พื้นที่วิจารณ์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
     สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนนะคะ แหม!! ก่อนอื่นเลยตัวผู้เขียนกระทู้เองก็ต้องบอกเลยว่าไม่ได้เข้ามาในเด็กดีสักระยะหนึ่งเเล้ว พอเข้ามาแล้วก็คิดว่าน่าจะมีนิยายใหม่ที่น่าสนใจให้ลองดูชม จึงถือโอกาสตามส่องดูหลายๆเรื่อง(ขอไม่เอ่ยชื่อเรื่อง)
แต่สิ่งที่ผู้เขียนได้สัมผัสมานั้นช่างเป็นที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ต้องพูดตามตรงแบบNoสนNoแคร์เลยว่ามาตรฐานงานเขียนในเด็กดีลดลงจากที่ควรเป็นอย่างมาก(ในที่นี้หมายถึงเรื่องภาษาในงานเขียน) จากที่ลงสนาม ตามไปไล่อ่านมาด้วยตัวเอง (อนึ่ง ผู้เขียนตามอ่านนิยายในทุกหมวดหมู่) เริ่มแรกในเรื่องของภาษาในการเขียนนั้นเห็นได้ชัดเจนที่สุด น้องๆนัก(อยาก)เขียนรู้หรือไม่? ในผลงานการประพันธ์หนึ่งชิ้นนั้น(อนึ่ง ในที่นี้กล่าวถึงการประพันธ์นวนิยาย) นอกจากองค์ประกอบนิยาย อันได้แก่ 
> โครงเรื่อง (plot)
> ตัวละคร และการสร้างตัวละคร
(Character and Characterization)
> บทสนทนา (Dailogue)
> ฉาก (Setting)
> มุมมอง หรือความความคิดเห็นผู้เขียน
( Point of view )
> แก่นเรื่อง ( Theme )

     นอกจากองค์ประกอบสำคัญที่ได้กล่าวไปในข้างต้นเหล่านี้แล้ว นัก(อยาก)เขียนส่วนใหญ่มักจะลืมไปว่า ทั้งโครงเรื่องก็ดี บทสนทนาก็ดี ตัวละคร,ฉาก,มุมมอง,แก่นเรื่อง ทั้งหมดที่รวมตัวร้อยเรียงกันเป็นนวนิยายหนึ่งเรื่องนั้น ต้องใช้ภาษาในการบรรยายหรือบอกเล่า อาทิ เช่น บรรยายความรู้สึกตัวละครนั้นๆ บรรยายบทสนทนา แสดงอารมณ์ต่างๆ บรรยายฉาก ฯลฯ ฉะนั้นการใช้ภาษา,พยัญชนะ,สระ,วรรณยุกต์ การเว้นวรรค ฯลฯ ให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะทุกๆตัวอักษรที่ร้อยเรียงบรรจบกันเป็นหนึ่งคำ หนึ่งประโยค หนึ่งบรรทัด หนึ่งบท จนกลายเป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ในหนึ่งเล่มนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานในการประพันธ์ของเจ้าของผลงานเอง จึงขอย้ำอีกครั้งว่าภาษานั้นสำคัญ นวนิยายของเราจะน่าสนใจเเละสามารถดึงดูดสายตาของผู้อ่านที่น่ารักทั้งหลายได้หรือไม่นั้น  ก็อยู่ที่บรรทัดแรกว่าเราจะใช้ภาษาได้เรียบลื่นหรือไม่ หากสะกดคำผิดหรือใช้คำได้ไม่ถูกต้อง คนอ่านเองก็จะรู้สึกติดขัดในการอ่านเช่นกัน(ส่วนนี้ผู้เขียนเองเจอบ่อย) ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเบื่อหน่ายหรือลดทอนความสนในงานเขียนของเราได้ ฉะนั้นตั้งแต่คำแรกจนถึงประโยคสุดท้ายของงานเขียน ทุกๆประโยคล้วนสำคัญมาก
ส่วนในเรื่ององค์ประกอบอื่นๆ ทางผู้เขียนขอไม่กล่าวถึงในกระทู้นี้ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นกันเกลื่อนกลาดกันทั่วไปในเด็กดีแห่งนี้ ส่วนตัวแล้วผู้เขียนสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถการเขียนนิยายหนึ่งเรื่องสำหรับนัก(อยาก)เขียนมือใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเราศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดและสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับตนเองได้นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี สุดท้ายนี้หากเพื่อนพ้องน้องพี่คนใดที่รู้จักนวนิยายที่คิดว่าเข้าตากรรมการก็สามารถแนะนำกันมาได้นะคะ     

                                                             ด้วยไมตรีจิต
         
                                                          อรรถรส  คำฉันท์

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก็ต้องพูดว่า การเขียนนิยายแบบ old school เป็นเส้นทางสายหนึ่ง ในขณะที่โลกหมุนไปเร็วมากและมันก็เชื่อมต่อกัน มันสร้างรูปแบบนิยายใหม่ ๆ ขึ้นมา สร้างเส้นทางการเขียนแบบใหม่ ๆ ขึ้นมา มันไม่ใช่ผลงานที่แย่เลยนะถ้าการสร้างสรรค์เหล่านั้นยังสือสารกับคนอ่านได้ ถึงจะเป็นรูปแบบที่คุณไม่ยอมรับนับถือก็เถอะ


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #1-1

        ขออภัย คุณอาจจะเข้าใจในสิ่งที่ที่ตัวดิฉันต้องการจะสื่อผิดไป ประโยคที่ว่า "ไม่เป็นที่ยอมรับนับนือถือจากคุณ" นั้น ตัวผู้เขียนกระทู้เองมิได้ตั้งแง่หรือมีอคติกับสไตล์การเขียนของนักเขียนท่านไหนหรือนิยายประเภทใด และผู้เขียนกระทู้เชื่อมันอย่างสุดหัวใจว่า เนื้อหาในกระทู้นั้นมิได้มีสิ่งใดที่แสดงความไม่ยอมรับนับถือในความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่นแต่อย่างใด และในช่วงท้ายของบทความยังคงแสดงความเคารพและสนับสนุนผู้มีความสามารถอย่างเต็มที่อีกด้วยเช่นกัน อนึ่ง จุดประสงค์ของบทความนี้ค่อนข้างชัดเจนในสายตาของผู้เขียนกระทู้ คือ ต้องการให้นักอ่านและ นัก(อยาก)เขียน เห็นถึงความสำคัญขององค์ประกอบนวนิยายและความสำคัญของภาษาเพื่อเป็นแนวทางให้น้องๆนัก(อยาก)เขียนไว้เป็นเกร็ดความรู้ สุดท้ายนี้ผู้เขียนกระทู้พึงหวังท่านจะใช้วิจารณญาณในการอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหาในบทความนี้และบทความอื่นๆที่ท่านมีโอกาสได้อ่านให้มากขึ้นและพิจารณาอีกสักนิดก่อนจะคอมเมนต์หรือนำไปวิจารณ์ต่อ.....


        ด้วยไมตรีจิต

        อรรถรส คำฉันท์

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหมือนครูมาสอนที่หน้ากระดานเลยแฮะ


      เขียนกระทู้ได้เรียบเรียงดีมาก ไม่มีคำผิด ตกหล่นเลย (ขอชื่นชม)อิอิ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก็เห็นด้วยกับคุณ จขกท นะ แต่เราก็ชอบความกาวเหมือนกัน


      สายเขียว อิอิ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนตัวเป็นพวกยึดตามขนบ Old School (ขอใช้คำเดียวกับ คห 1 เพราะเราว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ) งานเขียนในเว็บที่คนเขียนมาจากร้อยพ่อพันแม่จึงไม่ตอบโจทย์รสนิยมเรา เราเลยไปอยู่ในพื้นที่ที่เราอยู่ นั่นคือ อยู่กับนักเขียนเก่าๆ ที่รู้มือกันอยู่ หรือไม่ก็อ่านงานแปลไปเลย


      สมัยก่อนก็รู้สึกเหมือนคุณจขกท แหละ แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มวางเฉย คือ คนเขียนในเว็บเปลี่ยนไปมากแล้ว ที่บอกว่าร้อยพ่อพันแม่มันคือแบบนั้นจริงๆ จากเดิมที่เป็นการรวมตัวของคนรักการอ่านจนตกผลึกออกมาเป็นการเขียน (เป็นช่วงมาตรฐานการเขียนค่อนข้างดี) ก็เริ่มเข้าสู่ยุคขุดทองเพราะการบูมของสื่อนิยายออนไลน์ แล้วเข้าสู่ช่วง ‘ตามหาตัวเอง’ คือ เด็ก ผู้ใหญ่ ใดๆ ก็ตามเริ่มตามหาสิ่งที่ตนทำได้ เห็นเขาเขียนก็อยากลองเขียนเผื่อมันใช่ ลองไปเรื่อยว่าสิ่งนี้เหมาะกับตัวเองไหม หลายคน NoสนNoแคร์เพราะความอยากรู้ อยากลอง แสวงหา ทำให้คนเข้ามาในเว็บเขียนนิยายเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้จำกัดแค่คนรักการอ่าน (จนตกผลึกเป็น) การเขียนอย่างยุคต้นอีก


      แต่ใช่ว่าจะแย่ไปเสียหมด คนกลุ่มรักการอ่าน (จนตกผลึกเป็น) การเขียนมีอยู่ เพียงแค่ต้องตามหา (เรารู้ว่ามี เคยอ่านเจอ แต่แนะนำไม่ได้เพราะอ่านตอนที่ยังเขียนไม่จบ แล้วเราก็ลืมไปแล้วด้วย) ส่วนคนกลุ่มอยากรู้อยากลอง ข้อดีคือ ‘ความสด’ ในจินตนาการค่ะ ซึ่งมีนักอ่านหลายท่านสนใจเจ้าความสดนี้โดยไม่ได้สนใจทักษะการเขียน 


      มันคงจะดีถ้ากลุ่มหลังนี้พัฒนาทักษะการเขียนไปด้วย แต่ก็...นะ ความสดนี้จะหายไปกับอายุที่เพิ่มขึ้น มันแปรผกผันกัน ส่วนทักษะกลับแปรผันตามอายุที่เพิ่มขึ้น บางทีพวกเขาเหล่านี้อาจเลิกสนใจ เลิกเขียนไปก่อนที่จะเพิ่มพูนทักษะได้ หรือบางคนที่เพิ่มพูนทักษะได้ แต่ความสดที่เป็นจุดขายหายไป ทำให้ต้องดิ้นรนบนเส้นทางนักเขียน บางคนอาจยังอยู่ บางคนอาจไม่ได้ไปต่อ


      คนอ่านแบบเรา สนใจที่ทักษะและความลุ่มลึกของงานเขียน (ที่จริงเราก็ชอบความสดแหละ แต่เมื่อมีมาตรฐานงานเขียนในใจ เราเองก็รับไม่ได้แม้ว่ามันจะแปลกใหม่แค่ไหนก็ตาม) แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจความสดแปลกใหม่โดยไม่ใส่ใจกับทักษะการเขียน เราเลยเลิกสนใจที่จะบอกกลุ่มนิยมความสดให้มาสนใจรูปแบบ Old School ค่ะ และเวลาที่ตั้งโต๊ะวิจารณ์นิยาย ตามเงื่อนไขที่เราตั้งก็มักเป็นกลุ่ม Old School มาให้อ่าน ไม่ค่อยมีนักเขียนเน้นความสดมาให้อ่าน เราว่ากลุ่มใครกลุ่มเขานะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สวัสดีค่ะ เจ้าของกระทู้


      ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ สำหรับกระทู้ดีๆ ซึ่งเกิดขึ้นด้วยไมตรีจิต กระทู้นี้ค่ะ


      จริงด้วยสินะ การเป็นนักเขียน จักต้องมีคำ มีประโยค พยัญชนะ,สระ,วรรณยุกต์ การเว้นวรรค ฯลฯ ซึ่งเกิดขึ้นได้ ให้เห็น เป็นเช่นภาษา


      ภาษา ซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งในสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ เห็นด้วยกับคุณค่ะ


      เจ้าของเม้นต์นี้ ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่อยากเขียนด้วยค่ะ


      และ มาวันนี้เรื่องที่สำคัญยิ่ง คือเรื่องของภาษานี้หรือ ตนก็มีปัญหามากมายด้วยเช่นกันค่ะ


      การเขียนที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีคำผิดมากมาย ประโยคต่างๆ การทิ้งวรรคที่ผิดๆ หรือก็มีเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งที่อ่านได้ อ่านได้คล่องมากๆ แต่คุณภาพในการเขียนเป็นอะไรที่แย่มากมาย ซึ่งรู้ด้วยว่าตนนี้ต้องตั้งใจ แก้ไข ต้องพัฒนาอีกมากมายค่ะ


      มีนิยายซึ่งได้เขียนๆ พิมพ์ๆ ร่างๆ ไว้มากมายหลายๆ เรื่อง และเมื่อนำมาอ่านเมื่อไร เกิดเป็นอาการสับสน ทำให้เกิดอารมณ์ปนเป บางครั้งอ่านไม่ออก คือจำไม่ได้ว่าตนได้พยายามที่จะสื่ออะไรไว้( ฮ่า ฮ่า ฮ่า คือมีจดๆ ทิ้งไว้นานๆ ค่ะ ภายใต้เสียงหัวเราะนี้ มีนํ้าตาซ่อนอยู่)


      ทิ้งไว้นานๆ ด้วยความที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่ชัดเจนในการโน๊ต ผลออกมาคือ ก็จำไม่ได้ เป็นต้นหล่ะ


      ในบางครั้งโกรธตัวเองด้วย


      ทั้งนี้เป็นอาการติด เกิดเป็นนิสัยที่ติดไม่ดี สำหรับผู้ที่อยากหัดเขียน


      เพราะจริงแล้วนักเขียนต้องมีความชัดเจน ต้องมีวินัย เกี่ยวกับตัวบท อักษร(ทั้งที่รู้ แต่ก็อ่อนแอต่อวินัยค่ะ หรือเราจะให้อีกชื่อ คือความขี้เกียจน่าจะถูกต้องที่สุด ซึ่งเป็นอะไรที่แย่มากๆ)


      อาจจะเพราะด้วยความที่ยังไม่มีความจริงจัง ไม่มีความตั้งใจ เพราะด้วยสาเหตุที่ว่า การจดๆ ร่างๆ หรือขีดเขียน พล็อต เนื้อหา เกี่ยวกับนิยายนี้ ยังคงทำได้เป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น


      แต่มาวันนี้ การที่จะทำเป็นเพียงงานอดิเรก ก็เข้าใจแล้วว่า ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยอยู่ดี


      เพราะจริงแล้วอาการของการปล่อยละเลยนี้ เกิดเป็นผลที่ไม่ดีเลยด้วย


      ปล่อยปละละเลย

      คำกริยา

      ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ, ทอดทิ้ง, ทอดธุระ, ไม่กวดขัน.


      การปล่อยปละละเลย เมื่อเกิดเป็นอาการติด และเกิดเป็นนิสัยแล้ว ก็จะเกิดเป็นผู้ที่ขาดซึ่งวินัยอีกด้วย ซึ่งเป็นผลที่ไม่ดีแต่อย่างใด หากแต่กลับจะเป็นผลลัพธ์ที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเป็นนักเขียนอีกด้วย

      เห็นด้วย และเข้าใจด้วยว่า ภาษาที่ดี ที่ถูกต้องนั้น ยังเป็นอุปกรรณ์สำคัญสำหรับนักอยากเขียน


      ทั้งๆ ที่รู้ แต่ก็ล้มเลว ฮื้ออ

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-13.png


      กระทู้นี้ เกิดเป็นแรงบันดาลใจ และเกิดเป็นพลังที่ช่วยผลักใส ผลักดัน ให้เกิดความรู้สึกว่า หากรักที่จะเป็นนักเขียน ก็ต้องตั้งใจ ต้องใส่ใจในเรื่องของภาษา


      คือต้องทำให้ดีที่สุด และถูกต้อง สวยงาม

      (ความสวยงามของภาษา เป็นศิลปะ เป็นทักษะ เป็นกุญแจสำคัญ ที่นักเขียนต้องมีอยู่ แบบนั้นนะคะ)


      เจ้าของเม้นต์ เป็นอีกหนึ่ง... ซึ่งเป็นผู้ที่อยากเขียน จะพยายามต่อไปค่ะ


      ขอบขอบคุณในความใส่ใจ ความหวังดี และไมตรีจิต ซึ่งทำให้เกิดเป็นกระทู้ดีๆนี้ค่ะ


      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เป็นนักอยากเขียนค่ะ ที่ฝีมือยังไม่ถึงไหน พิมพ์คำตกบ้าง ผิดบ้าง วรรคถูกผิดบ้าง แต่ก็ยังเขียนอยู่เพราะมีแรงบันดาลใจมาจากนักเขียนท่านนึง


      นิยายของนักเขียนคนนี้เรื่องแรกภาษาไม่ดีเลย แต่ตัวละครชัดเจน เนื้อเรื่องสนุก


      เรื่องที่สองของนักเขียนคนนี้ภาษาพัฒนาขึ้นแต่ยังไม่สวยมาก ความชัดเจนของตัวละครยังอยู่ เรื่องนี้ได้ทำเป็นละครนะคะ(ซึ่งเราผิดหวัง) แต่นิยายเขาสนุก ตรึงใจมาก ตอนนั้นเราก็เห็นคนวิจารณ์เขาเรื่องภาษาเหมือนกัน


      แล้ววันนึงเราได้เข้าไปในกลุ่มนักเขียน เขาถกเถียงกันเรื่องภาษา เราก็เออออๆตามๆไป แล้วไปปรึกษากับนักเขียนอาวุโสคนนึง เขาพูดประมาณว่า "ไม่ต้องไปสนใจมากหรอกเรื่องภาษา อ่านรู้เรื่อง เนื้อเรื่องสนุกก็พอ"


      เราก็อ้อ โอเค เพราะเราเคยเห็นนิยายชื่อดังภาษาไม่งาม แต่เนื้อเรื่องสนุกก็พบว่ามันจริง แต่เราก็ไม่ได้คิดจะปล่อยไปเลยตามเลยหรอกนะคะ แค่เราก็ยังพยายามฝึกขัดเกลาอยู่ ด้วยประสบการณ์ยังน้อยและจะพยายามปรับภาษาให้ดีขึ้นค่ะ


      นอกเรื่องไปเยอะ แต่แค่อยากมาเล่าให้ฟังเฉยๆค่ะ ^^


      ถ้าผิดพลาดอะไรก็ขอโทษด้วยนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ผมเอง
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นิยาย จะเปลี่ยนแปลงไปตามคุณภาพของสังคมนั้นๆ



      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป