/>

รีวิว สอบติดหมอและ O-net 400+ แบบไม่เรียนพิเศษ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas #dek63 #dek62
         
           สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกเหตุผลที่พี่มาตั้งกระทู้นี้ก่อน ช่วงก่อนหน้านี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่เครียดที่สุดในชีวิตพี่เลย ทั้งกดดันจากวิชาทั้งหมดที่ต้องอ่านแล้วยังต้องกดดันเวลาเห็นเพื่อนๆ ไปเรียนพิเศษ พี่เอาแต่คิดว่าถ้าไม่เรียนพิเศษก็คงจะสู้คนอื่นไม่ได้ คงจะสอบไม่ติด อ่านหนังสือไปเครียดไป พี่ก็เลยมาตั้งกระทู้นี้เพื่อเป็นแนวทางการอ่านหนังสือสำหรับน้องๆ รุ่นต่อไป แล้วก็ให้กำลังใจน้องทุกคนที่กำลังอ่านหนังสือว่าไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป 
          เริ่มจากวิธีการอ่านหนังสือของพี่ก่อนนะ พี่เริ่มอ่านหนังสือตอนปิดเทอมก่อนขึ้น ม.6 แต่มาอ่านจริงจังก็ตอนที่ขึ้นม.6 มาแล้ว ซึ่งวิธีการอ่านของพี่คือพี่จะไม่อ่านวิชาเดียวไปนานๆ จะมีวิชาหลักวิชารอง อย่างถ้าช่วงนี้อ่านฟิสิกส์ก็จะอ่านฟิสิกส์เป็นหลักแต่เวลาว่างๆ ก็จะอ่านพวกชีวะ อังกฤษ เพื่อไม่ให้ลืมเนื้อหา แต่พี่แนะนำว่าไม่ควรอ่านหลักพร้อมกันหลายวิชาเพราะสุดท้ายจะกลายเป็นว่าไม่แน่นสักวิชา 1 วิชาพี่จะให้เวลาเป็นวิชาหลักประมาณ 1-2 เดือน หลักจากนั้นก็จะเปลี่ยนไปอ่านวิชาอื่น พอช่วงใกล้สอบก็กลับมาทวนแต่ละวิชาอีกที
           เวลาในการอ่านของพี่ไม่แน่นอนอย่างวันจันทร์-ศุกร์ที่ไปเรียนกลับมาพี่ก็จะอ่านหนังสือตอนกลางคืนประมาณ 2 ทุ่ม – เที่ยงคืน ซึ่งก็ไม่ได้อ่านติดกันนะ อ่านไปพักไป ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์พี่ก็จะเริ่มอ่านประมาณ 9 โมง อ่านไปเรื่อย ๆ จนถึงเที่ยงคืน จะมีบางช่วงที่รู้สึกเหนื่อยมาก ๆ ไม่ไหว พี่ก็จะหยุดอ่าน โหลดเกมมาเล่น อ่านนิยายสัก 1-2 วัน แล้วกลับไปอ่านต่อ แล้วก็ถ้าเวลาง่วงพี่แนะนำให้นอนนะ อย่าฝืนอ่าน เพราะถ้าง่วงอ่านไปก็ไม่เข้าหัวอยู่ดี
        วิชาแรกๆ ที่พี่อ่านคือวิชาคณิตศาสตร์เพราะพี่อ่อนวิชานี้มากก็เลยเริ่มอ่านก่อนเลย พี่อ่านคณิตจากเว็บ http://www.rathcenter.com/ เป็นเว็บที่ดีมากๆๆๆๆๆ โดยจะมีเนื้อหาและข้อสอบแยกกัน ซึ่งแต่บทของเนื้อหาจะมีข้อสอบแทรกเรื่อยๆ ทั้งข้อสอบ Pat1 9วิชา A-net O-net ก็ให้ทำไปเลย จะทำให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น โจทย์ที่แทรกจะมีเฉลยละเอียดใน Youtube ด้วย จากนั้นพี่ก็ไปตะลุยโจทย์ จากเล่มยุทธวิธีแก้ปัญหาโจทย์ยาก ตะลุยโจทย์คณิตศาสตร์ 25 พ.ศ. ของพี่ณัฐเล่มนี้ดีมาก โจทย์จะยากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นพอใกล้ช่วงสอบพี่ก็จะเอาขอสอบจริงๆจากเว็บ Rathcenter มาทำ พี่แนะนำว่าเวลาทำโจทย์ควรจับเวลาไปด้วย อาจจะเริ่มทำแบบไม่จับเวลาสัก 2-3 ชุดเพื่อดูความเข้าใจในเนื้อหาก่อน จากนั้นก็เริ่มจับเวลาจริงให้หมดเลย
ข้อสอบคณิตหลักๆ จะมีของ 9 วิชาสามัญ Pat1 และ O-net พี่จะมาแนะนำสำหรับแต่ละสนามนะ
           - 9 วิชาสามัญ สนามนี้ข้อสอบไม่ยากเท่า Pat1 แต่เวลาน้อยมากกก แบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ทแรก 10 ข้อข้อละ 2 คะแนน ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างง่ายกว่าพาร์ทหลัง ดังนั้นน้องๆ ควรทำพาร์ทนี้ให้ได้คะแนนเต็มหรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้และควรใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพื่อเผื่อเวลาไปทำพาร์ทหลังซึ่งยากและซับซ้อนกว่า จุดสำคัญของ 9 วิชาสามัญคือเวลา น้องๆควรฝึกทำโจทย์พร้อมจับเวลา ถ้าไม่เคยจับเวลาแล้วเข้าไปทำข้อสอบจริงเลยอาจจะลนจนเสียคะแนนไปแบบน่าเสียดายนะคะ
          - Pat1 ข้อสอบยากมาก ซับซ้อนมาก ควรฝึกทำโจทย์ให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แรกๆที่พี่อ่านคือพี่นั่งน้ำตาซึมเลย มันยากมากสำหรับพี่ที่ไม่ได้เก่งคณิต น้องต้องทำโจทย์เท่านั้นถึงจะรอดจากสนามป่าเถื่อนนี้ค่ะ
            - O-net ข้อสอบไม่ยากเลยค่ะ พี่ทำแค่ 1-2 ชุดก่อนสอบเพื่อดูว่าเนื้อหาออกประมาณไหน ถ้าอ่านเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ 9 วิชา และ Pat1 มาแล้ว O-net ก็ไม่มีปัญหาค่ะ

วิชาฟิสิกส์
         พี่ดูฟิสิกส์โกเอกที่อยู่ใน Youtube เขาจะมีสรุปเนื้อหารวมกับแยกแต่ละบทพี่แนะนำว่าดูพวกเนื้อหาแยกๆให้หมดแล้วก็ดูเนื้อหารวม จากนั้นก็มาตะลุยโจทย์ เล่มที่พี่เอามาทำโจทย์คือหนังสือฟิสิกส์ของอาจารย์ นิรันด์ น้องจะทำให้หมดเลยก็ได้นะ แต่พี่เลือกทำแค่บทที่พี่ไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าจะทำหมดพี่ทำไม่ทัน 555555 ข้อสอบเยอะมากจริงๆ แล้วก็ช่วงใกล้สอบพี่ก็มาทำข้อสอบจริงพร้อมจับเวลา แนะนำแต่ละสนาม
         - 9 วิชาสามัญ ข้อสอบล่าสุดปี 62 สำหรับพี่พี่ว่ายากขึ้นมาก เรื่องง่ายๆที่ปกติจะเอาไว้เก็บคะแนนก็ยากขึ้นมา พี่แนะนำให้ไปปรินท์พวกโจทย์โอลิมปิกฟิสิกส์มานั่งทำ เพราะปีพี่บางข้อคือเหมือนก็อปวางกันมาเลย
          - Pat 3 สนามนี้ฟิสิกส์ไม่ได้ยากอะไร เป็นพวกโจทย์พื้นฐาน ถ้าน้องแน่นเนื้อหา การทำข้อสอบ Pat3 ให้ได้คะแนนเยอะก็ไม่ใช่เรื่องยาก
          - O-net ข้อสอบฟิสิกส์ใน O-net เป็นความรู้พื้นฐานพวกทิศสนามไฟฟ้า ความเสียดทาน สำหรับพี่พี่ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต้องมีความรู้พื้นฐานพอสมควรถึงจะทำได้ ดังนั้นน้องๆ      จะประมาท O-net ไม่ได้นะ
 



วิชาภาษาอังกฤษ
                สิ่งที่สำคัญมากๆคือ คำศัพท์ ยิ่งรู้เยอะโอกาสที่จะได้คะแนนเยอะก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่พี่อ่านมีแค่ 2 เล่มนี้ แกรมม่าเล่มแดงคือดีมากถ้าอ่านแล้วทำความเข้าใจได้อ่านเล่มเดียวก็คือพอแล้วค่ะ พี่อ่านทั้งหมด 2 รอบถ้วนถึงจะจำและเข้าใจพวกกฏต่างๆได้ ที่เหลือก็เอาเวลาไปฝึกทำโจทย์ ยิ่งทำโจทย์เยอะศัพท์ในหัวเราจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
               ปล.ก่อนสอบพี่แนะนำให้โหลดศัพท์ 4 แผ่นครูสมศรีมาอ่าน เผื่อออกสอบจ้า
 
 
วิชาชีวะ
               
วิชานี้คือเป็นตัวเก็บคะแนนสำหรับพี่เลย วิชาชีวะความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องอ่านหลายเล่มนะ อ่านเล่มเดียวแต่จำไห้ได้ทั้งเล่มก็พอแล้ว พี่อ่านเล่มเต่าทองในตำนานอ่านวนไปวนมาจนจำทุกเรื่องในหนังสือได้ และสิ่งสำคัญในวิชาชีวะคือการทำโจทย์ พอเราทำโจทย์ไปบางครั้งเราจะตอบคำตอบได้แบบอัตโนมัติเลย การทำโจทย์จะจำกัดความกว้างในการจำด้วยนะ แล้วก็ช่วงใกล้สอบก็เอาข้อสอบจริงมาทำ ทำย้อนหลังให้ได้ครบทุกปีจะดีมาก แต่ปัญหาในการอ่านวิชานื้คือหาเฉลยยาก ดังนั้นจะทำข้อสอบก็อย่าลืมหาไว้ก่อนนะว่ามีเฉลยมั้ย มีหลายชุดเลยที่พี่ทำไปสุดท้ายไม่มีเฉลย เสียเวลาทำไปเปล่าๆ
           
วิชาชีวะหลายคนคิดว่าจะเอาไปอ่านตอนช่วงใกล้ๆ สอบ อัดเข้าไปให้จำได้หมดซึ่งพี่แนะนำว่าชีวะควรอ่านเป็นวิชาแรก ๆ อ่านแบบสม่ำเสมอ ถ้าน้องไปอ่านตอนใกล้สอบจะไม่ทัน ช่วงใกล้สอบจะลนมาก แล้วจะยิ่งเครียดถ้าต้องมานั่งจำชีวะที่เนื้อหาเยอะ ดังนั้นค่อยๆ อ่านค่อยๆ จำไปดีกว่านะ
 
 
 
 
วิชาเคมี
                  วิชานี้เนื้อหาเยอะและยาก พี่ดูคลิปสรุปแต่เรื่องของกวดวิชาพี่ส่ายแล้วก็ไปซื้อโจทย์จากเคมีอ.อุ๊มาทำ ไปขอให้เพื่อนซื้อให้ก็ได้นะ ส่วนช่วงใกล้สอบก็เหมือนเดิมพี่เอาข้อสอบจริงมาทำ พวก 9 วิชาสามัญจะมีเฉลยละเอียดในยูทูปอยู่ของเคมีเฮียบิ๊ก เฉลยละเอียดและดีมาก แต่พี่อยากเตือนน้องๆ ว่าวิชาเคมีเป็นวิชาที่ต้องอ่านอย่างสม่ำเสมอ ทำโจทย์สม่ำเสมอ ตอนช่วงสอบพี่คิดว่าพี่พอทำเคมีได้มากกว่าวิชาอื่น พี่เลยไม่ค่อยทุ่มเทอ่านมาก เอาแต่ไปทุ่มกับวิชาที่ตัวเองไม่ถนัดจนวิชาที่ถนัดคะแนนไม่ได้ดีมากนัก พี่เทพวกเคมีอินทรีย์หมดเลย 55555
 


 
 
 
 
วิชาสังคม
                สังคมวิชาที่เนื้อหาเยอะที่สุดในโลก ไม่มีทางอ่านจบ ต้องอ่านเรื่อยๆ จนถึงวันสอบ วิชานี้พี่ไม่ค่อยทำโจทย์เท่าไหร่พี่เน้นอ่านเนื้อหาอย่างเดียว ซึ่งพี่อ่านแค่เล่มสังคมพี่บอลสีแดงเล่มเดียว ช่วงใกล้สอบก็หยิบข้อสอบเก่าๆมาทำ พยายามจดทุกอย่างที่เราไม่รู้ หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่รู้เสมอ ข้อสอบสังคมเราเดาแนวแทบไม่ได้เลย ออกครอบจักรวาลดังนั้นยิ่งน้องอ่านเยอะ ทำเยอะ โอกาสได้คะแนนดีก็จะสูงขึ้นค่ะ นอกจากหนังสือเล่มแดงของพี่บอลแล้วช่วงใกล้สอบพี่ก็ดูคลิปสรุปของพี่บอลในยูทูปเป็นการทบทวนความรู้ด้วยค่ะ
 

 
วิชาภาษาไทย
                วิชานี่พี่แทบไม่อ่านเนื้อหาเลย พี่ทำข้อสอบเลย อย่างข้อสอบ 9 วิชาสามัญภาษาไทยก็ไม่ได้ยากอะไร เป็นพวกอ่านจับใจความ น้องเอาข้อสอบจริงมานั่งทำเลยก็ได้ เพื่อดูเนื้อหาที่ออก แต่ถ้าน้องไม่ลนตอนทำข้อสอบการได้ภาษาไทย 70+ ก็ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ วิชานี้พี่ไม่มีหนังสือนะคะ

Gat เชื่อมโยง
                ต้องยอมรับว่าพี่เป็นคนทำเชื่อมโยงไม่เก่งเลย 5555 ตอนทำ Gat พี่ลนจนทำข้อสอบไม่ทัน พี่เลยได้คะแนนไม่เต็มได้มาประมาณ 130 คะแนน ดังนั้นพี่อยากให้น้องๆ ตั้งสติให้ดีตอนทำนะคะ หนังสือที่พี่ใช้คือ อภิมหาคัมภีร์ GAT Connection เล่มเดียวค่ะ
 
กสพท
               
พี่ใช้เวลาอ่านกสพท. 1 สัปดาห์ก่อนสอบค่ะ ไม่ได้ซื้อหนังสือ พี่หาข้อสอบในเน็ตทำเอาค่ะ
               กสพทจะแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท
             - พาร์ทเชาวน์ จะเป็นข้อสอบวัดเชาว์ประมาณว่าถ้า 3 รูปแรกเป็นแบบนี้รูปต่อไปจะเป็นแบบไหน มีคำนวณด้วยค่ะ
            - พาร์ทจริยธรมม เป็นพาร์ทที่ใช้ดวงค่ะสำหรับพี่ 55555 เป็นข้อสอบที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลยดังนั้นถ้าน้องได้คะแนนพาร์ทนี้น้อยก็ไม่ต้องกังวลอะไรนะคะ เพราะคะแนนน้อยทั้งประเทศอยู่แล้วค่ะ ปีพี่ได้สูงสุดอยู่ที่ 60/100 เอง
           - พาร์ทเชื่อมโยง คล้าย ๆ ของ Gatไทย แต่ไม่มีการเน้นคำ คือน้องต้องหาคำในบทความเองและบางครั้งคำก็ไม่เหมือนกันด้วย ใน Gat ไทยจะมี 10-15 คำ ของกสพทจะมี 20 เป็นพาร์ทที่น้องต้องทำคะแนนให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นพาร์ทที่เราจะรู้แน่นอนว่าเราจะได้คะแนนเท่าไหร่ 2 พาร์ทแรกมันมีวิธีคิดหลายแบบ บางครั้งคิดแบบนี้ คนออกข้อสอบคิดอีกแบบ คะแนนของสองพาร์ทก็จะไม่ค่อยเยอะกันทั้งประเทศค่ะ เราจึงต้องมาแข่งกันที่พาร์ทเชื่อมโยง
                
 
               ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการอ่านหนังสือสอบเข้าของพี่นะ เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ทรมานมากจริงๆ 5555  แล้วก็พี่ขอฝากถึงน้องๆ ว่า การอ่านหนังสือสอบเข้าไม่ใช่การแข่งว่าใครอ่านได้เยอะกว่า อ่านจำนวนเล่มมากว่า น้องไม่ควรตะบี้ตะบันอ่านทุกเล่มที่มี ไม่หลับไม่นอน แต่ควรหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองแล้ววางแผนการอ่านให้ดี สิ่งสำคัญไม่ใช่การอ่านหนังสือหรือเรียนพิเศษแต่คือการทำโจทย์ น้องจะต้องทำโจทย์ย้อนหลังและจับเวลา การทำโจทย์จะทำให้เรารู้จุดอ่อนและจุดที่ต้องปรับปรุงของตัวเอง
                อีกหลายเดือนต่อจากนี้จะเป็นช่วงเวลาการอ่านหนังสือที่ทรมานมากแต่พอถึงวันที่ประกาศผลแล้วเราได้คณะที่เราหวัง น้องจะรู้ว่าการอ่านที่ผ่านมามันคุ้มค่า ความเหนื่อยทั้งหมดที่ผ่านมามันคุ้มค่ากับความฝันของเรา พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนได้คณะที่หวังนะคะ โชคดีค่ะ
 
 
 ปล.ขอบคุณรูปภาพจาก Se-ed และ Chukabook ค่ะ
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

5 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป