ซ่อน
แสดง

Review แพทยศาสตร์ ม.สยาม รอบ 1(2) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#สัมภาษณ์ #แพทยศาสตร์ #ม.สยาม


สวัสดีครับ เรายืมuserเพื่อนมา นี่เป็นกระทู้แรกของเรา โว้ยยยย ผิดเวป


สวัสดีครับบ กระทู้นี้จะมารีวิวเกี่ยวกับ แพทย์ มสยามรอบ 1(2) เอาตรงๆคือเราบนกับลมฟ้าอากาศตอนวันสัมภาษณ์ไว้ว่าถ้าเราสอบติดรอบนี้เราจะมาตั้งกระทู้เด็กดี ยาวหน่อยนะแต่อยากให้อ่านกัน มาเริ่มกันเลย


ก่อนอื่นเรามารู้จัก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามกันก่อน สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน med.siam.edu คร่าวๆคือเราเป็นคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเอกชน แห่งที่ 2 ของประเทศไทย 


การรับเข้าศึกษาของม.สยามจะมีหลายรอบ ที่เราจะมาเล่าคือ รอบรับตรง รอบ 1(2)




กว่าเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้คือค่อนข้างจะใช้ระยะเวลานานเหมือนกัน ตั้งแต่ช่วงเดือน ธันวาคม 2561 เป็นช่วงที่มีประกาศรับสมัครออกมา ซึ่งมันเป็นรอบ 1 อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่ามันคือรอบแฟ้มสะสมผลงาน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแฟ้มสะสมผลงาน!!!!!



หลังจากที่เราเห็นประกาศของมหาวิทยาลัยแล้ว เราเริ่มต้นทำแฟ้มสะสมผลงาน กินเวลาประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ เพราะเราอยากได้ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดว่าต้องมี 3 ส่วน คือ


ส่วนที่ 1 : ประวัติส่วนตัว


ส่วนที่ 2 : สำเนาหลักฐานโครงงาน


ส่วนที่ 3 : เกียรติประวัติ


ซึ่งการทำแฟ้มสะสมผลงานของเราหรือที่เรียกว่า portfolio นั้นเราพยายามหาผลงานแล้วจัดหมวดหมู่ให้ตรงตามที่มหาลัยต้องการ ดังนี้!!!


  • คุณธรรมและจริยธรรม

  • ความสามารถในการทำงานเป็นทีม

  • ทักษะการสื่อสาร

  • ภาวะผู้นำ เป็นผู้มีความรับผิดชอบสูง

  • อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์



ซึ่งยากมากกกกกกกกก กว่าจะหาผลงานหรือกิจกรรมที่เคยทำมาตลอดชีวิตมาให้ตรงตามหมวดหมู่ที่มหาลัยกำหนด แต่ก็หามาจนครบ แทบลากเลือดดด 5555


แต่!!!!!!เราทำ port เสร็จแทบจะไม่ได้นอนตลอดเวลา 1 สัปดาห์ ในวันที่เรามายื่นสมัคร พี่เจ้าหน้าที่บอกว่า ไว้ถือมาวันสัมภาษณ์นะครับ whatttttt?????? โอเคได้ครับ วันสัมก็วันสัม



หลังจากที่เราสมัครเสร็จเราก็รอวันที่มหาลัยจะประกาศลำดับสัมภาษณ์ แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พอมหาลัยประกาศออกมาไม่มีชื่อเรายอมรับว่าเฟลแหละแต่ต้องยอมรับผล 


อ่านต่อในเม้นจ้าาา

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ‘ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสเสมอ’

    หลังจากความผิดหวังครั้งนั้น เราก็แทบจะถอดใจจากรอบนี้แล้ว แต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มหาลัยได้มีประกาศให้ผู้ที่สมัครรอบ 1 ได้มายื่นแสดงหลักฐานในรอบ 1(2) เพิ่มเติม ช่วงนั้นคือเป็นช่วงที่กำลังจะสอบ 9 วิชาสามัญ เราก็เลยอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อที่จะทำคะแนนให้ดีที่สุด

    ซึ่งหลังจากสอบ 9 วิชาเสร็จเราก็ตัดสินใจไปสอบ toeic แบบไม่อ่านหนังสือ 555 คะแนนก็แย่พอควร หลักฐานที่เรายื่นไปก็จะมี

    - Portfolio

    - คะแนนความถนัดแพทย์

    - คะแนน 9 วิชาสามัญ

    - คะแนน toeic

    - เหนือสิ่งอื่นใด พี่เจ้าหน้าที่ถามว่า น้องสอบ Onet ไหมคะ ปริ้นผลตรงนั้นเลยจ้าา

    หลักจากที่เรายื่นเสร็จทางคณะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์แล้วจึงประกาศผู้มีสิทธิเข้าสัมภาษณ์ โดยรอบนั้นคณะประกาศมาทั้งหมดจำนวน 48 คน

    วันสัมภาษณ์

    ก่อนอื่นเราต้องไปลงทะเบียนโดยทางคณะเปิดให้ลงทะเบียน 07:00 - 8:00 เท่านั้น เมื่อทุกคนลงทะเบียนเสร็จแล้ว อาจารย์จะให้เราจับสลากหมายเลขโดยแต่ละหมายเลขจะถูกแบ่งอยู่ในกลุ่ม 1-5 โดยแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกประมาณ 8-9 คน เมื่อแบ่งกลุ่มเรียบร้อย จะมีพี่ประจำกลุ่มเป็นคนพาเราไปทดสอบ จำหน้าเพื่อนในกลุ่มไว้ดีดีนะ เพราะจะได้อยู่กับเพื่อนกลุ่มนั้น ทั้งวัน ตั้งแต่ 8:00-17:00

    เริ่มกันเล้ยยย

    ทุก station ที่เข้าไปสัมภาษณ์จะมี 3 ห้องคือ

    pre-station : เป็นห้องที่ให้เรานั่งรอก่อนเข้าห้องเป็นห้องแจกโจทย์ โดยโจทย์ที่ได้รับจากทุกห้องจะเป็นภาษาอังกฤษแล้วให้เราอ่าน

    Station : เป็นห้องที่ใช้ในการสัมภาษณ์วัดทัศนคติ ความคิดต่างๆของเรา

    Post-station : เป็นห้องที่ใช้ผ่อนคลาย (ไหมนะ) หลังจากที่สัมภาษณ์เสร็จ แบบเห้ยๆๆแกๆ อ ถามไร

    เริ่มจริงๆละ (อันนี้เรียงตามลำดับที่เราเข้าฐานนะ)

    Station 1 : Group Work

    ทางคณะจะมอบโจทย์การทำงานให้เราโดยเรามีเวลา 30 นาทีในการปรึกษาหารือตั่งต่างกับสมาชิกในกลุ่ม แล้วหลังจากนั้นจะมีการนำเสนอข้อมูลรวมถึงตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราสืบค้น ซึ่งส่วนตัวเราชอบฐานนี้มากๆๆๆๆ แล้วที่สำคัญคือหมายเลขที่เราได้รับติดหน้าอกให้ติดไว้ให้ดีอย่าให้หล่นหายเด็ดขาด

    Station 2 : (จำไม่ได้)

    ห้องนี้จะถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองภาคเหนือ PM2.5 เราเห็นด้วยไหม ถ้าเป็นเราจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ แล้วอาจารย์จะถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราเคยทำ เคยช่วยเหลือสังคมไหม ได้อะไรจากกิจกรรมเหล่านั้น

    —- พักเที่ยงครับโผมมม —-

    การพักเที่ยงคือเราจะได้กินข้าวกับเพื่อนในกลุ่ม มองหน้าสบตา ปิ๊งๆๆๆ อ้ออีกอย่างที่เราประทับใจคือ ทุกคนจะมีขวดน้ำประจำตัว ถ้าน้ำในขวดหมดก็จะมีคุณป้าที่คอยเติมน้ำให้เรา ขอบคุณคุณป้ามากๆครับผม ^^

    Station 3 : แบบทดสอบ (สุดหิน)

    เป็นคำถามเรื่องเกี่ยวกับโรค cystic fibrosis(CF) ล้วนๆเลยทั้ง 10 ข้อ พอเจอข้อสอบก็แบบเอ้อ ขอเปิดไปหน้าที่ทำได้ก่อน สรุปคือออ เปิดจนครบ 15 หน้า ก็ยังทำไม่ได้ 5555 เราเลยกลับมาเริ่มที่ข้อ 1 ก็คือมันเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับโรคกลไกการเกิดโรคโดยแต่ละข้อจะให้บทความมาคล้ายๆจะเป็นไกด์ให้กลายๆ แล้วโจทย์จะถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ให้มาแหละ แล้วข้อต่อๆมาก็ให้เราแปลผลแลป จากผลของคนไข้บลาๆๆ ให้เราวิเคราะห์ว่าคนไข้มีความผิดปกติยังไง อีกข้อที่พีคมากกกสำหรับเราคือโจทย์กำหนดของมาให้ 10 อย่างแล้วให้ประดิษฐ์เครื่องวัดปริมาตรปอด พร้อมทั้งบอกหลักการและวิธีใช้ซึ่งเราก็เขียนอะไรไปไม่รู้แบบงงๆ ด้วยแบบทดสอบชุดนี้ในความคิดเราคือมันยากและค่อนข้างใช้ความรู้เชิงลึกเราเลยเสียเวลาไปเยอะมากจนเกือบลืมทำหน้าสุดท้าย เป็นบทความสักอย่างโดยให้เราแปลสรุป และก็ให้ความคิดเห็น

    Station 4 : Ethic

    อ. จะให้สถานการณ์เรามาเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ป่วย HIV โดยสถานการณ์มีตัวละคร 3 ตัว ฐานนี้จะถามเกี่ยวกับพวก สิทธิผู้ป่วย ความรู้พื้นฐานต่างๆที่เราควรรู้ ถ้าจำไม่ผิดมี 5 ข้อพ่วง แบบเราเป็น a จะทำไง เป็น b จะทำไง อะไรทำนองนี้

    Station 5 : Critical thinking

    ห้องนี้แอบโหดเพราะสถานการณ์ที่ได้คือเรื่องปัจจุบันแบบมากๆๆๆๆๆ คือการเลือกตั้งที่ผ่านมา รายละเอียดขอไม่ลงลึกในจุดนี้ นอกจากนั้น อ ถามเกี่ยวกับคะแนนกสพทว่าเราเลือกอะไรไปบ้างทำไมถึงเลือกอย่างนั้น

    ก็จบไปแล้วสำหรับวันแห่งการสัมภาษณ์ตั้งแต่ 8:00 - 17:00 ซึ่งหลังจากนั้นเราทำได้แค่รอประกาศผลจากทางเวปไซต์ของคณะ

    และผลก็คืออออออ เราติดเป็น 1 ใน 6 ของผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์มีสิทธิตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต ยอมรับว่าดีใจมากๆๆๆๆ ที่ทำได้

    ————

    สุดท้ายนี้สำหรับกระทู้รีวิวและแก้บน หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจที่จะเข้ามาศึกษา ส่วนตัวคิดว่ามันค่อนข้างท้าทายและกดดันมากกกกกกกกก แต่ถ้าเราตั้งใจจริง คณะกรรมการน่าจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา สู้ๆค้าบบบ

    ตอบกลับ

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ‘ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสเสมอ’

      หลังจากความผิดหวังครั้งนั้น เราก็แทบจะถอดใจจากรอบนี้แล้ว แต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มหาลัยได้มีประกาศให้ผู้ที่สมัครรอบ 1 ได้มายื่นแสดงหลักฐานในรอบ 1(2) เพิ่มเติม ช่วงนั้นคือเป็นช่วงที่กำลังจะสอบ 9 วิชาสามัญ เราก็เลยอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อที่จะทำคะแนนให้ดีที่สุด

      ซึ่งหลังจากสอบ 9 วิชาเสร็จเราก็ตัดสินใจไปสอบ toeic แบบไม่อ่านหนังสือ 555 คะแนนก็แย่พอควร หลักฐานที่เรายื่นไปก็จะมี

      - Portfolio

      - คะแนนความถนัดแพทย์

      - คะแนน 9 วิชาสามัญ

      - คะแนน toeic

      - เหนือสิ่งอื่นใด พี่เจ้าหน้าที่ถามว่า น้องสอบ Onet ไหมคะ ปริ้นผลตรงนั้นเลยจ้าา

      หลักจากที่เรายื่นเสร็จทางคณะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์แล้วจึงประกาศผู้มีสิทธิเข้าสัมภาษณ์ โดยรอบนั้นคณะประกาศมาทั้งหมดจำนวน 48 คน

      วันสัมภาษณ์

      ก่อนอื่นเราต้องไปลงทะเบียนโดยทางคณะเปิดให้ลงทะเบียน 07:00 - 8:00 เท่านั้น เมื่อทุกคนลงทะเบียนเสร็จแล้ว อาจารย์จะให้เราจับสลากหมายเลขโดยแต่ละหมายเลขจะถูกแบ่งอยู่ในกลุ่ม 1-5 โดยแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกประมาณ 8-9 คน เมื่อแบ่งกลุ่มเรียบร้อย จะมีพี่ประจำกลุ่มเป็นคนพาเราไปทดสอบ จำหน้าเพื่อนในกลุ่มไว้ดีดีนะ เพราะจะได้อยู่กับเพื่อนกลุ่มนั้น ทั้งวัน ตั้งแต่ 8:00-17:00

      เริ่มกันเล้ยยย

      ทุก station ที่เข้าไปสัมภาษณ์จะมี 3 ห้องคือ

      pre-station : เป็นห้องที่ให้เรานั่งรอก่อนเข้าห้องเป็นห้องแจกโจทย์ โดยโจทย์ที่ได้รับจากทุกห้องจะเป็นภาษาอังกฤษแล้วให้เราอ่าน

      Station : เป็นห้องที่ใช้ในการสัมภาษณ์วัดทัศนคติ ความคิดต่างๆของเรา

      Post-station : เป็นห้องที่ใช้ผ่อนคลาย (ไหมนะ) หลังจากที่สัมภาษณ์เสร็จ แบบเห้ยๆๆแกๆ อ ถามไร

      เริ่มจริงๆละ (อันนี้เรียงตามลำดับที่เราเข้าฐานนะ)

      Station 1 : Group Work

      ทางคณะจะมอบโจทย์การทำงานให้เราโดยเรามีเวลา 30 นาทีในการปรึกษาหารือตั่งต่างกับสมาชิกในกลุ่ม แล้วหลังจากนั้นจะมีการนำเสนอข้อมูลรวมถึงตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราสืบค้น ซึ่งส่วนตัวเราชอบฐานนี้มากๆๆๆๆ แล้วที่สำคัญคือหมายเลขที่เราได้รับติดหน้าอกให้ติดไว้ให้ดีอย่าให้หล่นหายเด็ดขาด

      Station 2 : (จำไม่ได้)

      ห้องนี้จะถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองภาคเหนือ PM2.5 เราเห็นด้วยไหม ถ้าเป็นเราจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ แล้วอาจารย์จะถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราเคยทำ เคยช่วยเหลือสังคมไหม ได้อะไรจากกิจกรรมเหล่านั้น

      —- พักเที่ยงครับโผมมม —-

      การพักเที่ยงคือเราจะได้กินข้าวกับเพื่อนในกลุ่ม มองหน้าสบตา ปิ๊งๆๆๆ อ้ออีกอย่างที่เราประทับใจคือ ทุกคนจะมีขวดน้ำประจำตัว ถ้าน้ำในขวดหมดก็จะมีคุณป้าที่คอยเติมน้ำให้เรา ขอบคุณคุณป้ามากๆครับผม ^^

      Station 3 : แบบทดสอบ (สุดหิน)

      เป็นคำถามเรื่องเกี่ยวกับโรค cystic fibrosis(CF) ล้วนๆเลยทั้ง 10 ข้อ พอเจอข้อสอบก็แบบเอ้อ ขอเปิดไปหน้าที่ทำได้ก่อน สรุปคือออ เปิดจนครบ 15 หน้า ก็ยังทำไม่ได้ 5555 เราเลยกลับมาเริ่มที่ข้อ 1 ก็คือมันเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับโรคกลไกการเกิดโรคโดยแต่ละข้อจะให้บทความมาคล้ายๆจะเป็นไกด์ให้กลายๆ แล้วโจทย์จะถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ให้มาแหละ แล้วข้อต่อๆมาก็ให้เราแปลผลแลป จากผลของคนไข้บลาๆๆ ให้เราวิเคราะห์ว่าคนไข้มีความผิดปกติยังไง อีกข้อที่พีคมากกกสำหรับเราคือโจทย์กำหนดของมาให้ 10 อย่างแล้วให้ประดิษฐ์เครื่องวัดปริมาตรปอด พร้อมทั้งบอกหลักการและวิธีใช้ซึ่งเราก็เขียนอะไรไปไม่รู้แบบงงๆ ด้วยแบบทดสอบชุดนี้ในความคิดเราคือมันยากและค่อนข้างใช้ความรู้เชิงลึกเราเลยเสียเวลาไปเยอะมากจนเกือบลืมทำหน้าสุดท้าย เป็นบทความสักอย่างโดยให้เราแปลสรุป และก็ให้ความคิดเห็น

      Station 4 : Ethic

      อ. จะให้สถานการณ์เรามาเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ป่วย HIV โดยสถานการณ์มีตัวละคร 3 ตัว ฐานนี้จะถามเกี่ยวกับพวก สิทธิผู้ป่วย ความรู้พื้นฐานต่างๆที่เราควรรู้ ถ้าจำไม่ผิดมี 5 ข้อพ่วง แบบเราเป็น a จะทำไง เป็น b จะทำไง อะไรทำนองนี้

      Station 5 : Critical thinking

      ห้องนี้แอบโหดเพราะสถานการณ์ที่ได้คือเรื่องปัจจุบันแบบมากๆๆๆๆๆ คือการเลือกตั้งที่ผ่านมา รายละเอียดขอไม่ลงลึกในจุดนี้ นอกจากนั้น อ ถามเกี่ยวกับคะแนนกสพทว่าเราเลือกอะไรไปบ้างทำไมถึงเลือกอย่างนั้น

      ก็จบไปแล้วสำหรับวันแห่งการสัมภาษณ์ตั้งแต่ 8:00 - 17:00 ซึ่งหลังจากนั้นเราทำได้แค่รอประกาศผลจากทางเวปไซต์ของคณะ

      และผลก็คืออออออ เราติดเป็น 1 ใน 6 ของผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์มีสิทธิตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต ยอมรับว่าดีใจมากๆๆๆๆ ที่ทำได้

      ————

      สุดท้ายนี้สำหรับกระทู้รีวิวและแก้บน หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจที่จะเข้ามาศึกษา ส่วนตัวคิดว่ามันค่อนข้างท้าทายและกดดันมากกกกกกกกก แต่ถ้าเราตั้งใจจริง คณะกรรมการน่าจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา สู้ๆค้าบบบ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ต้องตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษหรอค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป