อาชีพแลกชีวิต? [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ผี #เรื่องเล่า #เรื่องสั้น #เอเพลย์ทีวี #aplaytv

ป้าอร เป็นชาวนาคนหนึ่งทางภาคอีสาน  และคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็มีอาชีพเป็นชาวนาเช่นกันจะมีบางบ้านที่มีลูกเรียนจบสูง ๆ ก็จะไปทำอาชีพอื่น หรือไปหาทำงานที่กรุงเทพกัน ส่วนบ้านไหนฐานะไม่ดี หรือลูกเกเรหน่อย ก็จะไม่เรียนต่อ และมาช่วยพ่อแม่ทำนา เหมือนครอบครัวของป้ากิ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่บ้านติด ๆ กัน
กับป้าอร 
ป้ากิ่งมีลูกหลายคน  แต่ด้วยที่ฐานะไม่ดีสักเท่าไหร่  แววซึ่งเป็นลูกสาวคนโต จึงเลือกที่จะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย แล้วมาช่วยงานพ่อ แม่ เพื่อให้น้อง ๆ ที่เป็นเด็กอยู่ ได้เรียน
จนเมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว วันนั้นเป็นวันที่ทุกคนที่เกี่ยวข้าวแล้ว ต้องขนข้าวขึ้นจากนาไปยังบ้านตัวเองเพื่อเก็บขึ้นเล้าข้าว โดยข้าวที่ขนจะถูกบรรจุใส่กระสอบ แล้วให้รถไถที่ขนข้าวมาขนไป และรอบนั้นจะเป็นรอบสุดท้าย ข้าวจะเยอะเพราะเหลือหลายกระสอบ  แต่ด้วยความที่เจ้าของนาเขาอยากให้เสร็จไวและต้องการให้รอบนี้เป็นรอบสุดท้าย เขาจึงบอกให้รถขนมาให้หมดทีเดียว ตอนนั้นป้ากิ่ง และลุงสไวจึงได้ขับรถไถมาขนข้าวจากนาเพื่อเอาข้าวกลับไปที่บ้าน
ลุงสไว ซึ่งเป็นสามีของป้ากิ่ง เป็นคนขับรถไถ โดยมีป้ากิ่งนั่งมาข้าง ๆ  ส่วนแววนั้นก็นั่งอยู่บนกระสอบข้าวช่วงท้ายๆที่กองกันมาบนรถไถ ตอนนั้นลุงสไวก็ได้มาขนข้าวรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาพลบค่ำพอดี แดดจางเริ่มมืด ระหว่างกลับบ้าน ทั้ง 3 คนพ่อแม่ลูกคุยกันไปเรื่อยเปื่อย แต่วันนั้น แววคงรู้สึกเหนื่อยมาก  เธอจึงไม่ค่อยคุยเลยเอนตัวลงนอนบนกระสอบข้าวและหลับไปด้วยความเพลีย สักพักต่างคนก็เงียบ และเดินทางกลับบ้านตามปกติ  แต่จังหวะนั้นตอนที่ขนข้าวข้ามคูคันนาเพื่อจะปีนขึ้นไหล่ทางหลักเพื่อมุ่งหน้าที่จะกลับบ้าน ซึ่งเป็นทางที่ชันมาก และรถกำลังไต่ขึ้นถนน ด้วยน้ำหนักของข้าวที่ขนมา  ทั้งหนักทั้งสูง  ลุงไสวจึงเร่งเครื่อง จนทำให้รถเอียงและโยก จนทำให้ข้าวที่ขนนั้นโยกไปโยกมา แต่ลุงสไว และป้ากิ่ง ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร แกยังคงขับรถไถไปเรื่อยๆ
 
พอถึงบ้าน  ป้ากิ่ง ก็รีบเข้าบ้านไปเตรียมทำกับข้าวให้น้อง ๆ ที่ยังเป็นเด็ก    ส่วนลุงสไวก็เรียกแววให้ไปช่วยขนข้าวขึ้นเล้า แต่ลูกสาวก็เงียบไม่ได้ตอบรับใดๆ ลุงสไวจึงตะโกนสั่งแววอีกที  แต่ลูกสาวก็ยังคงเงียบอยู่ จนป้ากิ่งต้องเดินออกมาดูที่รถไถ
แต่ยังเดินไปไม่ถึงรถไถ แกก็มองเห็นลูกสาวซึ่งนั่งห้อยขาคอตก ก้มหน้าก้มตา เหมือนคนเหม่อลอย และคิดอะไรอยู่
ป้ากิ่งจึงตะโกนเรียก ว่าไปนั่งทำอะไรอยู่ ให้ลงมาช่วยพ่อขึ้นเล้าให้มันเสร็จๆ จะได้มากินข้าวแต่แววก็ยังคงเงียบแล้วยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น จนป้ากิ่งโมโห จึงเดินเข้าไปหา แต่พอเดินไปใกล้จะถึงแวว ป้าอรก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาเรียกหน้าบ้าน  แล้วบอกว่าลูกแกตายแล้ว ป้ากิ่งตกใจ จึงตะโกนไปว่าใครตายวะ ป้าอรจึงร้องเสียงหลงออกมาว่า เอ้าก็ลูกแกนั่นแหละยายกิ่ง  อีแววไง  พอป้ากิ่งได้ยินแบบนั้น แกก็ด่าป้าอรใหญ่ว่า-จะบ้าหรือไง ลูกกูก็อยู่กับกูเนี่ย  อีแววมันก็ขนข้าวมาพร้อมกูนี่ไง ป้าอรก็บอกว่า ก็เออก็เพราะมันขนข้าวนั่นแหละ กระสอบข้าวถึงทับหัวมันตายอยู่ตรงทางขึ้นคันนาโน่น  ตอนนั้น ป้ากิ่งรู้สึกโกรธจัด จึงเรียกลุงสไวออกมา แล้วบอกให้ไปเรียกแววมา เพราะมันนั่งอยู่บนรถ พร้อมทั้งชี้ไปทางลูกสาว แต่ก็เห็นว่า แววไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว ตอนนั้นก็เริ่มมีชาวบ้านตามมาที่หน้าบ้านมากขึ้น ทั้งป้ากิ่ง และลุงสไว จึงพากันตะโกนเรียกให้แววออกมาหน้าบ้าน ส่วนป้าอรและชาวบ้านที่ยืนอยู่ ก็รู้สึกขนลุก จนตัวสั่น เพราะทั้งป้ากิ่งและลุงสไว บอกว่าแววนั่งอยู่ในบ้านจริงๆ แต่เรียกเท่าไหร่แววก็ไม่ออกมา
ชาวบ้านเลยช่วยป้าอรพูดอีกทีว่า ทุกคนเห็นจริงๆ ว่าแววนอนอยู่ที่คันนา  กระสอบข้าวยังทับคาหัวอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อก็ให้ลุงสไว กับป้ากิ่ง ออกไปดู ว่า-คนที่นอนตายอยู่มันเป็นใคร
 
เมื่อคุยกันจนได้สติแล้ว  ลุงสไวกับป้ากิ่ง  จึงยอมไปดูจุดเกิดเหตุว่ามีคนตายจริงหรือเปล่า
และพอมาถึงใกล้ที่เกิดเหตุ ลุงสไวก็เห็นกระสอบข้าวตกอยู่1กระสอบ และห่างไปอีก2เมตร อีก1กระสอบ ทั้งลุงสไวและป้ากิ่งต่างจำกระสอบข้าวของตัวเองได้ก็เริ่มใจไม่ดี พอห่างออกไปอีก5เมตร พวกแกถึงมองเห็น ข้าวกระสอบที่3  จนชาวบ้านที่มาด้วยกันตะโกนเสียงดังลั่นว่า นั่นไงอยู่ตรงนั้นไง
ลุงสไวและป้ากิ่ง จึงรีบวิ่งไปที่กระสอบข้าวที่สาม  ซึ่งติดกับคูคันนาใหญ่ พอไปถึงทุกคนรวมทั้งชาวบ้าน ต่างพากันมองไปที่กระสอบข้าว ก็เห็นว่า กระสอบข้าวนั้น ทับตั้งแต่หัวไปจนถึงกลางหลังของแวว ซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่
พอลุงสไว และป้ากิ่งเห็นกระสอบข้าว และชุดที่คนตายใส่อยู่ ต่างพากันหวีดร้องขึ้นมาทันที ลุงสไว และชาวบ้าน ต่างช่วยกันดึงกระสอบข้าวออก ส่วนป้ากิ่งก็ยื้อดึงตัวลูกเข้ามากอด และร้องไห้เหมือนจะขาดใจ
จากสภาพศพของแววนั้น หัวแตกเพราะโขกกับหินลูกรัง จมูกและกรามเป็นแผลเหมือนจะหัก เพราะแววคงร่วงลงมากอนกระสอบข้าวสารในขณะที่กำลังหลับอยู่ พอแววร่วงลงไป กระสอบข้าวที่มีข้าวอยู่เต็มกระสอบก็ร่วงตามมา และได้ร่วงลงไปและทับหัวของแววพอดี เธอจึงไม่ได้ร้อง หรือไม่ทันรู้ตัว
ป้ากิ่งร้องไห้เรียกให้ลูกตื่น ส่วนชาวบ้านพอรู้ว่าแววตายแน่แล้ว ก็ไปตามผู้ใหญ่บ้านมาดูและช่วยกันขนข้าวที่หล่นและศพของแววกลับไปที่บ้าน 
พอกลับไปถึงบ้าน น้อง ๆ ของแวว ก็ออกมาหน้าบ้านในชุดนอน เพราะยังเด็กอยู่  พอเห็นป้ากิ่งกลับมา เด็ก ๆ ก็บอกว่า พี่แวว อาบน้ำให้แล้วตะกี๊ และก็มาสอนให้ทำการบ้านจนเสร็จแล้วด้วย จึงวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผิดกับชาวบ้านที่ยืนอยู่ในบ้านต่างพากันขนลุก และระแวงว่าจะมีใครที่จะได้เห็นแววด้วย อีกไหม

ฟังเรื่องเล่าได้ที่ 
http://aplay.tv/content_video_detail/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95.html
 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป