ถ้าเผยแพร่นิยายเสียดสีสังคม กฏหมายตรรกะป่วยๆนี่จะโดนจับไหมคะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นิยายเสียดสีสังคม
ตามหัวข้อเลยค่ะ ถ้าเราอยากจะรังสรรค์นิยายแฟนตาซีใหม่เรื่องหนึ่ง หากทว่าภายในเนื้อหาสอดแทรกการต่อต้านสังคมและกฏหมายป่วยการ

อย่างเช่น

มีชายโรคจิตคนหนึ่งลักพาตัวเด็กสาววัย5ขวบ ทำการฆ่าข่มขืนและถูกจับ แต่ศาลตัดสินให้โทษสถานเบา เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิต (ความจริงก็แค่โรคจิตอ่ะ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว แบบในหัวมักคิดแต่เรื่องเลวๆเป็นนิสัยส่วนตัว เอาจริงๆทุกคนก็มีความโรคจิตเก็บซ่อนไว้ในตัวทั้งนั้นแหละ แค่ว่าไม่ได้แสดงออกมา)

หลังจากปล่อยตัวผู้ต้องหา ผู้ต้องหาได้เข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลจิตเวช และได้รับหลายๆสิ่งจากรัฐบาลอย่างค่ารักษา ค่ายา เป็นต้น

พ่อของเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อพอรู้ก็รับไม่ได้ จึงได้ทำศาลเตี้ย พยายามฆ่าชายโรคจิตจนชายโรคจิตอยู่ในอาการโคม่า แต่สังคมกลับรุมประนามพ่อท่านนั้น โดยหลายคนบอกว่า ถึงลูกสาวจะโดนฆ่า แต่ผู้ต้องหานั้นมีอาการป่วยทางจิต ศาลก็ตัดสินรับโทษสถานเบาแล้ว ไม่ควรจะก่อศาลเตี้ยขึ้นมา
คนที่เข้าข้างฝั่งพ่อมี แต่สู้อีกฝ่ายไม่ได้ แล้วก็มีพวกตรรกะป่วยๆออกมาด่าทออย่างเช่น 

" เป็นความผิดคุณเองนี่ ที่เลี้ยงลูกไม่ดูแลให้ดี "

 หรือ "ถ้าเลี้ยงลูกดีลูกคงไม่กลายเป็นศพหรอก" 

"ถ้าดูแลไม่ได้ก็ไม่ควรมีลูกตั้งแต่แรก" 

โดยลืมความจริงที่ว่า ต่อให้เลี้ยงลูกดีแค่ไหน ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาชญากรรมใกล้ตัวทั้งนั้น 

สรุปพอโรคจิตตาย ทนพิษบาดแผลไม่ไหว พ่อถูกจำคุกตลอดชีวิต ทนกระแสไม่ไหวฆ่าตัวตายในเรือนจำ

เหตุการแบบนี้ ใครรับผิดชอบ?

หรืออย่างเช่น มีคนฆ่าหมาแมวจรจัดที่มาถ่ายในรั้วบริเวณหน้าบ้านตน แล้วโพสลงโซเชี่ยล มีกระแสมากมายทั้งบวกและลบ แต่ก็มีคนพูดประมาณว่า "หน้าบ้านเรา มันเข้ามาเอง เราจะฆ่าก็ไม่ผิด"

หรือ

"ใช่ว่าทุกคนจะรักหมารักแมวนี่" (ไม่รักก็ฆ่าได้ตามใจงั้นเหรอออออ?)

สรุปคนฆ่าหมาแมวลอยนวล หากแต่มีความแค้น จากผลลบที่ด่าทอตนในโซเชียล โกรธแค้นหมาแมวขึ้นมาอีก จึงมีการฆ่าเรื่อยๆ ทั้งวางยาเบื่อ ทั้งแอบฆ่า ไม่มีคนจับได้ ลอยนวล

สรุปมันไม่ผิดจริงๆน่ะเหรอ? 

ถ้ามีเด็กที่ไหนไม่รู้มาเล่นหน้าบ้านเรา เราไม่พอใจจะฆ่าก็ได้งั้นเหรอ? ก็หน้าบ้านเรานี่ เราไม่ผิดสินะ 

ยิ่งถ้าหมาแมวที่กล่าวไปเป็นของเพื่อนบ้านล่ะ แล้วถ้าเพื่อนบ้านเลี้ยงระบบปิดแต่วันนั้นดันโชคไม่ดีสัตว์เลี้ยงหลุดออกไป มาพบอีกทีเป็นศพแล้วล่ะ? กระแสก็มาอีกว่า 

"เจ้าของเลี้ยงไม่ดีเอง หลุดมาก็ต้องตายแบบนี้แหละ"

หรือ"โอ๊ยนี่ยังเบาไป ถ้าเป็นข้าหมาแมวตัวนั้นไม่เหลือซากแน่ ล่าสุดก็เพิ่งไปวางยาเบื่อจรจัดทั้งดงมา"

"หมาแมวไม่ผิด น่าจะฆ่าเจ้าของแทน" เฮ้ยย นี่มันคืออะไร (หมาแมวหลุดออกมานี่จะฆ่าคนเลี้ยงด้วยก็ได้เหรอ!?)


ถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงระบบเปิด. แต่ไม่ใส่ใจ ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงไปรบกวนคนอื่น มีคนมากล่าวแล้วแต่ไม่สนใจ อันนี้ก็น่าว่าอยู่  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะฆ่าหมาแมวใครก็ได้

ยิ่งถ้าเจ้าของไม่รู้เรื่อง ไม่มีคนมาบอกว่าหมาแมวรบกวน แต่มาเจออีกวันหมาแมวตัวเองเป็นศพแล้ว? 

สรุปคนฆ่า กฏหมายบอกว่าไม่ผิด เพราะเป็นบ้านตน (สรุปฆ่าได้?)

นี่คือสิ่งที่ถูกแล้วจริงๆน่ะหรือ!?

อันนั้นแค่ตัวอย่างนะคะ ยาวเชียว มันมีส่วนมาจากความโมโหของเราที่ไม่รู้จะไปลงที่ไหนดี ช่วงนี้เจอข่าวแบบนี้เยอะมาก และเราก็โมโหมาก. ทั้งๆที่เราแทบจะไม่เล่นโซเชี่ยลเลย นานๆเข้าทีแท้ๆแต่ก็ไม่วายมาให้เห็น

ถ้าจะเขียนนิยายประมาณว่า

ในเมื่อกฏหมายมันป่วย ถ้าอย่างนั้นก็จะเลิกพึ่งพา คนเลวต้องเจอกับคนเลวกว่า คนเหี้ยมต้องเจอกับคนที่เหี้ยมกว่า ในเมื่อกฏหมายทำอะไรพวกมันไม่ได้ ดูท่าคงจะต้องมอบสิ่งนั้นให้กับมัน ความตาย ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเอาชนะมันได้ คนเลวๆมันตายช้า คนดีๆมักจากไปไว แต่จากนี้เราจะเปลี่ยนมัน 

เราทนไม่ไหวแล้ว เราป่วยเหลือเกินกับโลกแบบนี้ มันทั้งโหดร้ายทั้งสิ้นหวัง ผู้ที่อ่อนแอจะต้องถูกกระทำอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ? ใครเป็นคนกำหนดกัน? ทำร้ายสัตว์ตาดำๆที่ไม่รู้ประสีประสาราวกับเด็กน้อยนั้นไม่ผิดงั้นหรือ? 

แล้วถ้าผู้ที่อ่อนแอเหล่านั้น ประสงค์ที่จะเอาคืนล่ะ?

จะว่ายังไง? ยังจะก้มหน้าทำเรื่องชั่วๆต่อไปไหม. 

แล้วเราจะได้เห็นกัน

รู้สึกว่าตอนนี้ เราจะมีจุดประสงค์ใหม่ให้กับตัวเองแล้ว ในเมื่อโลกนี้มันโหดร้ายกับพวกเรานัก งั้นเราจะโหดร้ายให้ยิ่งกว่า ในเมื่อถูกโลกทอดทิ้ง ถ้างั้นเราเองก็จะทอดทิ้งโลก 

ก่อนอื่นเลย เริ่มจากการลงโทษคนชั่วพวกนั้น หากแต่ว่าถ้ามนุษย์ธรรมดาๆอย่างเราวิ่งไล่ฆ่าพวกมัน คงหนีไม่พ้นกฏหมายถูกจับเข้าตารางตั้งแต่ยังไม่ทันฆ่ารายที่สองแน่ 

ทำยังไงดีล่ะ? เราอยากจะฆ่ามันทั้งหมดนี่นา ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสอง แต่เป็นคนชั่วทั้งหมดที่เราเห็น 

แต่ในยุคเจริญแล้วแบบนี้เราจะหนีกฏหมายได้อย่างไรกัน กฏหมายป่วยๆนั่น 

ถ้าเราอยากจะอยู่เหนือกฏหมายของมนุษย์แล้วนั้น ดูเหมือนว่าจะมีแค่ทางเดียว 

'เราต้องทิ้งความเป็นมนุษย์ออกไปซะ'

....ประมาณนี้ค่ะ ยาวเวอร์อ่ะ55 ขอโทษนะเราพิมพ์สดๆเลยอ่ะ แบบไม่ได้ประมวลความยาวหรือเนื้อหาดีๆเลย แล้วเป็นโรคจิตพอเริ่มเขียนอะไรแล้วจะหยุดไม่ได้อีก ออกนอกประเด็นไปเยอะมากกก

ที่เราจะถามคือ นิยายประมาณนี้ เนื้อหามันจะสอดแทรกทัศคติที่อาจถูกยับยั้ง เหมือนประนามสังคม ประนามกฏหมายตรรกะป่วยในเนื้อเรื่องอ่ะ 
แบบนี้มันจะเขียนได้จริงๆน่ะหรือ(ใจจริงคิดว่าไม่ได้ แต่ไม่แน่ใจ) จะถูกว่าเป็นนิยายล้างสมองให้คนอ่านหัวรุนแรง หรือสนับสนุนการสร้างศาลเตี้ยโดยประชาชนเองหรือเปล่า

ใครมีความรู้ด้านกฏหมายวรรณกรรม ช่วยบอกหน่อยค่ะ

นิยายนี่เราแค่แพลนไว้ แต่ไม่กล้าเขียน กลัวโดนฟ้อง55
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

18 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตั้งกระทู้ซะโคตรน่าอ่านเลยครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก่อนอื่นขอถามก่อนค่ะว่า คำว่าทิ้งความเป็นมนุษย์ที่จขกทว่าหมายความว่าอะไร

      แก้ไขเพิ่มเติม:

      เรารู้สึกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณค่ะ

      เราเห็นด้วยกับที่ว่า กฎหมายยังมีช่องว่างอยู่เยอะพอสมควร คนเรียนด้านนี้ก็ปวดหัวอยู่พอสมควรค่ะ (อันนี้คืออาจารย์สอนกฎหมายมาบ่นว่า คนที่เรียนกฎหมายไม่ได้ออกกฎหมาย แต่คนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายดันเป็นคนออกกฎหมาย)

      แต่เราอยากให้คุณลองคิดดูอีกครั้งว่า การทำตัวเป็นศาลเตี้ย ฆ่าคนชั่วแบบที่พ่อเด็กทำกับโรคจิต มันถูกแล้วจริงๆหรอคะ? ถ้าแบบนั้นเราจะต่างอะไรจากคนชั่ว แม้แต่แบทแมนที่เป็นศาลเตี้ยยังมีคติประจำใจคือไม่ฆ่าใครเลยนะคะ

      และเท่าที่เราศึกษามา โรคจิตทำผิดไม่ต้องรับโทษที่จขกท.กล่าวไว้ ต้องเข้าข่ายไม่สามารถดูแลตัวเองได้ค่ะ ง่ายๆคือต้องถึงระดับแบบ "คนบ้า" ไม่มีสติยั้งคิดไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม ต้องมีคนตามดูแลตลอดเวลา และไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกกรณี อยู่ที่ศาลพิพากษาค่ะ เพราะประเด็นนี้สังคมอ่อนไหวมากๆจนต้องตัดสินแบบละเอียดอ่อนค่ะอีกอย่างคือ เรามองว่าถ้ามีกรณีนี้เกิดขึ้นจริง สังคมน่าจะเอนเอียงไปทางพ่อเด็กมากกว่าคนบ้านะคะ เพราะสังคมอ่อนไหวกับเด็กถูกข่มขืนมากกว่า ถ้าเป็นประเด็นแบบโรคจิตข่มขืนเด็ก15ยังดูเข้าท่ามากกว่าเพราะเล่นประเด็นแต่งตัวโป๊ได้

      ส่วนเรื่องฆ่าหมาแมว อันนี้ถ้าจำไม่ผิด ต่อให้เราเป็นเจ้าของ อยู่ในบ้านของเรา เราก็ฆ่าไม่ได้นะคะมีกฎหมายคุ้มครอง และนี่คือสาเหตุที่ทำให้หมาแมวจรจัดเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ตอนนี้แก้ไม่หายซักทีค่ะ

      เรื่องฆ่าสัตว์เลี้ยง ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนสำหรับเราพอสมควรค่ะ คือเราก็เป็นพวกทาสแมว รักกระต่าย ส่วนหมาก็โอเค แต่้าเจอแบบหมาจรจัดคอยเดินตามเรา หรือเจอหมาจะมากกัดเรา ต่อให้เป็นหมามีเจ้าของเราก็กลัวนะคะ อยากให้จขกท.ลองคิดให้ละเอียดอีกทีว่าประเด็นสัตว์เลี้ยงที่ว่านี่ สัตว์เลี้ยงได้ทำร้ายใครก่อนหรือเปล่า หรือไม่ได้ทำความเดือดร้อนอะไรแต่อยู่ๆดันโดนฆ่าาซะงั้น(ซึ่งอันนี้เจ้าของเอาผิดได้)

      หรือมีอะไรที่เราเข้าใจผิดก็ขออภัยนะคะ


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #2-1

        ความลับจ้าา

        เพราะเราเองก็ยังไม่แน่ใจ(คือพล็อตนิยายนี่เพิ่งนึกเมืือกี้ ชั่วโมงที่แล้วนี้เองค่ะ)

        คงขายวิญญาณให้ปีศาจ จนหลุดพ้นจากวัฏจักรน่าเบื่อที่มนุษย์สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาแต่ก็ยังไม่วาย ห่วงและเคียดแค้น เลยทำการล้างบางคนชั่วค่ะ


        หรือไม่ก็เกิดอะไรสักอย่าง จนเข้าฌาน และเริ่มเข้าใจความรู้สึกที่พระเจ้าอยากจะล้างโลก นั่นคือทนเห็นทนฟัง จิตใจชั่วๆของคนพวกนี้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนโรคติดต่อไม่ไหว อีกทั้ง(พระเจ้า)ยังเห็นอนาคตว่า อีกไม่กี่ปี(ของท่าน)นับจากนี้โลกจะยิ่งเน่าเฟะขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ไม่มีความเป็นมนุษย์อีกต่อไป เข่นฆ่ากันเพียงเพราะกิเลศ ตัณหา เบียดเบียนสัตว์แทบทุกชนิดบนโลก กวาดล้างทุกสิ่ง ทำลายธรรมชาติที่พระองค์เป็นผู้สร้าง วินาทีนั้นพระเจ้าจึงเห็นว่า สิ่งที่เป็นภัยที่สุดในโลกที่พระองค์เป็นผู้สร้างนั้น ไม่ใช่สิ่งใดเลย หากเป็น มนุษย์ ที่พระองค์รักและเคยภูมิใจที่สร้างสรรค์ขึ้นมา


        ตัวเอกเริ่มจะมองเห็นความจริงข้อนี้ หากแต่ต่างกันตรงที่ นางไม่ได้รักมนุษย์ กลับกัน ตัวเอกจะเรียกว่าเกลียดมนุษย์ก็ว่าได้ เกลียดปีศาจที่อยู่ในใจคน ยอมรับว่าตัวเองก็มี แต่ก็ยิ่งเข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เลวทราม นางเกลียดแค่บางคนเท่านั้น ไม่ได้รักทุกคนอย่างเท่าเทียม จึงไม่คิดที่จะล้างโลกและสร้างมนุษย์เวอร์ชั่นใหม่ขึ้นมา เพราะไม่ได้อยากจะให้โอกาสไอพวกชั่วได้ลืมตาอ้าปากอีกครั้งโดยการกวาดล้างคนบริสุทธิ์ไปด้วย


        เพราะความรักและความเกลียดที่ไม่ได้มอบให้ทุกสิ่งอย่างเท่าเทียมจึงทำให้มีความคิดที่แตกต่าง ...ยาวอีกแล้ว จะบอกว่าเข้าฌานทำให้มีอะไรพิเศษ(ยังนึกรายละเอียดไม่คงที่เลยยังบอกไม่ได้)


        หรืออาจจะทนไม่ไหว ฆ่าตัวตาย ตายด้วยจิตที่มุ่งมั่นสุดๆ มุ่งมั่นกว่าใครว่า การตายครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ หากเป็นเพียงจุดเริ่มต้น พลังจิตที่แกร่งกล้าสามารถสร้างได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งปลุกตัวเองจากความตายด้วยร่างที่หลุดพ้นจากพันธะทั้งปวง คงเหลือไว้แต่สิ่งที่ต้องการ


        ประมาณนี้ล่ะมั้งคะ ยังไม่ได้เรียงพล็อตให้ดีเพราะเพิ่งคิดได้ค่ะ


        ปล.เป็นเนื้อหาในนิยายนะคะ เราไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พระเจ้าองค์ไหน หรือตัดทอนพระเจ้าองค์ใดๆ สมมุติว่าเป็นพระเจ้าในโลกนิยายของเราค่ะ


        ...เรานับถือพุธ แต่ก็เชื่อว่าโลกนี้มีพระเจ้าหนึ่งเดียว ส่วนใครนั้นเราก็ไม่รู้ค่ะ แค่รู้ว่ามี



        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ใช้ว่าประเทศสมมติและตั้งชื่อให้ห่างๆ จากแดนสารขัณฑ์ค่ะ

      นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมิได้อ้างอิง... (ขี้เกียจพิมพ์)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ได้โปรด อย่าด่าจขกท.เลย เขาแค่เขียนเนื้อหายาวเกินไปก็เท่านั้นเอง สงสารเขา อุส่าห์พิมถามออกมาจากใจ เพราะไม่ใช่ทุกคนซะหน่อยที่จะเขียนให้ออกมาน่าอ่านได้ แม้คำถามจะอ่านยากไปนิดนึง แต่พวกเรามาร่วมตอบคำถาม แบบมีประโยชน์กันดีกว่าไหม เพื่อสร้างสังคมเว็ปDek-d ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ทุกคนกล้าแสดงออก ถามคำถามกันอย่างเปิดเผย ไม่มีการเสียดสีกันโดยเปล่าประโยชน์น่าจะดีกว่านะ...


      ว่าแต่ปุ่มแจ้งลบกระทู้อยู่ไหน...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชื่อไม่ซ้ำ บรรยายหน้าไม่ตรง เห็นเพจอะไรสักอย่างเปรียบเปรยด้วยภาพและตั้งชื่อประเทศว่าอูกันด้า ล้อเลียนการทำงานบ่อย ก็อยู่รอดปลอดภัยดี ไม่ต้องพูดถึงนิยายหรอก ยาวไปสมัยนี้คนแก่ๆ ที่ไหนจะมานั่งอ่านบนจอให้แสบตา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ว่าจะขอตัวลาไปนอนแล้วน่ะค่ะ ส่วนสรุปแล้วกระทู้เราเป็นปัญหาจนต้องลบจริงๆหรือเปล่ายังไม่ได้ข้อสรุปเลยค่ะ

      เอาเป็นว่า ถ้าต้องลบจริงๆช่วยเม้นต์บอกเราหน่อยนะคะ ตื่นมาเราจะมารีบลบค่ะ


      ส่วนตอนนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ55 ตื่นตั้งแต่ตีสี่เมื่อวานป่านนี้ยังไม่ได้นอนเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีหลายเรื่องที่แต่งออกมาในแนวเสียดสีสังคม แม้แต่ในหนังหรือนิยายตลกก็มีบางส่วนที่กระทบกับสังคมความเป็นของคนในชีวิตประจำวัน ไปจนกระทั่งนำข่าวใหญ่ๆที่เคยเกิดขึ้นมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของนิยาย


      ที่แนะนำคือ เปลี่ยนชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือลักษณะที่มีสิทธิ์จะไปพาดพิงบุคคลนั้นๆโดยตรงได้ก็คิดว่าน่าจะรอดแล้วนะคะ


      เคยดู แบทแมน, แดร์เดวิลแล้วก็เดอะ บอย ของ DC ไหมคะ นั่นก็เป็นการเสียดสีสังคมเช่นกัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น่าสนใจมากครับ เหมือนได้ย้อนกลับไปเห็นความคิดตัวเองตอนวัยรุ่น


      ตัวอย่างที่ดีและมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับที่คุณว่ามาคือ Death Noteครับ



      โดยส่วนตัวตอนวัยรุ่นก็มีความคิดแนวมุมมองความคิด จิตวิทยาคนมากมาย สายดาร์ก เรียกง่ายๆ ว่าสนใจในมนุษย์จนอยากเป็นนักจิตวิทยา รวมถึงสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ พระเจ้า บลาๆ คล้ายคลึงกับคุณ


      แต่ตอนนี้รู้แล้วและเข้าใจหลายๆ อย่าง จึงไม่คิดให้ปวดหัวแล้วครับ


      คือ ใช้เหตุผล อย่าใช้อารมณ์

      รองลงมาก็คือ ความเห็นของคนส่วนมากหรือประชาธิปไตย

      ซึ่งโดยรวมแล้วก็หมายถึง กฏหมาย


      และความจริงแล้วประชาธิปไตยก็ยังผิดพลาดกันได้ เพราะงั้นเอาเป็นตัวเลือกสุดท้าย จำเป็นจริงๆค่อยใช้


      แต่หากกฏหมายซึ่งถือว่าใช้เป็นอันดับหนึ่งนั้นๆ ไม่ได้ถูกสร้างโดยอำนาจของประชาธิปไตย ก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน


      หากการใช้เหตุผลเพื่อตัดสินว่าอันไหนสมควรถูกที่สุดตั้งแต่สองฝั่งขึ้นไป มีน้ำหนักเท่ากัน ต้องใช้สิ่งที่เหลือเพียงอย่างเดียวคือการใช้กำลัง หรือเรียกเท่ๆ หน่อยก็ อำนาจเผด็จการเท่านั้น


      และสิ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าฝั่งไหนสมควรถูกที่สุด คือ ฝั่งที่เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดอย่างแน่นอน เพราะยังไงซะประชาธิปไตยหรือผู้มีอำนาจสูงสุดก็คือประชาชน โดยจากศีลธรรมของมนุษย์แล้ว กฏหมายก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องมนุษย์นั่นแหละ เพราะงั้นชีวิตของมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด มากกว่าการถูกหรือผิดเสียด้วยซ้ำ



      ส่วนตัวในเคสที่คุณยกตัวอย่างมา ในเคสแรก ถูกต้องแล้วครับ โรคจิตควรได้รับโอกาสและการรักษาเพื่อเป็นคนปกติซึ่งสามารถเป็นคนดีของสังคมได้ต่อไป


      ส่วนเคสที่สอง ผมคิดว่าเจ้าของสถานที่สามารถทำอะไรกับสิ่งที่ไม่มีเจ้าของ มีลายลักษณ์อักษร สัญลักษณ์ บลาๆ หรือก็คือจรจัดเหล่านี้ได้ครับ เพราะหากมีเจ้าของก็ควรดูแล สิ่งของๆ ท่านให้ดี ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนขยะทิ้งขว้าง ไม่มีใครต้องการ และสามารถมีคนเก็บไปทำอะไรก็ได้ ในเมื่อเจ้าของได้ทิ้งสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของนั้นไปแล้ว

      ถ้าจะอ้างในเรื่องของศีลธรรม......โทษทีนะครับ พวกเขาไม่ใช่มนุษย์

      ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของมนุษย์ ซึ่งอาจเกิดการใช้กำลังฆ่ากันได้ ที่เกิดจากความขัดแย้งต่อความเห็นสิ่งต่อมีชีวิตชนิดอื่น เพราะงั้นความปลอดภัยของมนุษย์จึงสำคัญที่สุดครับ



      ถ้าคุณเอาอารมณ์มาเป็นตัวตัดสิน คุณก็ไม่ต่างอะไรกับโรคจิต คนบ้า สัตว์ คนไม่ดี คนโง่ คนขี้แพ้ และอีกมากมายในทางที่ลบ เพราะมันนำไปสู่หายนะ ความล้มเหลว อยุติธรรม แม้แต่ประชาธิปไตยซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย(เชื่อได้น้อยที่สุด)ก็ไม่ผ่านการกรองมานั่นเอง

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #8-1

        โอ้ คห.ท่านนี้สุดยอดมากค่ะ!

        อ่านแล้วเริ่มมองเห็นรายละเอียดเรื่องภายในหัวตัวเองเลยค่ะ

        ว่าแต่สมัยวัยรุ่นเลยเหรอคะ ฮะๆ รู้สึกสาวขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ทั้งๆที่ความจริงตัวเองก็ไม่ใช่รุ่นแล้ว


        ตอนนี้เริ่มเห็นภาพแล้วล่ะค่ะ ว่าจะจัดให้แนวความคิดใหญ่ๆของประชากรในเนื้อเรื่องนั้น แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่ม วางมั่วๆไปก่อนว่ามี กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์ กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ และกลุ่มที่ไม่ได้รับผลใดๆ คงจะเหมือน1.กลุ่มที่ตกลงเป็นเป้าหมายกวาดล้าง และประเด็นในสังคม และเป็นผลพวงจากกฏหมายประชาธิปไตย 2.ตัวเอกที่นำตนออกมานอกกฏหมาย ทิ้งซึ่งกฎเกณฑ์และเหตุผล ใช้อารมณ์ดำเนินเรื่องอย่างที่ท่านว่า และ3.ประชาชนที่ไม่ได้ไม่เสียกับฝ่ายใด ตาดำๆคอยเฝ้ามองเหตุการณ์ค่ะ

        1คงเป็นกฏหมายคุ้มครองประชาชนที่ถือว่ามนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุด 2คงเทียบได้กับเหล่าสัตว์อื่นๆที่ไม่ได้รับผลจากกฏหมายของ1 และอยู่นอกเหนือกฏหมาย 3คือประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังอยู่ในกฏหมาย ...ดูเหมือนว่าคงจะต้องมี4แล้วล่ะค่ะ 4ประชาชนที่คัดค้าน1และ2และ3



        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ฉันก็เคยเขียนอะไรแบบนี้ พอเขียนฝ่่ายร้ายมากๆ ก็เริ่มดำดิ่ง ตัวเอกเป็นมอสเตอร์ต่อสู้กับมนุษย์ มองไปมองมา มนุษย์มันคืออิหยังกันว่ะ ทำไมมันโหดร้ายแท้..

      ยิ่งเขียนยิ่งพบเจอแต่ข้อไม่ดีของมนุษย์มากขึ้น เขียนไปเขียนมาตรรกกะของเราก็กลายเป็นมอสเตอร์..



      จนมาถึงวันหนึ่งถามกับตัวเองว่า.. ถ้ามีหนึ่งในคนอ่านของเรา ตรรกะของเขาเสียไป จะทำยังไง เราเลยพยายามตบให้เรื่องนั้นค่อยๆดีขึ้น มีมุมมองที่หลากหลายขึ้น แล้วตบเรื่องให้กลางๆว่า ไม่ว่ามนุษย์ หรือมอสเตอร์มันก็มีดีมีเลวปะปนกันไป

      เราคิดว่า



      ยังไงนิยายทุกเรื่องก็ควร

      สอนให้คนดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง



      จะเขียนเอามัน ฆ่ากันเอาสนุกก็ได้ กฎหมายบิดเบี้ยวก็ดี แต่สุดท้ายแล้ว เราให้อะไรกับตัวเองและคนอ่าน..



      เราคิดอย่างงี้น่ะ

      ^^




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ลุงแขก
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาจจะไม่โดนจับ แต่ก่อนพ.ศ.2523 นักเขียนส่วนใหญ่ติดคุกหมด เพราะเป็นยุคมืด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แต่งนิยายแนวต่างโลกแบบนั้นก็ได้ไม่มีอะไรผิดหรอก เพราะว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง แล้วบางครั้งมันก็ขัดแย้งกันเองก็มี


      ตัวอย่างไม่ต้องไปดูอื่นไกล


      โฆษณากันนักกันหนาว่า อย่าดื่มเหล้าและอย่าสูบบุหรี่ เพราะมันจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยและต้นเหตุการทะเลาะวิวาท แต่ก็ยังอนุญาตให้ขายกันอยู่


      แต่อย่าไปกล่าวอ้างถึงใครล่ะ เพราะมันจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากเขียนก็เขียนเถอะค่ะ

      มันขึ้นอยู่ที่การดำเนินเรื่องด้วยแหละเราว่านะส่วนหนึ่ง

      นิสัยตัวละคร ภูมิหลัง แรงผลักดัน ครอบครัว คนรอบข้าง สังคม สิ่งแวดล้อม

      สิ่งต่างๆ ที่จะผลักดันให้เรื่องดำเนินไปได้

      การโรคจิตแบบจิตสึดๆ ชอบฆ่าสัตว์ มันก็ต้องมีอะไรมาสนับสนุนว่าทำไปเพราะอะไร

      ควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงขนาดไหน หลอน หรืออย่างไร

      ถ้าแค่การรบกวนอย่าง มาฉี่มาอึ วิ่งไล่จักรยาน รำคาญ

      แล้วฆ่าเลยนี่มันง่ายเกินไป อะไรแบบนี้


      ตัวอย่างแบบไม่แฟนตาซี แต่ละครทำโคตรแฟนตาซี ฮาาาาา

      เรื่อง "ล่า" ยังศาลโคตรจะเตี้ยเรี่ยดินเลย ที่พี่หมิวตามฆ่ายกทีมอ่ะค่ะ

      อันนี้ก็แบบจิตจัด แค้นจัด จนมีอีกคนในร่างตัวเองงี้


      หรืออีกเรื่อง ของต่างประเทศ ที่ตัวเอกชื่อ ด๊อกเตอร์ฮันนิบาล แล็คเตอร์ (มั้ง)

      อันนี้ก็จิตมาก จิตแบบฉลาดๆ มีแผนการฆ่าแยบยล หลอกให้เหยื่อฆ่าตัวเองได้

      ตัวเองก็เลยไม่ผิด เพราะคนตายฆ่าตัวเอง อะไรงี้


      ส่วนเรื่องกฏหมาย ไม่รู้วววจ้า แฮร่

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #12-1

        ภูมิหลังตัวเอกต้องไปคิดอีกเยอะเลยค่ะ ฮือออ

        อ้อแต่เรื่องมีสัตว์ถ่ายหน้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านทำการเข่นฆ่านั้นปัจจุบันมีข่าวแบบนี้เยอะมากค่ะในโลกออนไลน์ ล่าสุดเราก็เพิ่งเจอข่าวมาเมื่อาน เข่นฆ่าไม่พอยังทำการโพสรูปศพ คลิปตอนกระทำ และพิมพ์วาจาต่ำๆเอาไว้ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย


        สำหรับเรามันเป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจมากค่ะ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร การที่มนุษย์ทำการเข่นฆ่าสัตว์สิ่งมีชีวิตน้อยๆไปเพราะเหตุผลแค่นี้ โดยไม่คิดเลยว่าตนมีความผิดนั้นมันน่าสะอิดสะเอียนมากเลยค่ะ. และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวแบบนี้


        ส่วนคอมเม้นต์เกี่ยวกับข่าวนั้นก็มีสองฝ่าย. ฝ่ายที่รับไม่ได้กับการกระทำนี้ กับฝ่ายที่เห็นด้วยยุยงและบอกว่าถูก ดังตัวอย่างที่เรากล่าวต้นโพส แน่นอนว่าเราไม่เอาตัวไปยุ่งเกี่ยว ถึงแม้เราจะมีฝ่ายเป็นของตนในใจ


        น่าเศร้าที่นี่ไม่ใช่ข่าวแรกที่เราเห็น เราเห็นข่าวแบบนี่เยอะมากๆๆในเวลาเพียงแค่3เดือน มันนับไม่ถ้วยเลยค่ะ





        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คำเตือน:ยาวค่ะ พยายามให้สั้นที่สุดแล้ว ค่อยๆอ่านละกันนะคะ (เห็นกระทู้ตั้งแต่เมื่อคืนแต่ยังไม่มีเวลา55+)


      เราว่าโอเคค่ะ เขียนได้อยู่แล้ว สำหรับใครที่ซีเรียสหน่อยก็แค่มองว่าอาจไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน (ซึ่งจะโดนเพ่งเล็งก็ต่อเมื่อนิยายนั้นดังพอสมควร หรือมีการพูดถึงในวงกว้าง) ก็อาจจัดได้ว่าเป็นนิยายที่เหมาะกับคนโตๆแล้ว คล้ายกับพวกแนวฆาตกรรมสยองขวัญ ซึ่งเราว่ามีความรุนแรงที่ดูไม่เหมาะกับเยาวชนกว่าเยอะ


      โดยส่วนตัวไม่เคยเจอกฎหมายไหนที่กล่าวเจาะจงเรื่องการเขียนเนื้อหาที่รุนแรงไป (โดยเฉพาะหากได้จัดหมวดหมู่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม) โอกาสที่เสี่ยงจะไปเอี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่สำคัญเลยคือ ถ้าเนื้อหา ได้มีการเอ่ยโยงพาดพิงถึงเหตุการณ์จริง/เรื่องในประวัติศาสตร์/การเมือง/หรือเบื้องสูง(โดยเฉพาะในประเทศตัวเอง) ที่มีเนื้อหาบิดเบือนไปจากความจริง,เป็นเท็จ,ปั้นแต่ง,หรือยุยงให้เกิดความเข้าใจผิด มาเข้าข่ายแนวนี้นั่นแหละ ถึงน่าจะมีสิทธิ์โดนเล่นงานทางหมายกฎหมาย (ยกตัวอย่างเบาๆเช่น//แต่งเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเมืองแล้วอ้างอิงถึงชื่อพรรค)


      ซึ่งถ้าดูจากเนื้อเรื่องของจขกท. มันเป็นประเด็นใหญ่ การนำเสนอเรื่องกฎหมายหรือสังคมรวมๆ กว้างพอและไม่ได้เจาะจงอะไรจนเกินไป (แต่แนะนำว่าควรศึกษาเรื่องกฎหมายเพิ่มเติมคร่าวๆไว้หน่อยนะคะ อย่างเรื่องการตัดสินโทษ หรือการดำเนินทางกฎหมาย เพื่อความสมจริง ที่อ่านแล้วจะไม่คิดว่า ไ่ม่สมเหตุสมผล) ต่อให้มีอะไรที่ดูเหมือนในชีวิตจริงอย่างชัดเจน (อย่างการอ้างอิงกฎหมายจากประเทศใดโดยไม่ระบุชื่อประเทศนั้นๆ) ก็ไม่มีอะไรมาชี้ได้ว่าเราตั้งใจจะเอ่ยถึงใคร,หรืออะไร...ถ้ามันไม่ได้ดูออกชัดเจนเป็นรายตัว...


      ยิ่งถ้าเป็นแนวแฟนตาซี ต่างโลก ที่ผู้เขียนแต่งสมมุติขึ้นเอง ต่อให้มีศาลเตี้ยหรือทัศนคติต่อต้านสังคม ถ้ามองในมุมผู้อ่านก็เหมือนเรากำลังดูความคิดของตัวละครเฉยๆ เหมือนกับการได้เจอใครที่มีทัศนคติต่างจากคนอื่น ก็ไม่ได้มีแปลว่าว่าเราจะต้องถูกครอบงำ เพราะงั้นไม่อาจเรียกนิยายแนวนี้ว่าถึงขั้นล้างสมองได้

      พูดถึงเนื้อหา...ดูมีความรุนแรงชักจูงผู้คนไหม?

      -อธิบายจากมุมมองของเรานะ อย่างแรกต้องถามตัวเองก่อนว่านิยายที่เราเขียนมีความเป็นไปได้ที่จะโน้มน้าวชักจูงคนแค่ไหน?...ความเห็นเราคือ...ไม่ค่ะ ไม่ได้มีความรุนแรงกว่าสื่ออื่นๆ


      ยกเว้นต้องต้องเห็นผลทันตาจริงๆ...คือ ถ้าไม่ได้มีคนที่อ่านหนังสือจขกท.แล้ววิ่งไปโดดตึกตาย หรือรวมตัวประท้วงฆ่าคน แล้วบอกว่าทำเพราะอ่านเรื่องนี้ๆ ก็คงไม่มีใครออกมาว่านิยายคุณ (เผลอๆหนัง,ภาพยนตร์ชักจูงได้ดีกว่าอีก เพราะมันถ่ายทอดถึงผู้รับสื่อได้ง่าย) ถ้าเทียบกับนิยายแปลต่างชาติ เนื้อหาที่รุนแรงหรือจงใจเสียดสีสังคมในประเทศตัวเองมากกว่านี้ก็มี


      -จงใจโน้มน้าว,ชักจูงมั้ย? ข้อแรก..เราไม่ได้บังคับให้ใครอ่านหนังสือของเรา (แถมบางคน เนื้อเรื่องหนักๆอ่านไปก็ไม่เข้าหัว55) ขอแค่ให้จขกท. ยืนยันในจุดยืนตัวเองค่ะ ว่าจุดประสงค์การเขียนของเราคืออะไร แล้วปรับเรื่องราวไปตามนั้น *หรือเสริมด้วยการเขียนหมายเหตุ ว่านิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีการยึดโยงกับเหตุการณ์จริงใดๆหรือบุคคลใดในชีวิตจริงฯลฯ...ก็ว่าไป


      อย่างการแต่งลงเว็บเด็กดี ถ้ากลัวว่าเยาวชนเยอะ เป็นเราคงใช้วิธีพาดคำเตือนไว้เกริ่นนำสักหน่อย โดยไม่ต้องไปจั่วหัวให้ดูรุนแรงอะไร...ถือว่าได้มีการเตือนแล้วนะ เพราะเป็นเราเองก็คงไม่ยอมปรับลดเนื้อหาผลงานด้วยห่วงกลัวว่าจะแรงเกินสำหรับใคร...

      (แต่ยังไงดูเอาตามเนื้อหานิยายจขกท. เองดีกว่า ว่ามันรุนแรงจริงไหม ส่วนใหญ่ที่คนเขาห่วงๆจะเน้นไปทางเลือดสาด กับทางเพศ18+มากกว่า)


      -เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี?...ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้รับสื่อเป็นส่วนหนึ่ง คำว่า'วิจารณญาณ'นี่รวมไปถึงการที่คิดได้ด้วยว่าสื่อนี้ตัวเองควรอ่านมั้ย? ถ้าอ่านแล้วจิตตกเกินก็ไม่ควรอ่าน อย่างที่บอก เราไม่ได้บังคับยัดเยียดให้ใครต้องมาอ่านหนังสือของเรา


      เคยมีบทความแนวๆว่า การอ่านหนังสือฆาตกรรม เสี่ยงก่อให้เกิดความรุนแรง...จริงๆก็เคยมี เหตุการณ์เยาวชนลอกเลียนแบบทำตาม ซึ่งมักจะเกิดกับสื่อประเภทภาพยนตร์,หรือเกมส์มากกว่า ยกตัวอย่างกรณีเกมส์GTA ที่มีคนลอกเลียนแบบไปปล้นฆ่า(เจ้าตัวแอบอ้างว่าทำตามเกมส์ จริงเท็จแค่ไหนไม่มีใครรู้) พอเกิดเรื่องนั่นแหละค่ะ เกมเลยถูกเอามาพูดถึงในแง่ลบ ถูกมองว่ามีเนื้อหาชักจูงคนให้กระทำผิด และงดขายในที่สุด

      สำหรับเราหนังสือเป็นเพียงเรื่องแต่ง เพื่อความบันเทิง,เพื่อความรู้ ...นิยายก็อาจเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นได้ เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยแวดล้อมจากในอีกหลายๆเรื่อง แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาชี้ชัดได้ว่าอะไรคือตัวการ


      ดังนั้น เรามองว่า สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ผู้เขียนรู้ว่าจะเขียนยังไงให้ดูเหมาะสม ที่คนอ่านแล้วจะไม่ตั้งแง่หรือเกิดดราม่า

      (ซึ่งกว่าจะถึงขนาดนั้น ก็มีนิยายหลายเรื่องที่ดาร์กรุนแรงสุดโต่งกว่าเยอะค่ะ ไม่ใช่แค่การเสียดสีสังคม แต่ประเภทป่วยจิตที่ไม่สมเหตุสมผล แบบผิดเซ้นต์มนุษย์มนาขนาดที่เราอ่านยังคิดว่า เออ ไม่แนะนำให้คนใกล้ตัวอ่านดีกว่า555)


      โดยส่วนตัว เราสนใจแนวแบบที่จขกท.แต่งค่ะ ถ้าได้เขียนเมื่อไหร่จะรออ่าน ไม่นึกว่าจะมีใครในนี้ชอบเขียนแนวหนักๆยากๆด้วย ส่วนใหญ่จะเจอในนิยายแปลมากกว่า...

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #13-1

        ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับคำแนะนำดีๆ

        ตอนนี้เรามีแพลนว่าจะเขียนค่ะ ต้องขอบคุณคำแนะนำจากทุกท่าน หากแต่คาดว่าน่าจะไม่ใช่เร็วๆนี้ เนื่องจากเรายังต้องค่อยๆหาข้อมูลและทำการวางพล็อตเรื่อง อีกทั้งตัวเรายังมีนิยายค้างไว้ และมีแพลนกำลังเขียนรวมแล้วหลายเรื่องหลายเว็บเลยค่ะ ไหนจะทำการเริ่มต้นวาดมังฮวาลงชาเล้นจ์ลีคในเว็บตูนอีก แพลนทุกอย่างอลังการมาก ขาดแค่อย่างเดียวคือ เวลา ค่ะ55. น่าเศร้า...

        นี่สินะที่เขาเรียกว่า วางการใหญ่เกินตัว


        ความคิดเห็นคำแนะนำในบอร์ดนี้นั้นมีประโยชน์เสมอค่ะ ขอบคุณสำหรับอีกหนึ่งสังคมดีๆที่ร่วมกันสร้างขึ้น


        ขอบคุณมากค่าา


        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมไม่รู้ว่าอะไรคือกฎหมายวรรณกรรมนะ แต่คิดว่าแค่ทำตามกฎที่เว็บวางไว้ก็มันเพียงพอแล้ว

      https://image.dek-d.com/27/0641/8534/129223638


      ส่วนเรื่องจะล้างสมองไหม? อันนี้...ไม่มีใครตอบได้หรอกครับ อย่างเหตุการณ์ที่ Kyoto Animation โดนเผา (เท่าที่หาอ่านมา) คนร้ายเองก็มีแรงจูงใจมาจากชื่อ UserID ของตัวเอง (อย่างเช่น G.Tenju ที่ผมใช้) ถูกทีมงานเอาไปใช้ตั้งชื่อให้เครื่องดนตรีของตัวละครหนึ่งในอนิเมชั่น เขาเลยโกรธมาก แล้วก็จัดการวางเพลิงจนมีผู้เสียชีวิตตามที่เป็นข่าว


      ถ้าถามว่าเขาล้างแค้นเพราะถูกแย่งผลงานมันผิดไหม? ผมไม่รู้ หัวอกหัวใจของเขาตัวผมเองไม่มีวันรู้ได้ (ถ้าตอบแบบใช้อารมณ์ส่วนตัว ผมว่าแม่งโคตรงี่เง่า) รู้แค่ว่าเขาทำให้เกิดความเสียหายและมีคนตาย เพราะงั้นจึงต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่มีคำถามหนึ่งที่ไม่มีใครคิดจะถาม ว่าประสบการณ์ใดในอดีต...ถึงส่งผลให้เขาตัดสินใจที่จะตอบโต้ออกมาแบบนั้น?


      มีตาลุงคนหนึ่งชื่อ Giacomo Rizzolatti เขาได้ค้นพบ 'เซลล์กระจกเงา' ทำให้เราเพิ่งจะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์พบเจอจะนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบในที่สุด ซึ่งมันได้ผลรุนแรงมากโดยเฉพาะกับเด็ก และเป็นเหตุผลให้เขาได้รับรางวัลโนเบลเพราะความรู้นี้สำคัญมากจริงๆ


      - เคยมีกรณีเด็กหลงเข้าไปในป่าแล้วเติบโตมากับสัตว์ และเมื่อได้รับการช่วยเหลือออกมา เด็กพวกนี้มักจะพูดไม่ได้และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ยาก เพราะสมองของเขาได้ลอกสิ่งที่ตัวเองเจอในป่าจนกลายเป็นสันดานไปแล้ว

      - นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาห้ามไม่ให้เด็กต่ำกว่า 12 เล่นมือถือ,คอม,แท็บเล็ต เพราะมันคือการเรียนรู้ที่ผิดธรรมชาติ คล้ายๆการปล่อยเด็กเข้าไปโตในป่านั่นแหละ เลียนแบบอะไรมาผสมกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ (เซลล์กระจกเงา = พฤติกรรมเลียนแบบ)


      นั่นหมายถึงสื่อทุกชนิดบนโลกที่เราได้เห็น ไม่ว่าจะ หนัง,มังงะ,อนิเม,เพลง,นิยาย,ฯลฯ ก็มีผลกับพฤติกรรมของเราทั้งนั้น เพียงแต่สมองเรามันพ้นวัยที่กำลังเติบโตจนเริ่มแยกแยะได้แล้ว แต่ยังไงก็กรองไม่หมดหรอก เราจะเผลอเก็บภาพพวกนั้นเข้าจิตใต้สำนึกเอาไว้เป็นตัวเลือก แล้วก็จะเลือก...ตอนอารมณ์ชั่ววูบ เราอาจตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เรียนรู้มาจากเซลล์กระจกเงา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนร้ายที่วางเพลิงเขาไปเลียนแบบพฤติกรรมนี้มาจากไหน และไม่มีวันรู้ด้วยว่านิยายที่เรากำลังสร้างจะไปส่งผลต่อใครอีกหรือเปล่า


      อย่างผมเองสมัยเด็กๆชอบไอน์สไตน์ เพราะสื่อทุกชนิดบนโลกบอกว่าเขา 'ฉลาด' ผมเองก็อยากฉลาดจึงหาอ่านหลายๆอย่างเกี่ยวกับเขา จนยึดคำพูดนึงที่เขาพูดมาใช้ในชีวิตคือ "อย่าหยุดตั้งคำถาม" ผลก็คือผมถามเก่งมาก...ส่วนฉลาดหรือเปล่านี่ไม่รู้ แต่สิ่งบัดซบสำหรับผมในตอนนี้คือ ผมหยุดถามไม่ได้ (หวาดระแวง,พารานอย,กังวลกับอนาคต) ทำให้เวลาคิดงานต่างๆจึงใช้เวลาโคตรจะช้า และอาจารย์ท่านนึงที่ผมไปศึกษาวิธีรักษาตัวเอง ท่านก็นับถือนักวิทยาศาสตร์เหมือนกันแต่เป็นเอดิสัน ทำให้อาจาย์ท่านมีนิสัย 'กล้าที่จะล้มเหลว' จนไปถึงจุดที่คนหลายแขนงมองว่าท่านเก่งรอบด้าน


      สรุปหลังจากพล่ามมายาวเหยียด


      เธอจะออกแบบนิยายยังไง เพื่ออะไร หรือมีเป้าหมายอะไรมันก็แล้วแต่เธอ ไม่มีใครบอกได้ว่านิยายเราจะส่งผลอะไรกับใครในอนาคต ถ้าเป็นผม...ผมอาจจะเขียนนะ จัดเต็มไปเลย แค่หลีกเลี่ยงเว็บที่เด็กเยอะๆก็พอ อาจจะตั้งเป็นหมวด 20+ เลยก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงก็คงไม่เป็นอะไรมั้งครับ...


      เพียงแต่ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งว่าที่เด็กดีนี่นักอ่านส่วนใหญ่ไม่ชอบประเด็นเนื้อหาหนัก ๆ แบบนี้สักเท่าไหร่นะครับ เนื่องจากกลุ่มตลาดในนี้คือเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ ถ้าดูตามเทรนด์จะเห็นได้ว่าพยายามเน้นไปที่แนวกระแสหลักหรือเขียนเนื้อหาเบาสมองจะเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านได้ง่ายและกว้างกว่าครับ (หมายถึงแค่ที่นี่นะ ที่อื่นไม่รู้จ้า)


      แต่ถ้า จขกท.อยากอินดี้ก็จัดเลยครับอย่าช้า คิดว่่ามีหลายคนในบอร์ดนี้น่าจะสนใจแน่ ๆ (ฮา) แต่ก่อนผมก็เคยลองเขียนสอดแทรกเนื้อหามุ่งประเด็นเรื่องสังคมไปเหมือนกัน ขนาดแตะไปเบา ๆ ผิวเผินเสียงตอบรับยังกลับมาในแง่ลบเสียเป็นส่วนใหญ่เลยครับ คนอ่านไม่ชอบอะไรที่มันเครียด ๆ ชอบเบาสมองมากกว่า (ขึ้นต้นเรื่องเป็นแนวโปกฮาไร้สาระด้วยแหละนะ)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราว่าไม่ผิด: ความชั่ว ความเลวมันก็เป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์: บางทีตรรกะป่วย ๆ ในนิยายของคุณอาจทำให้นักอ่านเห็นความจริงบางอย่างที้ไม่ดีบางอย่าง แล้วพยายามปรับปรุงให้มันดีขึ้นก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นตรรกะป่วย ๆ ในนิยาย ควรได้รับการพิจารณาในทุก ๆ ด้านมาแล้ว ว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี ยกตัวอย่างเช่น โทษข่มขืน=ประหาร: ซึ่งจากกรณีตัวอย่างเราจะพบว่าคนร้ายมักทำผิดซ้ำ ๆ ไมรู้สำนึก ส่วนเหยื่อและญาติของเหยื่อต้องทนอยู่กับบาดแผลรุนแรงทางใจไปตลอดชีวิต แต่ถ้ามีกฎหมายข่มขืน = ประหารจริง ๆ การจะใส่ร้ายคน ๆ หนึ่ง เป็นเรื่องง่ายมาก (ประมาณนิยายจีนโบราณนั่นแล) มันจะกลายเป็นช่องโหว่ในสังคมขึ้นมา ความยุติธรรมแก่คนกลุ่มหนึ่งอาจสร้างความอยุติธรรมแก่คนอีกกลุ่ม

      นักเขียนต้องระวังเอามาก ๆ เพราะนิยายเป็นตัวสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมใหม่ ๆ แก่สังคม และตั้งคำถามในสิ่งที่คนไม่ถาม เล่นกับประเด็นอ่อนไหวได้ แต่อย่าลืมผลกระทบที่อาจจะตาม และคุณไม่โดนจับหรอก ตราบใดที่ไม่อ้างบุคคลหรือสถาบัน จะแจ้งจับได้ แสดงว่าต้องมีผู้ร้องทุกข์/ผู้เสียหาย คือมีการละเมิดเกิดขึ้นนั่นเอง :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อ่านเเบบคร่าวๆ รวบรัดด้วยอารมณ์คนพึ่งตื่น

      ผมเลยขอยึดหลักที่ว่าถ้าไม่ขัดต่อกฎของเว็บ ก็ไม่มีปัญหาครับ(มั้งนะ)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เขียนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมครับ


      ผมก็เขียนอะไรแบบนี้ มืดๆหม่นๆ การเมือง การปกครอง สันติภาพ อิสรภาพ สงคราม ธรรมชาติมนุษย์


      แต่...อย่าบอกว่าฝ่ายนี้ดี ควรสนับสนุน หรือฝ่ายนี้เลว ควรทำลาย สื่อที่ดีควรให้คนอ่านเห็นความคิดทั้งสองด้าน แล้วให้เขาตัดสินเอง

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป