ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน คุณต้องคิดเองบ้างค่ะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นักเขียนมือใหม่ #นักเขียน #แต่งนิยาย
หลังๆ มานี้เวลาเข้าแดชบอร์ด Writer 3 หางตาเรามักจะเห็นรายชื่อกระทู้ใหม่ๆ
​หรือกระทู้ที่กำลังเทรนด์บนบอร์ดนักเขียน ที่แถบทางขวาของจอ

บางกระทู้ก็น่าสนใจ ชวนคิด น่าเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้คำแนะนำ

ในขณะที่บางกระทู้ก็ทำให้เจ๊ดต้องหันไปอ่านเต็มๆ ตา เกาหัวแกรกๆ จนรังแคร่วงโปรยปรายพร้อมความคิดที่ว่า

"นี่ถามจริงๆ เรอะ?"

ตัวอย่างเช่น (ไม่ได้ตรงทุกตัวอักษรนะคะ เอาแค่ใจความ)

​"ตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี"
​"เริ่มเรื่องยังไงดี"
"
จบเรื่องยังไงดี"
​"ตัวละครนิสัยยังไงดี"
​"ตัวละครชื่ออะไรดี ตั้งให้หน่อย"

และเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็วิวัฒนาการมาจนถึงขั้นอัลติเมตด้วยคำถามที่ว่า

"เขียนพล็อตเรื่องยังไงดีคะ"

ถึงจุดนี้อิเจ๊ดเลยต้องมาตั้งกระทู้ระบายค่ะ อ๊กจะแตก ทนไม่ไหวแล้ว ฮ่าาาาาา

​คือเจ๊ดก็ไม่ได้เป็นนักเขียนชื่อดังมีผลงานตีพิมพ์อะไรนะ
แล้วก็ไม่ได้จะดูถูกหรือประจานใคร หรือทำให้นักเขียนมือใหม่ท้อแท้
แต่ต้องขอแนะนำตรงๆ ว่า ถ้าคุณอยากจะเขียนนิยายสักเรื่อง แต่ไม่มีอะไรในใจกระทั่งว่า
"จะเขียนนิยายเกี่ยวกับอะไร" จนต้องมาระดมความคิดจากนักเขียนนักอ่านคนอื่นๆ ...

แล้วนักเขียนนักอ่านเขาจะแนะนำคุณอย่างไร
แล้วนิยายเรื่องนั้นมันจะเป็นของคุณได้อย่างไร
​นิยายเรื่องนั้นจะบอกว่าใครเขียนดี คุณ หรือคนที่มาตอบ
ทำไมคุณถึงอยากเป็นนักเขียน
กลับไปถามตัวเองสักครั้งว่าคุณต้องการอะไรกันแน่


​เราไม่รู้ว่า คุณอยากเป็นนักเขียนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง (ขั้นตอนมีแค่ คิดแล้วเขียน ค่ะ แค่นี้เอง)
คุณอยากเป็นนักเขียน แต่ขี้เกียจคิด 
คุณจงใจตั้งกระทู้ปั่นยอดวิว เพื่อให้ตัวเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น
หรือคุณตั้งชื่อกระทู้ไม่เป็นเฉยๆ (จริงๆ คุณอาจจะอยากรู้ว่าตอนนี้นิยายแนวไหน ตัวละครแนวไหนมาแรง อยากขอความเห็นว่าชื่อที่คุณคิดมาโอเคหรือยัง แต่ตั้งชื่อกระทู้ไม่ตรงเนื้อหา ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ควรฝึกการใช้ภาษาสื่อสารให้ตรงประเด็น เพราะไม่เช่นนั้นคงเขียนนิยายไม่ได้)

​แต่ที่เรารู้คือ ในการเขียนนิยาย ในการเป็นนักเขียน
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น ไม่ผิดที่จะตั้งกระทู้ถามจากผู้มีประสบการณ์คนอื่นๆ
ให้ช่วยออกความเห็น ให้คำแนะนำ แต่มันมีบางสิ่งที่คุณไม่น่าถามเพราะคุณต้องคิดเอง

อย่างน้อย องค์ประกอบพื้นฐานอย่างเช่น
พล็อตเรื่อง แก่นเรื่อง เปิดเรื่อง ตอนจบ ชื่อเรื่อง ตัวละคร ชื่อตัวละคร ฯลฯ
คุณต้องคิดเองค่ะ!

ใช่ค่ะ บางครั้งชื่อก็ไม่ควรถามค่ะ เพราะชื่อตัวละครที่ดี ควรจะสื่อถึงคุณสมบัติบางอย่างของตัวละคร ควรสอดคล้องกับตัวละครตัวนั้นๆ และเซตติ้งของเรื่องนั้นๆ ค่ะ

​ยกตัวอย่างง่ายๆ Courage the Cowardly Dog (ดักแก่มาาก) ชื่อเรื่อ​ และชื่อของหมาที่เป็นตัวเอกก็เป็นจุดขายความฮาและจุดหลักของเรื่องจุดนึงแล้ว เพราะหมาชื่อกล้าหาญ แต่ตัวจริงโคตะระขี้ป๊อด ชื่อนั้นสำคัญไฉน ฉะนั้นเราเห็นว่าควรตั้งเองนะคะ และเลือกความหมายที่เข้ากันที่สุดกับตัวละครของคุณค่ะ ตัวเจ๊ดเองก็ได้พล็อตมากมายมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากชื่อตัวละครเหมือนกันนะ

​และแน่นอนเราไม่เห็นด้วยกับการรับสมัครตัวละครเช่นกันค่ะ ตัวละครคือผู้ทำการกระทำที่ขับเคลื่อนพล็อตไปข้างหน้า คือหัวใจของนิยาย ดังนั้นตัวละครควรสอดคล้องกับพล็อต แปลว่าคุณต้องคิดเองค่ะ ถ้าตัวละครหลักๆ ของคุณมาจากคนสิบคน นอกเสียจากคุณจะเป็นอัจฉริยะจริงๆ เจ๊ดว่านิยายคุณจะไปคนละทิศละทางมาก ไม่ก็อย่างน้อย พล็อตคงไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่คุณวางแผนไว้ แล้วที่สำคัญ ตัวละครตัวเอ​ตีให้แตกยังว่ายากแล้ว นี่ตัวละครคนอื่น คุณจัดการไหวเหรอคะ /เราคนหนึ่​ล่ะไม่ไหว ฮ่าๆ

ถ้าคุณไม่คิดอะไรเองสักอย่าง ไม่พยายามอะไรเองสักอย่าง
แล้วจะให้นักอ่านมากำหนดโน่นนี่นั่นให้คุณแต่ง
แบบนั้นจะเหมือนนักเขียนคอมมิชชั่นมากกว่า
ถ้าคุณไม่ได้ต้องการเขียนเรื่องที่เป็นของตัวคุณเองจริงๆ
ไม่ได้มีเรื่องราวที่ตัวคุณเองมีใจรัก อยากแต่งให้คนอื่นได้อ่านจริงๆ
นั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ (เพราะได้ค่าจ้างด้วย)
//ปล. ไม่ได้จะเหน็บนักเขียนคอมมิชชั่นนะคะ แค่เปรียบเปรยเฉยๆ แหะๆ ส่วนตัวคิดว่าการทำคอมมิชชั่นนี่ยิ่งยากกว่าอีก เพราะเขียนเป็นการทำงาน ไม่ใช่งานอดิเรก

​ขอฝาก (บ่น) ไว้แค่นี้เจ้าค่ะ จากนักเขียนมือสมัครเล่นแก่ๆ คนหนึ่ง
ขอบคุณมากๆ ค่ะที่ให้พื้นที่!

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เห็นด้วยอีกหนึ่งเสียงค่ะ


    เวลาพักสมองจากการปั่นงานเราก็จะเข้ามาตามอ่านเกือบทุกกระทู้นะ แต่บางกระทู้มันก็เหลือเกินจริง ๆ อย่างเช่นกระทู้ ตั้งชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร ตั้งนามปากกา ถามหาพล็อต ขอ Character ตัวละคร ขอข้อมูลการเขียน อะไรเทือกนี้อ่ะ มันเป็นอะไรที่แบบ...เอิ่มมาก Google มันก็มีใช่ป่ะ ทำไมไม่ลองหาเอาเองก่อน พยายามสักนิดแล้วค่อยมาขอความช่วยเหลือจะดีกว่าไหม นั่นนิยายของคุณเองนะ T_T

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #8
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เรามองอีกมุมหนึ่งนะ มุมที่จะเกิดนักเขียนใหม่ๆ

    จากความรู้สึก เออออ อยากเขียนว่ะ

    พบในเด็กเลย เด็กประถม มัธยม

    ที่ผ่านมาเราก็อ่าน ...ขำดี คนมาตอบก็ตลก

    ฝึกความอดทนดีเหมือนกัน ....

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ผ่านทาง
    Guest IP
    #7
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เพิ่งคุยกับแม่อยู่เลยค่ะเมื่อวันก่อนเรื่องนี้ คุยกันเรื่องอุลตร้าแมนที่กำลังเป็นข่าว ที่เด็กถูกผู้ใหญ่บังคับให้กราบขอขมา แล้วมาเรื่องที่ว่าถ้าเด็กถูกผู้ใหญ่ต่อว่าเข้ามากๆ จะเริ่มไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้น ว่าช่วงนี้ก็เห็นอะไรแบบนี้บ่อยเหลือเกิน ราวกับว่าพวกเขากำลังคิดว่านิยายเป็นรายงานที่ต้องมีหลักการ มีอะไรตรงเป๊ะ ไม่งั้นจะเขียนออกมาไม่ได้เรื่องอะไรแบบนั้น (เรียนจิตวิทยามาบ้างน่ะค่ะเลยชอบหยิบเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคาดเดา อ่านสาเหตุ)


    คือเราก็เป็นนะบางที แต่เราไม่ได้ถามคน เราถามไพ่ทาโร่ขอความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ บางทีเป็นคำถามงี่เง่าไปหน่อยแต่อยากได้ความเห็นชอบก็ถามคุณไพ่~ คุณไพ่เข้มงวดมากค่ะ บางทีเห็นเรากำลังเข้าใจผิดอะไรก็เตือน แต่ก็ให้กำลังใจอยู่เรื่อยๆ (นอกเรื่อง)


    แต่เห็นด้วยสุดๆ ว่าอย่างน้อยก็ต้องมีอะไรอยู่ในหัวบ้างค่ะ หรือถ้าเป็นกรณีอยากเป็นนักเขียนคอมมิชชั่นจริงๆ อย่างน้อยก็ต้องมีคนเป็นคู่ขาคอยคิดเรื่องให้ตลอดเวลา เพราะการเขียนให้เก่งขึ้นคือการฝึกเขียนไปเรื่อยๆ ไม่มีเนื้อเรื่องให้เขียนก็ไม่ได้ฝึกฝีมือสักที ถ้าอย่างนั้นต่อให้เป็นนักเขียนคอมมิชชั่นก็ทำไม่ได้หรอกนะคะ เขียนไม่เก่งไม่ดีก็ไม่มีคนมาจ้างงานเอา


    ว่าแล้วก็นึกถึงตอนเพิ่งเริ่มหัดเขียนเลยค่ะ แรกเริ่มติดนิยายก็เลยลองหัดเขียนนิยายดูบ้าง ตอนแรกก็เขียนไปเรื่องหนึ่งได้แค่สองหน้ากระดาษสมุด ตอนนั้นกระทั่งเรื่องการเว้นย่อหน้าก็ยังไม่รู้จักเลย เขียนกันติดเป็นพรืดจนอ่านได้ยาก แล้วเพราะเพิ่งเริ่มเขียน มันรู้สึกว่าไม่ถนัดและทรมานเลยเลิกเขียนไป


    กระทั่งไปเห็นเพื่อนคนหนึ่งนั่งเขียนนิยายอยู่ในห้อง รู้สึกว่าเขาเก่งจัง นิยายเขียนยากขนาดนั้นยังเขียนได้อย่างมีความสุข รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเขียนนิยายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ ก็แต่งไม่ค่อยจบสักเรื่อง พอราวๆ ม.ห้าล่ะมั้งถึงแต่งจบไปสักเรื่องหนึ่ง เป็นแนวโรเมนติกแฟนตาซี เอากลับมาอ่านในตอนนี้มันก็ยังเขียนได้ชวนกุมขมับอยู่หรอก แต่ยังจำความรู้สึกตอนที่นิยายจบลงสักเรื่องได้อยู่เลยว่ามันเป็นปลื้มขนาดไหน มีความสุขขนาดไหน


    ในเรื่องพล็อตเรื่องเราก็เพ้อๆ ไปเรื่อยๆ ในนั่นแหละค่ะ ส่วนตัวชอบอ่านนิทาน เรื่องที่แต่งจบเรื่องแรกนั่นก็เป็นเรื่องที่เอาพล็อตนิทานมาดัดแปลง นิทานพวกนี้เป็นบ่อน้ำความคิดที่ดีนะคะ ไม่มีลิขสิทธิ์ (คนแต่งตายไปเกินห้าสิบปีแล้วหรือบางเรื่องหาตัวคนแต่งไม่เจอเสียด้วยซ้ำ) ถ้าคิดไม่ออกว่าจะแต่งเรื่องไหนลองเอามันมาดัดแปลงดูก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ ดีๆ ก็ได้ เจ้าหญิงนิทราเลย อะไรเลย แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าคิดจะแต่งนิยายจริงๆ อย่างแรกก็น่าจะมีพล็อตที่อยากเขียน แนวที่อยากเขียนมาก่อนหรือเปล่า แล้วมันจะเป็นป้ายบอกทางให้เรารู้เองว่าเราอยากเดินไปทางไหน เราเลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่ามาแต่งนิยายแล้วยังไม่รู้อะไรเลยกระทั่งอยากเขียนพล็อตแบบไหน หรืออยากเขียนเรื่องราวของคนแบบไหนมันเป็นยังไง


    ถ้าใครเคยวาดรูปไปด้วยก็น่าจะเข้าใจค่ะ ความรู้สึกที่ว่าแรกเริ่มจะขีดเขียนอะไรลงไปก็ได้ ไม่ได้ใส่ใจหลักการเสียเท่าไร แค่อยากเขียนในสิ่งที่อยากเขียน อยากเขียนในสิ่งที่เราจินตนาการ ในสิ่งที่เราอยากอ่าน แต่พอเริ่มอ่านบทความ เริ่มได้ยินคนอื่นพูดเรื่องหลักการเขียนนิยายมากขึ้นความคิดมันก็เริ่มตีบตันขึ้นเรื่อยๆ ไร้อิสระมากขึ้น ความคิดเห็นคนอื่นอาจจะดีนะ แต่บางทีอะไรแบบนี้มันเป็นดาบสองคม กำลังต้องการเขียนให้คนอื่นชอบอยู่หรือเปล่า กำลังยึดติดกับหลักการมากเกินไปหรือเปล่า แรกเริ่มเขียนตามที่ตัวเองชอบสร้างพาสชั่นให้ตัวเองอยากเขียนนิยายก่อนดีกว่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันค่ะ


    แล้วไม่แน่เขียนจากพาสชั่น (ความชอบ) เนี่ยได้ผลดีกว่าเขียนตามเสต็ปเสียอีกนะคะ นิยายเราตอนแรกเขียนแบบไม่รู้อะไรเลย เขียนแค่จากที่ชอบ ไม่มีหลักการ ไม่มีอะไรเลย ตรรกะก็วิบัติโคตร...ตอนนี้เรื่องนั้นเฟบพันขึ้นค่ะ ส่วนเรื่องอื่นที่เขียนทีหลังงั้นเหรอ ไม่มีเรื่องไหนตามติดเรื่องนั้นได้สักเรื่องค่ะ

    ตอบกลับ

28 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป