ซ่อน
แสดง

[รีวิว] "ทางสู่ BAScii รุ่น 1 จุฬาฯ" เจาะข้อสอบ แนะแนวพอร์ท/สัมภาษณ์ และบทสรุปคณะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ielts #cutep #จุฬา #sat #bascii
แนวการเตรียมตัว และสรุปคณะนี้คือบ้าอะไรกันแน่ 555555
 


หนทางสู่การติดBASciiรุ่น002
 
สวัสดีครับทุกคน พี่BAScii รุ่น001นะครับ วันนี้จะมาเล่าเรื่องแนวทางการเตรียมตัว ลักษณะข้อสอบคร่าวๆ สัม และสรุปโดยภาพรวมของคณะนะครับ ก่อนอื่นเลยเนี่ย อย่างที่รู้ๆกันดีกว่านี้เป็นคณะใหม่ ทำให้ข้อมูลหลายๆอย่างอาจมีไม่พอในการประกอบการตัดสินใจ แต่พี่จะเล่าทุกๆอย่างที่พี่พอจะรู้ให้แก่น้องๆเอง

หลักๆที่สำศัญที่สุดที่น้องๆทุกคนควรมีคือ คะแนนSAT นั้นเอง ในส่วนนี้จะคิดทั้งหมด 50%นะครับ แบ่งเป็น SAT MATH 25% และ SAT ENG(or IELTS) 25% วิธีคิดง่ายๆนะน้องๆ ขอแค่น้องทำพาทใดพาทนึงเต็ม 800 น้องก้ได้ไปละ 25% ง่ายๆ พี่ขอบอกตรงๆว่า คะแนนส่วนนี้จะช่วยน้องเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้องๆจะพอเดาคะแนนคร่าวๆได้ง่ายที่สุด

ที่นี้มาดูส่วนที่เหลือกันดีกว่าว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ก่อนอื่นเลยก็มี Writing 20%, Interview 20%, และPortfolios 10%นะครับน้องๆ สิ่งที่ยากที่สุดเนี่ยไม่ใช่อะไรครับ สอบข้อเขียนนั้นเอง พี่จะเล่าคร่าวๆให้ฟังนะครับ ข้อสอบจะแบ่งเป็น 4 parts: Business, Technology, Design, Writing มีเวลาการทำข้อสอบประมาณ 2 ชม. น้องอย่าพึ่งเห็นว่ามีตั้ง 2ชม เหลือๆนะครับ มันไม่ใช่อน่างที่น้องๆเห็นกัน

_________________________________________________________

Part I: Examination

พาร์ท Business
 

ขอเริ่มจาก business ก่อนนะครับ หลักๆเลยเนี่ย ข้อสอบพาทนี้ จะออกแนวถามdefinition ของคำ และแนวคิดเลขครับ ยกตัวอย่างเช่น

Question: A newly invented process or product that is legismately …sth… known as…….

Choice: A) Intellectual property license B) Patent C) copyright D) ..sth..

และที่เห็นไปด้านบนคือตัวอย่างของdefinition ซึ่งถ้าเรียนอยู่ภาคอินเตอร์ อาจเคยเรียนกันแล้วก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเก็บข้อพวกนี้ให้เยอะๆ แต่ถ้าใครยังไมรู้จัก พี่ก็แนะนำให้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติ่ม term ที่ปีก่อนมานอกเหนอจากนี้ก็ตัวอยา่งเช่น Marketing mix / copyright / trademark พี่เชื่อว่า คนที่ใจรักสายนี้ทุกคน มีความใฝ่รู้กันอยู่แล้ว และอีกตัวอย่างนึงคือ พาทคิดเลข ยกตัวอย่างเช่น

Question: shop เดือนละ 75000บาท และขายpair of shoes คู่ละ 250 บาท ถามว่า “ At break-even point, variable cost per pair of shoes?

นั้นคือตัวอย่างคร่าวๆของพาทนี้นะ จริงๆมันมีถามย่อยๆๆอีกเยอะมากๆ แต่จะประมาณนี้ๆ และตอนโจทย์ถาม มันจะใช้ศัพท์เฉพาะทางธุรกิจ ซึ่งพี่คิดนะ พี่คิดว่าทุกคนน่าจะเดากันได้อยู่บ้างว่าควรทำยังไง แม้จะไม่รู้ความหมายก็ตาม แต่สำหรับคนอื่นๆที่รู้ความหมายกันดีอยู่แล้ว ก็โชคดีไป ขอแค่คิดเลขผิดก็พอครับ ใครเรียนโรงเรียนนานาชาติลงวิชา Business ไว้ก็เป็นศรีแก่ตัว แต่ถ้าใครอยู่ภาคไทยลองเอาหนังสือพื้นฐาน Business แบบ text book มาช่วยก่อนก็ได้ครับ

พาร์ท Technology
 
พวกเรามาพูดในด้านพาท technology กันดีกว่าครับ พี่เชื่อว่าหลายๆคนคงกังวลว่า ข้อสอบจะออกแนวๆไหน ส่วนใหญ่ก็เก็งพวกเรื่องข่าวเทค หรือ ศัพท์เทคต่างๆกันมามากมายเลยครับ แต่สิ่งที่ปรากฏบนข้อสอบก็คือ ข้อสอบเชาว์ของพวกหมอนั้นเองครับ //แอบร้องไห้เบาๆ ไม่นึกจริงๆว่าข้อสอบจะมาทางนี้เลย มันก็คือ ข้อสอบเชาว์ของ BMAT นั้นเองครับ ก๊อปมาทั้งดุ้นเลยครับ ทำเอารู้สึกผิดไปเลยที่เกิดมา นี้ตัวอย่างจากของจริงเลยครับ

 และแบบนี้


 

แต่ก็ไม่ใช่จะมีอย่างนี้ทุกๆข้อนะครับ ก็จะมีคำถามง่ายๆอยู่บ้างเช่น

Question: Alphabet ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWSYXZ, AEE=11,BEA=9,CEA=9 à AEA=?

ประมาณนี้ครับ และพี่เชื่อว่าหลังจากนี้น้องๆอาจต้องเปิดๆหนังสือ BMAT บ้างเล็กน้อยนะครับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


พาร์ท Design

พี่จะพูดในพาทถัดไปเลยนะครับนั้นก็คือ Design นั้นเองครับ เป็นพาทที่กินเวลาชีวิตที่สุดในข้อสอบแล้วครับ แนะนำว่าให้ทำอันสุดท้ายเลยครับเดี๋ยวเวลาจะไม่พอเอา หลักๆของโจทย์designคือ มอง ภาพให้ออกครับ ลักษณะโจทย์จะแนวๆ ถามว่า พับกระดาษแบบนี้ ตัดกระกาษ ปรับไม้ขีดให้เป็นรูปที่ต้องการอะไรแบบนี้ ผลสุดท้ายจะได้ออกมาเป็นยังไง และมีการสร้างคำนิดหน่อย อารมณ์ออกแนวคล้ายๆINDAเบาๆครับ เช่น โจทย?ยกตัวอย่างมาว่า Spoon + fork = spfork และอธิบาย definiteของคำ ในส่วนนี้ เขาอยากจะให้พวกเราสร้างคำศัพท์ใหม่จากโจทย์ที่เขาให้ครับ และต้องเขียนคำอธิบายลงไปในนั้นด้วย และนอกเหนือจากนั้นจะเป็น การวาดรูปครับ แนว PAT มั้งครับ ที่ให้คำบรรยายมา แล้วให้พวกเราวาดรูปอะครับ ปีพี่ให้วาดบ้านต้นไม้แบบ "ไม่ปกติ" 6 แบบด้วยกันคร่าวๆก็จะประมาณนี้ครับ 

ใครอยากได้คะแนนจากพาร์ทนี้ในขณะที่เพื่อนๆไม่ได้ก็ลองไปดูข้อสอบความถนัดสถาปัตยกรรมพื้นฐานมาได้ครับ จะไม่งงเป็นไก่ตาแตกเท่าคนที่ไม่ดูมาเลย

พาร์ท Essay

ส่วนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดนั้นก็คือ essay นั้นเองครับ พี่ว่าพาทนี้คนหลายๆคนอาจจะไม่ค่อยเครียดกันเท่าไหร่ เพราะเคยทำกันมาบ่อยแล้วไม่ว่าจะ การบ้านหรือ ข้อสอบIETLS ก็ตาม แต่อย่าประมาทนะครับ ตอนรุ่นผม พี่ได้โจทย์ว่า “ เขียน proposal 250-300 words, เนื้อเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับ การสร้างproject จะเป็นproject อะไรก็ได้ครับ แต่ต้องเป็น ‘out of thebox’ และอาจมี profit

mางโจทย์ เขาguideมาว่าต้องมี ‘what when who how’, should be ‘1) background of this project 2) what is outcome? 3)who will sponsor? What cost? 4) profit? 5) who will be your team? 6)…….and so on’” จะประมาณนี้ครับ ซึ่งพี่ค่อนข้างแนะนำว่า ควรทำให้เสร็จภายใน 10 นาทีครับ เพราะพาทอื่นๆจะดึงเวลาชีวิตพวกเราไปเยอะมากๆครับ ตอนที่พี่ทำข้อสอบ พี่มัวแต่เสียเวลากัยพาท design ที่ต้องมานั่งวาดรูป และอื่นๆมากๆ จนทำให้พี่เหลือเวลาแค่ 10นาทีในการเขียน แต่จะเขียนยังไงให้เสร็จและจบภายใน 10 นาที พี่ขอนำเสนอเพิ่มสำหรับคนที่เคยมีหรือทำโปรเจ็คอยู่ เอามาเขียนได้เลยครับ เพราะจะประหยัดเวลาคิดสุดๆ มันทำให้พี่ทำจนเสร็จแม้เวลาจะเหลือน้อยก็ตาม



ทั้งนั้น ข้อสอบข้อเขียนพี่ไม่รู้ว่า ปีนี้จะเป็นยังไง จะมีการตัดทิ้งไหมเหมือนตอนเปิดรอบ 2 และแนวข้อสอบจะยังคงใช้แนวเดิมรึเปล่า อันนี้พี่ก็ไม่ทราบนะครับ เพราะตอนรุ่นผม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประกาศอะไรออกมาเลย พี่หวังว่าอะไรๆมันจะดีกว่านี้

____________________________________________________
 

Part II: Portfolio
 

พอจบเรื่องของข้อเขียนไปแล้วพี่ขอพูดเรื่อง portfoliosก่อนเลยแล้วกัน ก่อนที่จะเข้ารายละเอียด ว่าควรมีเนื้อหาอะไรบ้าง พี่อยากจะแนะนำน้องๆว่า ในportfolios พี่คิดว่าควรมีเขียนๆไปเยอะๆหน่อย แต่ขอที่มันน่าสนใจนะ เนื่องจากว่า ตอนแรกพี่คิดว่าเขาจะให้เราpresent portfolio พี่เลยแปะแต่รูป ไม่มีคำพูดสักคำ แถมตอนสัม เขาก็ไม่ได้เปิดดูพอต จนพี่ต้องขอให้เขาเปิดดู เหมือนกับว่า ก่อนที่พวกเราจะเขาห้องสอบอะ เหมือนว่าเขาจะเปิดอ่านก่อนแล้วอะไรแบบนี้ ทีนี้ ข้างในพอตควรมีอะไรบ้าง หลักๆที่พี่แนะนำคือ ให้ดู guide ของทางคณะโดยตรง จะดีที่สุด

และอย่างๆอื่นๆที่ควรจะมีก็คือ โปรเจ็คหรืออะไรสักอย่างที่เป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น science project ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน อะไรแบบนั้น หรือ ถ้าไม่มีโปรเจ็คควรเป็น president of …. Club อะไรแนวๆนั้นหรือจะออกแนวเป็นambassador of Southeast Asiaก็ได้เช่นกัน โดยในส่วนนี้มันจะมีผลในการขอทุนด้วยเช่นกัน ยิ่งที่สิ่งที่พวกเรามี มันยิ่งใหญ่อลังการมากแค่ไหน โอกาสที่จะได้รับทุนก็ยิ่งมากขึ้นเช่นนั้น และจะดีขึ้นไปอีกเหมือนน้องๆเป็นคนต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไทย น้องๆจะมีโอกาสได้รับทุนมากกว่าคนอื่นๆถึง 40%กันไปเลยทีเดียว หลักๆของส่วนนี้ก็จะประมาณนี้ๆ

ส่วนน้องๆคนไหนที่ยังไม่มีอะไรเลยแต่อยากได้คะแนนพอร์ทเยอะๆ ให้น้องพยายามมองหาของที่ชอบแล้วสร้าง "ผลงานจริง" ออกมาจากมันให้ได้ครับ เช่นถ้าน้องสนใจด้านกราฟฟิค น้องไปศึกษาออนไลน์และสร้างผลงานในเรื่องที่ชอบมาใส่เอาไว้(แนะนำให้มันเป็นผลงานที่มีประโยชน์ต่อสังคมด้วย เช่น info graphic ความรู้อะไรแบบนี้) หรือถ้าน้องสนใจการออกแบบเว็บไซต์ น้องเข้าเว็บพวก Wix แล้วทำเว็บนั้นให้อลังการไปเลย จากปีพี่พอร์ทที่ยื่นส่วนมากจะไม่ได้ดูอลังมากๆแบบย่อหน้าบน ดังนั้นต่อให้น้งอใช้เวลา 3 - 4 เดือนนี้สร้างขึ้นมาใหม่เลย น้องก็ยังมีโอกาสได้คะแนนพอร์ทสูงๆได้ครับ

____________________________________________________
 

Part III: Interview

ที่นี้พวกเรามาพูดเรื่องตอนสัมกันดีกว่า ห้องที่พี่เจอจะมี ต่างชาติ 2คน คนไทย 1คน พวกเขาจะมีนาฬิกาที่ใช้จับเวลาอยู่ด้านหลังของห้อง ดังนั้นน้องๆไม่ต้องกังวลว่าจะพูดเกินมั้ย ขาดมั้ย ทางกรรมการจะเป็นตัดบทน้องๆเองถ้าพูดเกิน ความรู้สึกจะเหมือนIELTS ลักษณะคำถามจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ general and specific question ในส่วนแรกเนี่ย เขาก็จะถามทั่วไปเลย เช่นทำไมอยากเข้าคณะนี้ เข้าเพราะอะไร ยังไง น้องๆสามารถเอาตัวอย่างคำถามสัมพวกนี้ได้จากคณะอื่นๆเลย เช่น BBA BE EBA ที่นี้มาเริ่มคำถามเจาะจงบ้างนะ พี่เจอ sustainable ability ในมุมมองของคุณคืออะไร ประมาณนี้ๆ และเจอถามเรื่องportfoliosนิดๆหน่อยๆ พอดีว่าตอนสัม พี่พกโมเดล 3D printingไปด้วย เขาเลยถามต่อว่า technology 3D printing in futureเป็นยังไง และพอใกล้ๆหมดเวลา ทางกรรมการยกรูปภาพมารูปนึง เป็นภาพที่ตัดต่อมา เขาถามว่า คุณมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับรูปภาพนี้ อะไรประมาณนี้ แล้วน้องๆก็ตอบสิ่งที่น้องๆคิดไปเลย ข้อนี้มันแนวเชิงabstract น้องๆไม่ต้องคิดมาก เพราะข้อนี้ไม่มีถูกหรือผิด ทางเขาแค่อยากดูความคิดของน้องๆว่าเป็นยังไงเฉยๆ
 

 ____________________________________________________

Part IV: สรุปคณะนี้คืออะไรกันแน่?

และที่พี่พูดไปทั้งหมดทั้งมวลก่อนหน้านี้ก็คือ แนวทางและการเตรียมตัวฉบับย่อๆที่น้องๆทุกคนควรรับรู้ และเข้าสู่ช่วงสรุปคณะนี้คือ บ้าบออะไรกัน ค่าเทอมก็แสนจะแพง หลักสูตรก็เปิดใหม่ สรุปคณะนี้คืออะไรกันแน่ พี่ขอบอกก่อนเลยว่าคณะนี้เป็นคณะที่ผสมผสานระหว่าง business และtechnology ตอนจบปี 4 น้องๆทุกคนจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง น้องๆจะสังเกตได้จาก วิชาที่ชื่อ project seed นะ สรุปก็คือ พวกเราจะเรียนเพื่อ สร้าง business model และทำprofit ได้จริงๆ ซึ่งเวลาเรียนเนี่ย ทางคณะจะมี 4สาขาให้พวกน้องๆเลือก เช่น health and wellness, sustainable development, inclusive community smart cities, digital economy and ai robotics ซึ่งแม่ว่าทางคณะจะมีสาขาให้น้องๆเลือก แต่เวลาลงทะเบียนเรียนน้องๆทุกคนสามารถลงทะเบียนข้ามสาขาได้ เพราะการทำธุรกิจบ้างครั้ง อย่างเดียวมันมีไม่พอ คณะนี้จะแตกต่างจาก BBA, ECON, ISE, SIIT อยู่ตรงที่ว่า พวกเขาจะเรียนเจาะไปด้านใดด้านนึงไปเลยมากกว่า คณะนี้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆน้องๆสามารถ ตามหาได้ที่เว็บไซต์ของ BASciiได้โดยตรง บอกตรงๆ หลายๆคนที่สมัคร เพราะถูกใจเว็บนี้แหละ uiถูกใจพี่มากกกกก

http://inter-bascii-chula.com/ คลิกไปลองดูเว็บไซต์คณะได้เลยครับ







 

สู้ๆนะครับน้อง พี่ๆรอต้อนรับน้องๆชาว BAScii002 อยู่นะครับ ^^

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป