หนีไปแลกเปลี่ยนที่ Maine, อเมริกา 1 ปี [ยินดีให้แชร์]

วิว

สวัสดีค่า เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปอเมริกามา 10 เดือน ปี 2561-2562 พึ่งกลับมา 2 วันก็รีบมาเขียนกระทู้เลย เป็นคนขี้ลืม 55555 อยากแชร์ประสบการณ์แล้วก็อยากช่วยเตรียมตัวน้องๆที่กำลังจะไป เพราะบางอย่างที่เราเคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้บอกไว้ อาจจะเขียนงงๆหน่อยเพราะเราก็บรรยายไม่เก่ง แง..

รัฐที่เราไปอยู่คือรัฐเมนค่ะ (Maine) ได้โฮสถาวร เราไปตอนเป็น senior หรือก็คือม.6 ค่ะ (สมัครตอนม.5 ไปตอนม.6) 

จริงๆเรามีความคิดอยากจะไปแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว แต่ด้วยความกลัว+พ่อบอกว่าส่งไม่ไหว เลยหมดแรงจูงใจตั้งแต่ตอนนั้น แล้วจู่ๆหลายปีผ่านไปพ่อก็บอก ส่งได้นะ เอ้า พ่อ 555555 แล้วมีเพื่อนสนิทเราคนนึงที่จู่ๆก็โพสต์สเตตัสบนเฟซว่า เนี่ยติดโครงการไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกา เราก็ไม่อยากน้อยหน้าเพื่อนไง(ขี้อิจฉามาก) เลยไปไล่หาโครงการที่รับสมัครปลายปี คือบอกก่อนเลยว่าโครงการไปแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่จะรับสมัครต้นปีกัน หาลำบากนิดนึงแต่ก็เจอ เป็นโครงการที่คนไปกันน้อยเราเลยติดเข้าไปง่ายๆ 555555 ทิปไว้ว่าตอนสัมภาษณ์ก็คือพยายามตอบให้ดูเหมือนเราเอาตัวรอดได้ แก้ปัญหาเป็น เช่น ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็โทรไปหา LC โล้ดอะไรงี้ (LC คือ Local coordinator เป็นเหมือนคนที่ดูแลเด็กแลกเปลี่ยนบริเวณนั้นค่ะ แต่ละโครงการจะเรียกต่างกัน)

แต่ละโครงการมีการเตรียมพร้อมที่ต่างกันไป เราข้ามไปตรงแพคของเลยดีกว่า

เราเริ่มเตรียมตัวจัดของก่อนไปประมาณเดือนสองเดือน ตรงนี้ขอบอกก่อนว่ารีบหาของเถอะค่ะ ;-; คือมาเร่งเอาแบบสัปดาห์นึงก่อนไปค่อยจัดมันจะไม่ทัน เพราะเราต้องตระเวณหาของฝากเยอะ จำนวนของก็อยู่ที่บ้านโฮสมีกี่คน ให้ผอ.โรงเรียน ให้ guidance counselor (ครูแนะแนว เป็นคนคอยจัดตารางเรียนให้เรา) ให้เพื่อน ให้ครูประจำวิชาที่ลงเรียน ให้ LC บลาๆ ก็คือไปไล่หาว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือชายก็ค่อยไปซื้อ คือเราได้โฮสกับโรงเรียนเร็วเลยมีเวลา บางคนที่ได้โฮสช้าหาของฝากไม่ทันก็ซื้อพวกพวงกุญแจไปเยอะๆก็ได้  อ้อๆ ของฝากนี่ไม่ใช่ให้ทีเดียวหมดนะ เก็บไว้โอกาสพิเศษบ้าง โดยเฉพาะวันคริสต์มาสกับวันเกิดงี้ 

สถานที่ซื้อของฝากก็แนะนำจตุจักร เอเชียทีคเลยจ้า พวกขนมอบแห้ง ขนมรส Thailand only บ้านไหนมีเด็กก็พวก candy เด็กเมกันชอบ candy 5555 เราซื้อพวกกระเป๋าแบรนด์ Naraya อันนี้เป็นแบรนด์ไทยก็ให้ผู้หญิง ต่างหู กำไล กะลามะพร้าวที่เพ้นท์รูปข้างใน สบู่รูปผลไม้ magnet ติดตู้เย็น พวงกุญแจนี่เยอะๆเลยก็ได้ ให้ได้ทุกเพศทุกวัย เป็นรูปช้าง ตุ๊กๆ หรืออะไรก็ได้ไทยๆ ของสานก็เอาไปได้ ทุกอย่างที่กล่าวมาจตุจักรมีหมด!! The biggest market in Bangkok!

เรื่องของใช้เราขนแทบทุกอย่างไปหมดเลย 55555 ขี้เกียจไปซื้อนู่นอ่ะ แพง…..เพราะว่าเราก็ไม่ควรไปแย่งของโฮสเขาใช้เนาะ บางคนเขาก็ strict อ่ะ เราเลยเอาพวกสบู่ก้อน ที่วางสบู่ หมวกอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โรลออน โฟมล้างหน้า โลชั่น(เมืองหนาวผิวแห้ง) ลิปมัน พาวเวอร์แบงค์(ที่เมกาหาซื้อยากมาก เพราะเขาชาร์จในรถกัน แล้วก็เอาแบบไม่เกิน 32000 mAh ไปนะ เกินกว่านั้นขึ้นเครื่องไม่ได้จ้า เดี๋ยวระเบิด) เครื่องเขียน กรรไกร กาว เทป โพสอิท กรรไกรตัดเล็บ สมุดโน้ต(จริงๆไม่ต้องก็ได้ แต่เราเป็นพวกชอบเผื่อเกิดเหตุ..) ยา band-aid(พลาสเตอร์นั่นแหละ แต่ถ้าไปพูดบ้านเขาเขาจะเข้าใจว่าเป็นพลาสเตอร์ที่เป็น wallpaper ติดผนัง) พวกเสื้อผ้าก็เอาไปพอดีเกือบสัปดาห์นึงอ่ะ หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ซื้อเพิ่มเอาที่นู่นเลย เอาไปเยอะเกินก็ต้องทิ้งตอนขากลับ ถ้าใครขี้เกียจตากผ้าก็เอาเสื้อแบบที่เข้าเครื่องอบได้ ที่อเมริกาไม่มีราวตากผ้านะคะ ยิ่งเมืองหนาวเขาอบพับเข้าตู้ลูกเดียว แต่เราไม่ค่อยมีเสื้อที่เข้าเครื่องอบได้เลยตากในห้อง แล้วความ miracle ก็คือคืนเดียวแห้ง! อากาศมันแห้งมากกก 

-สำหรับน้องผู้หญิง เรามีปัญหาประจำเดือนกันค่ะ คือที่เมกาเขานิยมใช้แบบสอดแต่แบบแผ่นก็มีขาย ซึ่งมันบางมากซับได้ไม่เยอะเท่าที่เราใช้ๆกัน คือเราขนไปเองหมดเลย 5555555 กลางคืน 35 ซม. 2 ซองใหญ่, 29 ซม. 2 ซองใหญ่, แบบกลางวัน 2, แผ่นอนามัย 3 กะใช้ยันจบโครงการ คือเหลือด้วยนะ 555555 จริงๆเราก็ซื้อของที่นู่นใช้บ้าง ตอนมาน้อยแล้วงี้ คือแผ่นมันบางจริงๆ ;-; แล้วแต่คนจะขนไปนะ เพราะมันกินที่กระเป๋ามากๆ ใครไม่ซีก็ซื้อที่นู่นได้เด้อ เผื่อเจออันหนาๆ 

เราจะไปถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังไม่หนาวมาก พวกเสื้อกันหนาวธรรมดายังเอาอยู่ไม่ต้องห่วง แต่หน้าหนาวต้องใช้ดาวน์แจ็กเก็ต(เสื้อกันหนาวขนเป็ด) ไม่ต้องซื้อจากที่ไทยแล้วขนไปนะ เราขนไปหนึ่งตัวแต่มาถึงปรากฏว่าญาติๆขนมาให้ยืมเพียบ ซื้อมาเสียเที่ยวเลยเพราะของเขาเหมาะกว่า เสียดายพื้นที่กระเป๋า -3- อ้อ ไม่ต้องไปเปิดกระทู้ที่เขาเตรียมตัวเที่ยวเมืองหนาวละต้องซื้อลองจอน ผ้าพันคออะไรพวกนี้นะ อันนั้นเขาต้องเดินฝ่าอากาศหนาวตลอด แต่เราเป็นนักเรียนละช่วงหน้าหนาวนี่เขาจะเก็บตัวอยู่ในบ้านตลอด แต่ถ้าโฮสจะพาเที่ยวช่วงหน้าหนาวก็ถามเขาเรื่องชุดแล้วซื้อที่นู่นเลยก็ได้ แต่ถ้าวันปกติไปโรงเรียนงี้ เราใส่แค่เสื้อขนเป็ดกับกางเกงวอร์ม จริงๆ! หนาวแค่ไหนก็ใส่แบบนั้นทุกวันอ่ะ ที่ตลกคือมันเอาอยู่! เชื่อมั้ยว่าอยู่นานๆเข้ามันจะชินอากาศหนาวไปเอง -10 ก็มาเหอะจริงๆ //หยอกนะ แข็งตายก่อน แฮ่!

อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงกังวลล่ะสิว่าเสื้อผ้ามันหนายัดกระเป๋าไม่พอแน่ๆ แนะนำนี่เลย พระเอกของเรา “ถุงสูญญากาศ” เสื้อมาหนาแค่ไหนโดนดูดลมออกก็แบนแต๊ดแต๋ ขนไปเลยยยย!! บวกเข้ากับวิธีพับผ้าเข้ากระเป๋าเดินทางตามยูทูปก็คือยัดลงแน่นอนไม่ต้องกลัว กลัวอย่างเดียวน้ำหนักเกิน… //ชี้เป้าซื้อที่ daiso จ้า

รองเท้าเราเอาไปสามคู่คือผ้าใบเล่นบาส, converse, แตะ ขากลับคืองอกมาจากไหนไม่รู้ 5-6 คู่ 55555 ก็คือซื้อเพิ่มพวกรองเท้างาน homecoming, prom, กีฬา, งาน graduation เผื่อที่กระเป๋าไว้เลยจ้า 

-ไปถึงเมกานี่ต้องรอช่วง black friday นะ แล้วไปสอยรองเท้า nike adidas มาให้คุ้ม! ซื้อแลปทอปใหม่ไปเลย! มันลดราคากระหน่ำที่สุดในรอบปีแล้ว!

ต่อไปของกิน! นี่เลยมาม่ากับโจ้กซอง โจ้กหมูนี่ระวังนิดนึง เพราะเสี่ยงโดนยึด ทริกคือเอาใส่กระเป๋าที่จะแร็ปพลาสติกค่ะ 5555 ที่สุวรรณภูมิมีที่แร็ปกระเป๋าอยู่ ถ้าจำไม่ผิดก็ใบละ 300 บาท เขาจะไม่ค่อยเปิดเช็ก แต่ก็ระวังแจ็คพ็อตเขาสงสัยขึ้นมา เราเอาพวกผงสำเร็จรูปไปด้วย เอาไปทำให้โฮสกิน 5555555 พวกเครื่องเทศหายากนะ เราเลยพกน้ำปลาไปเองขวดนึง ยิ่งถ้าไม่มี Asian store คือไม่ต้องหวังว่าจะเจอ….

กระเป๋าที่สายการบินเราให้ใช้ได้แบบไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มคือ luggage ใบใหญ่โหลดใต้เครื่อง 2 ใบ ใบละ 23 kg หรือ 50 lb. แล้วก็ carry on ล้อลาก อีก 1 ใบขึ้นเครื่อง พวกของ personal เช่น กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าแลปทอป กล้อง ไม่ใช่ carry on นะคะอย่าเข้าใจผิดเหมือนเรา 5555 ตอนแรกเลยไม่ได้เอากระเป๋า carry on ไป ขากลับเลยซื้อกระเป๋า carry on เพิ่มเพราะของเยอะมาก อ้อ อย่าลืมเอา luggage weight scale ไปด้วยนะ อันเล็กๆเอากระเป๋ามาแขวนเพื่อชั่งน้ำหนักก่อนไปสนามบิน เพราะถ้าเกินกว่านั้นค่าปรับแพงมาก มีคนโดนไป 200$ ก็ 6000 กว่าบาท เกินมานิดหน่อยก็เสี่ยงแล้วนะ เขาปัดเศษขึ้น แล้วก็เวลาจัดของก็เอาพวกที่มีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องนะ โหลดใต้เครื่องเสี่ยงระเบิด เลากัว…. เผื่ออีกอย่างคือเอาเสื้อผ้าบางๆตัวนึงใส่กระเป๋า carry on ไปด้วยก็ดีเผื่อกระเป๋าใหญ่เราไปหลงกลางทางแล้วมาถึงไม่พร้อมเราจะได้มีเสื้อใส่ถูไถไปก่อน 5555

จัดของจบไป มาต่อที่สิ่งที่เราอยากบอกดีกว่า

เชื่อมั้ยว่าเตรียมตัวมาดีแค่ไหนไปถึงก็เอ๋ออยู่ดี ;-; แต่ก็ better than do nothing อ่ะนะ 

ภาษา

คำศัพท์นี่รู้เยอะยิ่งดี ไม่ต้องไปสนใจแกรมม่ามาก เพราะถ้าเราไปโฟกัสตรงนั้น มัวแต่กังวลว่าจะใช้ถูกมั้ย เราจะไม่ได้พูดพอดี พูดแค่ศัพท์เขาพอเข้าใจได้ สนทนาบ่อยๆเข้าแกรมม่าเราจะปรับเองและเราจะได้พวก slang พวกรูปประโยคใหม่ๆมาใช้ด้วย ที่เรียนมาเป็นสิบ tenses จุดนั้นคือไม่อยู่ในหัวเลยจ้า ใช้จริงๆไม่ถึง 5 tenses ด้วยซ้ำมั้ง พูดเยอะๆ ผิดก็ช่างมัน ถ้ารู้สึกประโยคเรามันแปลกๆ ถามเขาไปตรงๆเลย How should I say? เขาจะแก้ประโยคให้ เราก็จำละนำไปใช้ ไม่ต้องอายนะ ยิ่งอายเราจะยิ่งไม่ได้อะไร

คำพูดที่ควรพูดให้บ่อย

good morning, good night, have a good day, how are you? โดยเฉพาะ thank you กับ sorry อันนี้ต้องใช้ให้เป็นนิสัย อยากอัพเกรดหน่อยก็ I appreciate that ส่วน sorry เราไม่ผิดก็พูดไปก่อนเลย 

ติ่งเกาหลี

อันนี้ไม่ล้อเล่น 55555 คือเราได้เพื่อนสนิทตั้งแต่วันแรกๆที่ไปถึงเลยเพราะเราติ่งนิดหน่อยแล้วก็เพื่อนแถวบ้านดันติ่งเหมือนกัน เจอกันวันแรกเรานอนด้วยกันเลยอ่ะ คุยกันได้ทั้งคืน /นางก็ดันนิสัยคล้ายๆเราด้วย สนิทไปอีกก

ของอเมซิ่งที่เรามีติดตัว

ชื่อจริง+นามสกุลเรานี่แหละ สุดยอช 555555 เขาถามชื่อเราเราบอกชื่อเล่นไปแล้วก็ย้ำว่าเนี่ยแค่ชื่อเล่นนะ แล้วเขาจะถามชื่อจริงเรา อันนี้เป็นวิธีต่อบทสนทนาเลยนะ ชื่อเรายาวแล้ว ชื่อเมืองหลวงเรายาวกว่า ไหนจะมีพวกพยัญชนะ 44 ตัว กับสระอีก 32 ไม่รวมวรรณยุกต์เขาก็แทบกริ๊ดละ ท่องพยัญชนะนี่อย่างกับแร็ปอยู่อ่ะ 5555 

เพลง 

วัยรุ่นอเมริกันเขาจะชอบฟังพวกเพลงแร็ป จังหวะ swagๆ หน่อย ไม่ก็เพลงที่มันเต้นตื๊ดๆ สายย่อเมกา ฮู้จักบ่ 55555 จังหวะแบบนั้นไม่พอ ต้องมี swear words ด้วยนะ คำหยาบนั่นเอง lol ก็คือถ้ารู้จักเพลงพวกนี้ไปบ้างเราจะสนิทกับเพื่อนง่ายขึ้น

-พูดถึงคือเขาสนใจคำหหยาบภาษาเรานะ อย่างเพื่อนเราก็คือถามขึ้นมาเลยว่าคำนี้ภาษาเราแปลว่าอะไร ...

การ(เดิน)เรียน

หนึ่งวิชาก็หนึ่งห้องไปเลย เราจะหาตัวครูง่ายมากเพราะครูจะอยู่ประจำห้องไปเลย ช่องทางติดต่อก็ง่าย เพราะครูและนักเรียนทุกคนจะมีรูปแบบอีเมลที่เหมือนๆกัน โรงเรียนจะแจกแลปทอปเล็กๆให้ทำงาน ล็อกเกอร์จะมีตามโถงทางเดินเลยนะ ส่วนวิธีขอใช้ก็จะแล้วแต่โรงเรียน ก็ลองถามครูแถวๆนั้นเอา ครูเฟรนลี่มาก เราคุยกับครูรู้สึกเหมือนคุยกับเพื่อนเลย แล้วก็วิชาเราจะเลือกระดับได้ เช่นคณิตเราเรียนแคลคูลัส แต่เพื่อนที่อยู่ senior ด้วยกันเรียนแค่แยกตัวประกอบง่ายๆ ยกเว้นวิชาอังกฤษนะ เขาบังคับเรียนตามชั้น

กิจกรรมของโรงเรียน

มันก็ไม่ได้วิชาการขนาดบ้านเรานะ ก็คือพวกคลับหรือกีฬาอะไรแบบนี้ แนะนำว่าไปเข้าร่วมเถอะ สนุก เราเล่นกีฬาอยู่ 2 seasons คือบาสกับลาครอส(เล่นไม่เป็นหรอก แค่อยากออกกำลังกาย น้ำหนักขึ้น 555555) ก็คือไปแข่งกับโรงเรียนอื่นในรัฐอะไรแบบนี้เลยไม่ได้เล่นเฉยๆ แล้วก็ทำกิจกรรมพวกนี้เราจะได้หาเพื่อนไปในตัวด้วยนะ 

*กีฬาเขาแบ่งเป็น 3 seasons นะ ฤดูใบไม้ร่วง หนาว แล้วก็ใบไม้ผลิ 

โฮมซิค

เป็นปกติอยู่แล้วที่พวกเราจะต้องคิดถึงบ้านกันบ้าง ยิ่งเจอโฮสไม่ดียิ่งคิดถึง มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรขนาดที่ทุกคนกลัวกัน เราเชื่อว่าทุกคนมีวิธี deal กับมันแตกต่างกัน ของเราก็คือเล่นเกมอ่ะ 555555 ไม่ควรคอลคุยกับที่บ้านบ่อย มันจะทำให้เรายิ่งคิดถึง

โดยรวมคือเราโชคดีมากๆที่เจอสังคมดีๆ โฮสนับถือพุทธอีก เลยไม่เคยเข้าโบสถ์เลย 55555 เพื่อนก็ดี ครูก็ดี เพื่อนเราบางคนเจอโฮสเรื่องเยอะบ้าง โดนกักบริเวณบ้าง ไม่ใช้เน็ตบ้าง โฮสไม่ว่างพาเที่ยวอีก โดนใช้ทำงานบ้านนู่นนี่เยอะเกินเหตุ ถ้ามีปัญหาเราต้องแจ้งคนดูแลเรานะ เจ้าหน้าที่ของโครงการที่อเมริกางี้ อย่าอดทนเก็บไว้ เพราะเราต้องอยู่อีกนาน 

นึกไม่ออกละจะเขียนอะไรต่อ 555 ไว้ค่อยมาเพิ่มแล้วกันน สงสัยก็คอมเมนต์ไว้ได้ จะพยายามตอบไว 55555

โชคดีทุกคนจ้า

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป