ซ่อน
แสดง

แชร์ประสบการณ์อ่านหนังสือสอบ 9 วิชาสามัญ + วิชาเฉพาะเเพทย์ [ยินดีให้แชร์]

jj.thr
Guest IP
วิว
#tcas #9วิชาสามัญ #dek63 #dek64
สวัสดีค่ะทุกคน เราเป็น Dek62 เราสอบติดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชนะ เราอยากจะแชร์วิธีการเตรียมตัวสอบเข้าของเรา โดยจะเน้นไปทางวิชาที่ใช้สอบเข้าแพทย์ ก็คือ 9 วิชาสามัญและความถนัดแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ที่กำลังจะเตรียมตัวสอบเหมือนกันได้นำไปปรับใช้ดูกันนะคะ

เราเตรียมตัวตอนประมาณช่วงปิดเทอม ม.5 ขึ้น ม.6 เริ่มจากเก็บเนื้อหาของแต่ละวิชาก่อน ช่วงนั้นเราเก็บวิชาเคมีกับชีวะ ตอนนั้นเรากังวลชีวะมาก กว่าจะเก็บหมดก็เกือบจบม.6 เทอม 1 แล้ว พอเข้าช่วงปิดเทอมตุลาก็เก็บพวกสังคมกับภาษาไทย เหมือนพวกนี้เป็นวิชาจำ เราเลยคิดว่าไว้เรียนหลังๆน่าจะดีกว่า นี่เป็นการเตรียมตัวแต่ของเราในแต่ละวิชานะ

สังคม-ไทย
เราเรียนคอร์สเทอร์โบของ DA’Vance ตอนช่วงปิดเทอมตุลา แล้วก็ตอนเรียนจะมีการบ้านซึ่งก็เหมือนเราได้ฝึกทำโจทย์ผ่านการบ้านนั้นเลย พอเรียนจบก็เอามาทวนได้ เรามีปัญหากับสังคมคือจำไม่ได้ TT แบบไม่รู้จะโฟกัสจำตรงไหนดีเพราะรู้สึกเนื้อหาเยอะมาก คือแบบไม่ค่อยยุ่ง+ไม่มีความรู้ 55555 ช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบก็เลยไปเรียนคอร์สฉุกเฉินของครูป๊อป เค้าจะพูดสรุปเฉพาะส่วนที่สำคัญๆให้เราฟังก็เลยพอจะกำหนดขอบเขตในการอ่านของตัวเองได้ดีขึ้น พอช่วงใกล้สอบก็นั่งทำข้อสอบเก่าย้อนหลังประมาณ 4-5 ปีทั้งสองวิชาเลย สำหรับข้อสอบไทยแนวมันจะซ้ำกันทุกปีอ่ะ คือจะเน้นพวกการอ่านจับใจความ อ่านข้อความที่โจทย์ให้มาแล้วก็หาสาระสำคัญพวกนี้เยอะมาก ทำข้อสอบเก่าไปจะช่วยเยอะมากๆ

คณิต
คณิตเนี่ยเป็นวิชาที่ต้องเข้าใจเนื้อหาที่เรียน+ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ย้ำ!!! อย่าใช้การจำเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ทำโจทย์พลิกแพลงไม่ได้แล้วยังทำให้เราเสียเวลามากขึ้นแทนที่จะได้ไปนั่งท่องวิชาอื่น เราเรียนพิเศษที่พี่ตุ้ย The Tutor เค้าสอนเนื้อหาแล้วก็ทำโจทย์ หลังจากนั้นก็เน้นทำโจทย์เอาเองแบบสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบนี่ขาดไม่ได้เลย ต้องทำทุกวันหรือวันเว้นวันก็ยังดี ห้ามทิ้งไว้นานเพราะสนิมจะเกาะเร็วมากกกก คือถ้าเราห่างมันไปนานๆ แล้วมันจะคิดช้าอ่ะ หนังสือที่ใช้ก็เป็นพวกเซตหนังสือของ ณัฐ อุดมพาณิชย์ เช่น vaccine crack แล้วก็เล่ม 25 พศ นอกจากนั้นก็ทำพวกข้อสอบเก่าย้อนหลังตั้งแต่ปี 55 ไล่มาเลย ตอนทำข้อสอบก็อย่าลืมจับเวลาด้วยนะ จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการเวลาได้ดีขึ้น
อันนี้เสริมของ Pat 1 โจทย์จะยากกว่า 9 วิชาสามัญพอสมควร คือจะคิดหลายชั้นกว่า แล้วก็จะมีข้อยากเยอะกว่า ที่สำคัญเลยคือทำไม่ทัน!! ถ้าใครอยากเตรียมตัวสอบ Pat 1 แนะนำว่าอาศัยฝึกทำจากข้อสอบเก่าล้วนๆเลย ย้อนหลังทุกปีเลยก็ได้ เป็นการฝึกมือทำโจทย์คณิตไปในตัวก่อนสอบ 9 วิชาสามัญด้วย แล้วจะทำให้ทำโจทย์เร็วขึ้นมากกกกกเลยแหละ

ฟิสิกส์
ฟิสิกส์เราเรียนคอร์ส v-series ของ Ondemand แค่เล่มสุดท้ายที่เป็นตะลุยโจทย์อ่ะ หลังจากนั้นก็หายยาวเลยจ้า แบบรู้ตัวอีกทีก็คือเน่ามากแล้ว แง TT แล้วก็ไปลงเรียนคอร์สตะลุยโจทย์ของ อ.ธวัชชัย ตอนแรกที่ไปเรียนนี่คือแบบทำไม่ได้ซักข้อ น้ำตาไหลพรากๆ เพราะตอนนั้นที่เริ่มไปเรียนคือเน่ามากจริงๆ บวกกับโจทย์ที่เค้าให้มันค่อนข้างยากกว่าข้อสอบ 9 วิชาจริงมากกกก หลังจากนั้นก็เลยเริ่มพยายามทุ่มเทกับวิชานี้มากขึ้น ไปหาหนังสือสรุปฟิสิกส์มาอ่านเพิ่ม เราใช้เล่มจบกันทีฟิสิกส์อ่ะ แล้วก็เอาโจทย์ที่เรียนในคอร์สไปมาลองนั่งทำดูเองใหม่ ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างแหละ พอทำโจทย์ไปเรื่อยๆ ก็ทำให้เราเข้าใจฟิสิกส์มากขึ้น ลองกลับไปดูโจทย์พวก 9 วิชาก็พบว่ามันไม่ได้ยากเหมือนที่เคยคิดแล้ว คือดีใจมาก 55555
จริงๆ แล้วข้อสอบ 9 วิชาฟิสิกส์มันจะออกค่อนข้างง่ายมาตลอด แล้วก็ออกแนวเดิมๆ เลยต้องเน้นทำข้อสอบเก่าให้ครบทุกปี แต่มาถึงปี 62 นี่แหละที่เปลี่ยนแนวเป็นยากขึ้นมากค่อนข้างเยอะ จะไม่ใช้แค่แทนค่าสูตรตอบแต่เราต้องเข้าใจสูตรนั้นจริงๆ เข้าใจเนื้อหา หลักการต่างๆ และที่สำคัญระวังสะเพร่าด้วย หนังสือโจทย์ที่เราใช้คือ แนวข้อสอบฟิสิกส์ 9 วิชาสามัญเล่มเขียวของอ.ณัฐวัชร์ เล่มนี้แนะนำเลยเพราะโจทย์ในเล่มจะคล้ายกับแนว 9 วิชามาก

เคมี
เคมีเราเรียนคอร์สเอนท์ของอาจารย์อุ๊เก็บเนื้อหาตอนช่วงม.5 ขึ้นม.6 จากนั้นก็เรียนคอร์สตะลุยโจทย์ของอาจารย์อุ๊ตอนช่วงปิดเทอมเล็ก เหมือนเราจะได้ทบทวนเนื้อหาเคมีทั้งหมดแบบกระชับก่อนแล้วจากนั้นก็จะเป็นการฝึกโจทย์ เวลาจะอ่านทวนเนื้อหาก็เอาเล่มตะลุยโจทย์ขึ้นมาอ่านทวนได้เลย แต่ต้องอ่านบ่อยๆ แล้วจะจำได้ดีมากเลย เราใช้เล่มตะลุยโจทย์เทพเคมีพิชิต 7 วิชาสามัญเล่มส้มของอ.รัชพล กับทำข้อสอบเก่าย้อนหลังให้ครบทุกปี ตอนทำให้จับเวลาด้วยนะ วิชาเคมีเป็นวิชาที่ตอนสอบต้องแบ่งเวลาดีๆ เพราะเสี่ยงทำไม่ทันสูงมาก ข้อไหนไม่ได้อย่ามัวคิดเยอะ ให้ตอบไปเลยเพราะมักจะไม่มีเวลากลับมาดู ถ้าทำไม่ทันก็อย่าเครียดเพราะคนทำไม่ทันเยอะมาก

ชีวะ
อย่างที่บอกไปชีวะเป็นวิชาที่เรากังวลที่สุด 555555 เราเริ่มเรียนคอร์ส ICU ของ bio beam เก็บเนื้อหาช่วงปิดเทอมม.5 ขึ้นม.6 เราชอบตรงที่เค้าอธิบายแล้วก็วาดรูปสวยทำให้เรียนแล้วมองเห็นภาพ หลังจากนั้นเราก็ทิ้งชีวะไปนานมาก คือแบบกลับมาทวนใหม่ช่วงปิดเทอมเล็กเลยอ่ะ แล้วก็พบว่าลืมไปเยอะมาก TT ก็เลยมานั่งอ่านเล่มเต่าทอง (Bio by TENT) เนื้อหาไม่เยอะมากแต่ก็เพียงพอสำหรับใช้สอบ ที่เรียน ICU มาก็ช่วยให้นึกภาพออกง่ายขึ้น บางเรื่องที่เราชอบลืมก็จะนั่งทำสรุปของตัวเอง เรารู้สึกว่าการนั่งทำสรุปมันช่วยให้จำได้ดีมากเลย แต่ก็เสียเวลามากๆเช่นกัน เลยทำเฉพาะเรื่องที่เราไม่ได้จริงๆ แล้วก็เน้นอ่านทวนบ่อยๆเอา เราหาโจทย์พวกข้อสอบเก่ามานั่งทำเพื่อให้รู่ว่าเราไม่ได้เรื่องไหนแล้วก็ไปหาอ่านเพิ่ม เหมือนข้อสอบปีหลังๆ มันจะเน้นให้เราวิเคราะห์มากกว่าจำอ่ะ (ซึ่งเราว่าดีแล้วเพราะจำไม่ได้เยอะ 555555) เลยจำเป็นต้องทำข้อสอบเก่าให้รู้ว่าโจทย์พวกแนววิเคราะห์ เราควรจะคิดยังไง

ภาษาอังกฤษ
วิชานี้คือห้ามทิ้งเลยเพราะเปอร์เซ็นต์มันสูง เราเรียนพี่อ๊อฟกับพี่แน้ต ส่วนตัวเราคิดว่าเรียนที่ไหนก็ได้แต่ต้องทำโจทย์เยอะๆ อย่างที่เราเรียนก็คือต้องทำการบ้านที่พี่สั่ง เพราะถ้าไม่ทำไปก็จะไปเรียนแบบไม่ได้อะไรเลย เราว่าภาษาอังกฤษมันต้องอาศัยการฝึกเยอะๆ แบบถ้าไม่ถนัดพาร์ทไหนก็ต้องฝึกทำโจทย์พาร์ทนั้นเยอะๆ สำหรับข้อสอบ 9 วิชาสามัญ พาร์ทที่แนะนำให้เน้นคือ Reading เพราะออกเยอะมาก ต้องฝึกอ่าน passage ให้เร็ว ใช้การอ่านบ่อยๆจะช่วยให้อ่านคล่องขึ้นนะ แล้วก็บางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องแปลออกทุกประโยคอ่ะ คือเอาแค่พอเข้าใจ main idea ของแต่ละ paragraph แล้วก็เอาข้อมูลจากใน passage ไปตอบคำถามให้ได้ ส่วนมากหนังสือที่เราใช้จะเป็นพวกเซตหนังสือของดร.ศุภวัฒน์ ทั้ง error reading แล้วก็ GAT กับ 9 วิชา 2 เล่มนี้เราทำช่วงหลังๆ ก่อนทำข้อสอบเก่าจับเวลา วิชานี้ต้องทำให้เร็ว ระวังทำไม่ทัน เพราะจำนวนข้อค่อยข้างเยอะเมื่อเทียบกับเวลา ถ้าข้อไหนไม่ชัวร์หรือทำไม่ได้ก็แนะนำกาไปก่อนเลย

ความถนัดแพทย์
เราเรียนทั้งของ Ondemand แล้วก็ของหมอแผน เป็นวิชาที่ต้องทำโจทย์เยอะๆ จะเริ่มเห็นแนว
พาร์ทเชาว์ เราว่าเป็นพาร์ทที่คล้ายเลข คือเน้นทำโจทย์เยอะๆ แล้วคะแนนจะขึ้นได้ ที่สำคัญคือต้องจับเวลาทำบ่อยๆ จะช่วยให้เราบริหารเวลาในห้องสอบได้ดีขึ้น เพราะในห้องสอบมีเวลาน้อย
พาร์ทเชื่อมโยง เราว่าเป็นพาร์ทที่เก็บคะแนนง่ายสุด คือจับจุดหลอกที่ข้อสอบชอบออกให้ได้ ซึ่งจุดหลอกพวกนี้ก็รู้มาจากที่เรียนพิเศษ เสร็จแล้วก็นั่งทำโจทย์เพื่อให้แม่นขึ้น พาร์ทนี้ถ้าเป็นไปได้คือไม่ควรพลาดเลยเพราะพลาดทีนึงเนี่ย คะแนนอาจจะหายไปเยอะมาก ต้องระวังดีๆ
พาร์ทจริยธรรม เราว่าพาร์ทนี้ยากสุดคือเวลาอ่านโจทย์พยายามนึกถึงความเสียสละ เมตตาเข้าไว้ แล้วก็ต้องอ่านโจทย์ดีๆว่าโจทย์ถามอะไร

อ่านหนังสือยังไง?
คือเราไม่ได้เป็นคนที่มีแพลนแน่นอนว่าวันไหนต้องอ่านอะไรอ่ะ คือเราจะใช้ความรู้สึกเอามากกว่าว่าอยากอ่านวิชาไหนก็อ่าน พอเบื่อก็เปลี่ยนวิชาเอา (แต่ถ้าทำแพลนอ่านได้ก็ดีนะ จะได้วางแผนอ่านแบบเป็นระบบ) ส่วนเวลาที่อ่านก็คือเวลาว่างเลย อย่างเช่น ม.6 เทอม 2 โรงเรียนเราจะไม่ค่อยมีเรียน จะมีเวลาว่างเยอะ ก็ใช้เวลาว่างนั่งอ่านไปเรื่อยๆ ตอนเย็นเราก็อ่านต่อถึงกลางคืน ด้วยความที่เราอยู่หอเลยไม่เสียเวลาเดินทาง แต่เราก็ไม่ได้อ่านติดต่อแบบ 4-5 ชั่วโมงติดนะ คือเราจะมีพักบ้าง ถ้าเริ่มเหนื่อยหรือไม่อยากอ่านเราก็จะพักเลยอ่ะ เพราะเราคิดว่าถ้าฝืนทนอ่านทั้งๆที่ไม่พร้อมก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี ไปพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ดีกว่า

สำหรับบางคนที่สงสัยว่าควรอ่านหนังสือถึงกี่โมง ต้องอ่านดึกแค่ไหน อันนี้เราว่าควรหาว่าเรามีสมาธิอ่านในช่วงเวลาไหนแล้วก็อ่านช่วงนั้น ถ้าใครอ่านหนังสือดึกไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนอ่าน นอนไปเลยแล้วค่อยตื่นมาอ่านเอา ส่วนใครที่อ่านหนังสือดึกก็อย่าดึกมากเกินไป ที่สำคัญคือนอนให้พอ ห้ามอดนอนเพราะจะเบลอไปทั้งวันเลย อย่างเราก็ชอบอ่านถึงประมาณตี1 - ตี2 ตื่น 9 โมง แต่เราจะพยายามตั้งเวลาไว้ให้ไม่เกินตี 2 ครึ่ง เพราะถ้าเกินเราจะเบลอไปเลย แต่บางวันอาจจะนอนเร็วก็ได้ คือจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพร่างกายของเราเลยอ่ะว่าไหวมั้ย

ช่วงใกล้สอบ : ประมาณ 1 เดือนก่อนสอบเราจะเอาข้อสอบเก่าทุกวิชาตั้งแต่ปี 55 มานั่งทำไล่ไป คือวันนึงทำประมาณ 2-3 วิชา สลับๆกันไป แต่ถ้าวันไหนคึกหน่อยก็ทำ 5 วิชาไปเลย แต่จะเหนื่อยหน่อย 55555 ซึ่งข้อสอบเก่าเวลาทำแนะนำให้จับเวลาทุกชุด แล้วก็ให้ทำต่อเนื่องจนเต็มเวลา ไม่หยุดพักแล้วค่อยมาทำต่อ แนะนำให้หาที่สงบๆทำ ไม่มีเสียงดังมารบกวนสมาธิ จะได้เป็นการฝึกทำข้อสอบในสถานการณ์ที่คล้ายในห้องสอบจริงด้วย เราจะลองตั้งเกณฑ์ของคะแนนแต่ละวิชาที่เราอยากทำให้ได้ดู เพื่อจะได้เป็นเป้าหมายกับแรงผลักดันในการอ่านหนังสือด้วย ซึ่งพอทำข้อสอบไปเรื่อยๆ เนี่ย เราอาจจะปรับเกณฑ์ใหม่ได้ เช่น วิชานี้เราทำได้ดีขึ้น ก็ปรับคะแนนขึ้น วิชานี้เราทำยังไงก็ไม่ถึง ก็อาจจะปรับลดลงมา แต่พยายามให้คะแนนรวมแล้วสามารถเข้าคณะที่เราต้องการได้ วิธีนี้สามารถช่วยให้เราประเมินตัวเองคราวๆได้เลยว่าเราจะได้คะแนนประมาณไหน

เพิ่มเติม สิ่งที่สำคัญที่สุดในห้องสอบคือ สติ!! เราต้องตั้งสติให้ดี ถ้าเจอข้อที่เราทำไม่ได้ไม่ต้องตกใจ อย่าเสียเวลากับข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไปเพราะจะทำให้ไม่เหลือเวลาไปทำข้ออื่นที่อาจจะง่ายกว่า และเนื่องจากวันสอบมันสอบติดกันหลายวิชา พอสอบวิชาไหนเสร็จให้ตัดเรื่องนั้นออกไปจากหัวเลย ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเครียดเพราะมันจะส่งผลให้ทำวิชาต่อไปไม่ได้ไปด้วย ให้คิดว่าช่างมันไปเลย ตั้งใจทำวิชาต่อไปแทนดีกว่า

ก็จบไปแล้วนะคะสำหรับวิธีการเตรียมตัวสอบเข้าในแบบของเรา หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้องต่อๆไปนะคะ สุดท้ายอยากจะบอกน้องๆทุกคนว่า สู้ๆนะ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ถ้าเราพยายาม ^^
มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมคอมเม้นไว้ได้เลยน้าาา
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป