ซ่อน
แสดง

Review การสมัคร+เลือกอันดับ+สัมภาษณ์คณะแพทย์ ม.อ. รอบ 2 โควตาภูมิภาค [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek62 #dek63 #รอบ2 #มอ #แพทยศาสตร์


สวัสดีจ้า เราเป็นเด็ก62น้า กระทู้นี้จะมา review เกี่ยวกับการสอบเข้า คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ใน TCAS รอบ 2 โควตาภูมิภาคจากประสบการณ์ของเราเอง เราเป็นหนึ่งในคนที่ชอบอ่านกระทู้ dek-d pantip หรือจากในเพจต่างๆเพื่อหาข้อมูลมากๆ แต่ก็มีไม่เยอะที่ตอบสิ่งที่เราอยากรู้ เพราะฉะนั้นเราเลยเขียนเองจากประสบการณ์ตรงเลยดีกว่า5555 หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ
 
ในกระทู้นี้จะกล่าวถึง หลักๆคือ การสมัคร การเลือกอันดับ และการสัมภาษณ์ของคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. จ้า
 
 ก  า  ร  ส  มั  ค  ร 

การสมัครของปีเราอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่เราจะสมัครผ่านเว็บไซต์ของม.อ. เรามีหน้าที่คือ กรอกข้อมูล พิมพ์ใบชำระเงิน และไปจ่ายที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ไม่ต้องใช้เอกสารอะไรเลย ค่าสมัครอยู่ที่ 400 บาท ซึ่งเป็นค่าสมัครของการเลือก4อันดับ ไม่ว่าเราจะเลือก 1  หรือ 4 อันดับก็จ่ายเท่านี้
ป.ล.อย่าลืมสมัครเว็บไซต์ของ ทปอ.ด้วยนะ ไว้ใช้สำหรับการยืนยันสิทธิ์
 
 ก  า  ร  เ  ลื  อ  ก  อั  น  ดั  บ 
เราเลือกอันดับเดียว เสียวๆจ้า ถ้าไม่ได้เราค่อยไปรอบถัดไป
 
เราจะเลือกอันดับกันหลังสอบและประกาศคะแนนทุกอย่างเสร็จแล้ว ถึงตอนนี้เราจะทราบคะแนนของแล้ว ซึ่งเป็นช่วงต้นเดือนเมษา สามารถเลือกได้ 4 อันดับ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งจะติดแค่อันดับเดียว
 
คณะแพทย์รับนักเรียนในโครงการโควตาภูมิภาค 56 คน โดยมีกลุ่ม 1 จำนวน 22 คน และกลุ่ม 2 จำนวน 34 คน

เกณฑ์คะแนนของคณะแพทยศาสตร์ ม.อ.
1.ใช้คะแนนของ คณิตศาสตร์1 ไทย สังคม อังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อย่างละ100 ดังนั้นจะมีคะแนนจะเต็ม 700
2.และมีเกณฑ์ขั้นต่ำด้วย คือ คณิต ไทย สังคม วิทยาศาสตร์ 3 ตัว (นำ3ตัวมาเฉลี่ย) ต้องเกิน 30 และอังกฤษต้องเกิน 35
3.การพิจารณาคะแนนของม.อ. จะมีการแบ่งกลุ่ม 1 และ 2 ด้วย แบ่งกลุ่มคืออะไร? อยู่ข้างล่างนี้จ้า
 
สถิติคะแนนคณะแพทยศาสตร์ของ TCAS ปี61-62

ใครที่สนใจสถิติคะแนนอื่นๆสามารถเข้าไปดูได้ที่ด้านล่างของเว็บไซต์ http://www.entrance.psu.ac.th/
 
กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 แบ่งยังไง? แล้วมีประโยชน์อย่างไร?
กลุ่ม 1 คือ คนที่มีเกรดเฉลี่ย 5 เทอมสูงสุด 10% ของนักเรียนในโรงเรียนนั้นที่สมัคร ใครที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่ม 2 ใครที่ทำเกรดได้ดีจะได้สิทธิคือ ได้รับการพิจารณาก่อนในกลุ่ม 1 ด้วยกันเอง แต่ถ้าคะแนนไม่ติดในกลุ่ม1 ก็จะมาพิจารณาในกลุ่ม 2 อีก ซึ่งจะพิจารณาแบบนี้เฉพาะอันดับแรกของเรา อันดับ 2 3 4 จะถูกนำไปพิจารณากับกลุ่ม 2 ทีเดียวเลย
 
คะแนนต่ำสุดของกลุ่ม 1 ส่วนใหญ่จะต่ำกว่า 2 แต่ว่า! คณะแพทยศาสตร์ เป็นคณะที่ กลุ่ม 1 มีคะแนนต่ำสุด สูงกว่า กลุ่ม 2 เพราะฉะนั้น ถ้าคะแนนเราถึงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกลุ่มเลย
 
ซึ่งข้อมูลต่างๆ เราสามารถไปดูรายละเอียดของระเบียบการโดยตรงได้ที่เว็บไซต์รับตรงของ ม.อ. ตรงนี้ http://www.entrance.psu.ac.th/direct.php

 
การสัมภาษณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เราจะวนเวียนอยู่แถวๆนี้กับโรงพยาบาล
 
การสัมภาษณ์จะจัดในช่วงกลางเดือนเมษายน เป็นเวลา 3 วัน ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจว่าสัมภาษณ์กัน 3 วันเลยเหรออ ไม่ใช่น้า ใน 3 วันนี้ เราจะใส่ชุดนักเรียนและ เราจะทำข้อสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ 2 รอบ ตรวจตา x-ray และ เจาะเลือด

สถานที่สำหรับสอบสัมภาษณ์คือ คณะแพทยศาสตร์ มอ. และ ตรวจร่างกายที่รพ.ของม.อ. เรามาเริ่มเล่าอย่างละเอียดดีกว่า

ป.ล. ปี 62 รอบ2 โควตาภูมิภาค คณะแพทย์ รับเด็กทั้งหมด 56 คน ไม่มีตัวสำรอง มาสัมภาษณ์ประมาณ 42 คน ซึ่งทุกคนผ่านสัมภาษณ์ค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเลย และก่อนสัมภาษณ์เนี่ย เขาจะให้เรากรอกประวัติขในเว็บไซต์ คล้ายๆกับเป็น Portfolio ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องใช้ port เลย
 
D        A        Y        -        1
วันแรกมาถึงปุ๊บ เขาจะให้เราลงทะเบียนและรับบัตรตรวจของรพ. แล้วไปนั่งในห้องประชุม เราพบเจอเพื่อนจากจังหวัดเดียวกันตอนนี้แหละ 5555 พอเรานั่งกันครบ เขาก็แจกข้อสอบข้อเขียนมาให้ 1 ปึก และก็ให้เรานั่งแยกกัน (คือไม่ให้ลอกกันนั่นเอง) ให้เวลาประมาณ 1.30 ชม.
 
ข้อสอบเขียน
ในข้อสอบจะมีถามเกี่ยวกับ ความคิดของตัวเรา เช่น ในอนาคตอยากทำอะไร ในอดีตเป็นคนแบบไหน คิดอย่างไรกับอาชีพหมอ อะไรคือคุณสมบัติที่ดีของหมอ คณะแพทยศาสตร์ของม.อ.ต่างกับที่อื่นอย่างไร ซึ่งตอนนั้นนึกออกอย่างเดียวว่าที่นี่ไม่มีเรียนคณิตศาสตร์ ฮือออ

ส่วนใหญ่เป็นการถามโดยใช้ความคิดเห็น ไม่มีวิชาการเลย เขาให้เราอ่านเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอาชีพหมอและบอกว่าปัญหาคืออะไร วิธีแก้ปัญหาคืออะไร เท่าที่เราจำได้ เช่น มีคนได้รับทุนแต่ไม่ชดใช้ทุน มีหมอคนหนึ่งบ่นในอินเตอร์เน็ตถึงข้อเสียของอาชีพแพทย์ ซึ่งตรงนี้เขาจะให้กระดาษเปล่ามา 1 หน้าต่อ 1 เนื้อเรื่องเลย

พอทำข้อสอบเสร็จเขาก็จะแบ่งกลุ่มกัน เช่นกลุ่มนี้ไปสัมภาษณ์ กลุ่มนี้ไปตรวจตา  เพราะจะได้สลับกันไปทำแต่ละอย่างได้รวดเร็ว ซึ่งของเราในวันนี้ ไปตรวจเลือดกับ x-ray จ้า
 
การตรวจเลือด
สิ่งแรกคือ... เดินตามเพื่อนไปเลย เพราะเราไม่รู้ทาง 5555 เราก็ไปจ่ายเงิน ประมาณ 3-4 ร้อยเป็นค่าตรวจร่างกาย และก็ตามเพื่อนไปอีกจ้า 5555 เพื่อไปเจาะเลือด เราเดินไปปุ๊บก็เจาะเลือดได้เลย เพราะมีคนรอดูดเลือดเราเยอะมาก 1 หลอดชิลๆ พี่ที่เจาะเราคือมือเบามากกก ไม่เจ็บเลยย
 
การ x-ray
สำหรับเด็กผู้ชายคือถอดเสื้อแมนๆและเดินเข้าไปห้อง x-ray เลยจ้า ส่วนผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเราก็ไปเปลี่ยนเป็นเสื้อของโรงพยาบาลก่อนและโนบราเลยทีเดียว เดินเขินๆเอากระเป๋าปิดไป และเข้าไป x-ray ชิลๆอีกแล้ว เขาบอกว่าให้หายใจเข้าให้สุด แต่เรายังไม่ทันหายใจเลย พี่เขาบอกไปได้เลยจ้า และก็จบสำหรับวันแรกอย่างรวดเร็ว กลับบ้านประมาณบ่าย 2
 
D        A        Y        -        2
สอบสัมภาษณ์รอบที่ 1
เขาจะให้เราไปนั่งรวมกันในห้องเย็น เอ้ย ห้องแอร์ห้องหนึ่ง ละจะเรียกออกไปเรื่อยๆ มีห้องสัมภาษณ์ประมาณ 6 ห้อง มีอาจารย์ห้องละ 3 คน ตอนเราถูกเรียกออกไปก็จะต้องไปนั่งรอหน้าห้องก่อน ซึ่งคนก่อนหน้าเราคือสัมภาษณ์นานมากกก เรารอจากตื่นเต้น จนหายตื่นเต้น และกลับมาตื่นเต้นอีก มีพี่เจ้าหน้าที่เดินมา เขาก็บอกเราประมาณว่า บรีฟอาจารย์ห้องนี้ไว้ครึ่งชมอะ 555555
 
พอคนก่อนหน้าเราสัมภาษณ์เสร็จเขาก็เดินออกมา เรามองหน้าเขาละถามว่า อาจารย์ดุไหม เขาก็พยักหน้าหงึกๆและยิ้มแห้ง เราคิดในใจ โอ่ะหมั่ยก๊อดๆๆ แต่ก็ใจดีสู้เสือ ทำให้เต็มที่ สู้โว้ย
 
อ.จะสัมภาษณ์เราจากข้อมูลที่เรากรอกไว้และจากข้อสอบที่เขียนวันแรก ใช้เวลา 10-20 น. จะมีอ.คนหนึ่งที่ถามเยอะ อีก 2 คนจะช่วยซัพพอร์ตอ.คนแรก เขาก็จะถามไปเรื่อยในจุดที่เขาสนใจ เพื่อดูทัศนคติเรา อาจมีกดดันเล็กๆเพื่อทดสอบเรา แต่ไม่ต้องกลัว ยิ้มสู้ไว้เหมือนเรานะ 555555 หลังจากนั้นเขาก็จะปล่อยเราไปกินข้าว เราก็ตามๆเพื่อนร่วมจังหวัดไปที่ศูนย์อาหาร จำได้ดี วันนั้นกินผัดมะเขือ (ไม่เกี่ยวเลย)
 
สอบสัมภาษณ์รอบที่ 2
รอบนี้หลังจากทานข้าว ทุกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันถูกเกณฑ์ไปห้องเย็นอีกแล้ว และถูกเรียกออกไปเรื่อยๆ มีห้องสัมภาษณ์ 2 ห้อง ใช้เวลาต่อคนประมาณ 20-30 นาที รอบนี้ มีอาจารย์1คน อ.จะสัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวเราโดยเฉพาะ เช่น ครอบครัว ปัญหาที่เราเจอ วิธีแก้ปัญหา เคยอยู่หอไหม เคยไปเที่ยวคนเดียวไหม เรียนไหวไหม มีเพื่อนไหม เพื่อนเป็นยังไง ทำไมเราถึงเลือกคณะนี้ คณะอื่นก็ได้ ประมาณนี้ แต่เราไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องกลัว เพราะก็เหมือนอ.ก็ถามเราไปเรื่อยๆเพราะอยากรู้จักเราเท่านั้นเอง
 
ตรวจตา
มีการตรวจ 2 อย่างคือ  ตรวจวัดสายตา เป็นการให้เราบอกตัวเลขบนแผ่นโปสเตอร์ กับ ตรวจตาบอดสีคืออ่านตัวเลขในสมุดภาพที่เป็นจุดๆหลายๆสี ใครที่ไม่เคยตรวจอาจจะเสียวๆหน่อย แต่อีซี่กว่าสอบสัมภาษณ์แน่ๆ 55555 พอตรวจเสร็จ ก็เรียบร้อยสำหรับวันที่ 2  เลิกประมาณ 4 โมง
 
D        A        Y        -         3
วันนี้วันสุดท้าย คือ การอ่านผลเลือดกับ x-ray ของเรา สุดแสนสบาย เรียกได้ว่าวันเมาท์มอย และ มีตติ้งกับเพื่อนใหม่เยอะเลย (จริงๆเราแอบเครียด เพราะ โรงเรียนเรามาคนเดียว และไม่รู้จักใครเลยจ้า 5555) ไปถึงเราก็รับบัตรคิว และนั่งรอ จากนั้นเรียกไปเข้าห้องตรวจ สุขภาพแข็งแรงครบถ้วนก็กลับบ้านได้จ้า สำเร็จวันสุดท้าย เลิกประมาณ 10-11 โมง
 
ซึ่งการตรวจการสัมภาษณ์ของแต่ละกลุ่มอาจไม่เหมือนกัน เช่น บางคนอาจจะเลิกเย็น บางคนอาจจะสัมภาษณ์วันที่ 3 แ
ต่ทำทุกอย่างครบเหมือนกันค่ะ
 

ทิ้งท้ายนิดนึง
จบแล้วนะคะกับกระทู้นี้ จริงๆกว่าจะได้ฤกษ์เขียนกระทู้ก็ถือว่านานอยู่ 5555 ถ้ามีข้อมูลอะไรผิดพลาดสามารถแจ้งได้ทันทีเลย หวังว่าคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนจะสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จนะคะ ทำให้เต็มที่ ที่สำคัญเหนื่อยก็พัก พอมีแรง มีใจก็ฮึดสู้ต่อค่ะ
 
ทุกความพยายามอาจไม่สำเร็จ แต่ทุกความสำเร็จมาจากความพยายาม
(เครดิตจากเพื่อนรักคนหนึ่ง)
 
ป.ล. เราทำ Studygram @dek62tobedoc
และเราเคยเขียนกระทู้วิธีเตรียมตัวสอบไว้นะคะ
How to ได้คะแนนภาษาอังกฤษดีๆ ทั้ง 9 วิชาสามัญ ONET และ GAT
https://www.dek-d.com/board/view/3918595/
วิธีเตรียมสอบ 9 สามัญฉบับคนชอบเรียนออนไลน์และอ่านเอง
https://www.dek-d.com/board/view/3930834/
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป