ซ่อน
แสดง

Step by Step ของการเป็นเด็กมฟล. จากเด็กลำดวนช่อที่20 (สำนักศิลปศาสตร์) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ภาษาอังกฤษ #เอกอังกฤษ #ศิลปศาสตร์ #แม่ฟ้าหลวง #มฟล
*** เนื้อหาต่อไปนี้คือการรีวิวชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และสำนักศิลปศาสตร์ อาจมีคหสต.สอดแทรกอยู่ภายในเนื้อหา ***

大家好!สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวก่อนเลยเราเป็นนศ.ที่เพิ่งจบปี1 มาหมาดๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราใช้ชีวิตที่ม.นี้มาเกือบปี (ประมาณ10 เดือน) ด้วยช่วงเวลาเท่านี้อาจจะยังไม่ได้พบประสบการณ์อะไรมากมาย แต่เราจะขอเล่าในมุมมองของเรานะคะ
หลายคนอาจจะสงสัยกับหัวข้อกระทู้ว่าอะไรคือ ‘ลำดวนช่อที่ 20’ ก่อนอื่นเลยดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ขอมฟล. คือดอกลำดวนค่ะ จึงนำมาใช้เรียกรุ่นของนศ.ปีต่อปี และเลข 20 คือ รุ่นที่20 นั้นเอง ดังนั้นเราเป็นเด็กรุ่นที่20 นั่นแหละ

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเข้าเรียนที่นี่ เราลังเลอยู่เกือบอาทิตย์เลยแหละ ทันทีที่ประกาศรอบโควต้า 17จังหวัด(รอบ2) เราติดมฟล. กับ ม.P ตอนนั้นในใจที่แน่ๆ คือจะไม่เอาม.P แน่นอนเพราะไม่ใช่คณะที่เราชอบ แต่ตอนนั้นที่ลงสมัครเพราะตามใจที่บ้าน และคิดว่าตัวเองจะไม่ติดมฟล. ดันติดซะงั้น 

เราศึกษาอยู่สำนักศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ วันแรกของการมาที่มฟล คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยคือ ‘ทำไมม.ทั้งใหญ่ทั้งสวยจังวะ’  ‘แล้วจะมาเรียนแต่ละตึกเยี่ยงไร?’  ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามีรถเจมส์รับส่งภายในม.

ช่วงเดือนแรกคือช่วงการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมในม. ได้เจอเพื่อนใหม่ และการได้นอนห้องเดียวกับคนที่เราไม่รู้จัก ช่วงแรกจำได้เลยว่าเจอเพื่อนใหม่แบบเยอะของเยอะของเยอะ จำหน้าได้แต่จำชื่อไม่ได้ จำชื่อได้แต่จำหน้าไม่ได้555 จากนั้นก็จะมีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องต่างๆ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญมาก เราได้พี่เทคก็เพราะได้เข้ากิจกรรมนี่แหละ 

สังคมของมฟล อาจจะไม่กว้างมากนัก ด้วยความที่ม.อยู่บนดอย การที่จะเข้าไปในเมืองค่อนข้างจะลำบาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะขาดแคลนมากขนาดนั้น ทางหน้าม.ก็จะมีร้านอาหาร หรือ ‘กาดหน้าม.’ ด้วย ซึ่งจะมีเฉพาะวันจันทร์และพฤหัส และทุกวันพุธจะมี ‘กาดในม.’

ในช่วงเทอมแรก ก็จะยังมีกิจกรรมบ้างประปราย เช่น รับน้องสำนัก ชิงธง ลำดวนเกมส์ ขบวนรับเสด็จ เดินขึ้นดอยแง่ม บลาๆๆ และจะมีการเปิดรับสมัครชมรมในช่วงเทอมแรกด้วย เราลงชมรมถ่ายภาพกับดาราศาสตร์ แต่ก็ไม่เคยได้เข้าซะที

เมทเราค่อนข้างนิสัยดีนะ เราเคยแลกไลน์คุยกันก่อนเข้าหอ ทำให้สนิทกันระดับหนึ่ง แต่มันก็แน่นอนแหละ คุยกันในแชต จะไปรู้นิสัยตัวจริงยังไง... มันก็จะมีมุมที่ดีกับมุมมืดอ่ะเนอะ ในแต่ละคน  ซึ่งเมทก็ขึ้นอยู่กับดวงของทุกคนแล้วว่าจะได้เจอดีแบบนางฟ้า หรือชั่วร้ายแบบนางมาร 

เมื่อช่วงรับน้องผ่านไป ต่อไปจะเข้าสู่ช่วง ‘ปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ หรือ IE’ เรียนประมาณเดือนกว่า สำหรับเรานะไม่ยากมาก (แต่ได้ข่าวมาจากอ.ที่สอน ในรุ่นน้องdek62 เขาจะเปลี่ยนหลักสูตร ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนไปทางไหน แต่พี่ก็เอาใจสู้นะ ถ้าเรามีใจรักเรียนภาษาและความพยายาม อ.ก็คอยช่วยอยู่แล้วล่ะ) รุ่นที่เราเรียน เราเจอกับอ.ฝรั่งสไตล์อเมริกันแท้ๆ ซึ่งสำเนียงสำหรับเราค่อนข้างฟังง่าย และอ.ใจดีมากกก 

หลังจากจบช่วงปรับพื้นฐานแล้ว ช่วงนรกของแท้มาเลยจ้า สำหรับใครที่เรียน ‘สินสาด’ จะหนีไม่พ้นกับวิชานี้ ‘FCE’ หรือ ‘Foundations of College English’ มีทั้งหมด 4 Step เจอตั้งแต่ปี1 จนถึงปี2 เป็นวิชาที่นศ.ติดF กันเป็นแถว ส่วนเราเทอม1 สอย D+ มา (กรากมากกก) 

บ้านหลังที่สองนอกจากหอพักสำหรับเราคือ ‘ห้องสมุด’ เราเป็นคนติดอ่านนิยาย (บ้า)อ่านหนังสือมาก สักอาทิตย์นึงเราจะไปสิงอ่านนิยายอยู่ทั้งวัน และห้องสมุดคือโอเคเลยสำหรับเรา หรูอยู่นะ แอร์เย็น แต่ถ้าช่วงสอบคนจะแน่นมาก

ต่อไปคือวิชาที่ต้องเจอในปี1 เทอม1 ของสำนักสินสาด >>
1. FCE1 หินสุด นรกสุด วิชานี้ขึ้นอยู่กับความขยัน ความพยายามล้วนๆ หมั่นเขียน หมั่นอ่าน จะดีมาก
2. English listening and pronunciation การฟัง&การพูดที่ถูกต้อง จะได้เรียนกับอ.ฝรั่ง ได้ฝึกสกิลทั้งหูและปากได้ดีมาก เราพูดฟังอังกฤษคล่องขึ้นเพราะวิชานี้เลย
3. Thai language skills แน่นอนว่าเรียนสำนักที่เกี่ยวกับภาษา จะไม่พ้นจากภาษาไทยได้ไง เพราะมีความสำคัญต่อการเขียน การทำงานในภายภาคหน้า
4. Art Appreciation โลกที่เต็มไปด้วยศิลปะ! จะได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกศิลปะ ชนิดแบบเจาะลึกทุกประเภท และวิชานี้ได้ทำโปรเจ็คใหญ่ด้วยนะ
5. Introduction to information technology พื้นฐานของการใช้คอมพิวเตอร์ จะมีแนะนำการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็มีประโยชน์สำหรับคนที่ low technology แบบเรามาก

เทอมนี้สำหรับเราคือชิลสุดแล้ว ตามจากคำบอกเล่าขอรุ่นพี่บอกว่าควรเก็บเกรดเทอมให้สูงไว้ โอเค! เมื่อจบเทอม1 เราก็เข้าสู่ช่วงเทอม2 สำหรับเราถือว่าเดินทางมาได้ไกลแล้วล่ะ เพราะเริ่มปรับตัวได้แล้ว และเริ่มเข้าใจสังคมมากขึ้น️

วิชาที่ต้องเจอในปี1 เทอม2 ของสำนักสินสาด >>
1. FCE2 วิชานี้เราจะไม่พูดถึงมากละกัน555 เพราะมันก็คือการ up level ของ FCE1 นั่นแหละ
2. English conversation and discussion เป็นการยกระดับการพูดฟังอังกฤษมากขึ้น เพราะจะเพิ่มความ formal และ informal เข้ามา ไว้ใช้สำหรับการสื่อสารในวงงานการทำงานและคนใกล้ชิด 
3. Chinese1 อ่าหะ! นี่คือวิชาบังคับนะจ๊ะ ที่จะต้องเจอไปจนถึงปี3 นั้นก็คือ จีน จี่น จี้น จี๊น จี๋น เทอมนี้สำหรับเราถือว่าง่ายอยู่ เพราะมีอักษรพินอินมาให้ แต่ของปี2 มันจะยากขึ้นอีกมากโขเลยล่ะ เพราะไม่มีพินอิน!!! เราจะได้เรียนกับเหล่าซือที่เป็นคนจีนแท้ๆ 
4. ASEAN เป็นวิชาที่เกี่ยวกับสังคมอาเซียน วิชานี้ทริคสำหรับเราคืออ่านล่วงหน้าไปก่อนเลยอย่างน้อย 2เดือนก่อนสอบ เพราะเนื้อหาเยอะมากกกก
5. Thai academic writing and reading เป็นการอัพเลเวลจากเทอม1 เหมือนกัน ซึ่งจะเน้นหนักไปทางการเขียนส่วนใหญ่ที่จะมีส่วนสำคัญในการเขียนรายงานวิชาการ
6. General education elective1 หรือวิชาศึกษาทั่วไป เราจะเลือกลงเรียนวิชาใดก็ได้ ที่ทางม.กำหนด ซึ่งมีหลายวิชามากเช่น จิตวิทยา ปรัชญาตะวันตก&ตะวันออก มนุษย์กับสังคม และอื่นๆ ซึ่งบางวิชาคนลงเรียนจนล้นเลยก็มี ต้องย้ายไปลงวิชาอื่น
*** อย่าลืมนะว่าทุกวิชาได้เรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด บทความยากๆ ยาวๆ ศัพท์การเมืองในวิชา ASEAN เรานั่งแปลจนตาแทบถลนออกมา ***
*** ยกเว้นไทยและจีน ที่ไม่ได้เรียนเป็นอังกฤษ555 ***

เอาล่ะ! สุดท้ายนี้เราอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งด้านดีและด้านลบของมฟล. แตกต่างกันไป แต่ในมุมมองเรา ถ้าเข้ามาเรียนม.นี้ อย่างน้อยคุณจะได้ภาษาติดตัวไปเพิ่มอีกอย่างน้อย 2ภาษา ไม่ใช่เพียงสำนักสินสาดเท่านั้นที่เรียนจีน สำนักอื่นก็เรียนจีนเช่นกันเพียงแต่ไม่หนักเท่า สำนักสินสาดและสำนักจีน

และคุณจะยังได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติของภาคเหนือ ดอกไม้ที่บานสะพรั่งในฤดูหนาว และอากาศที่ร้อนในฤดูร้อน ฝนพายุที่เทกระหน่ำในฤดูฝน 

ม.เรามีรูปปั้นคุณย่าซึ่งเป็นที่พึ่งพาทางใจอยู่คู่มฟล มาเนิ่นนาน ถ้าได้เดินผ่านหรือมาเที่ยวก็อย่าลืมกราบสักการะ หรือมาอธิษฐานจากคุณย่าก็ได้นะคะ 

กระทู้นี้อาจจะยาว(มาก) แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้องที่ไม่รู้จักมอนี้เลย และกำลังลังเลกับเส้นทางที่ตนเองเลือกหรือผู้ที่สนใจแล้วกดเข้ามาอ่าน

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ! 谢谢你!
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป