ซ่อน
แสดง

รีวิวการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ สพล.กรุงเทพ (รอบทั่วไป) ประจำปีการศึกษา 2562 [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีครับ ชาวเว็บ เด็กดี ทุกท่าน วันนี้ ผมจะมาเผยแพร่ประสบการณ์ในการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อ ในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกรุงเทพ ที่พึ่งผ่านไป ในวันที่ 1-2 เมษายน พ.ศ.2562 มาเพื่อให้รุ่นน้องที่สนใจที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันแห่งนี้ครับ ไม่รอช้า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

Day 1 : เป็นการสอบภาคทฤษฎี + สอบสัมภาษณ์
ในวันที่ 1 เมษายน ผมก็ได้เดินทางจากบ้านที่กรุงเทพ เพื่อมาสอบคัดเลือก ในคณะศึกษาศาสตร์ พลศึกษา โดยที่สถาบันแห่งนี้ จะมี 3 คณะ ด้วยกัน 1.ศึกษาศาสตร์ 2.ศิลปศาสตร์ 3.วิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ ซึ่งการสอบทฤษฎีก็จะแยกสอบตามคณะของตนเอง แต่ผมจะพูดถึงการสอบคัดเลือกแค่คณะศึกษาศาสตร์เท่านั้นนะครับ ------

เวลา 09.00 - 10.30 น. เริ่มสอบ วิชา ความรู้ทั่วไป 80 ข้อ (80 คะแนน) โดยในรายวิชานี้
จะเป็นการ นำความรู้พื้นฐาน ในสมัยมัธยมปลาย มาออกข้อสอบ 4 รายวิชา คือ ภาษาไทย,ภาษาอังกฤษ,คณิตศาสตร์,สังคมศึกษา ในการทำข้อสอบ ต้องใช้ความรอบคอบนะครับ ตรวจทานให้ดี เพราะเป็น Part ที่มีคะแนนเยอะที่สุดในการสอบคัดเลือกของแต่ละวิชาแล้ว อย่าประหม่า ลนลานจนเกินไป โดยวิชานี้ก็ถือว่าไม่ยากจนเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายนะครับ

หมายเหตุ : ข้อสอบทุกรายวิชาเป็นข้อสอบปรนัย หลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้วสามารถออกนอกห้องสอบได้

เวลา 10.30 - 11.30 วิชาที่ 2 ความรู้พื้นฐานด้านพลศึกษา 60 ข้อ (60 คะแนน) โดยในรายวิชานี้ จะเป็นการ นำความรู้พื้นฐานทางด้านสุขศึกษาและพลศึกษา มาออกข้อสอบ เหมือนเป็นการ Pre-Test ก่อนที่จะมาเข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ว่า เรามีความรู้พื้นฐานทางด้านนี้มาก่อนไหม
ถ้าเราตั้งใจอ่าน ละเอียด รอบคอบ และมีความรู้มาแล้ว Part นี้ คงจะผ่านได้ไม่ยากครับ

เวลา 11.30 - 12.30 วิชาสุดท้าย วัดแววความเป็นครู 60 ข้อ (60 คะแนน) ในรายวิชานี้
ถ้าใครเคยทำ PAT5 มาแล้ว คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ความซับซ้อนและความยากจะไม่เท่า PAT5
ลักษณะข้อสอบก็จะเป็น ความสามารถในการให้เหตุผล อนุกรมรูปภาพ จิตวิทยาความเป็นครู
ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมและสังคม ถึงจะไม่ยากมาก แต่ต้องอ่านให้รอบคอบ ไม่งั้น ก็เสียคะแนนไปฟรีๆเหมือนกันนะครับ

--- จบการสอบภาคทฤษฎี 3 วิชา ในช่วงเช้า บ่ายรอสอบสัมภาษณ์ครับ ---

ภาคบ่าย เวลา 13.30 เป็นต้นไป เริ่มสอบสัมภาษณ์ครับ (30 คะแนน) โดยตรงนี้ ถ้าใครมีผลงาน ก็จะต้องบรรยายให้อาจารย์เขาฟัง ว่า เราทำอะไรมาบ้าง ผลงานต้องไม่เกิน 3 ปี นะครับ แต่ถ้าไม่มีผลงาน ก็จะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับความรู้ต่างๆทางพลศึกษา และก็เรื่องจิปาถะต่างๆ โดยรวม ที่นี้ อาจารย์ทุกท่านเป็นกันเองมากครับ ไม่ต้องไปกลัวเลย ตอนแรกก็ดูโหดๆ แต่พอคุยไปคุยมาก็เฮฮาเป็นกันเองดีนะครับ อาจารย์มีทิ้งท้ายอีกว่า ขอให้โชคดีในการทดสอบสมรรถภาพ ในวันพรุ่งนี้นะ ผมก็ยกมือไหว้ แล้วก็เดินออกมา เรียกคนต่อไปเข้าห้องเพื่อไปทำการสัมภาษณ์ต่อไปจนครบทุกคนแล้ว

หมายเหตุ : สอบสัมภาษณ์เสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลยครับ แล้วมาต่อในวันที่ 2 จ้า

Day 2 : ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 6 ฐาน ฐานละ 5 คะแนน (รวม 30 คะแนน)

วันนี้ ผมก็แต่งชุดกีฬาและรองเท้าผ้าใบมาจากที่บ้านเลย มากินข้าวเช้าเติมพลัง ที่ โรงอาหาร ตรงข้ามอาคารวิทยบริการ เสร็จแล้วก็ไปรวมตัวที่ลานหน้าคณะศึกษาศาสตร์ แบ่งแถวที่จะทำการสอบ (ผู้หญิง 1 กลุ่ม ผู้ชาย 5 กลุ่ม) ซึ่งอาจารย์ประจำคณะและรุ่นพี่ก็จะมาพูดนัดหมายต่างๆ ว่าต้องปฎิบัติตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีการเซ็นชื่อในแผ่นกระดาษด้วยนะครับ เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ของเรา ว่ามาเข้ารับการทดสอบแล้ว จะได้ไม่เป็นการเสียสิทธิ์ โดยจะเริ่มจากการทดสอบ ที่ วิ่งทางไกล 1,000 เมตร ก่อน (2 รอบครึ่ง สนามฟุตบอล) สำหรับ ผู้หญิง วิ่ง 800 เมตร
(2 รอบสนามฟุตบอล)

หลังจากที่ทดสอบวิ่งเสร็จแล้ว ก็เหนื่อยมากเลยครับ 555 แต่ก็ต้องสู้ในทุกฐานแหละ จะได้เข้าเรียนที่นี่ให้ได้ แล้วกลุ่มเราก็เดินไปยังสนามแฮนด์บอล เพื่อทำการทดสอบสมรรถภาพอีก 5 ฐาน  ที่เหลืออยู่ คือ
1. ดัชนีมวลกาย (ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง) 2. ความอ่อนตัว (ยืนงอตัว) 3. ลุก-นั่ง 60 วินาที
(ทำ 30 วิ แล้วหยุดพัก โดยจะเอาจำนวนครั้งที่ได้มากที่สุด บันทึกคะแนน)
4. ดันพื้น 30 วินาที  5. ยืนกระโดดไกล

ทดสอบเสร็จครบทุกฐานแล้ว อาจารย์ประจำคณะก็จะมาพูดนัดหมายอะไรด้วยเล็กน้อย
ก็รับฟัง เพราะเป็นประโยชน์กับตัวเราเอง เสร็จแล้วก็ปล่อยว่าที่นักศึกษาแยกย้ายกลับบ้าน
ได้ ในเวลา 11.30 น. หลังจากนี้ ก็รอฟังผลในวันที่ 22 เมษายน

ต่อ.. วันที่ 22 เมษายน เป็นวันที่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ปรากฎว่า มีรายชื่อของผมอยู่ ก็ดีใจมากครับ ที่ได้เข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้ เป็นลูกพ่อพลบดีเต็มตัว  ซึ่งผมจะพยายามตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ในสถาบันแห่งนี้ เพื่อตอบแทนอาจารย์ที่คัดเลือกผมเข้ามาครับ พอประกาสผลเสร็จ ก็ต้องไปรายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนดด้วยนะ ไม่งั้น ถือว่า สละสิทธิ์ (ปีนี้เรียกสำรอง 51 คน เลย)

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน จะทำอะไร ก็ทำให้สุดความสามารถไปเลยนะครับ จะได้ประสบความสำเร็จ เพราะมีไม่กี่คนหรอก ที่จะได้เข้าศึกษาในคณะ และ มหาวิทยาลัย ที่ตนเองใฝ่ฝันได้ครบทุกคน ดั่งคำที่ว่า กยิรา เจ กยิราเถนํ (ทำอะไร ควรทำจริง)

ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไร สามารถ Comment มาได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถาม

ขอบคุณที่อ่านกระทู้ของผมจนจบนะครับ

Good Luck..





 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป