ขอพื้นที่ระบาย..เมื่อการเขียนนิยาย..ทำให้เราเป็นโรคซึมเศร้า [ยินดีให้แชร์]

เพียงแค่ได้นอนหลับฝัน
Guest IP
วิว
ขอเริ่มต้นทุกอย่างด้วยที่เราเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่ต้นๆเลยค่ะ เราเริ่มเป็นจากช่วงวัยเรียน แรกๆเลยคือตอนจะขึ้นม.4 และเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา...ส่วนตัวตั้งแต่เด็กเราเป็นคนชอบศิลปะมากไม่ว่าจะเป็นการวาดหรือเขียน และในปัจจุบันคือตอนนี้..เราได้เริ่มเป็นนักเขียนแล้วนั่นแหละค่ะ55มันมีความสุขแบบสุขมากจริงๆที่พอกดอัปลงไปแล้วก็มีเสียงแจ้งเตือนขึ้น..งื้ออ~ยิ้มแก้มแตก(เขาจะคอมเม้นท์ว่าไงอ่ะ/เขาจะชอบที่เราเขียนใช่ไหม?)แล้วพอกดเข้าไปอ่าน..//ได้แฟนนคลับบบแล้ววว..ว้ากกก!!!ดิ้นๆๆ....
"นี้คือความรู้สึกในอดีตตอนแรกที่เราเริ่มเขียนค่ะ(ช่วงนั่นอาการเราดีขึ้นมากจริงๆ คือจิตใจมันดีขึ้นมากๆ)
..จนตอนนี้เริ่มมีคอมเม้นท์ที่แบบว่า"ไม่อินแหะ".."คงเลิกอ่านล่ะ"จากการที่นักอ่านเหล่านั้นไม่พอใจหรือเนื้อหาที่เราเขียนไม่เป็นตามที่เขาคิดก็ไม่รู้..มันเริ่มทำให้เราเริ่มเครียดค่ะ..เครียดกับการแต่ง..เครียดกับเนื้อหาและภาษาของตนเอง..เครียดกับหลายๆอย่าง..และในที่สุด...เราก็แต่งตามที่หวังไม่ได้..กลายเป็นว่าเราไม่สามารถแต่งบรรยายได้เลย..ซึ่งเรารู้สึกเสียใจมาก(เหนื่อยจังค่ะ..แค่อยากเขียนอะไรให้คนอ่านและตัวเองมีความสุข..ทำไหมมันถึงกลายมาเป็นรู้สึกแย่ขนาดนี้)..คอมเม้นท์อาจจะไม่ได้แรงมากแต่เราก็รู้สึกแย่ได้มากจริงๆ..เข้าใจว่าหลักๆเราเขียนบรรยายไม่ดี..แต่พอเจอติงในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เยอะเข้ามากๆก็ดาวน์ไปเลย
.
.
ตอนนี้เราจึงมี2ความคิดที่ตีกันอยู่ 1ลบนิยายทิ้งแล้วหลับๆไปสะไม่ต้องรับรู้ัับ2แต่งต่อเพราะเราก็ไม่อยากทรยศคนรออ่านเลยจริงๆ..

"เลยอยากทราบว่าหลายๆคนจัดการกับปัญหาเหล่านี้ยังไงกันบ้างค่ะ..ใช้วิธีไหนฮีลตัวเอง

**(เข้าใจว่ามีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ..แต่เราก็บังคับความรู้สึกตัวเองไม่ให้มันแย่ไม่ได้)..ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามารับฟังนะคะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ที่หน้าการแต่งนิยาย กดตรงเมนูเพิ่มเติม มันจะมีปุ่ม "ปิดคอมเมนต์" ซึ่งจะไม่มีใครมาคอมเม้นต์ทำร้ายจิตใจเราได้อีกครับ ขอแนะนำให้ปิด ส่วนการแต่งนิยายถ้าเราทำแล้วทำให้รู้สึกดีและสบายใจก็ทำไปเลยครับ


    *บางคนเขาก็ใช้วิธีนี้ นั่นคือปิดคอมเม้นต์ มันจะช่วยได้มากครับ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราว่านิยายในเน็ต ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากโซเชียลตัวหนึ่งเท่าไหร่แล้วล่ะในสังคมปัจจุบัน


    ในเฟสบุค ผู้คนอัพรูป/ตั้งสเตตัส ผู้คนอยากได้ยอดไลค์เยอะๆ เมนท์แยะๆ


    ในเว็บโพสนิยาย นักเขียนอัพตอนใหม่ นักเขียนอยากให้คนอ่านเยอะๆ อยากได้เมนท์แยะๆ เช่นกัน


    บางครั้ง โซเชียลหรือนิยาย ก็ทำให้มนุษย์เรายึดติดกับยอดไลค์ ยอดเมนท์โดยไม่รู้ตัว มองว่ายอดเมนท์เยอะ คนอ่านแยะแล้วดูดี ดูมีค่า เสมือนกับได้รับการยอมรับทางสังคม ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ควรเป็นเช่นนั้น


    ฟีดแบ็คของนิยายในเน็ต ไม่ใช่เครื่องมือวัดคุณค่าของคนที่เขียนแล้วโพสมันลงหน้าเว็บ


    สำหรับเรื่องที่จขกท.ถามว่าควรทำยังไง เราให้คำแนะนำไม่ได้หรอก แต่อยากบอกว่า "เอาที่คุณสบายใจ" ดีกว่านะ ไม่ต้องคิดว่าทำเพื่อใคร ให้คิดว่าทำเพื่อตัวเอง


    จะสุขจะทุกข์ มันอยู่ที่ใจเรา


    รักตัวเองเข้าไว้นะคะ ใครไม่รักเรา ไม่รักผลงานของเรา เรารักของเราค่ะ :)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คนที่ว่านิยายเรา,คนที่วิจารณ์เรา,คนที่ด่านิยายเรา,คนที่ด่านักเขียน=คนที่จะไม่ซื้อนิยายเรา หรือซื้อนั่นแหล่ะ แต่เปอร์เซ็นต์อาจจะน้อยกว่าคนที่อวย และนักอ่านเงาส่วนใหญ่


    นิยายในเนท เปิดโอกาสให้ทุกคนอ่านฟรี จนกว่าจะมีการติดเหรียญ ฉะนั้นมูลค่าของนิยายในเนทจะเท่ากับ"ไม่มีมูลค่า" แต่ถึงไม่มีมูลค่าก็ไม่ใช่ว่าไม่มี"คุณค่า" 


    ในเมื่อคนที่ไม่เห็นคุณค่าของนิยายเรา=ไม่ตอบโต้ ไม่สนใจ ไม่แคร์ ไม่ชอบไม่ต้องอ่าน ไม่ชอบไม่ต้องเปย์


    ปล.ขี้เกียจพิมพ์เอาที่เคยตอบแล้วมาตอบ อิอิ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คุณต้องแยกก่อนว่ารู้สึกเฟลเพราะอะไรค่ะ ถ้าเป็นเพราะคอมเมนต์หรือบุคคลอื่น คุณไม่สามารถห้ามความคิดเขาได้ คุณต้องเลือกมองข้ามและไม่ปล่อยผ่านไป เลือกใส่ใจคอมเมนต์ดีๆ คนที่เขายังอยากอ่านแล้วก็รอคุณอยู่ คุณจะรู้สึกว่างานของตัวเองมีค่าแล้วก็มีกำลังใจมากขึ้นค่ะ


    แต่ถ้าคุณรู้สึกเฟลเพราะตัวคุณเอง เพราะคุณเขียนงานได้ไม่ดีอย่างที่ใจคุณต้องการ เราอยากให้คุณลองพัก หาอย่างอื่นทำเพื่อรีเฟรชตัวเอง หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หาบรรยากาศใหม่ๆ เมื่อไหร่ืั้รู้สึกดีแล้วค่อยกลับมาเขียนต่อ คนที่เขารอคุณอยู่เขาไม่หายไปไหนหรอกค่ะ เชื่อเราสิ


    คุณเขียนนิยายให้ถูกใจคนทั้งโลกไม่ได้หรอกค่ะ อย่าเอาตัวเองไปผูกไว้กับความไม่ถูกใจของใครเลย ถ้ามันไม่ได้ช่วยให้คุณพัฒนาตัวเอง เรารู้ว่ามันพูดง่ายแต่ทำยากนะ เพราะเราเองก็ใช้เวลานานกว่าจะเลิกสนใจมันได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณทำได้แล้วคุณจะมีความสุขกว่าเดิมค่ะ


    ถ้าคุณรักการเขียน เขียนต่อไปค่ะ เขียนในสิ่งที่คุณอยากเขียน เขียนในสิ่งที่คุณอยากอ่าน เขียนในสิ่งที่คุณต้องการและรู้สึกภูมิใจกับมันได้ โฟกัสไปกับงานของคุณเอง และอย่าให้สิ่งที่คุณรักทำให้คุณรู้สึกทุกข์เลยนะคะ เขียนแล้วสนุกไปกับมันก็พอ :)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #11
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แค่มาเล่าให้ฟังค่ะ


    หลายปีก่อน เราไม่มีคอม และมือถือเก่าเกินกว่าจะพิมพ์นิยายได้ เราเปิดร้านขายของ เราจึงขอแม่กับพี่ชาย ตอนบ่ายขอเจียดเวลาไปร้านคอมได้ไหม ขอสัก 2 ชั่วโมง เราอยากแต่งนิยายจริงๆ ตอนนั้น แต่งเรื่อง ยอดขุนศึกฯ อยู่ เป็นนิยายในชีวิตที่ยาวที่สุดและรักที่สุด แม่เราอนุญาต ตอนเดินขึ้นไป (ไปที่ร้านคอม) เรารู้สึกผิดนะ อะไรวะ ไม่ช่วยแม่ขายของ มาทำบ้าอะไร สงสารแม่อ่ะ แต่เราก็ทำอย่างนั้นเรื่อยมาเพราะใจอยากแต่งจริงๆ ทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน จะกี่ชั่วโมงก็แล้วแต่ เราจะเปิดมือถือเพื่อรอคอยคนมาคอมเม้นท์ รอทั้งวันเหมือนคนบ้าคนนึง สุดท้าย มันไม่มีอะไรเลย... ไม่ได้อะไรกลับมาเลย... หลายครั้งเข้า เราตัดสินใจโพสในกล่องข้อความเป็นทำนองตัดพ้อว่า


    "เราใช้เวลาสองชั่วโมงไปร้านคอม เราอุตส่าห์เสียเวลา เสียค่าคอม เพื่อให้ได้แต่ง แค่คอมเม้นท์กำลังใจแค่นี้ ทำไมถึงให้เราไม่ได้"


    และมีคนตอบเราว่า "แต่งไปเรื่อยๆ เถอะครับ ถือว่าทำบุญให้คนอ่าน หมวดนี้ไม่ค่อยมีใครเม้นท์กันหรอก" (แนวๆ นี้นะไม่เป๊ะ)


    ต่อมา อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเข้าใจอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น... ตอนนั้น แม่เพิ่งซื้อโน๊ตบุ๊คให้ เราก็แต่งผ่านหน้าจอ แต่งให้ดีสุดในทุกตอน สุดท้าย ก็มาระเบิดในตอนหนึ่ง เป็นตอนที่คาดหวังว่าเขาต้องชอบกันแน่ๆ สุดท้ายก็ "โนเม้นท์" อีก เราตัดพ้อไป จำไม่ได้แล้ว ประมาณว่า "ร้องไห้แล้วค่ะ หมดไฟ เราพยายามทำดีที่สุดแล้ว ทำไมถึงไม่มีเม้นท์เลย"

    แล้วมีนักอ่านคนหนึ่งพิมพ์กลับมาว่า "เฮ้อ อยากได้คอมเม้นท์อีกแล้ว เอ้า มาเม้นท์ให้เขาหน่อยเร็ววววว"


    นับจากนั้นมา เราไม่เคยขอคอมเม้นท์จากนักอ่านอีกเลย บางเรื่องปล่อยตามชะตากรรม บางเรื่องปิดคอมเม้นท์


    ผ่านมาหลายปีแล้ว เรายังรู้สึกหน้าชา... มันเหมือนถูกฝังในหัวไปเลยว่า การขอคอมเม้นท์จากนักอ่านเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" และเป็นการ "ดูถูกตัวเอง" ทำให้นักอ่าน "เพลีย" มากกว่าจะ "สงสาร" ทั้งที่เราเป็นคนอ่อนแอ และเปราะบางมาก (ร้องไห้บ่อยมากกกกกกกก ไม่ว่าจะแต่งมากี่เรื่อง) แต่คนอ่านไม่รับรู้หรอกว่าคนเขียนเป็นคนแบบไหน รู้สึกยังไงอยู่ที่หน้าคอม เขาเสพผลงานแล้วก็จากไปแค่นั้น...


    ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็อยากบอกว่า...


    "นักอ่านไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบกับความผิดหวัง ความเสียใจ ของคนเขียนหรอก เพราะอารมณ์... เราสร้างขึ้นมาทำร้ายตัวเราเอง แต่ถ้าผลงานนั้นดีพอที่สามารถดึงให้คุณมาอ่านและสนุกไปกับมันได้ คุณน่าอยากจะตอบแทนเพื่อมอบรางวัลให้กับมันบ้าง"


    เฮ้อ สุดท้ายมันก็อาจวนลูปกลับมาตรงที่ว่า... เราแต่งไม่ดีพอ...

    ตอบกลับ

29 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือ ตัดสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ออกจากชีวิตค่ะ ไม่จำเป็นต้องกำจัดไปตลอดกาลอย่างลบทิ้งรึอะไร ลองถอยออกมาสักพัก หรือกำจัดสาเหตุของปัญหาออกไป ถ้าการแต่งนิยายช่วยฮีลเราได้ก็อย่าเลิกเลยค่ะ แต่ถ้าเสียงจากข้างนอกมันทำร้าย ก็ไม่ผิดที่เราเลือกจะไม่ฟังนะคะ อาจปิดคอมเมนท์ คอมเม้นไหน toxic ก็ลบทิ้งซะ อย่าได้แคร์ค่ะ ตัวคุณสำคัญที่สุดนะ


      ช่วงเวลาดิ่งๆ อะไรก็ไม่เจริญหูเจริญตา แต่อย่าพึ่งยอมแพ้นะคะ//กอด https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่หน้าการแต่งนิยาย กดตรงเมนูเพิ่มเติม มันจะมีปุ่ม "ปิดคอมเมนต์" ซึ่งจะไม่มีใครมาคอมเม้นต์ทำร้ายจิตใจเราได้อีกครับ ขอแนะนำให้ปิด ส่วนการแต่งนิยายถ้าเราทำแล้วทำให้รู้สึกดีและสบายใจก็ทำไปเลยครับ


      *บางคนเขาก็ใช้วิธีนี้ นั่นคือปิดคอมเม้นต์ มันจะช่วยได้มากครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เลือกหนทางที่ตัวเองรู้สึกสบายใจที่สุดดีกว่าค่ะ

      ถ้าเรารักการเขียนนิยาย การเขียนนิยายเคยทำให้เรามีความสุข

      แต่ถ้าตอนนี้มันทำให้เราเหนื่อยเราก็หยุดพักก่อนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องตัดมันทิ้ง

      ไปหาอะไรสนุกๆ ทำ ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนจิตใจจะได้ฮีล


      ส่วนตัวเคยลองแต่งตอนฝืนๆ มันไม่มีอะไรดีเลยค่ะ ทั้งนิยาย ทั้งตัวเรา

      เป็นกำลังใจให้นะคะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราว่านิยายในเน็ต ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากโซเชียลตัวหนึ่งเท่าไหร่แล้วล่ะในสังคมปัจจุบัน


      ในเฟสบุค ผู้คนอัพรูป/ตั้งสเตตัส ผู้คนอยากได้ยอดไลค์เยอะๆ เมนท์แยะๆ


      ในเว็บโพสนิยาย นักเขียนอัพตอนใหม่ นักเขียนอยากให้คนอ่านเยอะๆ อยากได้เมนท์แยะๆ เช่นกัน


      บางครั้ง โซเชียลหรือนิยาย ก็ทำให้มนุษย์เรายึดติดกับยอดไลค์ ยอดเมนท์โดยไม่รู้ตัว มองว่ายอดเมนท์เยอะ คนอ่านแยะแล้วดูดี ดูมีค่า เสมือนกับได้รับการยอมรับทางสังคม ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ควรเป็นเช่นนั้น


      ฟีดแบ็คของนิยายในเน็ต ไม่ใช่เครื่องมือวัดคุณค่าของคนที่เขียนแล้วโพสมันลงหน้าเว็บ


      สำหรับเรื่องที่จขกท.ถามว่าควรทำยังไง เราให้คำแนะนำไม่ได้หรอก แต่อยากบอกว่า "เอาที่คุณสบายใจ" ดีกว่านะ ไม่ต้องคิดว่าทำเพื่อใคร ให้คิดว่าทำเพื่อตัวเอง


      จะสุขจะทุกข์ มันอยู่ที่ใจเรา


      รักตัวเองเข้าไว้นะคะ ใครไม่รักเรา ไม่รักผลงานของเรา เรารักของเราค่ะ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนที่ว่านิยายเรา,คนที่วิจารณ์เรา,คนที่ด่านิยายเรา,คนที่ด่านักเขียน=คนที่จะไม่ซื้อนิยายเรา หรือซื้อนั่นแหล่ะ แต่เปอร์เซ็นต์อาจจะน้อยกว่าคนที่อวย และนักอ่านเงาส่วนใหญ่


      นิยายในเนท เปิดโอกาสให้ทุกคนอ่านฟรี จนกว่าจะมีการติดเหรียญ ฉะนั้นมูลค่าของนิยายในเนทจะเท่ากับ"ไม่มีมูลค่า" แต่ถึงไม่มีมูลค่าก็ไม่ใช่ว่าไม่มี"คุณค่า" 


      ในเมื่อคนที่ไม่เห็นคุณค่าของนิยายเรา=ไม่ตอบโต้ ไม่สนใจ ไม่แคร์ ไม่ชอบไม่ต้องอ่าน ไม่ชอบไม่ต้องเปย์


      ปล.ขี้เกียจพิมพ์เอาที่เคยตอบแล้วมาตอบ อิอิ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณต้องแยกก่อนว่ารู้สึกเฟลเพราะอะไรค่ะ ถ้าเป็นเพราะคอมเมนต์หรือบุคคลอื่น คุณไม่สามารถห้ามความคิดเขาได้ คุณต้องเลือกมองข้ามและไม่ปล่อยผ่านไป เลือกใส่ใจคอมเมนต์ดีๆ คนที่เขายังอยากอ่านแล้วก็รอคุณอยู่ คุณจะรู้สึกว่างานของตัวเองมีค่าแล้วก็มีกำลังใจมากขึ้นค่ะ


      แต่ถ้าคุณรู้สึกเฟลเพราะตัวคุณเอง เพราะคุณเขียนงานได้ไม่ดีอย่างที่ใจคุณต้องการ เราอยากให้คุณลองพัก หาอย่างอื่นทำเพื่อรีเฟรชตัวเอง หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หาบรรยากาศใหม่ๆ เมื่อไหร่ืั้รู้สึกดีแล้วค่อยกลับมาเขียนต่อ คนที่เขารอคุณอยู่เขาไม่หายไปไหนหรอกค่ะ เชื่อเราสิ


      คุณเขียนนิยายให้ถูกใจคนทั้งโลกไม่ได้หรอกค่ะ อย่าเอาตัวเองไปผูกไว้กับความไม่ถูกใจของใครเลย ถ้ามันไม่ได้ช่วยให้คุณพัฒนาตัวเอง เรารู้ว่ามันพูดง่ายแต่ทำยากนะ เพราะเราเองก็ใช้เวลานานกว่าจะเลิกสนใจมันได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณทำได้แล้วคุณจะมีความสุขกว่าเดิมค่ะ


      ถ้าคุณรักการเขียน เขียนต่อไปค่ะ เขียนในสิ่งที่คุณอยากเขียน เขียนในสิ่งที่คุณอยากอ่าน เขียนในสิ่งที่คุณต้องการและรู้สึกภูมิใจกับมันได้ โฟกัสไปกับงานของคุณเอง และอย่าให้สิ่งที่คุณรักทำให้คุณรู้สึกทุกข์เลยนะคะ เขียนแล้วสนุกไปกับมันก็พอ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      " ความสุขไม่จีรัง ความทุกข์ไม่ยั่งยืน " มันเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่มีใครสุขได้ตลอด และทุกข์ได้ตลอด


      " เดี๋ยวมันก็ผ่านไป " คำพูดง่าย ๆ แต่ใช้ได้จริง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป


      " จงอยู่ในที่ที่ตัวเองสบายใจ " ถ้านิยายยังทำให้มีความสุขก็จงทำต่อไป แต่ถ้ามันทำให้ทุกข์จนถึงขั้นยืนไม่ไหว ก็ควรจะพักจากมัน แล้วเมื่อไหร่พร้อมแล้วค่อยลุกยืนขึ้นมาก้าวต่อ เพราะยังไงมันก็ยังเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข


      " ฝนมันไม่ได้ตกทุกวันหรอกนะ " ยกเว้นหน้าฝน แฮร่ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      Do not allow what you cannot do,

      Interfere with what you can do.

      You can reach your dreams faster

      Doing things you're good at.

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พักก่อนค่ะ. ถ้าไม่สบายใจก็พัก. แต่ไม่ต้องลบนิยายค่ะ


      ก้าวแรกของการเขียนนิยายให้คนอื่นอ่านคือต้องเจอคำวิจารณ์. อวยเราก็ชอบ ติหรือเห็นว่าไม่สนุกเราก็เสียใจ. เป็นเรื่องปกติค่ะ

      ที่ทุกคนต้องเจอค่ะ


      ดังนั้นถ้าคิดจะเขียนนิยายต้องพยายามผ่านมันไปค่ะ. ถ้าช่วงไหนไม่ไหวก็พัก เข้มแข็งพอเมื่อไหร่ค่อยกลับมาลงใหม่ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ลองทำอย่างอื่นไปด้วยก็ได้ค่ะ


      สู้ๆค่ะ. เป็นกำลังใจให้



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแบบจขกท.นะคะ แต่อาการเดียวกับจขกท.เลย เริ่มแรกคือเขียนให้ตัวเองรู้สึกดี แล้วมันก็รู้สึกดีจริงๆ สนุกมากในช่วงแรก พอหลังๆมาเริ่มรู้สึกแย่จากคอมเมนต์ที่หลากหลาย จนรู้สึกรับมือไม่ไหว เส้นทางนี้ มันไม่ใช่สำหรับเราแล้ว เราอยากหยุดแค่นี้


      เราขอเดาว่านิยายจขกท.ต้องมีคนอ่านเยอะมากๆแน่ ดังนั้นมันเลยเลี่ยงคอมเมนต์ได้ยากมาก วิธีแก้ของเราคือเลิกเขียน เราเลิกเขียนจริงๆ แล้วก็ไม่ลบด้วย แต่ไม่เข้าเว็บ กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง ตามไอดอลบ้าบอไปวันๆเหมือนเดิม ไม่สนใจงานเขียนอีกเลย เป็นอย่างนั้นอยู่ครึ่งปี


      สุดท้ายมันมีเหตุให้กลับมาเขียนฟิคเล็กๆ ให้คนในแฟนด้อมอ่าน เพื่อฮีลใจให้คนในด้อมที่กำลังเศร้า กำลังเครียดกับสิ่งที่พวกเราเจอ เราพยายามเรียกรอยยิ้ม เรียกเสียงหัวเราะของคนในกลุ่มแฟนคลับที่เราอยู่ให้กลับมา


      สุดท้ายก็เลิกสนใจคนที่ว่าให้เราเสียใจ แต่เก็บคำแนะนำดีๆของพวกเขาไว้ เอามาพัฒนาตัวเอง แล้วก็เดินหน้าต่อค่ะ


      ทั้งๆที่ตอนนั้นเราขยาดการเขียนนิยายมาก แต่เราก็เลือกที่จะเขียนเพื่อรักษารอยยิ้มของเพื่อนเราค่ะ


      เราเริ่มที่จะเป็นผู้ให้ก่อน เราจึงได้รับสิ่งดีๆกลับมา เราฮีลใจเพื่อน สุดท้ายเพื่อนกลับมารักษาใจที่บอบช้ำของเราแทน


      เราแค่อยากบอกว่า ถ้าไม่ไหว ก็แค่พักค่ะ อย่าลบ เพราะวันนึงจขกท.จะเข้มแข็งพอแล้วกลับมาสานต่อมันได้เอง สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แค่มาเล่าให้ฟังค่ะ


      หลายปีก่อน เราไม่มีคอม และมือถือเก่าเกินกว่าจะพิมพ์นิยายได้ เราเปิดร้านขายของ เราจึงขอแม่กับพี่ชาย ตอนบ่ายขอเจียดเวลาไปร้านคอมได้ไหม ขอสัก 2 ชั่วโมง เราอยากแต่งนิยายจริงๆ ตอนนั้น แต่งเรื่อง ยอดขุนศึกฯ อยู่ เป็นนิยายในชีวิตที่ยาวที่สุดและรักที่สุด แม่เราอนุญาต ตอนเดินขึ้นไป (ไปที่ร้านคอม) เรารู้สึกผิดนะ อะไรวะ ไม่ช่วยแม่ขายของ มาทำบ้าอะไร สงสารแม่อ่ะ แต่เราก็ทำอย่างนั้นเรื่อยมาเพราะใจอยากแต่งจริงๆ ทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน จะกี่ชั่วโมงก็แล้วแต่ เราจะเปิดมือถือเพื่อรอคอยคนมาคอมเม้นท์ รอทั้งวันเหมือนคนบ้าคนนึง สุดท้าย มันไม่มีอะไรเลย... ไม่ได้อะไรกลับมาเลย... หลายครั้งเข้า เราตัดสินใจโพสในกล่องข้อความเป็นทำนองตัดพ้อว่า


      "เราใช้เวลาสองชั่วโมงไปร้านคอม เราอุตส่าห์เสียเวลา เสียค่าคอม เพื่อให้ได้แต่ง แค่คอมเม้นท์กำลังใจแค่นี้ ทำไมถึงให้เราไม่ได้"


      และมีคนตอบเราว่า "แต่งไปเรื่อยๆ เถอะครับ ถือว่าทำบุญให้คนอ่าน หมวดนี้ไม่ค่อยมีใครเม้นท์กันหรอก" (แนวๆ นี้นะไม่เป๊ะ)


      ต่อมา อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเข้าใจอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น... ตอนนั้น แม่เพิ่งซื้อโน๊ตบุ๊คให้ เราก็แต่งผ่านหน้าจอ แต่งให้ดีสุดในทุกตอน สุดท้าย ก็มาระเบิดในตอนหนึ่ง เป็นตอนที่คาดหวังว่าเขาต้องชอบกันแน่ๆ สุดท้ายก็ "โนเม้นท์" อีก เราตัดพ้อไป จำไม่ได้แล้ว ประมาณว่า "ร้องไห้แล้วค่ะ หมดไฟ เราพยายามทำดีที่สุดแล้ว ทำไมถึงไม่มีเม้นท์เลย"

      แล้วมีนักอ่านคนหนึ่งพิมพ์กลับมาว่า "เฮ้อ อยากได้คอมเม้นท์อีกแล้ว เอ้า มาเม้นท์ให้เขาหน่อยเร็ววววว"


      นับจากนั้นมา เราไม่เคยขอคอมเม้นท์จากนักอ่านอีกเลย บางเรื่องปล่อยตามชะตากรรม บางเรื่องปิดคอมเม้นท์


      ผ่านมาหลายปีแล้ว เรายังรู้สึกหน้าชา... มันเหมือนถูกฝังในหัวไปเลยว่า การขอคอมเม้นท์จากนักอ่านเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" และเป็นการ "ดูถูกตัวเอง" ทำให้นักอ่าน "เพลีย" มากกว่าจะ "สงสาร" ทั้งที่เราเป็นคนอ่อนแอ และเปราะบางมาก (ร้องไห้บ่อยมากกกกกกกก ไม่ว่าจะแต่งมากี่เรื่อง) แต่คนอ่านไม่รับรู้หรอกว่าคนเขียนเป็นคนแบบไหน รู้สึกยังไงอยู่ที่หน้าคอม เขาเสพผลงานแล้วก็จากไปแค่นั้น...


      ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็อยากบอกว่า...


      "นักอ่านไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบกับความผิดหวัง ความเสียใจ ของคนเขียนหรอก เพราะอารมณ์... เราสร้างขึ้นมาทำร้ายตัวเราเอง แต่ถ้าผลงานนั้นดีพอที่สามารถดึงให้คุณมาอ่านและสนุกไปกับมันได้ คุณน่าอยากจะตอบแทนเพื่อมอบรางวัลให้กับมันบ้าง"


      เฮ้อ สุดท้ายมันก็อาจวนลูปกลับมาตรงที่ว่า... เราแต่งไม่ดีพอ...

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #11-1

        คนไม่เห็นมากกว่าค่ะ.. เราก็เหมือนคุณคือเลือกที่จะเขียนและลงนิยายในหมวดที่ไม่มีคนเอง

        เรื่องที่เขียนก็ดันเป็นแฟนฟิคอีกต่างหาก.. วงดนตรีที่คนในไทยจะรู้จักหรือไม่ก็ไม่รู้

        ถึงรู้จัก.. ก็จะชอบอ่านแฟนฟิคหรือไม่ก็ไม่รู้ และจะรับได้ในสิ่งที่เราเขียนหรือไม่ก็ไม่รู้อีก


        แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้.. คือเรารักที่จะทำมัน.. แค่นั้นเอง

        วันนึงเราอาจจะแต่งนิยายแบบไม่อิงคาแรกเตอร์พวกเขา.. ไม่มโนด้วยภาพของพวกเขาได้

        แต่ไม่ใช่วันนี้.. และวันนึงเราจะเข้มแข็งพอ


        ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวของคุณให้ฟัง

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      การจมอยู่กับความคิดมาก ๆ สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาครับนอกจากความคิดที่ไม่ใช่ความจริง กับความยุ่งยากลำบากใจ ถ้าไงลองพิจารณาตัวเองดี ๆ ว่าน้องต้องการแต่งนิยาย หรือแค่ต้องการมีความสุข ไม่ต้องคิดให้มันซับซ้อน ชีวิตไม่ใช่เรื่องยุ่งยากขนาดนั้น ต้องการอะไรก็ค่อย ๆ คลำหาหนทางกันไป

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-01.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราพอจะเข้าใจนะคะ คือเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแรงหรอก แต่เราคิดมาก รู้สึกแย่ แต่เราก็พยายามก้าวผ่านความรู้สึกแบบนั้นให้ได้ พยายามคิดบ่อยๆ ว่ายังมีอีกหลายคนที่ชอบนิยายของเรามากๆ นะ เราจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง ทุกอย่างเป็นเหมือนบทเรียนให้ได้เรียนรู้ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ

      ในฐานะนักอ่าน เราพยายามเม้นให้กำลังใจนักเขียนเสมอค่ะ เพราะรู้ว่าเม้นดีๆ จะช่วยฮีลเขาได้เยอะมาก เผื่อว่าเขาอาจไปเจอเม้นที่ทำให้รู้สึกแย่ เราก็อยากให้รู้ว่ายังมีเราคนหนึ่งที่ชอบนิยายเขามากนะ สู้ๆ นะคะ จขกท

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      วายุุุ สายลมใต้เเสงจันทร์
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เข้าใจนะคะ ในฐานะที่แต่งนิยายเเล้วอยากได้คอมเม้นท์เยอะๆเราก็เป็น การที่เขาคอมเม้นท์์แบบนั้นมันอาจจะทำร้ายจิตใจเราก็จริง เเต่ถ้าลองคิดอีกแง่ เราจะได้รู้ว่าคนอ่านคิดยังไง เราได้นำมาพัฒนาตัวเอง เราเองก็เป็นคนชอบเเต่งนิยายชอบวาดการ์ตูน แต่เราไม่สามารถทำให้ใครชอบหรือไม่ชอบอะไรได้ ความคิดความชอบเเต่ละคนไม่เหมือนกันเราก็ต้องเปิดใจรับนะคะ เราเองก็เครียดเหมือนกันเวลาเเต่งเพราะช่วงหลังๆตัน กลัวคนอ่านผิดหวังเหมือนกััน

      ถ้ามันทำร้ายจิตใจเรา เราก็ไม่ควรเอามันมาใส่หัวให้เราเสียใจเสียความรู้สึก แต่เราเเต่งเพราะเราอยากแต่ง อยากเเต่งเพราะเรามีความสุข ในนิยายมันคืออิสระของเรานะคะ สู้ๆ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ใช้วิชายิ้มสู้คู่กับหน้าด้านเพิ่มพลังด้วยคำว่าI don't care



      ปล ถึงจะทำร้ายแต่เราก็รู้ว่านักอ่านรู้สึกยังไงจะได้ไปแก้ไขนิยายตัวเองได้นะครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Newss
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าคาดหวัง ก็จะไม่คิดมาก 

      คนที่ว่าอาจจะส่วนน้อยแต่คนที่ชอบก็ยังมี 

      ทำไมไปติดแค่คำติอย่างเดียว คนที่ชอบก็น้อยใจแย่แบบนี้

      คำติก็ดูไว้ แก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็แล้วไป

      คนอ่านไม่มีสิทธิ์ไปจำกัดแนวของคนเขียนนะ

      บางเรื่องจบแบบไม่happyแต่เราก็ยอมรับคนแต่ง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อืม... อันนี้เราก็เป็นเหมือนกันค่ะ

      จริงอยู่ว่าคอมเม้นต์ไม่ได้แรงอะไร แต่เหมือนคลื่นเบาๆ ที่กระทบแล้วถมไปเรื่อยๆ จนรู้สึกเฟล อันนี้เราเข้าใจ มันก็ห้ามกันไม่ได้เนาะ ความคิดใครความคิดมัน คีย์บอร์ดใครคีย์บอร์ดมัน

      ถ้าใจคุณอยากเขียนต่อ ลองเอาวิธีเราไปลองดูไหม? เจอกับนักอ่านคนละครึ่งทาง ถ้าคุณรู้สึกแย่ ลองหยุดไปสักพักหนึ่ง นิยายของคุณไม่หนีไปไหนหรอก ความคิดและจินตนาการของคุณก็เหมือนกัน แต่ถ้าคุณเฟล ลองหยุดสักพัก หาอะไรทำเพื่อฮีลตัวเอง แล้วก็กลับมาอัพบ้าง นักอ่านจะได้รู้ว่าคุณยังไม่ทิ้งนิยาย

      เจอกันคนละครึ่งทาง คุณได้พักไม่ลบนิยาย นักอ่านที่รักคุณเขาก็จะได้รอและมีความหวังว่าคุณยังไม่ทิ้งพวกเขา

      ลองดูค่ะ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปกันคนละก้าว ถ้าคุณไม่ไหวก็จงหยุด แล้วกลับมาเมื่อคุณพร้อม นิยายของคุณจะดีที่สุดเมื่อจิตใจคุณพร้อมจะเขียน เรื่องอื่นๆ ค่อยๆ ขัดเกลาไปค่ะ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่ต้น ยังไงก็ต้องมีนักอ่านที่ยังรักคุณและรอคุณแน่ๆ ค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผู้เชี่ยวชาญด้าน(เป็น)ซึมเศร้ามาแล้วจ้า~ ขอบอกก่อนว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้ป่วยที่ยาหมอรักษาไม่ได้จนต้องวิ่งไล่หาวิธีรักษาตัวเองมาทั้งชีวิต


      อันดับแรกทบทวนดูดีๆก่อน ว่าการเขียนนิยายมันทำให้เธอเป็นซึมเศร้า...หรือ...เพราะคอมเม้นท์มันไม่ตรงกับที่คาดหวังจนรู้สึกเศร้ากันแน่? ตรงนี้สำคัญมากนะ เพราะถ้าเธอยังจำแนกมันให้ชัดเจนไม่ได้ สมองเรามันจะเหมารวมว่า เขียนนิยาย = ความเศร้า = อันตราย จนกระทั่งร่างกายของเธอต่อต้านการเขียนนิยายไปโดยอัตโนมัติ


      ความทรงจำในสมองของเรามันสามารถลบ/บิดเบือน/สรุปเหมารวมข้อมูลได้ ยกตัวอย่างเช่น ณ จุดนี้ที่เธอรู้สึกแย่กับนิยายตัวเอง เธออาจเผลอลบแฟนคลับที่ยังสนุกกับนิยายไปเรียบร้อยแล้ว บิดเบือนว่าเธอได้ความสุขจากการอ่านคอมเม้นท์แทนที่จะได้จากการเขียน และเหมารวมว่าคอมเม้นท์ทำให้เธอเศร้าเลยบอกว่าการเขียนนิยายทำให้เป็นซึมเศร้าหนักกว่าเดิมเป็นต้น


      และไม่ว่าจะทั้งทางศาสนา นักจิตวิทยา หรือแพทย์ก็พบเห็นตรงกันว่าสำหรับความทรงจำของมนุษย์นั้น 'ความสุขเป็นดั่งเทฟล่อน แต่ความทุกเป็นเหมือนเทปกาว' สมองของเราจะลืมเลือนเรื่องดีๆได้ง่ายกว่าเรื่องร้ายๆเสมอ เพื่อพยายามป้องกันเราออกจากอันตรายที่จะเกิดขึ้น (สมองมันล้าสมัย มันคิดว่าตัวเองอยู่ในยุคเสือเขี้ยวดาบ) เพราะงั้นในหัวเธอเลยจดจ่ออยู่กับคอมเม้นท์ที่รู้สึกไม่ชอบใจ จนกระทั่งเริ่มอยากออกห่างจากนิยายนั่นเอง


      วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือเธอต้องฝึก 'สติ' ขอย้ำไว้ตรงนี้ก่อนว่านี่ไม่ใช่การประชดหรือต่อว่า แต่เธอต้องมีสติเพื่อไว้สกัดการลบ/บิดเบือน/สรุปเหมารวม ถ้าคิดบวกหรือคิดเรื่องดีๆไม่ไหว...ก็หัดฝึกหยุดคิดแทน อย่างเช่น อานาปานสติ (ถ้าชีวิตปกตินั่งนานให้เดินจงกลม แต่ถ้าเดินทั้งวันให้นั่งสมาธิ) ขออธิบายให้แจ่มแจ้ง


      1. เวลาเดินหรือนั่ง ให้ใจเราจดจ่ออยู่กับลมหายใจและประสาทสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย เช่นลมที่เข้าจมูกไปมันร้อนหรือเย็นกว่าขาออก กล้ามเนื้อตรงไหนเกร็ง กระดูกตรงไหนกระแทกกระเทือน รู้ตัวตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ให้ร่างกายรับรู้อย่าใช้สมองคิดหรือตีความ

      2. ตบความคิดจรให้ทัน ความคิดอะไรก็ตามที่กำลังแวะเข้ามาในหัว ให้สลัดมันทิ้งซะ ยิ่งเธอฝึกบ่อยมากเท่าไหร่ สติสำหรับตบการลบ/บิดเบือน/สรุปเหมารวมของเธอจะยิ่งไวขึ้นเรื่อยๆ

      3. ทำแล้วใจต้องรู้สึกสบาย...ไม่ฝืน โล่งๆ นั่งสมาธิแล้วสงสัยเวลาก็ให้รู้ว่ากำลังสงสัย (แค่รู้ให้ทันก็พอ) จากนั้นก็ลืมตาดูเวลาซะ ถ้าปวดฉี่ก็เข้าห้องน้ำ ไม่มีอะไรต้องซีเรียส


      ยิ่งทำบ่อยมากขึ้นเท่าไหร่ สมองเธอจะยิ่งคม แล้วเราจะเริ่มแยกแยะออกเองว่ากำลังรู้สึกอะไรเพราะอะไร (ได้ผลกับตัวเองถึงกล้าพูด) รวมถึงปิ๊งไอเดียที่จะรับมือกับมัน


      ส่วนจากนี้ไปคือคำแนะนำในฐานะนักเขียน


      จงออกแบบวิธีคิดที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขแน่ๆ 100% จากการเขียนนิยายซะ ถ้าเธอยังเอาความสุขไปแขวนอยู่กับคอมเม้นท์รับรองว่ามันไม่จบไม่สิ้นแน่ ยิ่งทำยิ่งคาดหวัง ต่อให้ทำได้ดีจนจบ พอเริ่มนิยายเรื่องใหม่เธอก็จะคาดหวังว่าจะดีเหมือนเรื่องเก่าหรือเปล่าอีก เป็นวงจรเชิงลบที่ไม่มีจุดจบ ยกเว้นว่าเธอจะเปลี่ยนกฎของเกมที่ตัวเองเล่น


      ผมยึดคำพูดของนักเขียนท่านนึงมาใช้ พี่เขาบอกว่า 'นิยายมันจบเมื่อเราเขียนจบ' ผลที่ตามมาหลังจากนั้นมันไม่เกี่ยวอะไรกับเราอีกแล้ว เปรียบเหมือนดูดน้ำหวานจากอ้อยไปหมดแล้ว(มีความสุขกับการเขียนเรียบร้อยแล้ว) ใครจะชมจะด่าว่าซากอ้อยชิ้นนี้มันดีหรือแย่ยังไงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวฉัน ทั้งสองสิ่งตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง


      เป็นห่วงแต่ไม่ปลอบนะ เพราะมันจะฝังสมองเธอจนกลายเป็นนิสัย...จนกระทั่งลุกเองไม่เป็น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หลายๆ ท่านก็แนะนำคุณไปแล้ว เราก็รู้จักน้องหลายคนที่ทั้งป่วยก่อนและระหว่างการเขียน นักเขียนเป็นอาชีพที่ต้องจมและอยู่กับอารมณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ อันที่จริงเป็นโรคนี้ควรจะหลีกเลี่ยงโซเชียลไปเลยจึงจะดีที่สุดค่ะ เพราะบางครั้งแม้เขาจะไม่ได้ว่าคุณแต่บางอย่างมันกระตุ้นคุณได้ในขณะที่คนปกติจะไม่เป็นอะไร


      เราให้คำแนะนำคุณ 2 ทางค่ะ

      1. เขียนประกาศเอาไว้ว่าขอพัก ไม่ต้องบอกสาเหตุตรงๆ ก็ได้ค่ะ จะปิดนิยายไว้ชั่วคราวก็ได้ ตามรูปค่ะ ตรงสถานะตั้งปิดได้เลยค่ะ

      https://image.dek-d.com/27/0060/1867/127034718

      รักษาตัวให้หายก่อนค่อยกลับมาเขียนยังไม่สายค่ะ


      2. ยังเขียนต่อไป แต่ปิด comment ไว้ค่ะ เลือกที่ตรงแสดงเมนูเพิ่มเติม การคอมเมนต์ : เลือกปิด-เปิดค่ะ จากนั้นกดบันทึก มันน่าจะดีกว่าค่ะ


      https://image.dek-d.com/27/0060/1867/127425692

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อืม...ก็ทำใจให้ร่มๆนะอย่าเพิ่งเครียดใจเย็นๆนะอ่าวทำไม-นี้มันขีดหว่าช่างเหอะ เรามีวิธีนะ ก่อน อื่น เราต้องทำการดูนิยายตัวเองซิเป็นไง และเราต้องไปดูของคนอื่นที่คล้ายๆของเราด้วยนะ เพราะว่าส่วนใหญ่นักเขียนแกไม่ค่อยชอบอ่านนิยาย เท่าไหร่ แต่ว่าต้องอ่านดูว่าของเขาเป็นยังไง และค่อยมาปรับใช้แก้ๆกันไป แต่ไม่ใช่ก็อปนะ!?! ให้ดูว่าเขาบรรยายยังไง แนะนำให้อ่าน หลายๆเรื่อง หากไม่มีคอมเม้นต์ ที่ด่าคำหยาบเช่น - ไรงี้ไม่ควรปิดคอมเม้นต์นะ เพราะว่าที่เขาบอกเราต้องไปปรับใช้ไม่เช่นงั้นคุณก็ทุกข์อยู่ดี เพราะว่ายอดต่างๆก็ค่อยๆหายไปทีละนิด เราไม่ควรปิด ควรเปิดและยอมรับ แต่หากคุณไม่ไหวจริง ก็ออกเดินทางเที่ยวพักร้อนดำน้้ำ ดูประการัง เต้นไลล่า ซ้อมบทละคร หลังข่าว อะไรหยั่งงี้นะจะทำให้ชีวิตดีขึ้นมา 100% และ ไม่ใช่คนอ่านเขาต้องแก้ให้ตัวเองอินคุณต้องแก้นิยายตัวเองไม่ใช่เห็นแล้วคิดว่า แงๆ นิยายเราแย่ หยุด สต็อป วางถุงกาวลง ให้คิดดีๆ เขาบอกเพราะเขาหวังว่าคุณจะพัฒนาต่อให้มันอิน เพื่อนิยายที่คุณรัก ให้มันดีขึ้น หากคุณไม่ต้องการให้มันดีขึ้น ล่ะ?แนะนำเขียนใส่โน๊ตตัวเองอ่านเองเลยจ้าา เพราะจะไม่มีคนอ่านอยู่ดีเพราะคนอ่าน จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด อยากแต่งให้คนอ่านมีความสุข และตัวเองด้วย และก็แต่งให้ดีขึ้นด้วย เำื่อแบบนั้นต้องพยายามไม่ใช่ทำตัวอ่อนแอ มันก็เหมือนกับการปีนเขาหากคุณไม่พยายามคุณจะไม่ปีนเขาจนถึงจุดสูงสุดของมัน หากจะปีนเขาก็ปีนเขาให้มันถึงที่หมายให้ได้!!?!? หากคำพูดคำจาอะไรที่รุณแรงก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย


      เอ่อ..เห้ยแก้ได้แล้วเย้!!! นีื้มีแต่เราประสบความสำเร็จตั้งแต่แรกเลยเรอะ!?!?!? เราไม่เคยแบบเศร้าเพราะแต่งนิยาย เราเคยทำการ์ตูนย์มาก่อน แต่ว่าเราวาดรูปไม่สวยเลยมแต่งนิยายแทน และนิยายที่พาเรามาแต่งนิยาย คือนิยายวายครับ เพราะจะพามังงะ้รื่องนึงที่น่าสนใจมว๊ากก ก.ไก่ล้านตัว เลยหาไปอ่าน ตอนนี้หาเจอละ และตอนแรกเราแบบไม่เข้าใจนิยายเลยยยย ว่าอะไรหว่า มีแต่ตัวหนังสืออ่านไม่รู้เรื่อง!?! แหะๆนั้นแหละที่ลากเราเข้าวงการ แต่เราก็เคยแต่ง Visual Novel ตอนนู้นนใน Dek-d ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามีหมวดนิยายด้วย! เพราะเราไม่รู้จัก ฮา และโดนด่าว่า งี่เง่า โอโห รู้สึกว่าตัวเอง นี้แบบอ่อนแอจริงพึ่งย้อนไปดู เอิ่ม..ผมนี้โคตรอ่อนแอเลยอ่ะ แต่เราไม่ได้ด่านะปิดม่ให้แสดง Visual Novel สักพัก แต่รู้สึกอายมากกก Visual Novel มันแบบกากมากกก แบบเป็นแบบที่ก็อปภาพคนอื่นมาใส่กับตรรกะที่แบบเพี้ยนมากเวอร์!?!? เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เจอคำด่าในนิยายก็สตั้นไปเป็นชาติเลยทีเดียว แต่เราไม่ค่อยอะไรกับคอมเม้นต์ด่าเท่าไหร่มากเพราะไม่โดนฮิๆ แต่งดีไปอะแกรร 55+ แต่ก็นะผมก็เคยโดนด่าบ่อยๆอยู่แหละ อะไรที่ไม่ใช่นิยาย ก็โดนด่าหมดเวลาทำอะไรอ่ะนะ 555+

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 29

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป