว จนในที่สุด นาย ข. จึงคว้าปืนที่ติดตัวมายิงกระหน่ำใส่ นาย ก. จนแน่นิ่ง จากนั้นจึงยิงตัวตายตาม ซึ่งทั้งคู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล... ข่าวต่อไป....วันนี้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรฯ ครั้งแรกประจำปี พ.ศ. 2562…. ”


      ............................

      ความยาว 2 หน้ากระดาษ A4 ค่ะ สดร้อนออกจากเตาใหม่ๆ 555

      ยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นกับทุกคนค่ะ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มาตามเกาะอ่านเรื่องสั้นของชาวบ้านก่อนแล้วกันค่ะ ยังนึกไม่พล็อตไม่ออก (อ่า...สามหน้าเองหรอคุณตุลา เคยเขียนสั้นสุดเก้าหน้า ต้องหั่นๆๆ ยังไงดี ฮ่าาาาา) มาขอฝึกฝนจากการอ่านเรื่องสั้นในนี้ก่อนนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณพี่ตุลา ขอลงอีกสักเรื่อง อยากลองแต่งค่ะ แต่ไม่มีที่ลง รางวัลไม่เอา แต่อยากร่วมสนุกค่ะ^^ เอ แต่รางวัลไม่น่าจะได้นา ฝีมือไม่ถึง 555


      เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจสองส่วน

      ส่วนแรกมาจากเรื่องสั้นของคุณมิรัน

      อีกส่วนมาจากนิยายเรื่องล่าสุดของตัวเองที่คนกับผีไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา เลยทำได้เพียงบอกผ่านความรู้สึกผ่านการพูดและสายตา


      ผมชื่อ อาทิตย์ อายุปีนี้ก็ 26 แล้ว ความฝันของผมคือการเป็นช่างภาพ การได้มองผู้อื่นผ่านเลนส์เป็นอะไรที่ผมชอบ คล้ายกับว่าเราไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสายตาของคนเหล่านั้นที่ส่งกลับมา


      พูดให้ง่ายคือ ผมไม่กล้าสบตากับใครตรง ๆ ผมกลัวว่าสายตาที่ส่งกลับมานั้นจะแสดงถึงความไม่พอใจ

      -อาทิตย์-



      ผมชื่อ ก้อง อายุ 29 ปี นายแบบคืออาชีพของผม ด้วยส่วนสูง 185 ก็ทำให้ผมเป็นที่สะดุดตาแล้ว ไม่ว่าจะเดินไปที่ใด ทุกสายตาที่เปรียบเหมือนสปอร์ตไลท์จะมองมาที่ผมทันที


      ผมไม่ได้มีดีเพียงที่ส่วนสูงเท่านั้น ใคร ๆ ต่างก็พูดว่าผมเป็นคนหน้าตาดี ผมฟังแล้วเฉยมาก


      ผมชอบงานถ่ายแบบมากที่สุด ยามได้สบตาผ่านเลนส์ผมรู้สึกสนุกกับการได้คิดว่า คนถ่ายภาพจะรู้สึกเช่นไร

      -ก้อง-



      เช้าวันใหม่อากาศสดใสเช่นเคย ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามามากแล้ว อาทิตย์รีบลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างเกียจคร้าน เมื่อทำใจได้ว่าต้องไปทำงานจึงรีบจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาส่องกระจกเพื่อจัดแต่งทรงผมให้ดูดีเล็กน้อย วันนี้จะได้ถ่ายภาพให้กับนายแบบชื่อดัง เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงยิ้มออกมา


      ด้านก้องก็ไม่แตกต่างกัน แต่ที่ต่างคงเพราะการเป็นนายแบบต้องดูดีแม้กระทั่งตอนระบายท้องเสียอย่างหนัก เขายิ้มขำกับความคิดนี้ วันนี้จะเป็นอีกวันที่ได้สบตาและคิดว่านักถ่ายภาพจะรู้สึกเช่นไร


      เมื่อฉากด้านหลังเรียบร้อย นายแบบผู้พกพาความสูง 185 เซนติเมตรก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางที่เดินบนเวทีไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง ใบหน้าแม้หล่อเหลาทว่านิ่งสนิทราวกับผืนน้ำที่ไม่เคยต้องลมแม้เพียงแผ่วเบา ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมขึ้นมาทันทีราวกับอยู่ในหน้าฝน


      ตากล้องผู้ไม่ค่อยเอาใจใส่ตนเองกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของกล้อง เมื่อรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจึงเงยหน้าขึ้นมองนายแบบ เพียงสบตาได้เสี้ยวเดียวเขาก็ต้องหลบทันที

      ก้องยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของตากล้อง

      "พี่ ตากล้องคนนั้นชื่ออะไร" ก้องถามยิ้ม ๆ

      "อาทิตย์ ฝีมือดีมากเลยนะ แกทำตัวดี ๆ กับเขาหน่อย" ผู้จัดการส่วนตัวส่ายหน้าแล้วกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อ


      ก้องยิ้มอีกครั้ง เขาคิดว่าอาทิตย์ช่างน่าสนใจ ดูเหมือนคนที่ไม่กล้าสบตาตรง ๆ กับผู้อื่น


      เมื่อการถ่ายแบบเริ่มขึ้น ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างดี


      อาทิตย์กดชัตเตอร์รัวพร้อมกับเอ่ยชมก้องเป็นระยะ หรือเอ่ยปรับเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะ ยามเขาสบตากับอีกฝ่ายเพื่อถ่ายภาพ เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ดวงตาของก้องดูงดงามระยิบระยับราวกับนำดวงดาวนับพันหมื่นมาประดับ ประกอบกับคิ้ว จมูก ปาก นั่นยิ่งทำให้มีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย เขายอมรับเลยว่าไม่เคยถ่ายแบบให้ใครแล้วรู้สึกประทับใจเช่นนี้มาก่อน


      ด้านก้องเองก็ทำงานอย่างมืออาชีพ พร้อมกับสังเกตทุกการกระทำของอาทิตย์ไปด้วย เขาคิดว่า ตากล้องคนนี้ช่างหน้าสนใจ ยามเอ่ยชมหรือสั่งบางอย่าง อีกฝ่ายแทบจะไม่สบตาเขาเลย แต่ยามมองผ่านเล่นส์กลับมองได้นานขึ้นกว่าเดิม

      หลังจากอาทิตย์กับก้องผ่านการทำงานร่วมกันครั้งแรกไปอย่างราบลื่น เมื่อถึงคราวต้องถ่ายแบบอีกครั้ง ก้องมักเลือกให้อาทิตย์เป็นตากล้องให้


      ผ่านไปเช่นนี้ทุกครั้ง ก้องสนุกกับการที่ส่งถ่ายความรู้สึกผ่านเลนส์ไปให้อาทิตย์ ในขณะเดียวกันก็คอยสังเกตด้วย


      ด้านอาทิตย์ก็เริ่มมองก้องผ่านเลนส์มากขึ้น เหมือนเขาจะเข้าใจและไม่เข้าใจบางอย่างในเวลาเดียวกัน นั่นเรียกว่า ความสับสน


      ทั้งสองแทบไม่เคยพูดกันอย่างคนที่รู้จักเลยสักครั้ง โดยส่วนใหญ่จะคุยผ่านเลนส์เสียมากกว่า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแต่ละฝ่ายตีความเช่นไร


      "คุณอาทิตย์" ก้องตัดสินใจที่จะเริ่มก่อน "เรารู้จักกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ผมคิดว่าเราน่าจะไปดื่มกาแฟด้วยกัน" เขาเกาท้ายทอยเล็กน้อยด้วยความกระดาก "จริง ๆ ผมไม่ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด"


      "ได้ครับ" อาทิตย์ตอบรับด้วยการพยักหน้าและหลบสายตา


      ณ ร้านกาแฟที่บรรยากาศดีและเป็นส่วนตัว

      ก้องนั่งจ้องอาทิตย์ไม่วางตา คำถามมากมายอยู่ในหัวของเขาเช่นเคย "เรารู้จักกันมาสักพักแล้ว แต่คุณไม่เคยสบตาผมตรง ๆ เลย" เขายิ้มออกมา "แต่ผมชอบนะที่ได้สบตาผ่านเลนส์ มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างเช่นกัน เพียงแต่..."


      "เพียงแต่การสบตาผ่านเลนส์มันเหมือนมีม่านกั้นบาง ๆ ทำให้คล้ายกับถูกปิดกั้นความรู้สึกบางส่วนไว้" อาทิตย์ตอบยิ้ม ๆ แล้วยกกาแฟดำขึ้นดื่ม


      ก้องยกกาแฟขึ้นดื่มเช่นกัน ใช่ มันเป็นเช่นที่อาทิตย์เอ่ย


      "แล้วคุณไม่อยากสบตากับใครโดยไม่ผ่านเลนส์หรือ" ก้องยักคิ้วให้


      อาทิตย์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับก้อง ครั้งนี้...เขาไม่ได้มองผ่านเลนส์ รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาน้อย ๆ


      จบแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าวายไหม ฝากไว้อีกเรื่องแล้วกันนะคะ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เล่นมั่งๆๆๆๆ


      ลิงก์นิยาย

      ไว้มาเติมที่หลังนะคะ มีลงในเวบนี้ด้วยค่ะ



      ชื่อเรื่อง "ทวง"


      เธอเคยได้ยินเสียงมีดแทรกผ่านเข้าไปในร่างกายคนไหม

      ฉึก !.. ฉึก !.. หรือ

      ไม่ใช่..สาวน้อย เสียงมันไม่ดังเหมือนในหนังสือที่เธอเคยอ่านหรอกนะ

      ไม่เชื่อลองดูสิ

      ...

      ไม่เหมือนใช่ไหม ลองดูอีกทีนะ

      ...

      มันช่างเป็นเสียงที่แปลก..

      เสียงความคมกริบมันแผ่วเบา แล้วมันยังมีเสียงน้ำหนักของแรงส่ง เสียงมันสะท้อนก้องอยู่ในเนื้อเยื่อ

      มันก้องอยู่ในหูของเธอด้วยหรือ ?

      คิดไปเองแล้ว..

      นั่นมันเสียงของเธอต่างหาก

      เธอส่งเสียงออกมาดังๆไม่ได้เพราะผ้าชุบน้ำเปียกๆรัดได้แนบดีนัก มันกักเสียงของเธอให้อยู่ในคอ แล้วพุ่งขึ้นสมองให้มันไปก้องอยู่ในนั้น

      เรื่องของเรามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ..

      วันที่ลูกของฉันย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเดียวกับเธอ ?

      วันที่เธอกับเพื่อนๆเริ่มสนใจลูกของฉัน ?

      หรือวันที่พวกเธอเริ่มเรียกลูกของฉันว่า ‘อีหนวก’ ?

      ลูกของฉันเป็นเด็กดี

      เขาเป็นเด็กดีจริงๆนะ เขาน่ารัก อ่อนโยน ใจดี เขาไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย

      ทำไมพวกเธอไม่ชอบเขาล่ะ เขาออกจะแสนดีขนาดนั้น

      เขาเป็นความหวังเดียวของฉัน

      เธอร้องไห้ทำไมหรือ ?

      เธอสงสารลูกของฉันหรือ ?

      แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่ทำดีกับเขาล่ะ ?

      หรือว่าเจ็บแผล ?

      ไม่เป็นไรหรอกนะ ฉันห้ามเลือดแล้วก็ฉีดยาให้เธอแล้ว อยู่ในมือหมอไม่มีอะไรต้องกลัว

      เธอชอบมีดพวกนี้หรือ ดูสิ จ้องเอา..จ้องเอา

      ตอนที่ลูกของฉันยังเด็ก เวลาที่เขาสนใจอะไรเขาก็เฝ้ามองมันได้ทั้งวัน

      อันเล็กสุดนี่..มีดผ่าตัด

      เล็ก แต่คมกริบชนิดผ่านเนื้อเธอได้แบบรู้สึกตัวอีกทีเลือดก็ไหลออกมาแล้ว

      ...

      นี่ไง กรีดเบาๆหูของเธอก็ขาดออกมาทั้งอัน

      ส่วนอันนี้เอาไว้ตัดข้อกระดูก

      กรึ๊บ !

      น่าน..นิ้วร่วงเป็นองุ่นหลุดขั้วเลย

      ฉีดยาอีกสักเข็มนะ เธอจะได้รู้สึกตัวตลอด

      อืม..คนเก่งของหมอ เก่งที่สุดเลย เก่งกว่าเพื่อนๆของเธออีก

      นางคนหนึ่งนะ พอมารู้ตัวตื่นอยู่ในบ้านร้างนี่ก็ตกใจจนชักเกร็ง น้ำลายฟูมปากเหมือนหมาบ้า

      แล้วยังอีกคน แม่คนนี้กลัวจนขี้เยี่ยวราด โสโครกที่สุด ! ทนเล่นสนุกกับมันได้แค่ชั่วโมงก็จะอ้วกแล้ว

      เดี๋ยวนะ ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนมันเป็นคู่ซี้ของเธอไม่ใช่หรือ งั้นเธอก็ทดเวลาแทนมันแล้วกันนะ

      ขอไปเปลี่ยนแผ่นเสียงก่อน

      ตลกหรือไง..ดูมองเข้าสิ

      เด็กสมัยนี้นี่น้า..มองคนชอบของเก่าว่าตลกว่าเชย

      จะบอกให้นะหนูน้อย ของที่มีคุณค่าทางจิตใจน่ะ มันไม่ถูกจำกัดด้วยยุคสมัยหรอก

      จุ๊ ! อย่าทำเสียงงี้ดง้าดเหมือนลูกหมาร้องหาแม่สิ

      นี่เพลงโปรดของลูกฉันเชียวนะ รู้จักไหม ‘ลัลลาบาย’ น่ะ

      ถึงลูกของฉันจะหูหนวก แต่เขาไม่ได้หนวกสนิท เขายังได้ยินเสียงของฉัน ได้ยินเสียงเพลง ได้ยินเสียงนินทาเสียดสีล้อเลียนจากพวกเธอ

      แล้วก็..ได้ยินเรื่องที่พวกเธอปูดข่าวอัปยศนั่นด้วย

      ลูกสาวของฉันพยายามทิ้งเรื่องเลวร้ายในอดีตมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่

      เธอไม่รู้หรอกว่าเขาต้องพยายามมากขนาดไหนที่จะลืมมัน พยายามขนาดไหนที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง

      แต่แล้ว..แกกับเพื่อนๆนรกของแกก็ทำลายทุกอย่าง

      พวกแกทำลายความพยายามต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อของเขาอย่างเลือดเย็น แล้วก็ลอยนวลเพราะคำว่า ‘เยาวชน’

      แล้วฉันล่ะ..ความสูญเสียจนในสลายของฉัน จะเรียกร้องเอาจากใครได้

      คนเราไม่ควรทำลายความหวังเดียวของใคร..

      พวกแกไม่เคยได้ยินคำพูดนี้หรือ ?..

      ความหวังเดียวของเขาคือการได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวคนอื่นๆ

      ความหวังเดียวของฉันคือการได้เห็นเขาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงาม

      แล้วความหวังของพวกแกล่ะ ?..

      ความหวังสุดท้ายของพวกแกคือรอดจากเงื้อมือของฉันใช่ไหม ?

      ชีวิตคนเราช่างเปราะบางและวับหายได้ง่ายเหมือนเงาสะท้อนบนมีด

      เงาของคม

      คมเป็นเงา

      ความคมกำลังผ่านเข้าตัวแกแล้ว

      ดูสิ

      ดู !


      ....................

      อยากสนุกด้วย ไม่ขอรางวัลค่า


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชื่อเรื่อง : ความรุ่งโรจน์ที่ล่มสลาย

      นามปากกา : สายลมใบไม้ผลิ

      เป็นเเฟนฟิค/ฟิคสั้นหรือไม่ : normal ja

      เป็นสาววายหรืหนุ่มวายหรือไม่ : กะ...ก็อ่านอยู่นะ ฮ่า ๆ ๆ

      จำนวนหน้าเกินสามหน้ากระดาษหรือไม่ : ไม่เกินจ้า ตัดแล้ว (ฮ่าาาา)

      ตอบเกี่ยวกับวันเกิดผมจำนวนหนึ่งคำตอบ : 27 มิถุนายน (ตามน้ำจ้า)


      ++++++++++++++++++++++++++++++++


      ผู้คนต่างเชื่อกันว่าโลกนั้นเกิดจากกลุ่มควัน ไอน้ำ และแก๊สต่าง ๆ ที่หลอมรวมกันจนกลายเป็นผืนน้ำ แผ่นดิน ต้นไม้ และอากาศ เมื่อโลกอยู่ในสภาวะที่เสถียรจึงได้ก่อเกิดสิ่งมีชีวิตตามม


      วันเวลาหมุนเวียนสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่างเริ่มเรียนรู้การเอาชีวิตรอด ผู้แข็งแกร่งย่อมมีชีวิตยืนยาว ในขณะที่ผู้อ่อนแอต้องล้มหายตายจาก หรือไม่ก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะให้กับผู้ล่า ความโหดร้ายไร้ความปรานีดำเนินอยู่นับร้อย ๆ ปี ก่อนที่สิ่งมีชีวิตมากด้วยปัญญาจะถือกำเนิด ห่วงโซ่ที่เคยยุ่งเหยิงได้รับการแก้ไข เพราะไม่ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดไหนก็ไม่อาจเอาชนะพลังและปัญญาจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่นี้ได้


      โลกเข้าสู่ความสงบ...


      ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ความจริงนี่คือจุดเริ่มต้นของความโหดร้ายทารุณยิ่งกว่าที่โลกเคยมีมา


      กลุ่มชนผู้มาทีหลังต่างเรียกขานตนว่า ‘มนุษย์’ มนุษย์ผู้ประเสริฐด้วยปัญญา ฉลาดเฉลียว และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พวกเขารวมตัวเป็นกลุ่มชนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบภายใต้การนำของมนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่สุด ผู้ที่ถูกเรียกขานว่า ‘เจ้าแห่งกาลเวลา’ อำนาจลึกลับที่ยิ่งใหญ่ อำนาจผู้สยบทั่วล้าให้ก้มหัวโอนอ่อน ไม่เว้นแม้แต่เผ่าพันธุ์เดียวกัน


      ต่อมาที่อยู่ของเหล่ามนุษย์ถูกเรียกว่าอาณาจักรจินหลง แผ่ขยายอำนาจจนชนเผ่าอื่นไม่กล้ากล้ำกลาย ฝูงสัตว์หลบลี้ซ่อนตัวในป่า ภูติพรายเร้นกายในแดนนิมิต ปีศาจร้ายหลบซ่อนตัวใต้พิภพ มนุษย์จึงได้ครองความเป็นใหญ่บนปฐพี


      อนิจจา...สติปัญญาทำให้ผู้คนหลงมัวเมา เมื่อแข็งแกร่งจนครองครอบไว้ทั้งโลกย่อมเกิดความทะนงตน บนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดจะต้านทานผู้ครองอาณาจักรอย่างราชาจินหลงฮุ่ยเปียว เจ้าของชีวิตผู้สามารถควบคุมความเป็นตายของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ได้อีกแล้ว ซึ่งนี้ทำให้อาณาจักรจินหลงภายใต้การปกครองของเจ้าแห่งเวลาที่สืบต่อกันภายในวงศ์ตระกูลสามารถครองพิภพได้อย่างยาวนานถึงห้าร้อยปี ก่อนที่...


      “กำจัดองค์ราชาให้สิ้นซาก”


      ทั้งๆ ที่คิดว่ามนุษย์ธรรมดาหลังกำแพงนั้นอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของตนมาตลอดจะสั่งชี้เป็นชี้ตายเช่นไรล้วนง่ายดาย พวกเขาเคยเชื่อฟังเพราะหวาดกลัวในพลังที่แข็งแกร่ง แต่ทว่าภาพที่เห็นคือการลุกฮือฟาดฟันเชื้อพระวงศ์ผู้ครองครอบพลังเหนือกาลเวลา แม้จะล้มตายกันเป็นจำนวนมากแต่ปริมาณที่ดูเหมือนจะหลั่งไหลมาไม่หมดสิ้นเสียทีกลับทำให้ได้เปรียบ


      จากหนึ่งกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสามสี่ห้าหกเจ็ดและยังคงเข้ามาเรื่อยๆ คนของราชวงศ์ที่เคยทะนงตนว่าเป็นผู้เหนือกว่ากำลังล้มตายลงไปทีละคน


      “คุ้มครององค์ราชา ราชินี” เสียงตะโกนจากหัวหน้าองค์รักษ์ดังขึ้นก่อนกลุ่มคนในชุดน้ำเงินจะเข้ามาล้อมผู้เป็นประมุขสูงสุด แต่ทว่ามันน้อยกว่าอีกฝ่ายจนหน้าขำ


      พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่มีพลังธรรมดา แม้พลังของพวกเขาหากเมื่อเทียบกับคนหรืออสูรทั่วไปแล้วมีมากกว่า แต่จำนวนนั้นช่างน้อยนิด ต้นไม้ใหญ่กลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากจะยืนตระหง่านต้านทานไม่ให้โค่นล้มลอยไปกับน้ำได้นานแค่ไหนกัน อาจทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาให้นานขึ้นก่อนที่จะหักโค่นพาชีวิตที่เกาะอยู่บนตัวมันให้ไหลไปกับกระแสน้ำ


      เหล่าองครักษ์ในชุดน้ำเงินล้มตายลงจนกระทั่งเหลือเพียงตัวหัวหน้าและราชากับราชินี สภาพของทั้งสามอิดโรยเต็มทีเพราะการต่อสู้ที่กินเวลามาเนิ่นนาน หัวหน้าองครักษ์แม้จะโรยแรงเพราะฝืนขีดจำกัดแต่ยังคงยืนมั่นอยู่เบื้องหน้าคนที่ตนปกป้อง


      “ความหวาดกลัวของพวกเราจะได้หมดสิ้นลงสักที พลังที่น่ารังเกียจแบบนั้นจงหมดสิ้นไปซะ” ชายผู้มีหางจิ้งจอกแปดหาง ผู้ปกครองเหนือเหล่าสัตว์อสูรจิ้งจอกทะยานตนเข้าใส่กลุ่มคนทั้งสาม หัวหน้าองครักษ์ยกดาบหนาขึ้นป้องกันทันที


      “ตายซะ” มนุษย์ผู้ครอบครองเวทย์อัคคีเห็นโอกาสจึงปล่อยพลังไปทางราชาหมายกำจัดเสาหลักของราชวงศ์ แต่ทว่า...


      “เสด็จแม่!!!!!” ร่างงามของราชินีคู่บัลลังก์มังกรทองผวาเข้ามารับการโจมตีนั้นด้วยร่างกายที่อิดโรยจนใช้พลังใดๆ ของตนไม่ได้อีก แค่ขยับกายมารับเพลิงเวทย์นับว่านางฝืนทนมากแล้ว แต่เพื่อบุรุษอันเป็นที่รักย่อมเสียสละได้เสมอ


      ทุกสายตาหันมาจดจ้องเสียงที่แผดออกมาของผู้พึ่งปรากฏกาย ผู้ได้ชื่อว่าเป็นโอรสผู้มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ต่อไป ด้วยไม่ทันคาดคิดว่าจะยังมีราชวงศ์หลุดรอดจากการต้อนมารวมกันตามแผนของหนอนบ่อนไส้ที่พวกตนสู้อุตส่าห์ส่งเข้ามาแฝงตัวอยู่ในนี้เป็นเวลานาน


      ใช่แล้ว การกระทำครั้งนี้ถูกวางแผนมาอย่างยาวนานเพื่อปลดพวกตนให้พ้นจากความหวาดกลัว และเพื่ออำนาจที่ตนจะได้รับหากเป็นผู้ที่สามารถโค่นเจ้าแห่งพิภพลงได้


      เพราะทะนงมั่นใจในแผนของตนมากเกินไปจนทำให้เกิดข้อผิดพลาด...


      สายตาหวาดระแวงมองไปทางผู้ครอบครองพลังร้ายกาจอีกสองคน ก่อนคำสั่งจะดังให้ได้ยินท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่

      “ฆ่าองค์ชายกับท่านหญิง!!!”

      จบคำเหล่ามนุษย์และอสูรจึงบุกเข้าไปยังเด็กทั้งสอง แต่เพียงเสี้ยวของเศษเวลาทุกร่างที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นกลับหยุดค้าง คงเหลือไว้เพียงผู้ที่มีพลังควบคุมเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่ขยับได้


      “เสด็จ...พ่อ...” เสียงครางแผ่วหลุดออกมาจากปากของผู้เป็นลูกชาย ด้วยทราบดีว่าพลังนี้คือพลังที่เคยสร้างความเกรียงไกรเมื่อครั้งในอดีต แต่ทว่าในหลายๆ รุ่นต่อมาไม่มีใครที่สามารถใช้พลังนี้ได้อิสระเฉกเช่นประมุขคนแรก เพราะภาชนะที่รองรับพลังนั้นอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ จนใครคิดบังอาจควบคุมมหากาลเวลาอีกต้องแลกด้วยชีวิต สิ่งนี้ถูกเก็บเป็นความลับมีเพียงคนสนิทเป็นที่ไว้ใจเท่านั้นที่จะทราบ

      ...และเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นหากความลับยังคงเป็นความลับ


      “จงมีชีวิตต่อไปเพื่อพ่อและแม่” ร่างขององค์กษัตริย์ทรุดลงจากการฝืนใช้พลังต้องห้ามด้วยสภาพที่แค่ลมพัดก็สามารถมลายไปกับสายลมได้


      “เสด็จพ่อ...” น้ำใสที่ไม่เคยให้ใครได้เห็นมานานตั้งแต่วันที่ได้รับรู้ว่าบัลลังก์มังกรที่แข็งแกร่งอยู่เหนือคนทั่วหล้าต้องหลั่งรินเมื่อเห็นผู้เป็นบิดากระอักเลือดคำโตเพราะร่างกายไม่อาจแบกรับพลังมหาศาลนั้นได้อีก เท้าเล็กขยับหมายก้าวเข้าหาร่างผู้ให้กำเนิด


      “ไปซะ! จงมีชีวิต... ขอแค่เจ้ามีชีวิตเท่านั้น เรื่องอื่นใดขอให้เจ้าลืมมันให้หมด ...ช่างเอ๋อร์ลูกรัก” เสียงห้ามหยุดฝีเท้าผู้เป็นลูกก่อนที่ราชาจะหันไปยังอีกคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังบุตรชาย หลานสาวที่เกิดจากกษัตริย์องค์ก่อนหรือพี่ชายของเขาเอง “ข้าอาจจะเห็นแก่ตัวต่อเจ้า แต่ถือว่านี้คือคำขอร้องจากข้า ...ปกป้องเขา”


      ดวงหน้าสาววัยแรกแย้มผินมองไปยังร่างของสตรีที่นอนแน่นิ่งในอ้อมแขนขององค์ราชาผู้เคยหยิ่งทะนง เนตรสีทะเลหันกลับมายังผู้ที่กำลังมองหน้านางด้วยสายตาอ้อนวอน ไม่ใช่ขู่บังคับเฉกเช่นคนที่เคยมีอำนาจล้นฟ้า


      ...สายตาของผู้เป็นพ่อที่ปรารถนาอย่างสุดซึ้งเพื่อให้เลือดเนื้อที่ยังเหลืออยู่มีชีวิตต่อไป


      “ได้ ข้าจะทำ ไม่ใช่เพราะคำขอร้องหรือความเห็นแก่ตัวของพระองค์ แต่ข้าจะทำในฐานะคนที่จะเคียงข้างเขาเฉกเช่นองค์ราชินีที่เคียงข้างพระองค์จนวาระสุดท้าย” จินหลงไป๋ตอบกลับด้วยแววตามั่นคงแม้ใบหน้าสวยนั้นจะขาวซีดเพราะความโหดร้ายที่พึ่งจะเคยพบเจอตรงหน้า


      “ขอบคุณ” องค์ราชายิ้มให้อย่างซาบซึ้งและก่อนที่ลูกชายจะขัดความตั้งใจนี้เขาจึงใช้เส้นชีวิตเกือบทั้งหมดแหวกมิติให้ทั้งสองหายไปจากตรงนั้น


      และนี่คือ - - จุดจบของมหาอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่


      +++++++++++++++++++++++++

      แจ้งนิดเผื่อมีใครเคยอ่านเรื่องนี้แล้ว(?)

      เรื่องสั้นนี้เป็นการเอาเรื่องเก่ามาหากินใหม่ เพื่อให้เข้ากับกติกาคุณพี่ตุลา(จาก 10 เหลือ 3 ปาดเหงื่อ) เขาไม่ได้ก็อปปี้(บางส่วน) ดัดแปลง(บางส่วน) ของคนอื่นน้าาาา แฮร่...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พอลองอ่านแล้ว...กรุณาอย่าชวนเราไปอ่านเลยนะ


      [ชวนเล่น] ขอสักย่อหน้ามาเขียนนิยายเป็นภาษาอังกฤษกัน
      https://www.dek-d.com/board/view/3928901/


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น่าสนุกมากก อยากเล่นจังเเต่ยังคิดพอร์ตไม่ออกเลย555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชื่อ = sarunrachdw

      นามปากกา = โสดสิดี!!

      เป็นสาววายจ้าา คืออาจจะไม่ได้เป็นเเบบเปิดเผยขนาดนั้น เเต่ก็เป็นอยู่ดีนั่นเเหละ555

      ส่วนวันเกิดเจ้าของกระทู้หรอ...25 มิถุนา มั้ง

      เรื่อง = ...มีเเล้ว

      ++++++++++++++++++

      ฉันเป็นสาวเเซ่บประจำมหา'ลัยที่สวย รวย เเละลีลาเด็ดมาก


      ชีวิตของฉันคือการอยู่อย่างลอยหน้าลอยตาไปวันๆกับกลุ่มเพื่อนหญิง...คุยเม้าเรื่องดาราเกาหลีเเละความสวยความงามตามประสาวัยรุ่นทั่วไป


      มีผู้ชายหลายคนมากๆที่ชอบฉัน เเละพยายามตามจีบ บ้างก็เอาดอกไม้มาให้ บ้างก็ฝากขนมเล็กๆน้อยๆมาให้ หรือมีเเม้เเต่ชีทสรุปรายวิชาที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบ


      ก็นะ มันก็เเค่ของเล็กๆน้อยๆที่พบเจอได้ทั่วไปในชีวิตของคนสวย


      เเต่ฉันก็ไม่เเม้เเต่จะชายตามองของกระจุ๋มกระจิ๋มพวกนั้น เพราะหัวใจของฉันมีเจ้าของอยู่เเล้ว...


      ฉันกำลังมีความรักให้กับรุ่นพี่หนุ่มหล่อสุดฮอตคนหนึ่ง


      รุ่นพี่คนนี้เป็นถึงดาวประจำมหาลัย มีหุ่นสูงเพรียวเหมือนนายเเบบ ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ เเละความเป็นเเบดบอยเท่ระเบิด เเละที่สำคัญคือ รุ่นพี่เเกยังโสดเสียด้วย


      ความจริงฉันเองก็เเปลกใจอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่ค้นพบว่าคนที่หล่อขนาดนี้ไม่มีเเฟน ถึงบางครั้งฉันจะเห็นเขาเดินควงสาวๆบ้าง เเต่หน้าก็ไม่เคยเหมือนกันเลยสักคน ส่วนนอกนั้นเขาก็เเค่อยู่กับพวกเพื่อนผู้ชายตามปกติ


      ฉันลงทุนลงเเรงซื้อสมุดบันทึกเเบบล็อคได้กับปากกาเขียนลื่นไม่สดุดเพื่อจดบันทึกข้อมูลของรุ่นพี่เขาโดยเฉพาะ จากนั้นก็เริ่มลงมือปัดกวาดความรู้ที่ครูอาจารย์สอนออกไปจากสมอง เเทนที่ทุกๆอย่างด้วยวันเกิด น้ำหนัก เเละส่วนสูงของคนคนนั้น...


      เเละในที่สุด การตามสตอร์กพี่เขาเเบบขั้นเทพของฉันก็เห็นผล เมื่อฉันพบทางสะดวกในการบอกความรู้สึกของตนเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้


      หัวใจของฉันเต้นเเรงมากจนเเทบจะทะลุออกมาจากอก มือที่สั่นเทาค่อยๆยื่นช็อกโกเเล็ตกับดอกกุหลาบส่งให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า


      "รุ่นพี่คะ คือ..." ฉันสบตากับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า สูดหายใจลึกรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เเล้วโพล่งออกไป "ฉันชอบรุ่นพี่ค่ะ!!"


      รุ่นพี่อึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่ได้ยื่นมือมารับของ เเต่ดันมันกลับเข้าหาตัวฉันเเทน "เธอก็สวยอยู่หรอกนะ" เขายักไหล่ "เเต่ว่า...ผมมีเเล้วน่ะ"


      หัวใจของฉันราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ "รุ่นพี่...ใครกันคะ?"


      ใครกันนะที่สามารถครอบครองหัวใจของสุดหล่อตรงหน้าฉันได้!? 


      ใครกันที่รุ่นพี่หวงเเหนถึงขนาดไม่เคยเเสดงความรักกันต่อหน้าสาธารณะชน!?


      "คบกับฉันเถอะค่ะ" ฉันรีบพูดขึ้นก่อนคนตรงหน้าจะเดินจากไป ความหวังอันน้อยนิดทำให้ความกล้าหน้าด้านเกิดขึ้นมาเเวบหนึ่ง


      รุ่นพี่ถอนหายใจเเล้วหันมาจ้องหน้าฉัน "ฟังให้ชัดๆนะครับ" เขาพูดช้าๆ


      "ผม-มี-ผัว-เเล้ว"



      ++++++++++++++++++










      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชื่อเรื่อง

      -นามปากกา: ภัสนภางค์

      -เป็นเเฟนฟิค/ฟิคสั้นหรือไม่ : ไม่เป็นแฟนฟิคค่ะ

      -เป็นสาววายหรืหนุ่มวายหรือไม่ : ไม่ค่ะ

      -จำนวนหน้าเกินสามหน้ากระดาษหรือไม่ : เรื่องหนึ่งเกินหนึ่งหน้า อีกเรื่องเกิน 2 หน้าค่ะ

      -ตอบเกี่ยวกับวันเกิดผมจำนวนหนึ่งคำตอบ : 23 มิถุนายน


      ขอแปะลิงก์ สองเรื่องนะคะ จากรวมเรื่องสั้นจิปาถะ

      เรื่องแรก สุดเอื้อม (เกือบy) 4 หน้าเอสี่


      https://writer.dek-d.com/sact/story/viewlongc.php?id=1758387&chapter=20


      เรื่องสอง อสงไขย 5หน้าเอสี่


      https://writer.dek-d.com/sact/story/viewlongc.php?id=1758387&chapter=21


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      -ชื่อเรื่อง : บทเรียนจากคนไร้ค่า

      -นามปากกา/นามเเฝง : Shadow Priest

      -เป็นเเฟนฟิค/ฟิคสั้นหรือไม่ : ไม่ใช่

      -เป็นสาววายหรืหนุ่มวายหรือไม่ : ไม่ใช่

      -จำนวนหน้าเกินสามหน้ากระดาษหรือไม่ : สามหน้าพอดี Cordia UPC 16

      -ตอบเกี่ยวกับวันเกิดผมจำนวนหนึ่งคำตอบ : 10 มิถุนาแล้วกันครับ


      https://my.dek-d.com/joshywisky/writer/view.php?id=1969123

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป