/>

ก็สู้ดิวะ!! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#สู้ดิว่ะ

เราเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองในปี 2553 ด้วยธุรกิจในตอนนั้นที่คิดว่าเราถนัดที่สุด นั้นคือ เราเปิดร้านขายไอศกรีมและเครื่องดื่ม พร้อมกันนั้นเราก็ยังได้พ่วงธุรกิจเติมเงินออนไลน์และรับโอนเงินเอาไว้ด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ในตอนนั้นปริมาณลูกค้าและรายได้ที่เกิดเริ่มเข้ามาให้ได้ชื่นใจ ทุกอย่างดูจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ...ว่าไหม

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณ ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ ซึ่งเป็นกรรมการผุู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์เอเซียจำกัด โบรกเกอร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตอนนั้น
 

แต่แล้วในปี 2540 เขากลับโดนพิษต้มยำกุ้งเล่นงาน ทำให้อัศวินม้าขาวที่สื่อมวนชนเคยให้ฉายาไว้ต้องล้มครืนลงไม่เป็นท่า จากกรรมการโบรกเกอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องกลายเป็นคนที่มีหนี้สินถึงพันล้านบาท ถามว่าถ้าเป็นเรา เจอหนี้ก้อนใหญ่ยักษ์ขนาดนั้น เราจะทำอย่างไร
 

เราก็อาจทำได้แค่นั่งกลุ้ม ไม่รุู้จะหาเงินจากทางไหนมาพลิกชะตาที่ใครก็ไม่รู้ใครลิขิตมา
 

แต่เขากลับไม่คิดอย่างนั้น
เขากลับเลือกที่จะขายแซนวิช

 

แต่ครั้งแรกที่ลงมือขาย เขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จหรอก ด้วยราคาแซนวิชของเขาที่ค่อนข้างสูงกว่าทั่วไป เขาจึงคิดหาวิธีใหม่ ด้วยการใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้วเดินขายเอง แต่ยอดขายตอนนั้นก็ยังไม่ถึงกับดีนัก
 

เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา แต่เพราะภาระที่มีมันค้ำคอเขาอยู่ บวกกับเขารู้ว่าเขาต้องสู้เพื่อครอบครัวที่เขารัก จึงทำให้เขามีแรงฮึดสู้ต่อ
 

จุดเด่นแซนวิชของเขา คือการที่เขาเลือกใช้ขนมปังอย่างดี ใช้ของสด ไม่มีการเอาของเก่าแช่แล้วมาขายใหม่เด็ดขาด ลูกค้าที่เคยได้ชิมเลยติดใจ ประกอบกับเขาถือคติที่ว่า

***ไม่ตื้อ ไม่ยัดเยียด ให้ลูกค้าเดินมาหาเองด้วยความเต็มใจ***

และเพราะความที่เขาใส่ใจและทุ่มเทในงานที่ทำอย่างหนัก 
เขาใช้เวลา 20 ปี ปลดหนี้พันล้านได้สำเร็จ และกลับมาสร้างธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ยังใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ที่เกิด และ การยอมรับความจริงได้ อาจช่วยให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับที่คุณ ศิริวัฒน์ เลือกใช้มัน

แต่แล้วในปลายปี 2554 ก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเรา มวลน้ำมหาศาลมาพร้อมข่าวประกาศอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศไทย คนไทยหลายครอบครัวต้องทิ้งบ้าน คนในบ้านต้องพลัดหลงกัน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีอาหาร ขาดแคลนแม้กระทั่งเสื้อผ้า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น นอกจากจะพรากทุกอย่างในร้านไปจากเราแล้ว ยังพรากความสุขที่เราเคยมีไปพร้อมกันด้วย สิ่งเดียวที่เหลือทิ้งไว้ คือ ความท้อแท้ อ่อนแอ สิ้นหวัง

ทำให้นึกถึงนิทานเรื่องหนึ่ง เทวดากับนางฟ้า 
ที่สอนว่า ชัยชนะย่อมเกิดแก่ผู้ที่มีความพยายาม

 

โดยในนิทานได้เล่าว่า ขณะที่เทวดาองค์หนึ่งกำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่นั้น เขาก็ได้พบสิ่งหนึ่งคล้ายกับผลแอปเปิ้ลวางอยู่บนพื้น เทวดาจึงลองใช้เท้าเหยียบดู แทนที่สิ่งของนั้นจะแหลกละเอียดลงไปกับพื้น มันกลับเป็นขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า ด้วยความสงสัย เขาจึงเหยียบมันแรงขึ้นอีก พร้อมกับใช้ไม้ตี แต่มันก็ยังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็เต็มทางเดิน จากนั้นนางฟ้าก็ปรากฏตัวพร้อมกล่าวว่า

"อย่าประหลาดใจเลย สิ่งที่ท่านเห็นอยู่นั้นเป็นพลังแห่งการต่อสู้ นั้นเอง"

ดังพุทธสุภาษิต

วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา.

บุรุษพึงพยายามไปกว่าจะสำเร็จประโยชน์ .

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป