ซ่อน
แสดง

แชร์ประสบการณ์ การสอบสัมภาษณ์ (2 รอบ) ยื่นตรวจ++ เข้าคณะแพทย์ศ. 13-14 พค. 62 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas #เข้าหมอ #เข้ามหาลัย
เกริ่น+ทักทายกันก่อน 
สวัสดีครับทุกคน น้อง(หรือผปค.)หลายๆคนก็คงกังวลเกี่ยวกับการสัมภาษณ์เข้ามหาลัย โดยเฉพาะยิ่งเข้าหมอแล้ว กว่าจะเข้าได้ก็สอบยากจะแย่แล้ว ถ้าพลาดเพราะสัมภาษณ์ก็คงเสียใจแย่เลย หรือบางคนอาจจะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงนะเจ้ากระบวนการสอบสัมภาษณ์-ตรวจร่างกาย ของคณะ(ที่เขาว่า)ดัง กระทู้นี้จะช่วยคลายข้อสงสัยบางอย่างให้คุณเองงง yes
 
สิ่งที่จะพูดถึงในกระทู้นี้
จะให้เราบอกรายละเอียดทุกอย่างก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เราจึงจะบอกหัวข้อหรือขอบเขตของสิ่งที่เราจะพูดถึงในกระทู้นี้นะ จะบอกตามลำดับ เพราะฉะนั้นข้ามไปอ่านเฉพาะจุดที่สนใจเลยก็ได้นะ kiss
1. ตาราง(เวลา)และกำหนดการ ( ปี 62)
2. การเตรียมตัวและเอกสาร
3. การยื่นเอกสารและชำระเงิน 
4. ประสบการณ์การสอบ"และ"สัมภาษณ์ 
5. ประสบการณ์การตรวจร่างกาย
6. ประสบการณ์สัมภาษณ์ซ้ำ !

 
 
1. ตาราง(เวลา)และกำหนดการ ( ปี 62)

ลำดับ : จะมีประกาศออกมาหลังจากตารางนี้ ต้องคอยเช็ค
แอบกระซิบว่า วันตรวจร่างกายถ้าได้คิวแรกๆ ก็คือ 2 โมงเสร็จแล้ว 55555




 2. การเตรียมตัวและเอกสาร
         ไม่มีอะไรยาก(แต่เยอะ) ตามที่เค้าบอกหน้าแรกเลย แค่จะมาเสริมเฉยๆ 
  **** กำหนดการนี้เป็นของปี 62 เพราะฉะนั้น ห้ามยึดอันนี้ ให้เชคของปีตัวเองไว้เป็นนิจ !! **** 
"เอกสารที่เคยอัพโหลดในระบบรับสมัครทั้งหมด" ถ้าใครงง ก็คือตอนสมัครกสพท.สแกนอะไรแล้วอัพโหลดสมัครสอบไป เอาอันนั้นแหละ ที่เราได้ยื่นไปก็คือ กสพท 01, รูป, ปพ7 (หมดอายุแล้วก็ได้), สำเนาบัตรประชาชน (เรายื่นอันที่อัพโหลดไป อาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร คิดว่าไม่ต้องถ่ายเอกสารใหม่ก็ได้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้นะ)  เอกสารอื่นๆก็ตามที่เค้าบอกเลย ปริ้นจากเว็บเพิ่ม 3-4 ใบมั้ง 
สำเนาบัตรประชาชนต้องมีอย่างน้อย 2 อัน และอย่าลืมพกบัตรจริงไปด้วย เพราะถ้ามีปัญหา มีเครื่องถ่ายสำเนาใช้ถ่ายเพิ่มได้ (มีคนถ่ายสำเนามาไม่ครบ ต้องไปถ่ายเพิ่มจ้า)
ปพ1 ถ่ายสำเนาให้ครบทั้ง 2 หน้า และเซ็นสำเนาถูกต้องด้วย (เราลืมเซ็น ก็คือไปเซ็นในแถวนั้นแหละ) และอย่าลืมพกตัวจริงไปด้วย เพราะมีคนเผลอถ่ายมาหน้าเดียว โชคดีมีตัวจริงเลยไปถ่ายได้ 
ปพ2 ปีเรา ไม่ได้จำเป็น และเราขอโรงเรียนไม่ทัน สรุปก็คือบ้ายบาย 
ผลคะแนนบลาๆๆ : ปีเราไม่ได้ใช้เลย ใครปริ้น = เปลืองทรัพยากร ไม่ลดโลกร้อน ! 
ย้ำว่านี้คือปี 2562 ละก็กว่าจะเขียนก็ทิ้งระยะนานแล้ว ถ้าตกหรือถ้าปีหน้าๆต้องใช้ อย่ามาโทษผมนะะะ  
อุปกรณ์การสอบ คือว่าเตรียมใจหน่อยว่าข้อสอบเยอะมากๆๆๆ 500+ ข้อ ฝนมือหงิกเวลาจำกัดมาก เป็นจริงๆไม่จริง ให้เตรียมเครื่องเขียนการสอบ พวกดินสอ 2B (เอาไปเลย 2 แท่งเผื่อหัก) ยางลบ ปากกา ไว้ทำแบบประเมินตัวเองด้วยนะ  
การแต่งกาย : ชุดนักเรียน 
อย่าลืมเตรียมเงินไปด้วยย ปีเรา 3500 บาทถ้วน ! 
ไปก่อนเวลาก็ดี เพราะถ้าไม่เคยมาที่รพ.แห่งนี้ก็จะหลงๆงงๆหน่อย และมาก่อนได้ทำก่อนเสร็จก่อน นั่งชิวก่อน

 
3. การยื่นเอกสารและชำระเงิน
สบายๆ ทำตามที่จนทบอกเลย ขี้เกียจอ่านข้ามไปเลยก็ได้

หลังจากเราเข้าตึกแล้ว ช่วงเช้าๆเลยจะต้องทำ 2 อย่างเลยคือ ยื่นเอกสารและชำระเงิน 2 พาร์ทนี้ทำงานแยกกันชัดเจน จะทำอะไรก่อนก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่ยื่นเอกสารกันก่อนเพราะเดินขึ้นมาแล้วเจอห้องยื่นเอกสารก่อนยาวๆ มันจะแบ่งเลขเช่น 1-20 เข้าห้องนู้น 21-40 เข้าห้องนี้ ไปเรื่อยๆ จนห้องสุดท้ายจะเป็นห้องชำระเงิน ก็เข้าห้องแล้วต่อแถวยื่นเอกสาร ชำระเงินที่อีกห้อง แล้วก็มานั่งรอในห้องยื่นเอกสารจนกว่าอาจารย์จะเรียกให้ไปสอบ     
 

4. ประสบการณ์การสอบ"และ"สัมภาษณ์
อันนี้ขอเขียนยาวหน่อยไม่ว่ากันนะ
หลังจากยื่นเอกสารชำระเงินเสร็จแล้ว ก็จะไปสอบต่อในห้องประชุม เป็นห้องรวมให้ต่อแถวเรียงเลขที่เดินเข้าห้องประชุม เสร็จก็จะมีข้อสอบประมาณ 3 ชุด  ชุดแรกๆก็จะเสร็จเร็วหน่อยให้ติ๊กๆ ตอบตามความจริงไป แล้วก็ชุดสุดท้ายยยย มันเยอะมากๆๆๆ บางคนทำไม่ทันด้วย ให้ฝนว่าจริงหรือไม่จริง คำถามทั่วๆไป ไม่มีอะไรต้องกังวล จะบอกว่าถ้าอยากเข้าห้องน้ำ ก็ยกมือบอกอาจารย์ไปเลยนะ ยกไปเลย เขาอนุญาต ไม่ต้องอั้นหรอก เสียสุขภาพเปล่าๆ  พอหมดเวลาก็พักกลางวัน ไปกินข้าว ก็คือโรงอาหารใกล้ๆคนเยอะมากๆ ให้ผปคจองให้หรือรีบๆไปหรือรอคนกินเสร็จจนคนน้อยก็ได้มั้ง แต่จริงๆโรงอาหารไม่ได้มีที่เดียวนะ แค่มันใกล้ไกลต่างกัน

พอกลับมาตอนบ่ายก็ แล้วแต่เลขที่ ไปตรวจร่างกายหรือว่าไปเจาะเลือด-สัมภาษณ์ ตอนนี้จะพูดถึงอันหลังก่อนก็จะมีให้เซ็นชื่อก่อน แล้วก็ค่อยๆเรียกหมายเลขไปเจาะเลือด เพิ่มลายนิ้วมือ หรือสัมภาษณ์ เจาะเลือด เจ็บแปปเดียวแบบกระพริบตาที ก็จบแล้ว ไม่มีไร ไม่ต้องกลัว ลายนิ้วมือก็จะมีเครื่องให้สแกนนิ้ว ทำตามจนทบอก  

ส่วนสัมภาษณ์ก็จะมี 2 ห้อง ห้อง จ กับ ห้อง ท มั้ง แล้วก็มีหลายห้อง อาจจะเจอครูไม่เหมือนกัน เราได้สัมภาษณ์เกือบคนสุดท้าย รอเกือบ 4 โมงแหนะ ถ้าได้ก่อนก็ 2 โมงกว่าๆก็เสดแล้ว เราได้เจาะเลือดก่อนแล้วก็ค่อยสัมภาษณ์ ก็จะมีห้องใหญ่ๆให้นั่งรอเรียกสัมภาษณ์ ก็จะมีพี่ปี 5 มาดูแลเรา ชวยคุย เล่านู้นนี้นั่นไป รออาจารย์เรียกชื่อ พอได้คิวก็ออกจากห้องรวมไปรอข้างหน้าห้องก่อน แล้วก็รอเรียกอีกที
 
เราเข้าห้อง จ ก่อน มันจะเหมือนจิตวิทยามั้ง เราก็เคาะประตูแล้วก็เดินเข้าไป สิ่งที่เห็นก็คืออาจารย์นั่งอยู่ แล้วเราก็นั่งเก้าอี้ตรงข้ามอาจารย์เลย ใกล้มาก ตอนแรกนึกว่าเรายืนเค้านั่ง อาจารย์ไม่ค่อยยิ้มเลย กดดันนิดหน่อย เราก็ใจดีสู้เสือ พยายามพูดให้ดูร่าเริง เค้าจะถามประมาณว่า ให้แนะนำตัว พ่อแม่ทำงานอะไร เศร้าที่สุดตอนไหน ข้อดี ข้อเสียตัวเอง ทำไมถึงอยากเรียนหมอ (ก็คือตอบไปตามความคิดเรา ละเค้าก็ตอบกลับมาประมาณว่าท่องมาใช่มั้ย คือแบบไม่ได้ท่องโว้ย แต่ว่าเราถามใจตัวเองมาหลายรอบมากๆว่าเราจะเข้าหมอเพราะอะไร เราตัดสินถูกแล้วใช่มั้ย พอคนเราคิดหลายรอบ แบบคิดในใจให้ชัวร์มันก็ต้องเหมือนแต่งอยู่แล้วแหละ อยากจะตอกกลับมาก ละทำได้มั้ยก็ไม่ได้ สุดท้ายก็บอกแค่ว่า ไม่ได้ท่องครับ จบ) ทำไมถึงเลือกศรร หมอเรียนหนักนะคิดว่าเรียนไหวมั้ย ว่างแล้วทำอะไร ถ้าไม่ได้เป็นหมอจะเป็นอะไร มีตอนนึงเราบอกว่าเราชอบภาษา โดนเลยจ้า ประมาณว่า “ถ้าชอบภาษาทำไมไม่ไปเรียนด้านภาษาล่ะ มาเรียนหมอทำไม” ในใจคือโว้ยย ก็ชอบภาษาและชีวะด้วยไม่ได้หรอ ไปดูคะแนนมั้ย จะเฉียด 90 อยู่แล้ว fusxzajsj อึดอัดมาก สุดท้ายก็คือตอบแบบซอฟต์ๆไป ส่วนสถานการณ์ของเพื่อนไปเผลอพูดว่าช่วงปิดเทอมเล่นเกมเยอะ เท่านั้นแหละลากยาวเลยจ้า แล้วก็เรื่องมีโรคประจำตัว โรค/อุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยประสบมาคืออะไร บลาๆ แต่ก็จะกดดันแหละ แล้วก็คำถามจากอาจารย์คนเดียวกันก็อาจจะไม่เหมือนกันนะ ตลกมะ 5555 โดยรวมสำหรับเราก็คือ อึดอัดเป็นหลักแล้วก็ลำไยประมาณนึง แต่ไม่ถึงขนาดทนไม่ได้ เรากับเพื่อนเห็นพ้องตรงกันว่า ถามซอกแซกน่าลำไยมาก แต่มีเพื่อนเราบอกว่าเดินออกมาน้ำตาคลอเลย และก็มีเพื่อนอีกคนบอกว่าเห็นคนเดินร้องไห้ออกจากห้อง เราไม่เห็น พอได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นเราก็แบบ อุต้ะ ขนาดนั้นเลย สรุปห้องจ. ก็คือให้คุมสติดีๆ ให้เรารู้ว่าเขาถามไปเพื่อที่จะช่วยเราได้ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวมั่นหน้าเข้าไว้ เขาอาจจะกลัวเราเรียนไม่ไหวหรือรับความกดดันไม่ไหวจนเป็นภัยกับเราเอง คนที่คะแนนถึงหมอก็นับว่าเก่งแล้ว ยิ่งมดัง คะแนนยิ่งสูง ลองคิดกลับกันว่าถ้าเป็นเรา เราจะอยากเสียคนเก่งๆไปมั้ย  พอสัมภาษณ์จบเขาก็ให้นั่งรอข้างนอก รอเข้าห้องต่อไปคือ

ห้อง ท ทั่วไป เราเข้าไป มีอาจารย์ 2 คนนั่งอยู่ งงนิดหน่อยทำไมมี 2 คน แต่ก็ช่างมัน ห้องนี้บรรยากาศดูโล่งกว่าห้องทีแล้ว อาจารย์ดูยิ้มแย้มมากกว่า เปิดมาปุ๊ปก็ให้แนะนำตัวตามเคย ห้องนี้ไม่ค่อยอึดอัด แต่น่ารำคาญมากมาย แบบถามคำถามตรงๆแบบไม่อยากตอบ ไม่ตอบก็ไม่ได้  ตอบโกหกก็ไม่ดี เช่นเรื่องการเมือง ตอนแรกไม่รู้ว่าจะวกมา ก็คือโดนยิงว่า อายุถึงเลือกตั้งรึยัง ตอบไปว่าถึงแล้ว ในใจคือไม่อยากถึงเล้ย แต่ใบมีกรอกวันเกิดโกหกไม่ได้ TT ในใจคือเอาละสิ ต่อจากชั้นจะต้องตอบยังไง คิดยังไงกับปัจจุบัน สุดท้ายก็คืออารมณ์จะเอาให้ได้เล้ยว่าเลือกพรรคไหน ตอนเราตอบไปว่าอยากเปลี่ยนบ้างเท่านั้นก็คือจบ (วรรคแรก) ไปๆมาเราบอกชอบประเทศนู้น ทีนี้มาละ”คิดว่าประเทศไทยจะพัฒนาทันประเทศ xxx มั้ย ควรจะตอบอย่างไรให้ดูธรรมชาติหรือดูดีถามใจตัวเองดู 5555 คือถามสอด ถามยุกยิกน่าลำไย แอบอึดอัดนิดๆ แต่บรรยากาศคือน่ารำคาญ พอสัมภาษณ์จบเดินออกจากห้อง เหลืออยู่อีกคนเดียว อืมมม ได้กลับบ้านซะที ดีใจมาก มีเพื่อนคนอื่นเข้าห้องครูอีกคนโดนคำถามประมาณว่าตึกนี้รู้มั้ยว่าได้ชื่อมาจากอะไร ละก็น่าจะเรื่องข่าวซักอย่างนี้แหละ

 
5. ประสบการณ์การตรวจร่างกาย
          จะบอกว่า พาร์ทนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่อ่านเลยก็ได้ ทำตามขั้นตอนเฉยๆ
            ตรวจร่างกายจะตรวจอีกตึกนึง เป็นตึกผู้ป่วยนอก เพราะฉะนั้นก็ระวังสับสนกันนะ ที่ตึกผู้ป่วยนอกก็ตามชื่อ จะมีผู้ป่วยคนอื่นๆที่มารอการรักษาอยู่ด้วย ถ้าเจอก็ไม่ต้องตกใจ เริ่มต้นก็ทั่วไป ให้เซ็นชื่อ บลาๆๆ อย่าลืมพกปากกาติดตัวไปด้วยนะ ต่อมาก็ วัดความดัน วัดเสร็จก็จบส่วนนี้ ถ้าเกินก็ให้รอ แล้วก็ไปวัดใหม่ 5555 ต่อไปก็ตรวจร่างกายทั่วไป เข้าห้องไปนอนบนเตียง แปปๆก็เสร็จ ต่อจากนี้ไปก็จะต้องเดินไปชั้นอื่นๆ เพื่อเข้าไปตรวจในแผนกต่างๆ เดินตามที่เค้าบอกเลย ถัดมาคือ รังสีทรวงอก ให้ถอดเสื้อนอกออก เหลือพวกเสื้อกล้ามได้เสร็จ ก็จะให้ยืนเอาคางแตะคางบน เดี๋ยวเครื่องมันก็สแกนเอง ต่อไปก็วัดตาบอดสี จะมีสมุดตัวเลขให้อ่าน ก็อ่านๆไป แล้วก็เข้าไปในห้องต่อ วัดสายตาสั้นยาว กับ อะไรซักอย่างที่เป่าลมเข้าตา เรียกอะไรจำไม่ได้ละ 5555 เสร็จแล้วก็ฉีดวัคซีน ลงไปชั้นที่เรามาแรกสุด เอาใบเสร็จยื่นให้เจ้าหน้าที่แล้วก็เดินเข้าไปในห้อง ก็ให้นั่งรอแปปๆ ละก็ไปฉีด ไม่ได้เจ็บมากมาย แต่ก็เจ็บกว่าเจาะเลือดนิดนึง จะมีมากกว่า 1 เข็มนะ แต่ไม่ต้องกังวล คิดว่าหมดแล้วใช่มั้ย อย่าลืมไปเอาบัตรผู้ป่วยนอกที่ชั้นล่างด้วย เอาใบเล็กๆที่ได้มาตอนเซ็นชื่อไปยื่นที่เค้าเตอร์ แล้วเค้าก็จะพิมบัตรให้เรา ที่นี้ก็หมดจริงๆละ กลับบ้านได้เลย 5555 เลขต้นๆ 2 โมงก็เสร็จแล้ว

 

6. ประสบการณ์สัมภาษณ์ซ้ำ !
          เป็นsectionที่หลายๆคนอาจจะกังวล เพราะกลัวไม่ผ่านสัมภาษณ์ อ่านแทบตาย มาตกสัมภาษณ์ พ่อแม่ก็ยิ่งกดดันอีก ดังนั้นเราจะมาช่วยคลายความกังวลให้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
            เท้าความก่อนว่า วันแรกที่เราสัมภาษณ์เสร็จแล้วกลับบ้าน ก็มีคนโทรมาหาผปค ว่าให้ไปสัมภาษณ์ซ้ำพร้อมทั้งเรียกผปคไปด้วย !! ที่บ้านตกใจมาก เพราะนึกว่าจะไม่ผ่านแล้ว ที่นี้วันที่สองก็ไปตามที่เค้าเรียก ทางนู้นนัดให้เจอ 3 โมง แต่เจอจริงๆก็คือ 4 โมง ตอนไปนั่งรอพร้อมผู้ปกครองบนตึก คือตอนเพื่อนเดินผ่านก็แอบอาย ว่าทำไมต้องเป็นเรานะ แต่ก็ผ่านไปได้ มั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี พอใกล้ 4 โมงก็ให้ไปรอที่ชั้นบนๆ ในห้องประชุมใหญ่ๆ ก็จะเห็นว่ามีใครที่ต้องมาสัมภาษณ์บ้าง เราก็เห็นเพื่อนเรา 2 คนนั่งในห้องเหมือนกัน นั่งรอซักพักกีคนมาเรียกให้เราไป อีกห้องนึง โดยที่ผู้ปกครองรอที่ห้องประชุมก่อน พอมีคนเรียกเราเสร็จเค้าก็เดินนำเรา ไปที่ห้อง แล้วก็ให้เข้าห้อง ทีนี้เห็นครูเยอะมากกก 5-7 คนได้ เริ่มก็ให้แนะนำตัว ถามเกรด ถามว่าคิดว่าอะไรถึงต้องสัมภาษณ์ใหม่ เพื่อนสนิทเยอะมั้ย ผู้ชาย ผู้หญิงกี่คน แล้วเพื่อนในโรงเรียนมาเข้าที่นี้กี่คน พอเราตอบไปซักพัก อาจารย์คนนึงที่สัมภาษณ์เราวันแรกก็บอกว่าให้พูดเสียงดังหน่อย แล้วก็ถามว่าเคยมีปัญหาโรคที่เกิดจากความเครียดมั้ย เสร็จแล้วก็จบ โดยไม่บอกว่าเป็นยังไง ผ่านไม่ผ่านก็บอกว่าเดี๋ยวบอกอีกที ให้ออกจากห้องได้เลย พอจบแล้ว คนเดิมก็พาเรากลับไปห้องประชุมเดิม เราถามว่าต้องให้ผู้ปกครองไปสัมภาษณ์อีกมั้ย เค้าก็ถามกลับว่าอาจารย์ในห้องได้เรียกรึเปล่า เราก็บอกไปว่าเปล่า แล้วเค้าก็ตอบว่าไม่ต้องแล้ว สรุปก็คือนั่งรอ 2 ชั่วโมง เพื่อสัมภาษณ์ 3 นาทีแล้วก็กลับบ้าน มีเพื่อนเราที่มารอบ 2 เจอคำถามว่า ให้พูดใหม่ในส่วนที่คิดว่าทำให้เราไม่ผ่าน ถามว่าช่วงชีวิตที่เศร้าที่สุดคืออะไร เคยคิดฆ่าตัวตายมั้ย ประมาณนี้
หลังจากนั้นประมาณนึงก็จะมีผลประกาศว่าติดหรือไม่ สรุปก็คือติด และเพื่อนเราก็ได้เข้าเรียนทุกคนนะ สรุปก็คือ ไม่ต้องกังวลมาก สังเกตว่าสิ่งที่อาจารย์ถามเยอะจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องความซึมเศร้า อาจจะเป็นห่วงเราว่าเราจะเรียนไหวรึเปล่า เพราะที่ศรร เคยมีคนฆ่าตัวตายเพราะเรื่องเรียนมาแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็คงต้องเข้มงวดเป็นธรรมดา
 
ขอจบการดอง เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากหรือน้อยสำหรับคนที่มาอ่านเน้อ

 
หมายเหตุ
-  จขกทเป็นมือใหม่ในการเขียนกระทู้ 
-  กว่าจะเขียนกระทู้นี้ก็คือ 2 เดือนกว่าๆหลังจากของจริง เพราะฉะนั้นรายละเอียดอาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง จขกท.ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ 
cool
- กระทู้นี้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและการเตรียมพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อของนักศึกษา ไม่ได้มีเจตนาในเชิงวิจารณ์ด่าทอ ทำให้ชื่อเสียงของสถาบันเสียหาย ยุให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป