ปรึกษาเรื่องนิยายครับ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ปรึกษาเรื่องของนักเขียน #ปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับนิยาย

เรื่องที่จะปรึกษาเรื่องแรก.


ผมเป็นคนนึงนะที่เขียนนิยายจากการอ่านของเขามาอีกที  จากนิยายแปลน่ะครับก็เลยติดสำนวนแล้วก็เนื้อเรื่องที่โครตจะคล้ายกันมาแต่ผมก็เขียนมาได้ 60 ตอนแล้วนะก็รู้สึกดีใจที่มีคนอ่านมากขนาดนี้ แต่ก็ไปสะดุดกับคอมเมนท์หนึ่งที่เขาบอกว่า
"อ่านเขียนมา" ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่า เหมือนผมไปคัดลอกก็อปปี้เขามาอีกทีน่ะครับ ผมอยากจะขอคำปรึกษาว่าควรเปลี่ยนสำนวนการเขียนให้ไม่เหมือนเดิมรึเปล่า? หรือจะอธิบายกับเขาตรงๆว่าผมพยายามจะปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบของตัวเองแล้ว...


เรื่องที่สอง.


เรื่องแนวกำลังภายใน ก็มีตั้งหลายเรื่องที่เป็นแนวตายแล้วเข้าสิงร่างใช่มั้ยครับ? ซึ่งของผมก็เป็นแบบนั้นแต่การบรรยายผมจะใช้การบรรยายชื่อเดิมของเขาแทนซึ่งผมคิดว่ามันเหมือนกับการเข้าสวมรอยเป็นคนอื่นมากกว่าถึงได้เขียนแบบนี้ เรื่องนี้ผมควรซีเรียสกับการเรียกชื่อมั้ย?



ขอบคุณมากสำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะครับ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    อันดับแรกอยากให้ จขกท. ทำความเข้าใจระหว่างคำว่า 'ลอก' กับ 'เรียนแบบ' ให้ได้ก่อน เพราะคนไทยส่วนมากทั้งนักอ่านและนักเขียนยังแยกแยะเรื่องนี้ไม่เป็น


    คำว่า 'ลอก' ณ ตรงนี้มีความหมายแบบเดียวกับการลอกการบ้านหรือก็คือ 'ก็อบมาโต้งๆ' ไม่ได้คิด/ลองผิดลองถูก/หาคำตอบด้วยตัวเอง สำหรับการเขียนนิยายนี่คือการ 'ละเมิดลิขสิทธิ์' เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะเป็นการขโมยผลงานคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตัวเอง


    คำว่า 'เรียนแบบ' ณ ตรงนี้ผมจงใจใช้ ร.เรือ ไม่ได้สะกดผิด เพราะความหมายที่ผมพูดถึงคือการ 'เรียนรู้โครงสร้าง' หรือภาษาชาวบ้านก็คือได้รับ 'แรงบันดาลใจ' มาจากอะไรบางอย่าง แล้วเราก็เริ่มหัดเลียนแบบโครงสร้างของสิ่งนั้นเพื่อจะเรียนรู้/ดัดแปลง/ปรับปรุง/สร้างผลงานของตัวเอง


    นายก็ลองพิจารณานิยายของตัวเองนะว่ามันเข้าข่ายไหนมากกว่ากัน ถ้ามันเข่าข่ายลอก...ความรู้สึกผิดของนายมันก็ถูกต้องแล้ว แต่ถ้ามันเป็นการเรียนแบบ...ก็ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเรียนรู้ นายหรือคนที่คอมเม้นท์นั้นก็แค่ยังไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะนิยายหรือผลงานไหนบนโลกก็ตาม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากการเรียนแบบหลายๆอย่างเอามาประกอบกันจนกลายเป็นสิ่งใหม่เสมอ ส่วนจะนึกออกหรือยอมรับรึเปล่าว่าเอาแรงบันดาลใจนั้นมาจากไหนนั่นก็อีกเรื่อง


    ส่วนเรื่องควรเปลี่ยนสำนวนใหม่หรือเปล่านี่ก็ลองถามตัวเองแล้วกันนะ ว่าแบบไหนมันตรงกับเป้าหมายของนายมากกว่ากัน นายเขียนนิยายเพื่ออะไร? จะทิ้งแฟนคลับส่วนใหญ่ที่ชอบผลงานไปแก้ใหม่ทั้งหมดเพราะว่ามีสองสามคนไม่ถูกใจ? อยากปรับปรุงจริงๆ? หรือแค่อยากแก้...เพราะกลัวโดนหาว่าลอก?


    จะเลือกแบบไหนด้วยเหตุผลอะไรมันก็เรื่องของนาย นิยายของนาย ชีวิตนาย แต่ถ้าให้แนะนำส่วนตัวคืออย่าเลือกที่จะทำเพราะว่า 'กลัว' เพราะไม่งั้นมันจะมีเรื่องให้กลัวโผล่มาอีกไม่รู้จบ หรือไม่ก็ลองคิดดูว่ามันมีตัวเลือกอื่นเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า? อย่างเช่นยอมรับไปเลยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากใคร แล้วเขียนต่อไปจนจบ เก็บบทเรียนจากจุดที่พลาดไปปรับใช้กับนิยายเรื่องใหม่ จะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

    ตอบกลับ

5 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ข้อแรก เรื่องสำนวนไม่มีปัญหาหากจะได้อิทธิพลใครมา หรือต่อให้เลียนแบบใครมาก็ไม่เคยมีปัญหา ที่มีปัญหาคือการลอกพล็อตเรื่อง

      ข้อสองจะ เรียกชื่อเดิม หรือ เรียกชื่อใหม่ก็เคยอ่านมาหมดแล้ว ไม่เคยเป็นปัญหาถ้าเขียนอ่านรู้เรื่อง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พยายามเอาเรื่องของเขามาเขียนเป็นสไตล์ของตัวเองดู เสริมตัวละคร ประเภทแฟนตาซีก็ดีนะครับ เช่นพวก ออร์ค ก็อบลิน และเอลฟ์


      ส่วนเรื่อง เขียนชื่อตัวละครเดิม ทำไมคุณไม่ให้คนที่สิงกับคนที่ถูกสิง ชื่อเหมือนกันละครับ คนอ่านจะได้ไม่งงว่ามันเป็นตัวละครเดียวกัน


      และสุดท้าย ถ้าไงว่างๆ มาอ่านเรื่อง อสูรเทพฟ้า หลงเซียน ของเราด้วยนะ อย่างน้อยกดติดตามก็ยังดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องสำนวนอะไรแบบนี้ มันก็พูดยากนะคะ เพราะนิยายที่เขียนมักจะได้อิทธิพลจากภาษาของนักเขียนในดวงใจของไรท์อยู่แล้ว อย่างของเรือนแก้ว "หุบผาจันทราปักษากระบี่" ก็มาเพราะว่าชอบงานสำนวนเก่า ๆ และยังติดการบรรยายเรื่องราวฉากมากมาย (บานตะไท) จากสำนวนนักเขียนไทย มันก็จะเป็นกลิ่นอายเฉพาะของแต่ละคนละมั้ง ลองไปอ่านตอนแรกของตัวเองดูสิคะ แล้วมาอ่านตอนสุดท้าย เราจะมีพัฒนาการขึ้นกว่าเดิม อย่าไปซีเรียสเรื่องสำนวนเลยค่ะ


      (ปล. เห็นอยู่หมวดกำลังภายใน นี่เรือนแก้วเองก็ยังคิดว่าควรเปลี่ยนนิยายตัวเองไปอยู่หมวดกำลังภายในดีไหม 5555)


      ส่วนเรื่องที่สอง การใช้พวกสิงร่าง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเล่าผ่านมุมมองใครค่ะ ถ้าตัวละครเรียกตัวเองก็คงไม่มีใครเรียกชื่อร่างที่สิงใช่ไหม แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้ ก็คงจะเรียกชื่อร่างปัจจุบัน มันอยู่ที่มุมมองการนำเสนอค่ะ ส่วนตัวคิดว่าอย่างนั้นนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อันดับแรกอยากให้ จขกท. ทำความเข้าใจระหว่างคำว่า 'ลอก' กับ 'เรียนแบบ' ให้ได้ก่อน เพราะคนไทยส่วนมากทั้งนักอ่านและนักเขียนยังแยกแยะเรื่องนี้ไม่เป็น


      คำว่า 'ลอก' ณ ตรงนี้มีความหมายแบบเดียวกับการลอกการบ้านหรือก็คือ 'ก็อบมาโต้งๆ' ไม่ได้คิด/ลองผิดลองถูก/หาคำตอบด้วยตัวเอง สำหรับการเขียนนิยายนี่คือการ 'ละเมิดลิขสิทธิ์' เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะเป็นการขโมยผลงานคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตัวเอง


      คำว่า 'เรียนแบบ' ณ ตรงนี้ผมจงใจใช้ ร.เรือ ไม่ได้สะกดผิด เพราะความหมายที่ผมพูดถึงคือการ 'เรียนรู้โครงสร้าง' หรือภาษาชาวบ้านก็คือได้รับ 'แรงบันดาลใจ' มาจากอะไรบางอย่าง แล้วเราก็เริ่มหัดเลียนแบบโครงสร้างของสิ่งนั้นเพื่อจะเรียนรู้/ดัดแปลง/ปรับปรุง/สร้างผลงานของตัวเอง


      นายก็ลองพิจารณานิยายของตัวเองนะว่ามันเข้าข่ายไหนมากกว่ากัน ถ้ามันเข่าข่ายลอก...ความรู้สึกผิดของนายมันก็ถูกต้องแล้ว แต่ถ้ามันเป็นการเรียนแบบ...ก็ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเรียนรู้ นายหรือคนที่คอมเม้นท์นั้นก็แค่ยังไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะนิยายหรือผลงานไหนบนโลกก็ตาม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากการเรียนแบบหลายๆอย่างเอามาประกอบกันจนกลายเป็นสิ่งใหม่เสมอ ส่วนจะนึกออกหรือยอมรับรึเปล่าว่าเอาแรงบันดาลใจนั้นมาจากไหนนั่นก็อีกเรื่อง


      ส่วนเรื่องควรเปลี่ยนสำนวนใหม่หรือเปล่านี่ก็ลองถามตัวเองแล้วกันนะ ว่าแบบไหนมันตรงกับเป้าหมายของนายมากกว่ากัน นายเขียนนิยายเพื่ออะไร? จะทิ้งแฟนคลับส่วนใหญ่ที่ชอบผลงานไปแก้ใหม่ทั้งหมดเพราะว่ามีสองสามคนไม่ถูกใจ? อยากปรับปรุงจริงๆ? หรือแค่อยากแก้...เพราะกลัวโดนหาว่าลอก?


      จะเลือกแบบไหนด้วยเหตุผลอะไรมันก็เรื่องของนาย นิยายของนาย ชีวิตนาย แต่ถ้าให้แนะนำส่วนตัวคืออย่าเลือกที่จะทำเพราะว่า 'กลัว' เพราะไม่งั้นมันจะมีเรื่องให้กลัวโผล่มาอีกไม่รู้จบ หรือไม่ก็ลองคิดดูว่ามันมีตัวเลือกอื่นเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า? อย่างเช่นยอมรับไปเลยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากใคร แล้วเขียนต่อไปจนจบ เก็บบทเรียนจากจุดที่พลาดไปปรับใช้กับนิยายเรื่องใหม่ จะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะครับที่เข้ามาเมนท์ในกระทู้นี้ ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย แล้วถ้าว่างๆผมจะไปอ่านของไรท์ที่พิมพ์บอกไว้นะครับ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป