รีวิวการสอบ TOEFL IBT @MUIC มหิดล ศาลายา 2019 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#toefl #สอบtoefl #มหิดลศาลายา
สวัสดีค่า 

เราเพิ่งมีโอกาสไปสอบ TOEFL IBT ที่ MUIC มา ก็เลยอยากจะมาเล่าเป็นประสบการณ์ให้ทุกคนฟัง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหลายคนที่อยากจะเลือกสอบเพื่อเอาไปใช้เรียนต่อค่ะ heart

ทำไมต้องสอบ TOEFL IBT?

ขอเท้าความก่อนว่า ตอนนี้เราเป็นเด็กม.6 #DEK63 ที่อยากจะเข้าคณะ BALAC ของจุฬามากๆ ฉะนั้น ถ้าอยากจะติดคณะนี้ คะแนนก็ต้องผ่าน requirement ของคณะก่อน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์ได้ เพราะเหตุนี้ เราก็เลยต้องสอบ TOEFL IBT ค่ะ [จริงๆ requirement ของคณะมีหลายอย่างให้เลือกสอบน้า แต่เราเลือกสอบ TOEFL IBT ค่ะ]
 
ทำไมต้องที่MUIC?


จากรีวิวของหลาย ๆ  คนที่เราได้อ่านผ่านทางอินเทอร์เน็ตทำให้เรารู้สึกว่า MUIC น่าจะเป็นสนามสอบที่ดีที่สุด และที่สำคัญ MUIC มีโรงแรมของคณะให้บริการสำหรับผู้ที่มาเข้าสอบด้วยนะคะ (เห็นว่าเป็นสถานที่สำหรับฝึกงานของนักศึกษาที่เรียนการโรงแรม) ทำให้สะดวกมาก ๆ ห้องพักห่างจากสถานที่สอบแค่สองชั้นเองค่ะ
 
What To Bring เอาอะไรไปดี!

ที่สำคัญที่สุดคือบัตรประชาชนค่ะ! ถ้าไม่นำมาก็ไม่สามารถเข้าสอบได้เลยน้า
ส่วน admission ticket หรือบัตรเข้าสอบ [ที่ได้รับผ่านทางอีเมลตอนสมัคร] อันนี้แล้วแต่ค่ะ เพราะครั้งแรกที่เราไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ขอไว้ แต่พอมารอบล่าสุดเขาไม่ขอเลยค่ะ ขอแค่บัตรประชาชนอย่างเดียว แต่ถ้าใครจะปริ้นท์ไว้ให้อุ่นใจก็ได้เช่นกันค่า
ไหน ๆก็มีของที่ต้องพกไปแล้ว คราวนี้ขอแนะนำของที่ไม่ต้องพกไปบ้างนะคะ ของที่ไม่ต้องพกไปเลยคือ เครื่องเขียนทุกชนิดค่ะ เพราะทางผู้จัดสอบได้เตรียมให้เราแล้ว สะดวกมาก ๆ [มีที่อุดหูให้บริการด้วย ดีสุดๆไปเลย]
 
What To Wear ใส่อะไรไปดี!

สำหรับคนที่เป็นนักเรียนแบบเรา การสอบTOEFLไม่ได้บังคับใส่ชุดนร.นะคะ ฉะนั้นใส่อะไรไปก็ได้เลย เย่ะ แต่คำว่าอะไรก็ได้ก็ควรอยู่ในความเหมาะสมนะคะ สำหรับคำแนะนำในการแต่งตัวของ เราแนะนำว่าให้ใส่เสื้อผ้าที่ตัวเราใส่แล้วรู้สึกสบายค่ะ เพราะเราจะต้องนั่งทำข้อสอบไปเกือบๆประมาณ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว และถึงจะมีเบรกให้ แต่เวลาเบรกนั้นแค่ประมาณสิบนาทีเอง ;_; ส่วนใครที่ขี้หนาว แนะนำให้พกเสื้อกันหนาวไปด้วยนะคะ รอบนี้เรานั่งจังแอร์ ถ้าไม่ได้เสื้อกันหนาว เราคงต้องแข็งตายแน่ ๆ
 
รีวิวตอนสอบ

เราไปถึงสถานที่สอบประมาณ 8.30 พอไปถึง เราก็จัดการยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ เขาก็จะให้เราเซ็นว่ามาแล้วนะ แล้วก็ให้เราเซ็นใบยินยอมสอบค่ะ [ไม่แน่ใจว่าเป็นใบอะไร แต่มีประมาณว่าข้าพเจ้ายอมรับการสอบอะไรประมาณนี้ค่ะ]

พอเซ็นเสร็จแล้วเขาก็จะให้กุญแจล็อกเกอร์มาให้ใส่สัมภาระต่าง ๆ ล็อกเกอร์เนี่ยเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เปิดจนกว่าจะสอบเสร็จนะคะ ฉะนั้นใครที่นำขนมหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ก็ต้องวางอาหารไว้บนโต๊ะที่เขาจัดไว้ให้ค่ะ ไม่งั้นเกิดหิวขึ้นมาต้องแย่แน่นอน

พอเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็ล็อกแล้วก็เอากุญแจไปเก็บที่เดิมค่ะ [จะเป็นแท่นใส่ๆมีช่องใส่ของบนโต๊ะลงทะเบียน] หลังจากนั้น เราก็ต้องรอจนกว่าพี่เจ้าหน้าที่จะเรียกเรา ฉะนั้นใช้เวลาให้คุ้มค่า เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยซะเลยค่ะ!

การสอบ TOEFL IBT นะคะ ถึงในกำหนดการจะเริ่มสอบ 9.00 โมงเช้าก็จริง แต่ใครที่มาก่อนหน้านั้นก็สามารถเข้าสอบได้เลย เรียกได้ว่ามาก่อนก็สอบก่อนนั่นเอง แต่เวลาที่สอบเท่ากันนะคะ
ก่อนเข้าห้องสอบ ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจโลหะก่อนค่ะ ฉะนั้นใครที่มีสร้อยพระหรือวัตถุมงคลต่างๆ แนะนำให้ไหว้ก่อนมานะคะ T^T เพราะเราก็เผลอใส่ไป สุดท้ายท่านก็ไปอยู่ในล็อกเกอร์อยู่ดี

พอเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่คุมสอบจะทำการถ่ายรูปและบันทึกเสียงเราค่ะ [ประมาณว่าข้าพเจ้า….เป็นคนเข้าสอบด้วยตัวเอง] เสร็จแล้วพี่เขาก็จะพาไปที่โต๊ะสอบเราค่ะ พอถึงโต๊ะสอบ ตัวโปรแกรมก็จะมีการทดสอบไมค์ตั่งต่างให้เหมาะกับเสียงเรา เสร็จแล้วก็จะเข้าสู่การสอบค่ะ บรึ๋ยยยยย
 
READING SECTION //60-80 mins 36-56 ข้อ [เราโดน 56 ข้อค่ะ]

อันนี้เป็นเซคชั่นที่เราไม่ชอบที่สุดเลยค่ะ เพราะเราไม่รู้เลยว่าเซคชั่นนี้จะออกหัวข้อเกี่ยวกับอะไรบ้าง แนะนำว่าอย่าอ่านหมดทุกบรรทัดแล้วมาตอบนะคะ เพราะเนื้อหามาเย้อออแล้วก็หลากหลายมาก ง่ายต่อการสับสน แนะนำให้อ่านบรรทัดแรกของแต่ละ paragraph แล้วอ่านคำถามค่ะ แบบนั้นจะหาคำตอบได้ง่ายกว่า เราเผลอใช้เวลากับ passage แรกไปเยอะมาก ทำให้เราต้องเร่งในบทความหลัง ๆ แต่สุดท้ายก็ทันอย่างเฉียดฉิวค่ะ แฮ่
 
LISTENING SECTION // 60-90 นาที 34-51 ข้อ

เป็นเซคชั่นที่เราคิดว่าง่ายที่สุดสำหรับเราแล้วค่ะ เพราะเราเป็นคนชอบฟังเรื่องราวต่าง ๆ ถ้าใครเป็นแบบเรารับรองทำเซคชั่นนี้เพลินแน่ค่ะ เพราะว่ายิ่งๆ ทำไป ความยาวของ listening ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เนื้อหาก็จะเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย แล้วก็มีเลคเชอร์เกี่ยวกับวิชานั้นๆให้เราฟังแล้วตอบ ถึงเซคชั่นนี้จะดูเรียบๆ แต่อยากจะเตือนทุกคนให้พยายามประคองสตินะคะ เพราะฟังๆไปจะเกิดอาการง่วงได้ แล้วถ้าเผลอง่วงแล้วพลาดฟังตอนเนื้อหาสำคัญไปคงไม่ดีแน่ค่า
 
BREAK – 10 mins

แนะนำดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ กินขนม ยืดเส้นยืดสาย อยากทำอะไรทำเลยค่ะ เวลาเป็นของเรา!
พอหมดเวลาเดี๋ยวพี่เจ้าหน้าที่จะเรียกเองค่ะ แอบเข้าก่อนไม่ได้น้า
 
SPEAKING SECTION // 20 นาที 6 ข้อ

Speaking นี่จะแบ่งเป็นตอบคำถามเรื่องใกล้ๆ ตัว เรื่องทั่ว ๆ ไป กับคำถามที่จะมีข้อความให้อ่านก่อน แล้วฟังบทสนทนา แล้วตอบคำถามค่ะ อาจจะมีให้สรุปเรื่องที่ฟังแล้วแต่ข้อสอบของแต่ละคน  ก็มีเวลา 15 วินาทีให้เตรียมตัว แล้วใช้เวลา 45 วินาทีในการตอบคำถาม ส่วนอันที่มีเรื่องให้อ่านจะใช้เวลา 30 วินาทีในการเตรียมตัว และใข้เวลา 60 วินาทีในการตอบคำถามค่ะ

เซคชั่นนี้เราว่าหลากหลายมากแล้วก็ท้าทายมาก ทุกคนที่ไปสอบต้องประคองสตินะคะ ไม่งันถ้าฟังไม่รู้เรื่องแล้วเงียบหรือตอบไม่ตรงคำถามใส่ตัวเครื่องอัดไปก็ไม่เวิร์คแน่ ๆ และที่สำคัญ เราจะไม่ใช่คนเดียวที่สอบพูดนะคะ ฉะนั้นเสียงรอบข้างต้องมาแน่ๆ ต้อง  strong และ focus on ข้อสอบไว้นะคะ!

WRITING SECTION // 50 นาที  2 ข้อ

อ๊ะๆ สำหรับใครที่เห็นว่าการทดสอบการเขียนมีแค่สองข้อ อย่าเพิ่งดีใจไปนะคะ เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการเขียนเรียงความเลยค่า//ฮ้องไฮ้ ก็สำหรับเซคชั่นนี้ข้อแรกของเราจะเป็นบทความให้เราอ่าน แล้วให้เราแสดงความคิดเห็นประกอบค่ะ ส่วนข้อที่สองจะมีคำถามแล้วก็มีชอยส์ พออ่านเสร็จแล้วเขาถามว่าเราเลือกข้อนี้เพราะอะไร ตอนสอบใครยังเก็บที่อุดหูไว้ก็แนะนำให้ใช้นะคะ เพราะเสียงคีย์บอร์ดอาจจะรบกวนสมาธิของเราได้
 
พอทำพาร์ทเขียนเสร็จ ก็ถือว่าเราได้เสร็จสิ้นการสอบ TOEFL IBT แล้วค่ะ เย้! พอออกจากห้องสอบแล้วก็อย่าลืมหยิบของในล็อกเกอร์ด้วยน้า เสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้เลยค่ะ ผลสอบออนไลน์จะออกประมาณ 10 วันหลังสอบ สำหรับใครที่จะไปสอบเร็วๆนี้ก็ขอให้โชคดีนะคะ เริ้บบบบบบบ
 
นอกจาก full time จะเป็นนักเรียน part time ยังทำ studygram ด้วยนะคะ แฮ่  ถ้าใครที่อยากจะติดตามชีวิตของเราในการสอบคณะอินเตอร์รวมถึงการสอบ gat pat 9 สามัญตั่งต่าง สามารถติดตามที่ instragram: malice.cu นะคะ ขอบคุณค่า//ไหว้ย่อ 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป