ซ่อน
แสดง

รีวิวการเตรียมตัวสอบให้ติด #นิติมธ และ #นิติจุฬา ฉบับคนขี้เกียจ(มากๆ) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek63 #นิติจุฬา #นิติมธ #นิติศาสตร์
สวัสดีค่าน้องๆทุกคน กระทู้นี้มีขึ้นเพื่อแก้บนในการขายหนังสือของพี่เอง จะพยายามพิมพ์ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่พี่ขออนุญาตไม่พูดถึงรูปแบบของข้อสอบนะคะ เพราะมีหลายกระทู้ที่ได้อธิบายไว้แล้ว หมด Intro แล้วค่ะ!! ไปอ่านกันเล้ยย!!!

เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?
ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมขึ้นม.6 เลยค่ะ (ตอนนั้น goal ของพี่คือ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เดียว) วิชาแรกๆที่พี่เตรียมตัวคือคณิตศาสตร์ (PAT 1) ภาษาอังกฤษ (GAT+ 9 วิชา+ O-NET) พอเปิดเทอมม.6 ก็จบเนื้อหาคณิตพอดี แต่ยังเหลืออังกฤษอีกนิดหน่อย ช่วงเปิดเทอมจนถึงสิ้นปีเลยเก็บเนื้อหา, ทำโจทย์อังกฤษและไทย-สังคม (9 วิชา+ O-NET) ไปพร้อมๆกัน หลังขึ้นปีใหม่ถึงค่อยทำแกทไทยค่า แต่ถ้าเป็นการเตรียมตัวข้อสอบเฉพาะสำหรับสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่ใช้เวลาแค่ 3 วันก่อนสอบหนึ่งเดือน (เป็นช่วงที่ไปเรียนพิเศษค่ะ)

ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาสอบ #นิติมธ ?
คือส่วนตัวแล้วพี่เป็นคนไม่ชอบคณิตมากๆๆๆ ตอนเรียนก็สนุกอยู่หรอกแต่พอมาทำข้อสอบเองแล้วจิตใจห่อเหี่ยวยังไงไม่รู้T__T ตอนตะลุยโจทย์ช่วงแรกๆก็จะเน้นแต่บทที่ถนัด(ซึ่งก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น) เลยวางแผนว่าพอเรียนอิ๊งจบเมื่อไหร่จะค่อยกลับมาทำโจทย์คณิตใหม่พร้อมกับทำข้อสอบอิ๊งไปด้วย แต่กลายเป็นว่าพอเรียนจบแล้วพี่ก็ดันทำแต่ข้อสอบอิ๊ง แล้วพอถึงช่วงที่ลงเรียนไทย-สังคม ก็ตัดสินใจว่าพอเรียนจบแล้วจะค่อยทวนเนื้อหาคณิต,ทำโจทย์อีกรอบ แต่มันก็วนลูปเดิมอีกค่ะ...พอเรียนจบแล้วพี่ก็ยังทำแต่ข้อสอบอิ๊ง ตะลุยโจทย์ไทย-สังคมทุกวัน ท่องศัพท์วันละ 10 หน้า คือทำทุกอย่างยกเว้นคณิตศาสตร์ ซึ่งช่วงนั้นก็เดือนธันวาคมแล้ว พี่เลยยิ่งลนเข้าไปใหญ่ ด้วยความที่ PAT1 มันเป็นตัวกำหนดด้วยว่าเราจะยื่นได้ไหม เพราะถ้าทำได้ไม่ถึง 75 คะแนนก็หมดสิทธิ์ยื่นรอบ 3 แต่พี่ก็ยังไปไม่ถึงไหน เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พี่เบนไปนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ คือตอนนั้นพี่คิดว่าตัวเองไม่ได้จุฬาแน่ๆ มันท้อไปหมด พอดีกับช่วงนั้นเพื่อนพี่มันชอบเล่าเรื่องพี่สาวที่เรียนนิติ มธ.ให้ฟัง พอฟังบ่อยๆพี่เลยสนใจและลึกๆแล้วก็มีความรู้สึกว่านิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เลยตัดสินใจหาที่ติวกฎหมายเพราะเวลาแค่นี้ไม่น่าจะอ่านเองทัน และพี่คิดว่าถ้าเราไปติวเราจะได้ไม่ต้องอ่านทั้งหมดเพราะติวเตอร์จะช่วยไกด์ให้เราเองว่าควรอ่านแค่ไหน จนสุดท้ายก็ได้เรียนพิเศษที่มีระยะเวลาเรียนแค่ 3 วันค่ะ หลังจากนั้นพี่ก็ทุ่มแค่แกทกับวิชาเฉพาะของมธ. ไม่ได้แตะตัวอื่นอีกเลย

คะแนนที่ได้
GAT ได้ 287.5 เต็ม 300 (ไทย 150/อังกฤษ 137.5)
PAT1 ได้ 38 เต็ม 300 (ตอนรู้คะแนนคือช็อคมาก ทำไมไม่มีดวงเรื่องการเดาเลย5555 แต่ก็ยอมรับนะเพราะมันคือผลจากความขี้เกียจของตัวเอง)
GPAX 6 ภาค ได้ 3.89
O-NET ได้ 357.5 เต็ม 500
วิชาเฉพาะนิติ มธ. ได้ 41.5 เต็ม 70
คิดเป็นคะแนนสำหรับนิติ มธ. รอบ 3 ได้ 70.25 เต็ม 100
ผลที่ออกมาก็คือออออออ.......


แท๊นน!! ติดแล้วค่า ไม่คิดไม่ฝันว่าจะติด เพราะเวลาที่เตรียมตัวมันน้อยจนพี่แทบไม่คาดหวังกับผลลัพธ์เลยจริงๆ
(*NOTE: รอบ 3 พี่ยื่นแค่นิติ มธ.ที่เดียวเลยค่ะ เพราะคะแนน PAT1 พี่ไม่ถึง 75 เลยยื่นจุฬาไม่ได้crying)

ได้ #นิติมธ แล้วทำไมสละสิทธิ์ ?
อย่างที่บอกไปทีแรกว่า goal ของพี่ คือ นิติ จุฬา เพราะงั้นพี่เลยรู้สึกว่าผลที่ออกมายังไม่ใช่สิ่งที่พี่ต้องการมากที่สุด บวกกับปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้พี่อยากเรียนจุฬามากกว่า พอพี่เข้าไปกรอกคะแนนรอบ 4 ในเว็บเด็กดีปรากฏว่าได้ 21,655 มันเป็นคะแนนที่คุ้มที่จะเสี่ยง พี่เลยสละสิทธิ์ไม่ไปสัมภาษณ์รอบ 3 แล้วไปยื่นรอบ 4 เลือกนิติ จุฬา อันดับ 1 นิติ มธ. อันดับ 2 ซึ่งพอผลออกแล้วพี่ดีใจมากๆๆๆเพราะในที่สุดก็....

ทำสำเร็จแล้วค่ะ :)

ที่เรียนพิเศษ
คณิตศาสตร์ : พี่เรียนที่ we by the brain คอร์ส ULTIMATE MATH ค่า ส่วนตัวแล้วพี่ชอบเดอะเบรนตรงที่คนไม่มีพื้นฐานก็เรียนรู้เรื่อง เทคนิคการสอนดี ติวเตอร์สอนสนุก แต่ที่คะแนนมันออกมาแย่ขนาดนั้นเพราะตัวพี่ขี้เกียจเองTT เค้ามีโจทย์ให้ทำเยอะมากพี่ก็ไม่ทำ ทวนเนื้อหาก็ไม่ค่อยทวน อย่างว่าแหละค่ะ you reap what you sow อะเนอะ
ภาษาอังกฤษ : ช่วงเตรียมตัวสอบเข้าเรียนที่ enconcept คอร์ส TCAS Admission: GAT / O-NET / 9 วิชาสามัญ ค่ะ พี่เคยเรียนแค่คอร์สนี้คอร์สเดียวเลยเปรียบเทียบกับคอร์สอื่นไม่ได้ แต่อยากจะบอกว่าแกรมมาร์ ศัพท์ โจทย์คือจัดเต็มมากกกกกกก ทำจนหัวหมุนเลย5555 มันครบจริงๆนะทุกคน เนื้อหาที่พี่ใช้ในการอ่านมาจากหนังสือของคอร์สนี้ล้วนๆเลย
ไทย-สังคม : แน่นอนว่าต้อง Davance พี่ก็เรียนแค่คอร์ส turbo คอร์สเดียวอีกเช่นเคย อ.ปิงสอนสนุกมาก เรียนไปขำไป ได้ความรู้แบบจุกๆ แนวข้อสอบตรงอยู่หลายข้อเลย เสียดายที่ช่วงท้ายพี่ไม่ได้ฟิตเหมือนช่วงแรกๆ ไม่งั้นคะแนนคงจะดีกว่านี้
ข้อสอบเฉพาะนิติฯ : จะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก Themizlaw เท่านั้น!! ทีแรกเพื่อนพี่แนะนำเพราะพี่สาวมันเรียนที่นี่แล้วสอบเข้าได้ พี่เลยสนใจ พอลองเทียบราคาและคุณภาพกับหลายที่ๆเลยรู้สึกชอบ ด้วยความที่ราคาย่อมเยาบวกกับคุณภาพการสอนที่เป็นที่รู้กันว่ามีเด็กติดนิติ มธ.มากที่สุด พี่ก็เลยเลือกที่จะติวที่นี่ค่ะ อยากบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกนะ คือเนื้อหาที่ได้จะไม่ครอบคลุมมากเพราะระยะเวลาคอร์ส final มันแค่ 3 วัน ซึ่งที่จริงแล้วคอร์สนี้เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแต่ต้องการติวโค้งสุดท้ายเพื่อให้แม่นกว่าเดิม ที่ประทับใจที่สุดคือพี่ยูคอยให้คำปรึกษาและดูแลนักเรียนดีมาก ตั้งแต่ตอนติวยันตอนสอบสัมภาษณ์เลยค่ะ พอได้คุยแล้วรู้สึกเลยว่าพี่เค้าจะไม่ทิ้งเด็กแน่นอน ถ้าใครสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/themizlaw/?epa=SEARCH_BOX ได้จ้า

หนังสือที่ใช้
(ขออนุญาตยืมบางรูปจากอินเทอร์เน็ตนะคะ)
คณิตศาสตร์ : หนังสือจากคอร์ส ULTIMATE MATH และ 3 เล่มนี้ของพี่ณัฐค่ะ (ซึ่งก็ทำไปแค่นิดเดียว)



ภาษาอังกฤษ : หนังสือจากคอร์ส TCAS Admission: GAT / O-NET / 9 วิชาสามัญ และหนังสือเซ็ตดร.ศุภวัฒน์ค่ะ ส่วนตัวแล้วพี่ชอบทำโจทย์อิ๊ง พอทำของครูพี่แนนจบเลยซื้อหนังสือดร.ศุภวัฒน์มาทำเพิ่มเรื่อยๆค่า
 

ไทย-สังคม : หนังสือคอร์ส turbo ของ Davance และสรุปสังคมของพี่บอลเล่มนี้เลย ใครที่ไม่อยากเรียนพิเศษก็อ่านแค่เล่มพี่บอลได้นะ เนื้อหาละเอียดมากๆ



ข้อสอบเฉพาะนิติฯ : พี่ใช้ตอนอ่านสอบเข้าแค่สองเล่มนี้


แต่ก่อนหน้านี้พี่ซื้อเล่มสีแดงไว้อ่านตอนสอบเก็บคะแนนที่โรงเรียนด้วย (น้องๆคนไหนไม่อยากเรียนพิเศษพี่แนะนำให้ใช้สองเล่มนี้คู่กันนะคะ อีกเล่มก็เนื้อหาละเอียดอีกเล่มก็โจทย์เยอะมาก รุ่นพี่หลายคนก็แนะนำพี่มาอีกที)



แกทไทย : ใช้สองเล่มนี้ค่ะ แต่ส่วนตัวพี่ว่าเล่มของอ.ขลุ่ยค่อนข้างง่าย ถ้าใครมีพื้นฐานอยู่แล้วใช้แค่เล่มของ GAT Community ก็ได้นะ สั่งซื้อได้ที่ https://www.facebook.com/gatcommunity/




DO & DON’T
หัวข้อนี้สำคัญมาก อยากให้น้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าอ่านกันนะคะ
DO
1. (สำหรับน้องม.4-5) พยายามทำเกรดให้ดี ส่วนนึงที่ทำให้พี่ติดรอบ 4 ก็เพราะได้เกรดช่วยไว้ รวมถึงบางรอบ บางมหาวิทยาลัยก็ใช้เกรดเป็นตัวกำหนดว่าเรามีสิทธิยื่นคะแนนไหม
2. (สำหรับน้องม.6) ไม่ต้องทุ่มเทให้กับกิจกรรมในโรงเรียนมาก โดยปกติแล้วครูส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเด็กม.6 จำเป็นต้องอ่านหนังสือสอบเข้า เค้าก็จะปล่อยเกรดบ้าง ตอนพี่อยู่ม.6 ช่วงเทอมแรกก็ไปเรียนตามปกติ แต่พอเทอมสองก็อาศัยอ่านเองที่บ้าน ไปเรียนบ้างสัปดาห์ละ 3-4 วัน ตามส่งงานให้ทันเดดไลน์ พยายามอ่านเองให้ได้มากที่สุด ต้องตั้งเป้าว่าเนื้อหาที่เราอ่านและเข้าใจจะต้องมากกว่าที่ฟังครูสอน
3. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เวลาอยู่โรงเรียนถ้าว่างๆพี่ก็จะเอาโจทย์ขึ้นมาทำหรือเอาศัพท์มาท่อง จำไว้ว่าแค่ 1 นาทีก็มีค่า
4. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ห้ามป่วยช่วงใกล้สอบเด็ดขาด เพราะสัปดาห์ก่อนสอบ GAT-PAT พี่ไข้สูงมากกกก ถึง 48 องศาเลย ช่วงนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนจริงๆ พี่ว่าพี่ดูแลตัวเองดีมากนะ ช่วงนั้นไม่กินของทอด หมัก ดอง น้ำอัดลม รีบนอนก่อนสามทุ่ม แต่สรุปไปเวียนเทียนที่วัด กลับมาไข้ขึ้นเลย พอถึงวันสอบเลยทำได้ไม่เต็มที่ ตอนสอบเสร็จแล้วอยากร้องไห้มากๆcrying

DON’T
1. ขี้เกียจจนกู่ไม่กลับ : พี่พลาดมาแล้วกับ PAT1 ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย เรียนพิเศษเสร็จกลับมาก็ทวนบ้างไม่ทวนบ้าง หาข้ออ้างในการทำโจทย์ไปเรื่อย แทนที่จะพยายามหาแรงกระตุ้นให้ขยันมากขึ้น กลับเปลี่ยนเป้าหมายซึ่งตัวเองก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการมากที่สุด ทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ถ้าตอนไหนขี้เกียจก็อยากให้ทุกคนนึกถึงอนาคตของตัวเองให้มากๆนะคะ ให้คิดอยู่เสมอว่าต้องยอมลำบากในวันนี้ดีกว่าไปลำบากในวันหน้า 
2. บ้าพลัง : ช่วงที่พี่ทำแกทไทยคือทำวันละ 10 บทความ ซึ่งมันเยอะเกินไป เคยมีติวเตอร์ที่โรงเรียนพี่จ้างมาติวบอกไว้ว่าให้ทำโจทย์เยอะๆแต่คราวละน้อยๆ วันละ 1-2 บทความก็พอค่ะ ถ้าทำเยอะเกินไปน้องจะมึนได้ เพราะพี่ก็เป็นมาแล้ว อย่าทำตามเด็ดขาดนะ!
3. เทแกทเพื่อไปเน้นวิชาเฉพาะ: จะเห็นได้ว่าคะแนนวิชาเฉพาะนิติพี่ไม่ได้สูงเลย แต่ที่ผ่าน 175 คนก็เพราะได้คะแนนแกทช่วย อีกทั้งรอบ 4 ยังใช้แกทในการคิดคะแนน เพราะงั้นให้พยายามควบคู่กันไป อย่าละเลยวิชาใดวิชาหนึ่งเด็ดขาด

การแบ่งเวลา
พี่ไม่ได้แบ่งเวลาอ่านหนังสือหรือทำโจทย์ในแต่ละวันที่ตายตัว แต่จะมีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จในแต่ละวันมากกว่า ปกติพี่จะตั้งเป้าไว้ว่าวันนี้ต้องทำโจทย์แกทไทย 10 บทความ(แต่อย่างที่บอกไปว่าให้เปลี่ยนเป็นวันละ 2 บทความก็พอ ถ้าใครอยากทำจริงๆแบบว่างสุดๆก็แนะนำให้ทำไม่เกิน 4 บทความค่ะ) ทำข้อสอบเก่าแกทอิ๊งย้อนหลังไปเรื่อยๆวันละ 2 ปี ส่วนการท่องศัพท์ สมมติวันนี้ท่องหนึ่งหน้า พรุ่งนี้ก็ต้องท่องเพิ่มอีกหนึ่งหน้า สรุปคือท่องเพิ่มขึ้นทีละหน้าทุกวัน แต่งานที่โรงเรียนพี่ไม่ค่อยทำนะ การบ้านหรืองานที่ต้องส่งต่างๆก็ไปปั่นที่โรงเรียนให้ทันเดดไลน์ทีเดียว เพราะพี่รู้สึกว่ากิจกรรมในโรงเรียนมันเสียเวลามาก และที่สำคัญคือต้องมีเวลาพักให้ตัวเองด้วยนะ โดยส่วนตัวพี่แนะนำการพักแบบอ่านหนังสือ 50 นาที พัก 10 นาที เพราะส่วนใหญ่พี่ก็ใช้วิธีนี้เลยรู้สึกว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
(*NOTE: แนะนำให้ติดตามเพจ GAT Community และ Enconcept ในเฟซบุ๊คนะคะ เพราะเค้าจะคอยอัพเดตคำศัพท์และมีศัพท์ให้ดาวน์โหลดค่ะ)

สุดท้ายนี้ก็ขอให้น้องทุกคนสู้ๆ ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครอยู่แล้วค่ะ ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจก็ต้องทำได้อยู่แล้ว อย่าขี้เกียจเหมือนพี่เลยน้า จากประสบการณ์ตรงคือ ยิ่งขี้เกียจแค่ไหนก็ยิ่งเครียดมากเท่านั้นจริงๆค่ะ อาจจะพิมพ์ตกหล่นตรงไหนก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เดี๋ยวพี่จะทิ้งช่องทางการติดต่อไว้ เผื่อน้องคนไหนสงสัยหรือมีคำถามเพิ่มเติม ไปแล้วนะคะ บ๊ายบายยยheart

Twitter : NiNemo_
IG : nnine__
 

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป