Review : แลกเปลี่ยนที่ประเทศไต้หวันครั้งแรก (part 3) END [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ไต้หวัน #แลกเปลี่ยน #asia_university #นักเรียนนอก
สวัสดีครับ ผม โจ้ ไดอารี่ วันนี้ก็จะมาเล่าเรื่องต่อจากเมื่อวาลที่ว่าสถานที่เที่ยวที่ไต้หวันมีอะไรน่าสนใจบ้าง และที่เป็นเป็นไฮไลท์เลยคือ รถเมย์ประเทศไต้หวัน จะแตกต่างจากรถเมย์เมืองไทย น่าขึ้นขนาดไหนไปรับชมกันคับปมๆๆๆ

หลังจากเรียนวิชาคอมพิวเตอร์เสร็จอาจารย์ก็ได้นัดทุกคนมากินข้าวเที่ยงด้วยกัน แล้วผมก็แอบจุกนิดๆเพราะเมนูกับข้าวที่อาจารย์หามาให้ราคา 80 บาทไทย ++ แพงชิดหาย !!! ผมเลยเดินไปกับเพื่อนๆของผมไปขอแวะกินข้าวที่ร้านข้าวแกง 55 บาทต่อ (ร้านที่มีป้ายสีแดงๆ จาก part2นี้เเหละ) พอกืนเสร็จก็กลับไปประชุมวางแผนการไปเที่ยวกันอีกครั้ง

ครั้งนี้เราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่หมู่บ้านสายรุ้ง (Rainbow village) ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่เกือบจะถูกทอดทิ้ง จะสวยงามขนาดไหนไปดูกันเลย

figure1: Our lunch in the classroom


figure2: Bus stop in front of our university

เริ่มจากเราพากันมารอรถที่หน้ามหาวิทยาลัยที่จุดรอรถเมย์ อยากบอกว่าที่ประเทศไต้หวันให้ความสำคัญกับรถสาธารณะมากๆเลย ที่รอรถทุกจุด จะเห็นว่ามีป้ายไฟฟ้าบอกว่ารถเมย์เบอร์ไหน อีกกี่นาทีจะมาตามรูปด้านบนนี้ อยากให้สังเกตุที่ป้าย สีเขียวคือสายอะไร เบอร์อะไร สีแดงข้างหลังคือบอกว่ากี่นาทีจะมา บอกเลยว่าอยู่ที่ไหนก็สบายใจ แถมไม่พอถ้ากลัวหลงก็ยังมี application มือถือ บอกว่าจะไปที่นี้ๆ ขึ้นสายไหนได้บ้าง รถจะมาอีกกี่นาที เสียเงินเท่าไหร่ด้วยนะ ของดีต้องบอกต่อ เผื่อวันหนึ่งจะเป็นจริงที่แถวๆบ้านเราบ้างเนอะ อุ๊บส์ .......
figure3: The bus to go to Tao-zhong train station 

figure4: The bus to go to Taichung train station 
 
figure5: On the bus to go to Taichung train station 

ระหว่างก่อนจะไปถึงหมู่บ้านสายรุ้ง ขอเม้าส์เรื่องรถเมย์ต่ออีกนิดหนึ่ง รถเมย์ที่ประเทศไต้หวันนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเขาใส่ใจมากๆๆ ใส่ใจขนาดไหนหรอ รถเมย์นั้นสามารถโหลดต่ำเอียงข้างและยื่นพื้นสเเตนเลส ออกไปให้คนเข็นรถเข็นขึ้นมาได้ มันไม่ใช่แค่นั้นนะ คนขับก็จะวิ่งลงรถอ้อมมาช้วยเข็นรถเข็นขึ้นด้วย คือดีส์มากอะ ... เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ และภายในของรถเมย์นะ มีทั้งเเอร์ มีเครื่องเสียง มีจอมอนิเตอร์บอกว่าสถานีต่อไปสถานีอะไร และที่สำคัญเลยคือที่ติ๊ดบัตรชำระเงิน ดีเเละรวดเร็วมากๆๆๆๆๆ คือถ้าเงินไม่พอก็ไม่เป็นไร ติ๊ดบัตรไปก่อนแล้วเงินในบัตรเราจะติดลบ แล้วค่อยไปเติมที่ 7 - 11 เอา ไม่ต้องทะเลาะกับกระเป๋ารถเมย์อีกแล้ว !!


figure5: The street in Taiwan is very clean

เรานั่งรถเมย์สาย 100 จากหน้ามอเอเชียเมืองเถาจง ไปสถานีรถไฟในเมือง เรานั่งอยู่ประมาณ 30 นาทีก่อนจะถึงถนนแถวสถานีรถไฟ ก่อนจะไปถึงสถานีรถไฟ อยากจะเม้าส์ต่ออีกนิดหนึ่ง 5555+ เรื่องถนน และทางเดินของประเทศไต้หวัน ก็นะ ... ที่แถวบ้านเราไม่มีแบบนี้นี้หน๊าาา > 3< " อย่างที่เห็นอะ คือสะอาด .... สะอาดมากกกกกก ขยะไม่มีข้างทางแม้แต่ชิ้นเดียว ก็ลองทิ้งดูสิ โดนจับปรับตรงนั้นเลย 555+ เเถมเทศกิจจะทำความสะอาด ถนน ทางเดินคน ให้ทุกๆเดือนหรือครึ่งเดือนนี้เเหละ และทางเดินเท้าของคนในประเทศไต้หวัน ไม่มีถังขยะอยู่ข้างทางนะครัช เพราะคนไต้หวันรณรงค์ลดขยะ ทุกคนใช้ถุงผ้า ถ้ามีขยะหรือขวดน้ำหรืออะไรก็เก็บใส่ถุงผ้าตัวเองไปทิ้งที่บ้าน และที่สำคัญที่น่าเอาเป็นอย่างเลยคือ คนไต้หวันเขาจริงจังกับการคัดแยกขยะมากๆๆ ยกตัวอย่างสั้นๆง่ายๆ อย่างเรากินมาม่าคัพใช่มะ ถ้าอยู่แถวบ้านเรา กินเสร็จก็ทิ้งขยะไปเลยหมดนั้น แต่ถ้าเราอยู่ไต้หวัน เรา " ต้อง " ฝามาม่าที่เป็นแผ่นพลาสติกออกจากถ้วยกระดาษ และทิ้งช้อนและฝาพลาสติกในถังขยะพลาสติก และทิ้งถ้วยกระดาษในขยะกล่องอาหาร และจะมีรถเก็บขยะมารับแยกเป็นวันๆ เช่น วันจันทร์เก็บเฉพาะขยะพลาสติก วันพุธขยะเศษอาหาร วันพฤหัสขยะอันตราย อะไรประมาณนี้ สรุปเลยคือบ้านเมืองสวยเพราะผู้คนช้วยกันจริงๆนะ :)

กลับเข้าเรื่องกันต่อ พอเราลงจากรถเมย์เดินเข้ามาอีกหน่อยก็ถึงสถานีรถไฟภายในเมืองอยากบอกว่ามันสวยมากกกก เพราะมันมีทีมคอนเซ็ปแบบเมืองรักโลก มันน่ารักจริงๆ > /////<" โดยเราเดินเข้าไปก็มีส่วนบนเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าแบบย่อมๆอยู่ มีขายสินค้า เสื้อผ้า ของฝากของดีภายในเมือง ถ้านึกภาพง่ายๆก็เหมือนไปสุราษฯ ก็มีเงาะที่อร่อย หอยใหญ่มาก อะไรประมาณนั้น ที่นี้ก็มีเหมือนกัน ก็เป็นลูกพีชอบแห้งของขึ้นชื่อของเมืองขายอยู่เต็มทางเดินเลย และที่ขาดไม่ได้เลยนะ มาจะต้องซื้อให้ได้คือขนมพายสัปรส 鳳梨酥 (Fènglí sū) เป็นของดีที่ไม่ใช่ของประจำจังหวัดหลอก แต่เป็นของดีของประเทศไต้หวัน และมีขายอยู่ทั่วประเทศไปเมืองไหนก็เจอหมดเเหละ 55+ ผมเองก็ไม่พลาดที่จะซื้อพายสัปรสนี้เหมือนกัน ห่อใหญ่ๆห่อละประมาณ 150 บาทนี้เหละ ผมซื้อมาสองห่อเอาไปฝากที่บ้านด้วย ขอเล่านิดหนึ่งว่ารสชาตของพายสัปรสไต้หวันนั้น เนื้อเเป้งมันจะนุ่มมาก มีความหวานมัน หอมไข่เเละเนยที่อบได้ทีพอดี พอกัดเข้าไปถึงไส้สัปรสข้างใน ให้ความหวาน เปรี้ยว ของสัปรส เมื่อกินเข้าด้วยกันแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น อร่อยจนหยุดกินไม่ได้ สรุปคือ ถ้าไปไต้หวัน ต้องซื้อกลับมาให้ได้นะ !!

figure6Pineapple cake in store in tao-zhong train station

figure7: Taichung train station


figure8: Taichung train station


figure9: Taichung train station


figure10: The store in Taichung train station


figure11: Taichung train station


figure12: My friend in Taichung train station


figure13: Me and my friends in Taichung train station


figure14: Taichung train station
 
หลังจากที่เราซื้อของกันเสร็จแล้วก็ลงไปชั้นล่างซึ่งเป็นชั้น ชานชลารถไฟนั้นเอง อยากจะบอกว่ามันดีมากๆเลยที่ บัตรเดียว ใช้ได้ทั้งรถเมย์และรถไฟ รถใต้ดิน ฯลฯ เรียกได้ว่าจบทุกอย่างในบัตรเดียวจริงๆ ฮุๆ ส่วนค่าเดินทางนั้นอยู่ที่ประมาณ 15 บาท ต่อสถานีราคานี้ถือว่าไม่เเพง ซึ่งรถไฟของประเทศไต้หวันนั้นจะเเบ่งเป็นสองสายใหมญ่ๆด้วยกันคือ สายภูเขา กับ สายทะเล หืม? อะไรวะ?!? ทุกคนอย่างพึ่งตกใจ เพราะไต้หวันเป็นเกาะและมีภูเขาเต็มไปหมดเลยแบ่งเป็นสายภูเขา คือวิ่งอ้อมภูเขา (สีเขียวๆตามรูปด้านล่าง) และสายวิ่งริมทะเล (รูปสีฟ้า สีเหลือง สีชมพูตามรูปด้านล่าง) ก็จะได้เห็นทะเลสวยๆตอนนั่งรถไฟด้วย ฮือออ คิดแล้วก็ฟินจริงๆ = /////="
พอถึงชานชลารถไฟแล้ว เราก็รอประมาณ 20 นาที นั่งรถไฟไปที่สถานีรถไฟ Taichung station 
 
figure15: Taiwan map

 




​​


พอถึงสถานี Taichung แล้วก็นั่งรถบัสสาย 30 ไปถึงหน้ามอๆหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) แล้วเดินต่อไปอีก 400 เมตรก็จะถึง หมู่บ้านสายรุ้ง


หลังจากได้ชมภาพกันแล้ว มาเล่าประวัติของหมู่บ้านสายรุ้งกันบ้างดีกว่า อากงฟู เป็นชาวบ้านที่อาสัยอยู่ในพื้นที่นี้ เมื่อหลายปีก่อนพื้นที่นี้นั้นเป็นที่รก ผู้ว่าที่นั้นกำลังจะสั่งรื้อบ้านแถวนั้นออกให้หมด ด้วยความตั้งใจของอากงฟูที่แกไม่อยากจะให้สถานที่นี้หายไป อากงฟูได้วาดภาพลวดลายต่างๆลงบนบ้านและกำแพงทั้งหมด และแล้วความตั้งใจของอากงฟูก็เป็นจริง ผู้คนทั้งชางไต้หวัน และชาวต่างชาติต่างหลั่งไหลเข้ามาดูผลงานการวาดรูปแนว street art ของอากง ทำให้หมู่บ้านนี้ยังคงอยู่เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของประเทศไต้หวันสืบไป ปัจจุบันอากง " ฟู  " มีอายุ 95 ปีแล้ว หากเพื่อนๆได้ไปเที่ยวที่นี้ อย่าลืมซื้อของติดไม้ติดมือช้วยอุดหนุนอากงฟูของเราด้วยนะครับ ^^ "

พอพวกเราเที่ยวชมหมู่บ้านสายรุ้งกันเสร็จแล้วเราก็นั่งรถไฟและต่อรถเมยืสาย 100 กลับมาที่ย่าน Zhong-yi เพื่อที่จะหาของกินก่อนกลับหอ และแน่อนคนก็ยังแน่นคึกคักอยู่เหมือนเดิม เราก็ได้เดินลัดเลาะไปจนเจอร้านขายของฝากร้านหนึ่ง ซึ่งสวยมากกกกกกกก คนต่อแถวกันเข้าไปในร้านคิวยาวเยียดเลย ร้านขายของฝากนั้นได้ตกแต่งแนวเหมือนหลุดไปอยู่ในหนังเรื่อง Harry Potter เลยเพราะประดับตกแต่งเหมือนห้องสมุดในโรงเรียนฮอกวอตส์ยังไงอย่างนั้น สวยและน่าเข้าไปถ่ายรูปจริงๆครับ
 



ก่อนจากกันขอปิดท้ายด้วยเมนูที่ผมประทับใจที่สุด ตอนที่ผมอยู่ประเทศไต้หวันแล้วกันนะครับ คือเมนูไก่ทอดคลุกเครื่องเทศจีนกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ไต้หวัน ไก่ทอดนั้นถูกทอดกำลังดี เนื้อกรอบนอกข้างในก็ยังเต็มไปด้วยความนุ่มและความชุ่มช่ำของเนื้อ ผิวนอกของไก่ทอดนั้นถูกคลุกด้วยเครื่องเทศจีนและโรยงาขาวและงาดำทำให้ไก่ทอดของเรานั้นหอมอบอวลไปด้วยเครื่องเทศจีนกับงา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ของไต้หวันนั้นเป็นเหมือนข้าวญี่ปุ่นมีความหวานหอม และเหนียวนุ่ม เหมือนดั่งขนมสาคูของบ้านเรา ทั้งหมดนี้ถูกเสริฟมาพร้อมกับผักลวกและข่าผัด เมื่อกินไก่ทอดคลุกเครื่องเทศจีนพร้อมกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ไต้หวันแล้ว จะรู้สึกได้ถึงความกลมกล่อมจากความเข้มข้นของไก่ และความเหนียวนุ่มนวลของข้าว และพักยกด้วยพักลวกที่มีความกรอบอยู่ และตบด้วยชาไต้หวันเเบบเย็น ให้ความรู้สึกสดชื่น ล้างความดุเดือดของไก่ทอด และพร้อมที่จะทำศึกกับไก่ทอดคลุกเครื่องเทศจีนพร้อมข้าวต่ออย่างไม่หยุดยั้ง !!!!



เป็นยังไงกันบ้าง? หวังว่าเพื่อนๆจะชอบทริปที่ผมไปแลกเปลี่ยนประเทศไต้หวันมานี้นะครับ ยังไงก็สามารถคอมเมนต์เข้ามาพูกคุยกับผมได้เช่นเดิมนะครับ หากผมมีทริปอะไรน่าสนใจอีก จะมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ชมกันอีกนะครับ ^^"


ติดตามและสนับสนุนผมกันได้ที่
- Facebook : Polawat Huang
- พร้อมเพย์ , truemoney : 0903317778
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป