กำลังรีไรต์ ช่วยวิจาร์ณหน่อยครับ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#s3rs #นิยาย #วิจารณ์ #รีไรต์

1

 

ลาเวนเดอร์  แพลนเทอร์ร่าวิ่งไปตามซอยมืดๆตัวคนเดียว หนีบางอย่างที่ตามหลังเธอมา เลี้ยวซ้ายขวาไปตามซอยอันคดเคี้ยวของเมืองหลวง

เธอคือเด็กสาวผมสีม่วงอ่อนลาเวนเดอร์ยาวสลวยถึงกลางหลัง ดูอายุ 13 ปี มีดวงตาสีฟ้าครามกลมโต สวมชุดกระโปรงสีขาวยาวเหนือเข่าเล็กน้อย

หลังวิ่งมาได้ซักพัก เธอตัดสินใจหยุดพักตรงมุมหนึ่งของตึกคอนกรีตที่เป็นผนังของซอยแห่งนี้ หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากวิ่งมานาน ก่อนจะเหลือบมองผ่านด้านข้างของกำแพง

(ยังตามมารึเปล่านะ?) เธอถามในใจ

ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แต่ตึกสูงรอบๆข้างของซอยทำให้แสงสาดเข้ามาได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ภายในซอยมืดสลัว มองเห็นได้ไม่ค่อยดีนัก

หลังจากตรวจสอบดูรอบๆเพื่อมองหาอันตราย ลาเวนเดอร์ก็หยิบอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า ซึ่งบนหน้าจอกำลังแสดงภาพของห้องภายในอาคารบางอย่าง ดูคล้ายห้องทดลอง

(เข้าไปตรวจสอบสถานที่น่าสงสัยตามที่องค์หญิงสั่งแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเจอกับพวกนั้น...พวกนั้นเป็นใครกันแน่? ไม่ใช่นักเวทย์ของสภาเวทมนตร์หนิ…)

หลังจากคิดมาได้ครู่หนึ่ง เธอก็เก็บอุปกรณ์กลับเข้าไปในกระเป๋า ได้เรี่ยวแรงคืนมาหลังจากหยุดพัก ทำให้เธอสามารถมุ่งหน้าต่อไปได้

“ไง?” เสียงเด็กสาวปริศนาดังมาจากทางด้านหลัง “คิดว่าแบบนี้จะซ่อนตัวได้งั้นเหรอ?”

    “!?”

เปลวเพลิงขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลพุ่งมาจากด้านหนึ่งของซอยมายังลาเวนเดอร์อย่างรวดเร็ว หากโดนเข้าไปจังๆ ผิวหนังของเธอต้องถูกเผาจนเกรียมแน่ โชคดีที่เธอกระโดดหลบออกมาได้ทัน เปลวเพลิงจึงแผดเผากำแพงตรงนั้นแทน

แรงสั่นสะเทือนและมวลอากาศที่ปะทุออกมาเพราะแรงกระแทกที่เกิดจากการปะทะผลักให้ลาเวนเดอร์กระเด็นออกไป สไลด์ไปกับพื้นจนมีรอยถลอกตามตัว

ต้นตอของเสียงปริศนาก่อนหน้านี้คือเด็กสาวผมหยักแดงยาวถึงกลางหลัง ดูอายุ 14 ปี มีดวงตาสีแดงเพลิงและใบหน้าให้ความรู้สึกดุดันกว่าลาเวนเดอร์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลายแดงและกระโปรงสีน้ำเงินเข้มยาวเหนือเข่า

นั่นคือ เอมเบอร์  เฟรมมาร์

รอบๆร่างกายของเอมเบอร์มีออร่าสีแดงเพลิง เป็นพลังเวทมนตร์ที่มีชื่อเรียกว่า “มานา” สามารถใช้ในการร่ายเวทมนตร์ได้

มานารอบๆร่างกายของเอมเบอร์รวมตัวเป็นก้อนกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอลด้านหลังของเธอ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นบอลเพลิงเหมือนกับที่พุ่งเข้าใส่ลาเวนเดอร์เมื่อครู่

ลาเวนเดอร์ลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อม

“มานาสีแดง เป็นเวทมนตร์เพลิงสินะคะ”

“แกเป็นพวกของสภาเวทมนตร์งั้นสินะ คงจะปล่อยให้แจ้งเรื่องนี้กับพวกเบื้องบนไม่ได้ ดังนั้นต้องโดนเผาซะตรงนี้แหละ!”

บอลเพลิงด้านหลังของเอมเบอร์พุ่งเข้าใส่ลาเวนเดอร์อีกครั้งอย่างรวดเร็วเหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่ปล่อยให้ลาเวนเดอร์สามารถหลบได้เหมือนครั้งก่อน ดังนั้นลาเวนเดอร์จึงไม่คิดที่จะกระโจนหลบอย่างเปล่าประโยชน์

เธอหลับตาลง ตั้งสมาธิ แล้วมานาสีเขียวก็แผ่ออกมาจากรอบร่างกายของลาเวนเดอร์ แทรกซึมลมไปใต้ดินด้านล้างพื้นคอนกรีต หลังจากนั้นรากไม้สีเขียวก็พุ่งทะลุพื้นขึ้นมาป้องกันบอลเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาเอาไว้ ระเบิดกลายเป็นควันสีเทา บดบังการมองเห็น

“นักเวทย์พืชงั้นเหรอ? มีนักเวทย์ที่ใช้เวทมนตร์เรื่องมากแบบนี้ในสภาเวทมนตร์ด้วยงั้นเหรอ?!” เอมเบอร์เอามือปิดหน้า ป้อนกันไม่ให้ควันที่เกิดการปะทะกันระหว่างรากไม้และเปลวเพลิงเข้าตา

ระหว่างนั้นเสียงคอนกรีตแตกเป็นแนวยาวก็ดังขึ้น เกิดจากรากไม้สีเขียวทะลวงผ่านพื้นถนนเข้ามาโจมตีเอมเบอร์ แต่ก่อนที่จะโจมตีโดน เอมเบอร์ได้ใช้เปลวเพลิงสกัดเอาไว้เสียก่อน

“น่ารำคาญจริง!”

เอมเบอร์กระจายมานาสีแดงเพลิงของเธอไปรอบๆ สร้างความร้อนพอประมาณ ทำให้เกิดกระแสลมพัดควันสีเทาออกไป เปิดทัศนวิศัยให้มองเห็นชัดเจนอีกครั้ง แต่เมื่อเธอมองรอบๆดีๆแล้ว ร่างของเด็กสาวผมยาวสีม่วงอ่อนที่เธอกำลังไล่ตามก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

ลาเวนเดอร์ใช้จังหวะที่ควันสีเทาบดบังการมองเห็นของเอมเบอร์ในการหนีไป

“บ้าจริง!” เอมเบอร์ส่งเสียงดุดัน ทุบกำปั้นลงไปบนผนังตึกด้านข้าง

 

 

โรงเรียนเลิกเรียนแล้ว ปล่อยให้เหล่านักเรียนเดินทางกลับบ้านอย่างสงบสุข เป็นแบบปกติทุกวันเหมือนกับโรงเรียนปกติทั่วไป ไม่มีใครที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่โรงเรียนเวทมนตร์

อเล็กเซย์  รินซิสกำลังเดินทางกลับบ้านเช่นกัน

เขาคือเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน มีดวงตาสีฟ้า ให้ความรู้สึกเท่และธรรมดาในเวลาเดียวกัน สวมชุดสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาวๆหลวมๆ ดูอายุประมาณ 16 ปี

“จะกลับแล้วหรอ อเล็กเซย์?” เลวิน  บลูกเซอร์ยืนอยู่ด้านหลังของอเล็กเซย์

เขาคือเด็กหนุ่มอายุ 16 เช่นเดียวกับอเล็กเซย์ มีผมสีฟ้าอ่อนและดวงตาสีแดงผิดธรรมชาติ สวมชุดสูทสีดำหลวมๆทับเสื้อยืดสีส้ม อีกทั้งยังมีใบหน้าเจ้าเล่ห์และกวนบาทา

“อืม” อเล็กเซย์หันมาตอบ “มีอะไรงั้นเหรอ? เลวิน?”

“นายรู้ใช่ม้า— ว่าพวกองค์หญิงกำลังสืบเรื่องการทดลองของพวกสภาเวทมนตร์อยู่?”

“ค้นพบสถานที่น่าสงสัยแล้วงั้นสินะ?”

    “ถูกต้อง” เลวินยิ้ม “สถานที่นั้นก็คือ โรงเรียนเวทมนตร์ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสภาเวทมนตร์ และแน่นอนว่าพวกองค์หญิงส่งคนไปตรวจสอบดูแล้ว”

“หมายความว่าพวกนายได้หลักฐานมาแล้วสินะ ว่าพวกสภาเวทมนตร์—หนึ่งในขั้วอำนาจของประเทศนี้กำลังทำการทดลองผิดหลักมนุษยธรรมอยู่?”

“เปล่า” เลวินพูดจริงจังขึ้น “ดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มอื่นที่ไปถึงก่อน”

“กลุ่มอื่นงั้นเหรอ? นายจะบอกว่ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้นอกจากราชวงศ์งั้นเหรอ?”

“ราชวงศ์และสภาเวทมนตร์เป็นสองขั้วอำนาจของประเทศแห่งนี้—อาณาจักรอลิสเซีย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ศัตรูของสภาเวทมนตร์จะมีแค่พวกเรา—ราชวงศ์เท่านั้น”
 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมพยายามเลี่ยงการใช้บทบรรยายในการบอกข้อมูล

      พยายามใช้คำพูดและสภาพแวดล้อมแสดงข้อมูลแทนบทบรรยาย

      แบบนั้นทำให้งุนงงหรือเปล่าครับ หรือการใช้บทบรรยายใส่ข้อมูลเข้าไปจะดีกว่า?

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #2-1

        แล้วแต่กรณีไป


        ไรเดอร์บางคนที่ผ่านทางมาอาจไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตนเองว่ารูปปั้นปีศาจท้ายหมู่บ้านนั้นมันคืออะไร อันนี้ก็ต้องให้ตัวละครที่เป็นเจ้าถิ่นบอก


        ถ้าเป็นกรณีที่วัยรุ่นในหมู่บ้านรู้เรื่องอยู่แล้วว่ารูปปั้นปีศาจนั้นคืออะไร แต่ก็ยังไปทำอะไรแผลงๆ พอผู้ใหญ่ผ่านมาเห็นก็บอกว่าห้ามทำพร้อมทั้งเล่าประวัติความเป็นมาแบบยัดเยียดให้คนอ่านรู้ก็ดูไม่เหมาะสักเท่าไหร่(กรณีนี้มักจะใช้บ่อยในหนัง ละคร และการ์ตูน) ก็ตัวละครในเรื่องมันรู้อยู่แล้ว แค่นักอ่านยังไม่รู้เท่านั้นเอง อันนี้ใช้การบรรยายเล่าไปเลยจะดีกว่า


        ถ้าจะให้ข้อมูลลวง ก็ให้ตัวละครเป็นคนบอก เพราะคนเรามันสามารถพูดโกหกหรือล้อเล่นกันได้อยู่แล้ว จะให้คนเขียนใส่ข้อมูลลวงลงไปในการบรรยายมันก็ยังไงๆ อยู่นะ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เดี๋ยวนี้เขาใช้วงเล็บแทนเสียงในใจกันแล้วหรือคะ


      (อันนี้ไม่ได้จะกวนนะคะ สงสัยจริงๆ เราไม่ได้อ่านนิยายในเน็ต อ่านแต่หนังสือ ไม่เคยเห็นน่ะค่ะ)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นักอ่านที่ผ่านมา
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลาเวนเดอร์ แพลนเทอร์ร่าวิ่งไปตามซอยมืดๆตัวคนเดียว เลี้ยวซ้ายขวาไปตามซอยอันคดเคี้ยวของเมืองหลวงเพื่อหนีบางอย่างที่ตามหลังเธอมา


      หลังเด็กสาววิ่งมาได้สักพัก เธอตัดสินใจหยุดพักตรงมุมหนึ่งของตึกที่เป็นผนังซอย หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากวิ่งมานาน ก่อนดวงตาสีฟ้าครามกลมโตจะเหลือบมองผ่านด้านข้างของกำแพง


      (ยังตามมารึเปล่านะ?) เธอคิด

      ผมสีม่วงอ่อนลาเวนเดอร์ที่ยาวสลวยถึงกลางหลังสะบัดไปมา ชุดกระโปรงสีขาวที่ยาวเหนือเข่ามาเพียงเล็กน้อยช่างเป็นอุปสรรคเสียจริง


      แม้ตอนนี้เป็นจะเวลากลางวัน แต่ตึกสูงรอบข้างซอยทำให้แสงสาดส่องเข้ามาได้ไม่ทั่วถึง ภายในซอยจึงมืดสลัว มองเห็นได้ไม่ค่อยดีนัก


      หลังจากสำรวจดูรอบๆเพื่อมองหาอันตราย เด็กสาววัย13 ก็หยิบอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า บนหน้าจอกำลังแสดงภาพห้องภายในอาคารบางอย่างเหมือนห้องทดลอง


      (เข้าไปตรวจสอบสถานที่น่าสงสัยตามที่องค์หญิงสั่งแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเจอกับพวกนั้น...พวกนั้นเป็นใครกันแน่? ไม่ใช่นักเวทย์ของสภาเวทมนตร์หนิ…)


      เธอเก็บอุปกรณ์กลับเข้ากระเป๋า ได้เรี่ยวแรงคืนมาหลังจากหยุดพัก ทำให้เธอสามารถมุ่งหน้าต่อไปได้


      .

      .

      แค่นี้พอ55555 เราลองแก้นิดหน่อย ส่วนตัวคิดว่าอ่านแล้วลื่นขึ้น แต่คนอื่นว่ายังไงอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ:D


      - ปรับการบรรยายลักษณะเป็นการแทรกๆไประหว่างเรื่องดำเนิน

      - ลดบางคำที่ไม่จำเป็นเช่น คำเชื่อม คำเจาะจง(เช่น แห่งนี้ เพราะรู้แล้วว่าหมายถึงที่ไหน ตามมุมPOV ที่กำลังพูดถึงลาเวนเดอร์)

      -เปลี่ยนคำซ้ำ ลองมาใช้คำอื่นที่มีความหมายไปในทางเดียวกันดูบ้าง

      -ลดการบรรยายที่ไม่จำเป็น หรือไม่ได้เป็นสาระของเรื่อง เช่น 'มุมหนึ่งของตึกคอนกรีต' ส่วนตัวเราคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าเป็นคอนกรีตก็ได้ค่ะ


      >> เรื่องสนุกน่าติดตามมากเลยค่ะ รีไรท์แล้วมาแชร์กันด้วยน้า สู้ๆนะคะ ไฟท์ติ้ง!:)

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป