ซ่อน
แสดง

เด็กเหนือ อยากเข้าแพทย์ มช.แพทย์ มน.จะสมัครได้กี่รอบ นอกจากรอบ 3 กสพท.ที่จะเปิดเร็วๆนี้ [ยินดีให้แชร์]

กัลย์
Guest IP
วิว
เด็กภาคเหนือ สนใจอยากเข้าแพทย์ มช.แพทย์ มน.ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง จะสมัครได้กี่รอบ นอกจากรอบ 3 กสพท.ที่จะเปิดเร็วๆนี้

รอบ 1 ใช้เกรดเท่าใด คะแนนภาษาอังกฤษสถาบันใดบ้าง คะแนนอะไรบ้าง ผลงาน กิจกรรมอะไรบ้าง เด็กพื้นใดบ้าง
รอบ 2 ใช้เกรดเท่าใด คะแนนอะไรบ้าง ผลงาน กิจกรรมอะไรบ้าง เด็กพื้นใดบ้าง
รอบ 4 มีหรือไม่
รอบ 5 มีหรือไม่
ส่วนแพทย์แม่ฟ้าหลวง พอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง

ต้องขอขอบคุณ(แทนเด็กภาคเหนือ) ที่ทุกท่านกรุณาช่วยให้ข้อมูล คำตอบที่ดีๆ เพื่อให้ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจทั่วไป
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

12 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลองไปหาระเบียบการแต่ละรอบของ ปี 62 อ่านดูดีกว่าครับ น่าจะให้ข้อมูลชัดเจนที่สุด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เข้าเวป มช. และเข้าไปอ่านระเบีนบการมีของปีที่แล้ว และผมเดาว่า มันคงเหมือนเดิม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ได้ค้นหาข้อมูลการรับสมัครแพทย์ มช.ปี 62 ปีที่แล้ว มาให้แล้ว ส่วนการรับสมัครแพทย์ มช.ปี 63 ต้องรอประกาศ มช.รับสมัครใหม่ต่อไป ข้อมูลของเก่านี้เก็บเอาไว้ศึกษาเทียบเคียงกับรายละเอียดของใหม่ปี 63 ต่อไป จำนวนรับ และรายละเอียดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้


      แพทย์ มช. ปี 62 กสพท.รอบแรก คะแนนต่ำสุด 62.81


      รอบ 1

      1.โครงการการรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี / เรียนดีโอลิมปิก รับ 20 คน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ

      2.ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      3. มีเกรดเฉลี่ยสะสม (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่น้อยกว่า 3.75 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ไม่น้อยกว่า 3.75 หรือ มีผลการเรียนในแต่ละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในลำดับที่ไม่ต่ำกว่า percentile ที่ 90 ในกลุ่มการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ของโรงเรียน (ต้องยื่นใบรับรองผลการเรียนดังกล่าวที่ออกโดยโรงเรียนของผู้สมัคร)

      4. มีเกรดเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มวิชา ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 รวมกันทั้งที่เป็นวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม แต่ละกลุ่มวิชาไม่น้อยกว่า 3.50

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3.เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมค่าย สอวน.ครั้งที่ 2 และได้รับการคัดเลือกไปแข่งขันระดับชาติในสาขาวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และ คณิตศาสตร์ (ดำเนินการโดยมูลนิธิ สอวน.)

      4. มีผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษฯ อย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบภายใน 2 ปี (นับถึงวันสุดท้ายที่สมัคร) ได้แก่

      4.1 TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 65 คะแนน

      4.2 TOEFL ITP ไม่น้อยกว่า 513 คะแนน

      4.3 Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.0 คะแนน

      4.4 CU-TEP ไม่น้อยกว่า 69 คะแนน

      4.5 CU-TEP with speaking ไม่น้อยกว่า 86 คะแนน

      4.6 CMU-eTEG ไม่น้อยกว่า 70 คะแนน

      หมายเหตุ.- ผู้สมัครต้องแสดงเอกสาร/หลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติ ตามข้อ 4.1-4.5 ที่ผ่านการรับรองจากสถาบัน หรือศูนย์ทดสอบฯ นั้นๆ

      5. มีผลงาน portfolio ดังต่อไปนี้ (ให้แสดงหลักฐานอันเป็นที่ประจักษ์ของผลงานนั้นๆ โดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2559-ปัจจุบัน)

      5.1 ผลงานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (นอกจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ) (Portfolio A1) จำนวน 1 ผลงาน

      5.2 ผลงานที่แสดงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2559-ปัจจุบัน (Portfolio A2) จำนวน 1 ผลงาน

      5.3 ผลงานด้านอื่นๆ ได้แก่ ด้านนวัตกรรม/วิจัย/ความคิดสร้างสรรค์, ด้านคุณธรรม/จริยธรรม, ด้านการทำงานเป็นทีม, ด้านจิตอาสา/บำเพ็ญประโยชน์, ด้านกีฬา, ด้านศิลปะ/ดนตรี (Portfolio A3) จำนวนไม่เกิน 3 ผลงานและไม่ซ้ำด้าน

      หมายเหตุ.- ให้ผู้สมัครดาวน์โหลดแบบฟอร์มการจัดทำ portfolio ที่เอกสารดาวน์โหลดเพิ่มเติม


      2.โครงการการรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี / เรียนดีอังกฤษ (โรงเรียนไทย) รับ 30 คน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ

      2.ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      3. มีเกรดเฉลี่ยสะสม(GPA)ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่น้อยกว่า 3.75 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ไม่น้อยกว่า 3.75 หรือ มีผลการเรียนในแต่ละชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในลำดับที่ไม่ต่ำกว่า percentile ที่ 90 ของกลุ่มการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ในโรงเรียน (ผู้สมัครต้องยื่นใบรับรองผลการเรียนดังกล่าวที่ออกโดยโรงเรียน)

      4. มีเกรดเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มวิชา ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 รวมกันทั้งที่เป็นวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม แต่ละกลุ่มวิชาไม่น้อยกว่า 3.50

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3. มีผลการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษฯ อย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบภายใน 2 ปี (นับถึงวันสุดท้ายที่สมัคร) ได้แก่

      3.1 TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 79 คะแนน

      3.2 TOEFL ITP ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน

      3.3 Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 6.5 คะแนน

      3.4 CU-TEP ไม่น้อยกว่า 80 คะแนน

      3.5 CU-TEP with speaking ไม่น้อยกว่า 100 คะแนน

      3.6 CMU-eTEG ไม่น้อยกว่า 75 คะแนน

      หมายเหตุ.- ผู้สมัครต้องแสดงเอกสาร/หลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติ ตามข้อ3.1-3.6 ที่ผ่านการรับรองจากสถาบัน หรือศูนย์ทดสอบฯ นั้นๆ

      4. มีผลงาน portfolio ดังต่อไปนี้ (ให้แสดงหลักฐานอันเป็นที่ประจักษ์ของผลงานนั้นๆ โดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2559-ปัจจุบัน)

      4.1 ผลงานแสดงทักษะ/ศักยภาพทางภาษาอังกฤษด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน (Portfolio E1) ด้านละไม่เกิน 2 ผลงาน รวมทั้งหมดไม่เกิน 6 ผลงาน

      4.2 ผลงานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Portfolio E2) จำนวนไม่เกิน 3 ผลงาน

      4.3 ผลงานที่แสดงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ (Portfolio E3) จำนวน 1 ผลงาน

      4.4 ผลงานด้านอื่นๆ ได้แก่ ด้านนวัตกรรม/วิจัย/ความคิดสร้างสรรค์, ด้านคุณธรรม/จริยธรรม, ด้านการทำงานเป็นทีม, ด้านจิตอาสา/บำเพ็ญประโยชน์, ด้านกีฬา, ด้านศิลปะ/ดนตรี (Portfolio E4) จำนวนไม่เกิน 3 ผลงานและไม่ซ้ำด้าน

      หมายเหตุ.- ให้ผู้สมัครดาวน์โหลดแบบฟอร์มการจัดทำ portfolio ที่เอกสารดาวน์โหลดเพิ่มเติม


      3.โครงการการรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี / เรียนดีอังกฤษ (โรงเรียนนานาชาติ) รับ 5 คน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1. กำลังศึกษาอยู่ Grade 12 (ในระบบอเมริกัน, US) หรือ Year 13 (ในระบบอังกฤษ, UK) หรือสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 2 ปี จากโรงเรียนนานาชาติทั้งในและต่างประเทศที่ใช้หลักสูตรตามระบบการศึกษาของอเมริกันหรืออังกฤษ และได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

      2. มีสัญชาติไทยและสามารถสื่อสารภาษาไทยได้

      3. มีเกรดเฉลี่ยรายวิชา Grade 10-11 (US) หรือ Year 11-12 (UK) ใน 3 วิชาคือ 1.ชีววิทยา 2.เคมี 3.ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า Grade B+ หรือคะแนนไม่น้อยกว่า 85%

      หรือมีผลการสอบ IGCSE, GCSE หรือ GCE ‘O’ level ใน 3 วิชาคือ 1. ชีววิทยา 2. เคมี 3. ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า Grade B+

      หมายเหตุ.- ผู้สมัครต้องแสดงเอกสาร/หลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติ ตามข้อ1-3 ที่ผ่านการรับรองจากโรงเรียน/สถาบัน หรือศูนย์ทดสอบฯ นั้นๆ

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      2. มีผลการสอบอย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบในปี 2017-2018 ดังต่อไปนี้

      2.1 มีผลการสอบ Biomedical admissions test (BMAT) เฉลี่ยใน section 1 และ section 2 ไม่น้อยกว่า 5.0

      2.2 มีผลการสอบ Advanced Placement (AP) เฉลี่ยใน 3 วิชา ไม่น้อยกว่า Grade 4 คือ

      2.2.1 ชีววิทยา

      2.2.2 เคมี

      2.2.3 ฟิสิกส์ (ฟิสิกส์ 1 หรือ ฟิสิกส์ 2) หรือคณิตศาสตร์ (Statistics หรือ Calculus AB หรือ Calculus BC)

      3. มีผลการสอบอย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบภายใน 2 ปี (นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) ดังต่อไปนี้

      3.1 SAT subject tests (SAT II): วิชาชีววิทยา (Bio-molecular) เคมี และ ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ (level 2) ในแต่ละวิชาต้องได้คะแนน ไม่น้อยกว่า 650 คะแนน

      3.2 AS/A level: วิชาชีววิทยา เคมี และ ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ ในแต่ละวิชาต้องไม่น้อยกว่า Grade A

      3.3 IB diploma: วิชาชีววิทยา เคมี และ ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ ในแต่ละวิชาต้องไม่น้อยกว่า level 6

      4. มีผลการสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบภายใน 2 ปี (นับถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร) ดังต่อไปนี้

      4.1 TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 100

      4.2 Academic IELTS (Overall Band Score) ไม่น้อยกว่า 7.0

      5. มีผลงาน portfolio ดังต่อไปนี้ (ให้แสดงหลักฐานอันเป็นที่ประจักษ์ของผลงานนั้นๆ โดยใช้ผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2559-ปัจจุบัน)

      5.1 ผลงานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Portfolio I1) จำนวน 1 ผลงาน

      5.2 ผลงานที่แสดงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ (Portfolio I2) จำนวน 1 ผลงาน

      5.3 ผลงานด้านอื่นๆ ได้แก่ ด้านนวัตกรรม/วิจัย/ความคิดสร้างสรรค์, ด้านคุณธรรม/จริยธรรม,ด้านการทำงานเป็นทีม, ด้านจิตอาสา/บำเพ็ญประโยชน์, ด้านกีฬา, ด้านศิลปะ/ดนตรี (Portfolio I3) จำนวนไม่เกิน 3 ผลงานและไม่ซ้ำด้าน

      หมายเหตุ.- ให้ผู้สมัครดาวน์โหลดแบบฟอร์มการจัดทำ portfolio ที่เอกสารดาวน์โหลดเพิ่มเติม


      4.โครงการรับนักกีฬาที่มีความสามารถดีเด่นระดับนานาชาติ/ระดับชาติ และนักกีฬาตามยุทธศาสตร์ รับ 1 คน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.โครงการกีฬาฯ เป็นไปตามประกาศการคัดเลือกนักศึกษาโครงการกีฬาฯ

      โปรดดูรายละเอียดคุณสมบัติของผู้สมัครเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ www1.reg.cmu.ac.th

      คุณสมบัติทั่วไปของโครงการกีฬาฯ

      1. มีสัญชาติไทย และเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

      2. เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า

      3. เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคที่สำคัญ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการเล่นกีฬา

      4. ไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือถูกให้ออกจากสถาบันการศึกษาใด ๆ เพราะความผิดทางความประพฤติ

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3. มีเกรดเฉลี่ยสะสม (GPA) ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่น้อยกว่า 3.25 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ไม่น้อยกว่า 3.25

      4. มีเกรดเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มวิชา ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 รวมกันทั้งที่เป็นวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม แต่ละกลุ่มวิชาไม่น้อยกว่า 3.00

      5. ชนิดกีฬาที่รับ ได้แก่ คอรสเวิร์ด หมากกระดาน บริดจ์

      6. มีผลงาน (portfolio) ในด้านอื่นๆ พร้อมแสดงหลักฐานของผลงานนั้นๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด


      รอบ 2

      1.โควตาภาคเหนือ รับ 50 คน

      1.ภาษาไทย(รหัสวิชา 09) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      2.สังคมศึกษา(รหัสวิชา 19) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      3.ภาษาอังกฤษ(รหัสวิชา 29) (ไม่น้อยกว่า 60 คะแนน)

      4.คณิตศาสตร์ 1(รหัสวิชา 39) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      5.ฟิสิกส์(รหัสวิชา 49) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      6.เคมี(รหัสวิชา 59) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      7.ชีววิทยา(รหัสวิชา 69) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      8.คะแนนรวม 7 วิชาสามัญสายวิทย์ฯ ไม่น้อยกว่า 350 คะแนน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ

      2.มีคุณสมบัติของโควตาภาคเหนือ

      คุณสมบัติของโควตาภาคเหนือ มีดังนี้

      1. เป็นนักเรียนชั้น ม.4, ม.5 ,ม.6 ติดต่อกัน 3 ปี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ของโรงเรียน 17 จังหวัดในเขตพัฒนาภาคเหนือ โดยมีเงื่อนไขต่อไปนี้

      1. เป็นนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาภาคเหนือตลอดปีการศึกษา 2561 เท่านั้น

      2. เป็นนักเรียนชั้น ม.5 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาภาคเหนือตลอดปีการศึกษา 2560 เท่านั้น

      3. เป็นนักเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาภาคเหนือตลอดปีการศึกษา 2559 เท่านั้น

      2. เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3. ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3.จะต้องไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันที่กำหนดให้สมัคร


      2.โครงการCPIRD (Community track) รับ 74 คน

      1.ภาษาอังกฤษ(รหัสวิชา 29) (ไม่น้อยกว่า 50 คะแนน)

      2.ภาษาไทย(รหัสวิชา 09) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      3.สังคมศึกษา(รหัสวิชา 19) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      4.คณิตศาสตร์ 1(รหัสวิชา 39) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      5.ฟิสิกส์(รหัสวิชา 49) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      6.เคมี(รหัสวิชา 59) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      7.ชีววิทยา(รหัสวิชา 69) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ

      2.ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3. ผู้สมัครและบิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่สมัคร (จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา และแม่ฮ่องสอน) ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี จนถึงวันสุดท้ายที่รับสมัคร โดยมีทะเบียนบ้านเป็นหลักฐาน (หากบิดาหรือมารดาที่เป็นข้าราชการต้องโยกย้ายให้มีเอกสารยืนยันการโยกย้าย)

      *หมายเหตุ.- กรณีที่ผู้สมัคร หรือผู้ปกครองมีการย้ายทะเบียนบ้านภายในจังหวัดเดียวกัน หรือภายใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีระยะเวลาการย้ายไม่ถึง 5 ปี ให้ผู้สมัครแสดงสำเนาทะเบียนบ้านหลังเดิมหรือหลักฐานการ ย้ายเข้า-ออก ของทะเบียนบ้านหลังเดิมมาด้วย

      4. ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่ศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตลอดหลักสูตร และกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2561 ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัคร หรือโรงเรียนกลุ่มจังหวัดไม่เกินในเขตพื้นที่ดังกล่าว

      5. มีเกรดเฉลี่ยในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 แต่ละชั้นปีไม่ต่ำกว่า 3.25 (ให้แสดงหลักฐานเกรดเฉลี่ยชั้นม.4 และชั้น ม.5 แยกกัน และให้โรงเรียนรับรองเอกสาร)

      6. ผู้สมัครต้องมีคะแนนรวม 7 วิชาสามัญสายวิทย์ฯ ไม่น้อยกว่า 350 คะแนน จาก 700 คะแนน และแต่ละวิชาต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 35% ยกเว้นภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 50%

      7. จำนวนและพื้นที่การรับนักศึกษาแพทย์โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท กลุ่มแพทย์เพื่อชุมชน (CPIRD : Community track) โดยประมาณ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนการรับได้)

      จังหวัด จำนวนรับ การฝึกปฏิบัติงานในชั้นคลินิก (ปี 4-6) รวม 74 คน

      เชียงใหม่ 18 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง /ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      ลำปาง 12 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลลำปาง

      แม่ฮ่องสอน 4 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลลำปาง

      ลำพูน 4 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลลำปาง

      แพร่ 4 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลลำปาง

      เชียงราย 16 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      น่าน 12 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      พะเยา 4 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย


      3.โครงการCPIRD (Inclusive track) รับ 22 คน

      1.ภาษาไทย(รหัสวิชา 09) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      2.สังคมศึกษา(รหัสวิชา 19) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      3.ภาษาอังกฤษ(รหัสวิชา 29) (ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน)

      4.คณิตศาสตร์ 1(รหัสวิชา 39) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      5.ฟิสิกส์(รหัสวิชา 49) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      6.เคมี(รหัสวิชา 59) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      7.ชีววิทยา(รหัสวิชา 69) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ

      2.ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3. ผู้สมัครและบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำเภอเมืองในจังหวัดนั้นๆ (จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา และแม่ฮ่องสอน) โดยมีทะเบียนบ้านเป็นหลักฐาน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี จนถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร (หากบิดาหรือมารดาที่เป็นข้าราชการต้องโยกย้ายให้มีเอกสารยืนยันการโยกย้าย)

      (ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน และน่าน ให้สิทธิ์นักเรียนที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำเภอเมืองและในเขตอำเภอเมืองได้ หากไม่สามารถรับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำเภอเมืองได้ครบตามโควตาที่กำหนด จะรับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในเขตอำเภอเมือง)

      *หมายเหตุ.- กรณีที่ผู้สมัคร หรือผู้ปกครองมีการย้ายทะเบียนบ้านภายในจังหวัดเดียวกัน หรือภายใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีระยะเวลาการย้ายไม่ถึง 5 ปี ให้ผู้สมัครแสดงสำเนาทะเบียนบ้านหลังเดิมหรือหลักฐานการย้ายเข้า-ออก ของทะเบียนบ้านหลังเดิมมาด้วย

      4. ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่ศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตลอดหลักสูตร และกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2561 ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกันกับภูมิลำเนาของผู้สมัคร ทั้งนี้จะพิจารณารับนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนอกเขตอำเภอเมืองก่อน หากไม่สามารถรับได้ครบตามโควตาที่กำหนด จะรับนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง

      5. มีเกรดเฉลี่ยในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 แต่ละชั้นปีไม่ต่ำกว่า 3.25 (ให้แสดงหลักฐานเกรดเฉลี่ยชั้น ม.4

      และชั้นม.5 แยกกัน และให้โรงเรียนรับรองเอกสาร)

      6. ผู้สมัครต้องมีคะแนนรวม 7 วิชาสามัญสายวิทย์ฯ ไม่น้อยกว่า 315 คะแนน จาก 700 คะแนน และแต่ละวิชาต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 35% ยกเว้นภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 40%

      7. จำนวนและพื้นที่การรับนักศึกษาแพทย์โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท กลุ่มลดความเหลื่อมล้ำ (CPIRD : Inclusive track) โดยประมาณ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนการรับได้)

      จังหวัด จำนวนรับ การฝึกปฏิบัติงานในชั้นคลินิก (ปี 4-6) รวม 22 คน

      เชียงใหม่ 6 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง /ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      ลำปาง 2 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง

      แม่ฮ่องสอน 1 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง

      ลำพูน 1 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง

      แพร่ 2 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลลำปาง

      เชียงราย 6 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      น่าน 2 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย

      พะเยา 2 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลเชียงราย


      รอบ 3 กสพท.62 แพทย์ มช.รับ 55 คน รอดูประกาศ กสพท.ฉบับที่ 1 ปี 63 จำนวนรับอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.กสพท. เป็นไปตามประกาศของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ปีการศึกษา 2562 ดูรายละเอียดได้ที่ website ของกสพท. http://www9.si.mahidol.ac.th/ (รหัสสาขาวิชาเพื่อใช้ในการสมัครให้เป็นไปตาม กสพท. กำหนด)

      คุณสมบัติเฉพาะ -ไม่ระบุ-


      รอบ 4 ไม่มี


      รอบ 5

      โครงการรับนักเรียนชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามฯ รับ 1 คน

      1.ภาษาไทย(รหัสวิชา 09) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      2.สังคมศึกษา(รหัสวิชา 19) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      3.ภาษาอังกฤษ(รหัสวิชา 29) (ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน)

      4.คณิตศาสตร์ 1(รหัสวิชา 39) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      5.ฟิสิกส์(รหัสวิชา 49) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      6.เคมี(รหัสวิชา 59) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      7.ชีววิทยา(รหัสวิชา 69) (ไม่น้อยกว่า 35 คะแนน)

      คุณสมบัติทั่วไป

      1.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

      2.ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

      4.คุณสมบัติทั่วไปอื่นๆ ตามประกาศการรับสมัครของกระทรวงมหาดไทย

      คุณสมบัติเฉพาะ

      1.รับเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น

      2.เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคในการศึกษา

      3.จะต้องไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันที่กำหนดให้สมัคร

      4. ผู้สมัครต้องมีคะแนนรวม 7 วิชาสามัญสายวิทย์ ไม่น้อยกว่า 315 คะแนน จาก 700 คะแนน

      5. คุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามประกาศการรับสมัครของกระทรวงมหาดไทย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ได้ค้นหาข้อมูลการรับสมัครแพทย์ มน.ปี 62 ปีที่แล้ว มาให้แล้ว ส่วนการรับสมัครแพทย์ มน.ปี 63 ต้องรอประกาศ มน.รับสมัครใหม่ต่อไป ข้อมูลของเก่านี้เก็บเอาไว้ศึกษาเทียบเคียงกับรายละเอียดของใหม่ปี 63 ต่อไป จำนวนรับ และรายละเอียด หลักเกณฑ์ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้

      แพทย์ มน.ปี 62

      รอบ 1 ไม่มี

      รอบ 2 โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท

      1.กลุ่มแพทย์เพื่อชุมชน รับ 70 คน

      (พิษณุโลก 8 คน เพชรบูรณ์ 18 คน พิจิตร 10 คน อุตรดิตถ์ 5 คน ตาก 14 คน สุโขทัย 15 คน)

      1.เด็กและบิดาหรือมารดา มีภูมิลำเนาอยู่ใน 6 จังหวัดดังกล่าว 5 ปี

      2.เด็ก ม.6 โรงเรียน 17 จว.ภาคเหนือ


      2.กลุ่มลดความเหลื่อมล้ำ รับ 20 คน

      (พิษณุโลก 2 คน เพชรบูรณ์ 6 คน พิจิตร 3 คน อุตรดิตถ์ 1 คน ตาก 4 คน สุโขทัย 4 คน)

      1.เด็กและบิดาหรือมารดา มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำเภอเมือง ใน 4 จว.ดังกล่าว 5 ปี ยกเว้น เด็กอำเภอเมืองใน จว.เพชรบูรณ์ ตาก สมัครได้

      2.เด็ก ม.6 โรงเรียน 6 จว.(พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย)

      ทั้ง 2 กลุ่มต้องมีคะแนน

      1. GPAX 5 ภาคเรียน ค่าน้ำหนัก 10 %

      2. วิชาเฉพาะ กสพท. ค่าน้ำหนัก 30 %

      3. GAT ค่าน้ำหนัก 20 %

      4. PAT 1 ค่าน้ำหนัก 10 %

      5. PAT 2 ค่าน้ำหนัก 30 %

      เงื่อนไข คะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 30% คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 40%


      รอบ 3 กสพท.62 รับ 30 คน คะแนนต่ำสุดรอบแรก 59.62


      รอบ 4 ไม่มี


      รอบ 5 รับส่วนที่ขาด

      แบบทั่วประเทศ รับ 2 คน ต้องมีคะแนน

      1.โอเน็ต รวมไม่น้อยกว่า 60%

      2.วิชาเฉพาะ กสพท. ค่าน้ำหนัก 30%

      3.คะแนนแต่ละกลุ่มสาระ 7 วิชาสามัญ ไม่น้อยกว่า 30% ค่าน้ำหนัก 70%


      แบบกลุ่มแพทย์เพื่อชุมชน (Community Track) โรงเรียนตั้งอยู่ 17 จว.ภาคเหนือ และต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิถต์ ตาก สุโขทัย 5 ปี รับ 4 คน

      ต้องมีคะแนน

      1. GPAX 5 ภาคเรียน ค่าน้ำหนัก 10 %

      2. วิชาเฉพาะ กสพท. ค่าน้ำหนัก 30 %

      3. GAT ค่าน้ำหนัก 20 %

      4. PAT 1 ค่าน้ำหนัก 10 %

      5. PAT 2 ค่าน้ำหนัก 30 %

      เงื่อนไข คะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 30% คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 40%


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        กัลย์
        Guest IP
        #4-1

        ขอแก้ไข

        แพทย์ มน.มีรับรอบ 4 จำนวน 1 คน ทดแทนส่วนที่ขาดจากการรับ รอบ 3 ไม่ครบจำนวน โดยใช้คะแนนวิชาเฉพาะ และ 7 วิชาสามัญ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ กสพท.

        (เดิม กสพท.จะมีการประกาศ รอบแรก และรอบ 2 หากยังได้คนไม่ครบจำนวนอีก สถาบันนั้นจะรับสมัครทั่วไปเอง แบบเปิดโอเพ่น ในรอบ 3 รอบ 4 เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ยื่นคะแนนรวม กสพท.ได้ ใครคะแนนรวมมากกว่า ก็ชนะ ติดแพทย์ไป โดยไม่จำเป็นต้องเลือกสถาบันนั้นอยู่ในอันดับที่เลือกใน กสพท.)

        หมายเหตุ ปีที่แล้ว ปี 62 แพทย์มีรับรอบ 4 ใช้คะแนนหลักเกณฑ์เดียวกันกับ กสพท. จำนวน 3 สถาบัน

        วพม. 5 คน(ชาย 3 คน หญิง 2 คน)

        บูรพา 2 คน

        มน.1 คน

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แพทย์ ทันตะ แม่ฟ้าหลวง ปี 63 เปิดรับสมัคร 2 รอบ


      รอบ 2 โควตา 17 จว.ภาคเหนือ (รับหลักสูตรละ 20 คน)

      เชียงราย 2 คน อีก 16 จังหวัด ๆ ละ 1 คน

      ใช้คะแนน 7 วิชาสามัญและความถนัดแพทย์ กสพท.


      รอบ 3 กสพท.แบบทั่วประเทศ (รับหลักสูตรละ 12 คน)

      แพทย์ เข้าร่วมกับ กสพท. ส่วนทันตะรับตรงเอง

      ใช้คะแนน 7 วิชาสามัญและความถนัดแพทย์ กสพท.

      มีตรวจร่างกาย สุขภาพจิต และสอบสัมภาษณ์


      รายละเอียดและหลักเกณฑ์การรับสมัคร คาดว่า มฟล.จะประกาศในเร็วๆนี้


      ที่มา https://admission.mfu.ac.th/admission-news-detail0/detail/News/5016.html


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        กัลย์
        Guest IP
        #5-1

        ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจ

        แพทย์ ทันตะ แม่ฟ้าหลวง ปี 63 เปิดรับสมัคร 2 รอบ

        รอบ 2 โควตา 17 จว.ภาคเหนือ (รับหลักสูตรละ 20 คน) เดิมรับหลักสูตรละ 18 คน


        -แพทย์แม่ฟ้าหลวง รับเด็กจากโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย 2 คน

        และรับเด็กจากโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ อีก 16 จังหวัด ๆ ละ 1 คน รวม 18 คน โดยแยกออกมารับ เป็นโควตาลูกแพทย์ฯ ในโรงพยาบาลเชียงราย อีก 2 คน รวม 20 คน

        (เดิมแพทย์แม่ฟ้าหลวงไม่มีการรับโควตาลูกแพทย์ ฯ เพิ่งจะมีโควตาลูกแพทย์ฯ ประมาณ 2 ปี โดยดึงมาจากแบบรับทั่วประเทศ ที่เดิมรับ 14 คน เหลือรับใหม่ 12 คน)


        -ทันตแพทย์แม่ฟ้าหลวง รับเด็กจากโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย 2 คน

        และรับเด็กจากโรงเรียนจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ อีก 16 จังหวัด ๆ ละ 1 คน รวม 18 คน โดยแยกออกมารับ เป็นโควตาลูกทันตแพทย์ฯ ในโรงพยาบาลเชียงราย อีก 2 คน รวม 20 คน (เดิมทันตแพทย์แม่ฟ้าหลวงไม่มีการรับโควตาลูกทันตแพทย์ ฯ เพิ่งจะมีโควตาลูกทันตแพทย์ฯ ประมาณ 2 ปี โดยดึงมาจากแบบรับทั่วประเทศ ที่เดิมรับ 14 คน เหลือรับใหม่ 12 คน)

        ใช้คะแนน 7 วิชาสามัญและความถนัดแพทย์ กสพท.

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ลองดูของเก่าแล้วเทียบเคียงกับของใหม่ น่าจะประกาศในเร็วๆนี้


      แพทย์แม่ฟ้าหลวง 62 รับรอบที่ 2 โควตาพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ 18 คน

      รับสมัครทาง ออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม 2562

      คุณสมบัติ

      -อายุไม่เกิน 30 ปี

      -จบ ม.6 หรือเทียบเท่า ม.6 หรือกำลังเรียน ม.6 สายวิทย์-คณิต เท่านั้น

      -GPAX ไม่น้อยกว่า 3

      -GPA ภาษาต่างประเทศ/วิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์/ไม่น้อยกว่า 3

      -มีคะแนน 7 วิชาสามัญปี 62 และวิชาเฉพาะ กสพท.ปี 62

      รับ 18 คน จากโรงเรียนจังหวัดเชียงราย 2 คน จังหวัดอื่นๆในภาคเหนือ จังหวัดละ 1 คน

      อ่านรายละเอียดตามลิงค์ข้างล่างนี้

      https://www.mfu.ac.th/quickmenu/admission/admission-overview/admission-news-detail/detail/News/3373.html

      https://drive.google.com/file/d/1370DFUdvGusgQQ8tJbQGg8nt9RI5eFAH/view


      เด็ก 17 จว.ภาคเหนือ ที่จบ ม.6 แล้ว หรือเด็ก 17 จว.ภาคเหนือที่กำลังเรียน ม.6 จะได้เปรียบ

      เพราะจะสามารถสมัคร แพทย์แม่ฟ้าหลวงได้ 2 รอบ คือ รอบ 2 และรอบ 3

      ถ้าผ่านสัมภาษณ์ ติดรอบ 2 แล้ว และคะแนนรวมดีพอ มีลุ้นแพทย์สถาบันอื่นๆ ในรอบ 3 อีก

      ก็อาจจะสละสิทธิ์รอบ 2 มาเลือก 6 อันดับในรอบ 3 ได้ เรียกว่าเก่ง เลือกได้

      ปีที่แล้ว ก็มีเด็กพิษณุโลก ติดแพทย์แม่ฟ้าหลวง รอบ 2 แต่ก็ได้ตัดสินใจสละสิทธิ์

      เพราะคะแนนรวมถึงแพทย์ มน. จึงได้สะสิทธิ์แพทย์ มฟล.รอบ 2 มาเลือกลุ้นแพทย์ มน.ในรอบ 3

      ผลปรากฏว่า ติดแพทย์ มน.รอบ 3 ตามที่หวังไว้ อยากเรียนใกล้บ้าน

      แต่ถ้าคะแนนรวมไม่น่าลุ้น หรือไม่มีลุ้นแพทย์สถาบันอื่นๆ ในรอบ 3 ก็ไม่ควรสละสิทธิ์

      หรือถ้าสมัครเลือกแพทย์แม่ฟ้าหลวงรอบ 3 รอบเดียว ก็มีลุ้นแค่รอบเดียว หลุดแล้ว หลุดเลย

      มีเด็กซิ่ว ที่จบปริญญาแล้ว เช่น เทคนิคการแพทย์ เภสัช เปลี่ยนสายมาเรียนแพทย์แม่ฟ้าหลวง ก็มี


      รอบ 2 คะแนนสอบสัมภาษณ์มีผลเป็นอย่างมาก ให้ติดหรือไม่ติดแพทย์ได้

      ให้ดูขั้นตอนที่ 4 ค่าน้ำหนักคะแนนต่างกันมาก ค่าน้ำหนักคะแนนสอบเพียง 40%

      ค่าน้ำหนักผลสอบสัมภาษณ์สูงถึง 60% (คะแนนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ)

      คะแนนรวม วิชาเฉพาะ+7 วิชาสามัญ สูงกว่า อาจจะแพ้คะแนนสัมภาษณ์ ทำให้ไม่ติดแพทย์ได้

      รอบ 3 ไม่มีคะแนนสัมภาษณ์ ผลแค่ ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน(ส่วนใหญ่ผ่านหมด)


      ที่บอกไป เรื่อง ขั้นตอนที่ 4 ค่าน้ำหนักคะแนนสอบเพียง 40% ค่าน้ำหนักผลสอบสัมภาษณ์สูงถึง 60% (คะแนนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ) เพื่อต้องการสื่อให้เห็นว่า พวกเด็ก 17 จว.ภาคเหนือ ที่ไม่มีเส้น ถ้าได้คะแนนรวม กสพท.(วิชาเฉพาะ+7 วิชาสามัญ) ติดแพทย์แม่ฟ้าหลวง ลำดับที่ 1 ของจังหวัดแล้ว เมื่อสอบสัมภาษณ์แล้ว อาจจะแพ้ลำดับที่ 2 หรือลำดับที่ 3 ได้ เพราะได้คะแนนสอบสัมภาษณ์(คะแนนพิศวาท)น้อยกว่าก็ได้ ต้องทำใจไว้ก่อน รู้ไว้ก่อน จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง เพราะค่าน้ำหนักคะแนนสอบสัมภาษณ์สูงถึง 60%

      การคัดเลือกแพทย์แม่ฟ้าหลวง ระบบโควตาพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ จะไม่มีการเปิดเผยคะแนนให้รู้ทั่วไป นอกจากสอบถามรู้คะแนนกันเอง คือ ม.แม่ฟ้าหลวงจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรเลย เพราะกลัวถูกฟ้องร้อง

      จึงอยากจะให้คณะกรรมการฯสอบสัมภาษณ์ให้ความยุติธรรมกับเด็กที่ไม่มีเส้นด้วย ควรพิจารณาดูคะแนนรวม กสพท.(วิชาเฉพาะ+7 วิชาสามัญ) เป็นหลัก เพราะถ้าพิจารณาตามความเป็นจริง ไม่มีคะแนนพิศวาท คะแนนสอบสัมภาษณ์ทุกคนที่ติดสัมภาษณ์แพทย์แม่ฟ้าหลวงมา จะไม่แตกต่างกันมาก


      ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3898804/


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พวกที่สมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวง ต้องมีคะแนนสอบความถนัดแพทย์ และมีคะแนนสอบ 7 วิชาสามัญ คะแนนรวมดีมากพอประมาณ เกือบจะติด กสพท.หรืออาจจะหลุด กสพท.ทั้งๆที่ได้คะแนนรวมสูง เพราะเลือก 6 อันดับผิดพลาด หรือคะแนนโอเน็ตไม่ถึง 60% หรือคะแนน 7 วิชาสามัญ มีวิชาใดวิชาหนึ่งไม่ถึง 30% จึงหมดสิทธิ์ติดแพทย์ กสพท.แต่ยังมีสิทธิ์ลุ้นติดแพทย์แม่ฟ้าหลวง ถ้าได้สมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวงทิ้งไว้ เงินค่าสมัครเพียงแค่ 300 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากที่ได้เรียนแพทย์ หลายคนบอกว่าดีกว่าเรียนแพทย์รังสิต หรือทันตะ(สำหรับคนไม่ชอบทันตะ)


      แต่ถ้ามั่นใจในตัวเองว่า มีความสามารถทำคะแนนข้อสอบได้มากแน่นอน คิดว่าตัวเองมีความสามารถสอบติด กสพท.แน่นอน และเสียดาย ไม่อยากเสียเงินค่าสมัครแค่ 300 บาท ก็ไม่ต้องสมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวง


      ถ้าสอบติดทั้งแพทย์ กสพท.และแพทย์แม่ฟ้าหลวงด้วย ผู้สมัครก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกได้ ถ้าสอบติดแพทย์ กสพท.ย่อมดีกว่าแพทย์แม่ฟ้าหลวงแน่นอน(ยกเว้นแพทย์รังสิต)


      ทุกปีมีผู้ที่หลุด กสพท.แต่ติดแพทย์แม่ฟ้าหลวง ได้เข้ามาในเว็บเด็กดี ตอบขอบคุณสำหรับคำแนะนำดังกล่าวหลายคน โดยบอกว่า ถ้าไม่สมัครตามคำแนะนำ ก็หลุด กสพท.แน่นอน ไม่มีโอกาสได้เรียนแพทย์ตามที่ชอบเลย อย่าไปหวังลุ้นติดแพทย์ กสพท.รอบ 2 ซึ่งมันแล้วแต่ดวง


      เอาไว้ถึงเวลาใกล้รับสมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวง จะเข้ามาแนะนำรายละเอียดข้อดีต่อไป

      ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3695543/


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Suuu
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมของ มน.ปี 62 ค่ะ ประกาศรับรอบ 4 - 1 คน แต่รับจริง 4 คนค่ะ เพราะรอบ 3 ซึ่งรับ 30 คน แต่มีผู้มายืนยันสิทธิ์เข้าเรียน 26 คนค่ะ เลยเหลือที่นั่งไปรอบ 4 - 4 ที่ค่ะ แล้วก็เต็ม 30 คนที่รอบ 4 ค่ะ รอบ 5 จึงเปิดรับเฉพาะในส่วนของแพทย์เพื่อชุมชนและแพทย์new trackค่ะ ที่ให้ข้อมูลได้เพราะเป็นผู้ปกครองของน้องที่ติดรอบ 3 ปี 62 ค่ะ จึงติดตามของปีที่แล้วค่อนข้างใกล้ชิดค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนที่อยากเรียนแพทย์นะคะ ขอให้สำเร็จกันทุกๆคนค่ะ ขอบพระคุณคุณกัลป์ที่สละเวลามาเป็นผู้แนะนำ ให้คำปรึกษา ให้แนวทางกับเด็กๆและผู้ปกครอง ซึ่งได้รับประโยชน์มากๆค่ะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        กัลย์
        Guest IP
        #8-1

        ต้องขอขอบคุณมาก ที่เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เป็นข้อมูลที่ดี เจาะลึกได้ละเอียดดีมาก คนนอกอาจจะไม่รู้ก็ได้


        ตอนแรกที่ตั้งกระทู้ถาม ก็อยากจะให้เด็กภาคเหนือที่เตรียมตัวสอบเข้าแพทย์ มช.แพทย์ มน. แพทย์ มฟล.อยู่แล้ว น่าจะมีข้อมูลดังกล่าวเก็บไว้ จะได้เข้ามาตอบ ให้ข้อมูล น่าจะได้รายละเอียดมากกว่า ไม่อยากตอบเอง แต่รอหลายวันแล้ว ยัง ไม่มีคนเข้ามาให้ข้อมูล


        ถามเด็กและผู้ปกครองส่วนมาก ก็ไม่มี ไม่รู้ข้อมูลรายละเอียดอะไรเลย ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญมาก มีทางเลือกได้หลายทาง จะได้เตรียมตัวได้ถูกต้อง หากช้าไปอาจจะเตรียมตัวไม่ทันการณ์ คุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

        จึงจำเป็นต้องสละเวลา รวบรวมข้อมูลเอง ส่วนตัวติดตามข้อมูลมานานหลายปีแล้ว คิดว่า จะค้นหาข้อมูลได้ง่ายกว่า รวดเร็วกว่า จึงได้เข้ามาตอบเอง


        ฉะนั้น หากใครมีข้อมูลที่ถูกต้อง เจาะลึกรายละเอียดได้มากกว่า เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามสบายเลย ยินดีมาก จักได้เป็นประโยชน์ต่อเด็กภาคเหนือ ที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือก เข้าแพทย์สถาบันใด รอบใด โครงการใด


        ต้องขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

      ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยร่วมแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก ปี 2020

      อันดับ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ มหาวิทยาลัยมหิดล

      อันดับ 2 ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      อันดับ 3 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยศิลปากร

      จากการจัดอันดับของ Times Higher Education World University Rankings 2020

      ที่มา https://www.facebook.com/pg/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87-322237694557736/posts/

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ของเก่าเล่าใหม่


      อยากติดแพทย์ กสพท. ควรศึกษาหลักเกณฑ์ให้ละเอียดก่อน และวางเป้าหมายไว้

      ใครอยากเข้าเรียนแพทย์ ควรศึกษาว่า กฏกติกา ระเบียบ หลักเกณฑ์ในการรับสมัคร ของสถาบันแพทย์ต่างๆ ว่า ใช้คะแนนวิชาอะไรบ้าง อัตราส่วนหรือสัดส่วนคะแนนแต่ละวิชาเป็นอย่างไร

      ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานกลางคือ กสพท.ที่คัดเลือกเด็กเข้าเรียนแพทย์ แบบรับทั่วประเทศ มีจำนวนรับมากที่สุด และมีสถาบันแพทย์เข้าร่วมมากที่สุด ถ้าได้คะแนนรวมดีๆ ก็เลือกสถาบันแพทย์ที่ต้องการได้สบาย เลือกได้ 6 อันดับ รู้คะแนนก่อนเลือก แต่ถ้าได้คะแนนรวมไม่ดีมาก

       ก็ยังสามารถเลือกทันตะ แพทย์เอกชนท้ายตาราง เภสัช และสัตวแพทย์ สถาบันที่คะแนนรองๆลงไปได้อีกด้วย ควรศึกษารายละเอียดจากประกาศ กสพท.ฉบับที่ 1 ฉบับล่าสุด มีกำหนดหลักเกณฑ์ และรายละเอียดไว้ สรุปได้ ดังนี้

      1.วิชาเฉพาะ 30%

      2.วิชา 7 วิชาสามัญ 70% และแต่ละวิชาต้องได้ไม่น้อยกว่า 30% ถ้ามีวิชาใดวิชาหนึ่งน้อยกว่า 30% หลุดเลย

      สัดส่วนคะแนนรายวิชา (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)เป็น 1 วิทย์ 40% คณิต1/ 20% อังกฤษ 20% ไทย 10% สังคม 10%

      ปรับเป็น 70% จะได้ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)เป็น 1 วิทย์ 28% คณิต1/ 14% อังกฤษ 14% ไทย 7% สังคม 7%

      3.โอเน็ตคะแนนรวม ไม่น้อยกว่า 60% ถ้าได้น้อยกว่า หลุดเลย ไม่ใช้กับเด็กซิ่ว

      ที่มา http://www9.si.mahidol.ac.th/pdf/cotmes61_01_25600713.pdf


      เมื่อดูหลักเกณฑ์แล้ว เด็กควรเก่งทุกวิชา แต่ถ้าจะเน้น ควรเน้นวิชาที่ได้เปอร์เซ็นต์สูงๆ เช่น วิชาเฉพาะ 30% คณิต1/14% อังกฤษ 14% วิทย์ 28% (ฟิสิกส์ 9.33% เคมี 9.33% ชีวะ 9.33%) ส่วนไทย7% สังคม7%ได้สัดส่วนน้อย วิชาละ 7% 2 วิชารวมกันแค่ 14% เท่ากับคณิตหรืออังกฤษ วิชาเดียว

      ตามประสบการณ์ที่เห็นๆมา เด็กที่เก่งคณิต อังกฤษมากๆ จะมีโอกาสสอบติดแพทย์ได้มากที่สุด

      เป้าหมายสูง(ไม่บอกต่ำ)ที่ควรทำคะแนนให้ได้ ถึงจะมีโอกาสลุ้นติดแพทย์ กสพท.

      1.คะแนนวิชาเฉพาะ 20% ตุนไว้ก่อน (17%-19% ก็มีลุ้น)

      2.คะแนน 7 วิชาสามัญ แยกรายวิชา

      2.1.-ไทย 80%

      2.2.-สังคม 60%

      2.3.-อังกฤษ 70%

      2.4.-คณิต 60%

      2.5.-ฟิสิกส์ 60%

      2.6.-เคมี 60%

      2.7.-ชีวะ 60%

      พวกเด็กที่สอบ 7 วิชาได้คะแนนใกล้เคียงแบบนี้ หรือได้คะแนนน้อยกว่านี้เล็กน้อย จะมีโอกาสติดแพทย์มาก

      เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ส่วนมาก จะสอบผ่านโอเน็ต 60% แน่นอน เด็กธรรมดาส่วนใหญ่จะตกโอเน็ต 60% หรือตกวิชาสามัญ 30% ที่ตกมากที่สุด คือ คณิต รองลงมาคือ อังกฤษ วิทย์ สังคม แต่ถ้าเกิน 30% แต่มีบางวิชาไม่ถึงคะแนนเป้าหมาย เช่น คณิต หรือ อังกฤษ ได้ 30% -40% กว่าๆ ก็มีโอกาสหลุดแพทย์แน่นอน


      เคสตัวอย่างจริงที่เข้ามาเล่าให้ฟัง

      ปีที่แล้วผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ คณิต 30 พอดีเป๊ะๆๆ(เดาทุกข้อ)และฟิสิกส์ 36 (เดาทุกข้อ) นอกนั้น

      ไทย 82

      สังคม 68

      เคมี 60

      ชีวะ 61.25

      อังกฤษ 53.75

      ติด เภสัช กสพท ทางภาคเหนือครับ

      แต่เป้าหมายจริงๆ คืออยากเรียนคณะแพทย์ นี่คือบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตเลยที่ชะล่าใจคิดว่าอ่านทัน สุดท้ายต้องตัดวิชาที่คิดว่าทำไม่ได้แน่ๆ ออก ผลที่ออกมาก็เป็นแบบนี้ครับ ถ้าผมทำคณิตกับฟิสิกส์ได้ประมาณ 50 คะแนนผมก็ติดแพทย์แล้ว(นี่มันก็แค่ข้ออ้างว่า ถ้า...) สุดท้ายผมตัดสินใจสละสิทธิ์เภสัช เพื่อมาแก้ไขวิชาที่ตัวเองทำไม่ได้และจะปรับปรุงวิชาอื่นๆ ให้ดีขึ้น อยากฝากบอกทุกคนว่า ทุกวิชาสำคัญครับ อย่าทิ้งเด็ดขาด เป้าหมายขอให้มีชัดเจนและตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ เลย นะครับ เจอกันคณะแพทย์ ขอนแก่นนะครับ


      ขออนุญาต ยกตัวอย่างจริงอีกเคสหนึ่ง ตอนแนะนำให้สมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวง รอบ 5 ปีนี้ ปี 61

      ผู้ถาม สงสัยตรงที่เขาบอกรวมขั้นต่ำวิทย์ 30% เหมือน กสพท.หรือไม่

      ผู้ถามได้ ฟิสิกส์ 88 เคมี 92 ชีวะ 24 แบบนี้เรายังสมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวงรอบ 5 ได้หรือไม่

      ได้ตอบไปว่า กลุ่มสาระวิชา วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ รวมเป็น 1 วิทย์)ไม่ต่ำกว่า 30% เหมือน กสพท.

      ฟิสิกส์ 88 เคมี 92 ชีวะ 24 รวมแล้วได้ เกิน 30% แน่นอน แม้ชีวะได้ 24 ต่ำกว่า 30% ก็ไม่เป็นไร

      คุณสมบัติผ่านอยู่แล้ว สมัครแพทย์แม่ฟ้าหลวงรอบ 5 ได้อยู่แล้ว

      เกิดความสงสัย จึงได้สอบถามไปว่า ถ้าได้คะแนนแบบนี้ ฟิสิกส์ 88 เคมี 92 ชีวะ 24 ทำไม่ถึงหลุด กสพท.ได้อย่างไร

      ผู้ถามตอบว่า ตอนเลือก 4 อันดับ กสพท.61 ได้เลือกแพทย์ top3 ไป 3 อันดับ แล้วปิดท้ายอันดับ 4 ด้วยแพทย์ มช. ผลก็คือ หลุดหมดทั้ง 4 อันดับเลย รอบแรกแพทย์ มช.คะแนนต่ำสุด 62.64 ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะมีรอบ 3/2 จึงได้ยืนยันรอบ 3/1 คณะอื่นไปแล้ว จึงไม่ได้ยื่นรอบ 3/2 แพทย์ มช.ทั้งๆที่ คะแนนรวมได้มากกว่าคะแนนสูงสุดที่ แพทย์ มช.เรียกไปสัมภาษณ์ รอบ 3/2 (คะแนนสูงสุดแพทย์ มช.60.83 คะแนนต่ำสุด 59.62) เพราะใจผู้ถามอยู่ที่จุฬา แล้วอยากจะซิ่วให้ได้ เลยบอกกรรมการว่าช่วยปรับให้ตกสัมภาษณ์ไปเลย อยากจะซิ่วสอบแพทย์ กสพท.ใหม่ ท่านกรรมการก็เมตตาปรับให้ตกสัมภาษณ์จริงๆ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า ควรยื่นแพทย์แม่ฟ้าหลวงรอบ 5 ดีหรือไม่ เพราะใจลึกๆ อยากได้แพทย์จุฬามาก ผู้ถามบอกว่า ถ้าซิ่วใหม่คิดว่าได้แน่นอน แต่ที่บ้านดูไม่เห็นชอบด้วย อยากให้ติดๆไปตั้งแต่ปีนี้เลย แล้วสอบถามว่า ควรยื่นแพทย์แม่ฟ้าหลวงรอบ 5 ดีหรือไม่ หรือซิ่ว ยอมทนแรงกดดันจากทางบ้าน เครียดมากเลยตอนนี้

      ได้ตอบไปว่า ความเห็นส่วนตัวเห็นว่า ถ้าได้คะแนนฟิสิกส์ 88 เดาว่า คณิตก็น่าจะได้คะแนนดีด้วย เคมีก็ดีมาก

      ส่วนวิชาท่องจำ เช่น อังกฤษ ไทย สังคม ไม่น่าจะดี ถ้าเก่งคณิตย่อมได้เปรียบ มีโอกาสติด กสพท.มาก

      วิชาท่องจำ น่าจะเป็นจุดอ่อน ถ้าซิ่วสอบใหม่ ยังมีระยะเวลา ปรับปรุง แก้ไข ปิดจุดอ่อนได้ ฝึกทำข้อสอบเก่ามากๆ ก็มีโอกาสติดแพทย์จุฬา กสพท.ปีหน้าตามที่ต้องการ

      ไม่ควรยื่นสมัครแพทย์ มฟล.กสพท.รอบ 5 ควรอยู่บ้านอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ ยอมเสียเวลา 1 ปี ถ้าติดแพทย์ตามที่ต้องการ ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว

      และปีนี้การเลือก 4 อันดับ กสพท. รู้คะแนนก่อนเลือก ก็ไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดมาก ถ้าได้คะแนนรวม 62.กว่าๆ น่าจะเลือกแพทย์จุฬา อันดับ 1 เสี่ยงวัดดวงได้เพียงอันดับเดียว อันดับ 2 เลือกสถาบันที่ชอบรองลงมา ส่วนอันดับ 3-4 ต้องหวังผลติด ปีนี้มีประสบการณ์มากพอแล้ว ปีหน้าสอบใหม่ ไม่น่ามีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเป็นเด็กเก่งมีความสามารถมากอยู่แล้ว เด็กเก่งเลือกได้

      ควรอธิบายให้ทางบ้านเข้าใจว่า เรามีความมั่นใจ มีความตั้งใจจริงๆ ขยันอ่านหนังสือ เมื่อทางบ้านเห็นด้วย ก็จะเป็นแรงใจ กำลังใจ สนับสนุนการซิ่วสอบใหม่ ให้ประสบความสำเร็จได้ คิดว่าทางบ้านต้องให้การสนับสนุนอยู่แล้ว

      ผู้ถามได้ตอบว่า ขอบคุณที่ชี้แนะจริงๆ เป็นประโยชน์มากเลย และไปได้คุยปรึกษากับทางบ้านแล้ว กว่าจะคุยได้ซิ่วสมใจ ต้องใช้เวลานาน ตอนนี้ทางบ้านให้ซิ่วแล้ว

      ตอนท้ายได้บอกให้เป็นข้อเตือนใจให้ระมัดระวังทุกวิชา ผู้ถามที่ไม่ติดแพทย์ กสพท.ทั้ง 4 อันดับเลย เพราะได้คะแนนวิชาเฉพาะต่ำมากๆๆ ผลถึงเป็นแบบนี้

      ส่วนตัวพบเคสตัวอย่างแบบนี้มาเยอะ ขอทำนายว่า กสพท.62 เด็กเก่งมากคนนี้สอบติดแพทย์ ท๊อป 3 อย่างแน่นอน เพราะมีประสบการณ์มากขึ้นแล้ว


      ลองพิจารณาเลือกอ่านบทความดีๆ คิดว่าน่าจะ นำความรู้ดังกล่าวมา ปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวสอบได้

      https://www.dek-d.com/board/view/3859077/ จากเด็กติดเกม สู่แพทย์ศิริราช

      https://www.dek-d.com/board/view/3845517/ รีวิวเตรียมตัวสอบ+หนังสือ+ที่เรียน สอบเข้ากลุ่มแพทย์ ทำตามนี้จริงไม่ติงนัง!!!

      https://www.dek-d.com/board/view/3843802/ ฟิต 1 ปี เข้าหมอได้ [แนะนำการเตรียมตัวสอบ 9 วิชาสามัญ] by Youngdreamer60

      https://www.dek-d.com/board/view/3843297/ สอบหมออ่านเอง ไม่เรียนพิเศษ (รีวิววิธีการอ่านและหนังสือ)

      https://www.dek-d.com/board/view/3842905/ พิชิต GAT ไทย 150 คะแนนเต็ม!! แบบไม่เรียนพิเศษ

      https://www.dek-d.com/board/view/3842206/ รีวิวการเตรียมสอบ 9วิชาสามัญ ได้คะแนนรวมกสพท 80++

      https://www.dek-d.com/board/view/3839657/ วิธีท่องศัพท์ให้ได้คะแนน TCAS GAT ENG 110+ ฉบับคนขี้เกียจและติดโทรศัพท์(มาก)

      https://www.dek-d.com/board/view/3839818/ อ่านเองยังไงให้ได้ GAT 280+ และ PAT1 220+

      https://www.dek-d.com/board/view/3839910/ รีวิวหนังสือ+การเตรียมสอบ GAT ฉบับคนได้ 290/300 คะแนน (เตรียมตัวเองทั้งหมด)

      https://www.dek-d.com/board/view/3717344/ รีวิวแบบไม่กั๊ก!!! นส.สอบ+ที่เรียน+วิธีเรียน ให้ติดหมอฬ

      https://www.dek-d.com/board/view/3836363/ อยากฝากถึงน้องๆ #dek62 ด้วยความเป็นห่วงจากพี่ #dek61

      https://www.dek-d.com/board/view/3835843/ [รีวิว]มหากาพย์การสอบของ#dek61 ที่ #dek62อาจต้องเจอ!

      https://www.dek-d.com/board/view/3835781/ ส่องบทความ ENG วิชาสามัญ 61 พิมพ์เหมือนกลัวกระดาษว่าง!

      https://www.dek-d.com/board/view/3835715/ รีวิวยื่นหมอรอบ portfolio โดยใช้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ

      https://www.dek-d.com/board/view/3835590/ แชร์คำตอบ สังคม สามัญ มีนา'61 ด่วนๆ!!! อยากรู้จขกท.จะเดาถูกบ้างไหม T_T

      https://www.dek-d.com/board/view/3835553/ แชร์คำตอบ ไทย 9 วิชาสามัญ มีนา'61 ด่วนๆ!!! ง่ายยากอึดตะปือนัง!?

      https://www.dek-d.com/board/view/3834666/ รวมข้อควรระวังตอนทำข้อสอบวิชาสามัญ (ครบทุกวิชา)

      https://www.dek-d.com/board/view/3833743/ (ด้วยความหวังดีถึงอยากให้อ่าน) ถึงเด็ก 62 และเด็กรุ่นต่อ ๆ ไป

      https://www.dek-d.com/board/view/3833416/ พาไปทัวร์ข้อสอบวิชาสามัญ "ไทย สังคม อังกฤษ" โค้งสุดท้ายแล้ว!!

      https://www.dek-d.com/board/view/3832933/ แชร์ทริกเลือกคำตอบ "พาร์ทจริยธรรม กสพท" ข้อสอบที่ดูเหมือนง่าย แต่มึนตึ้บกัน!

      https://www.dek-d.com/board/view/3832204/ ถึงน้องๆ #dek62 กับการเตรียมตัวระยะเผาขน

      https://www.dek-d.com/board/view/3832077/ แชร์คำตอบ ONET ไทย มีนา'61 ด่วนๆ!!! ออเจ้าตอบเหมือนข้าหรือไม่?!

      https://www.dek-d.com/board/view/3831883/ แชร์คำตอบ Eng Onet 61

      https://www.dek-d.com/board/view/3831909/ มีใครสงสัยกับคำตอบของวิชาสังคมโอเน็ตมั้ยครับ #dek61

      https://www.dek-d.com/board/view/3831900/ ขอร้องให้ สทศ. พิจารณาข้อสอบวิชาสังคม ที่ถามว่า "บุคคลใดห้ามบวชเด็ดขาด" และข้อร้องให้ขอนี้ฟรีครับ

      https://www.dek-d.com/board/view/3831835/ แชร์คำตอบ ONET สังคม มีนา'61 ด่วนๆ!!! จำคำถามรอหาคำตอบ

      https://www.dek-d.com/board/view/3831810/ โน้ตสรุปเนื้อหา ONET และ 9 วิชาสามัญ ก่อนสอบที่ไม่ควรพลาด!

      https://www.dek-d.com/board/view/3831138/ เทคนิคพิชิต 100 คะแนน [คณิต] 9 วิชาฯ

      https://www.dek-d.com/board/view/3829924/ เตรียมพร้อมสอบเข้าเเพทย์#dek63

      https://www.dek-d.com/board/view/3829730/ เด็กซิ่ว กสพท.ไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษวิชาเฉพาะ

      https://www.dek-d.com/board/view/3829446/ รีวิวจัดเต็ม การสอบ GAT Eng พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบแบบละเอียดทุกพาร์ท

      https://www.dek-d.com/board/view/3827686/ เส้นทางการเป็นหมอพิชิตข้อสอบ กสพท.

      https://www.dek-d.com/board/view/3827787/ รวมพาร์ทเก็บคะแนน "วิชาเฉพาะแพทย์" มาบอกเพื่อนๆ

      https://www.dek-d.com/board/view/3826197/ สอบแพทย์กสพท.สำหรับผู้ที่เรียนจบแล้ว

      https://www.dek-d.com/board/view/3823715/ เส้นทางสู่อาชีพหมอ ฉบับพกพา

      https://www.dek-d.com/board/view/3786094/ รีวิวชีวิตการเตรียมสอบแพทย์ ที่มีอะไรมากกว่าการนั่งอ่านหนังสือ 5

      https://www.dek-d.com/board/view/3786091/ รีวิวชีวิตการเตรียมสอบแพทย์ ที่มีอะไรมากกว่าการนั่งอ่านหนังสือ 4

      https://www.dek-d.com/board/view/3786089/รีวิวชีวิตการเตรียมสอบแพทย์ ที่มีอะไรมากกว่าการนั่งอ่านหนังสือ 3

      https://www.dek-d.com/board/view/3786087/ รีวิวชีวิตการเตรียมสอบแพทย์ ที่มีอะไรมากกว่าการนั่งอ่านหนังสือ 2

      https://www.dek-d.com/board/view/3786084/ รีวิวชีวิตการเตรียมสอบแพทย์ ที่มีอะไรมากกว่าการนั่งอ่านหนังสือ 1

      https://www.dek-d.com/board/view/3818089/ แชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบกสพท.ฉบับเร่งด่วน

      https://www.dek-d.com/board/view/3818105/ ​แนะนำการเตรียมตัวสอบกสพท.


      ข้อมูลที่ลิงค์แนะนำมาให้ทั้งหมด เป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ของเด็ก กสพท.61

      ข้อมูลต่างๆ จึงยังทันสมัยมากและเป็นประสบการณ์จริงๆ ซึ่งเป็นปีแรกที่ กสพท.เข้าร่วมกับระบบ TCAS รอบ 3 และเป็นปีแรกที่ กสพท.ใช้ระบบ เลือก 4 อันดับหลังรู้คะแนนแล้ว ปัจจุบันเลือกได้ 6 อันดับ (เดิมเลือก 4 อันดับก่อนสอบ ก่อนรู้คะแนน)

      เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ จึงได้มาจากประสบการณ์จริงของเด็กเก่ง เด็กเก่งมาก ที่สอบติดแพทย์ปี61 ปีล่าสุด คิดว่า หวังว่า เด็กน่าจะนำข้อมูลดีๆ นำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างมาก เพื่อที่จะได้เตรียมตัวสอบเข้าแพทย์ กสพท.62 ให้ได้คะแนนดีๆ ให้ได้คะแนนสูงๆ และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่หวังไว้


      ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3868273/

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องน่ารู้สำหรับเด็กที่อยากจะเรียนแพทย์


      1. นักศึกษาแพทย์

      ทุกอาชีพและทุกวิชาชีพเริ่มต้นจากการเป็นนักเรียนก่อนเสมอ วิชาชีพแพทย์ก็เหมือนกันครับ จุดเริ่มต้นคือการเป็นนักศึกษาแพทย์(นศพ.) ก่อน 6 ปี

      ช่วง 3 ปีแรกจะเรียนภาคทฤษฎี มีภาคปฏิบัติน้อยมาก(แต่ขึ้นอยู่กับสถาบันแต่ละแห่ง)

      ปีที่ 4 - 6 นั้นจะเริ่มปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลของรัฐที่ตนสังกัดอยู่เช่น รพ.รามาธิบดี, รพ.ศิริราช, รพ.จุฬาลงกรณ์ หรือรพ.ราชวิถี(นักศึกษาแพทย์ของม.รังสิต) เป็นต้น

      จุดสังเกตของน้องๆนักศึกษาแพทย์กลุ่มนี้คือ ดูหน้าก็รู้ว่าเป็นนักศึกษา แต่พวกเขาจะใส่เสื้อกาวน์ยาว

      แขนสั้น คลุมชุดนักศึกษาที่อยู่ข้างในอีกทีนึง (ร้อนมาก) กระเป๋าเสื้อจะมีปักคำว่า "นศพ." นำหน้าชื่อ สีของชื่อใช้สีเขียว เนื่องจากเป็นสีสัญลักษณ์ของแพทย์นั่นเอง

      เครื่องแบบ นศพ.ปีต่างๆ อาจจะแตกต่างกันตามสถาบัน

      นักศึกษาแพทย์ปี 6 จะมีคำเรียกเฉพาะ คือ เอ๊กซ์เทริ์น (Extern) จะใส่เสื้อกาวน์สั้นระดับสะโพกเท่านั้น และจะไม่มีคำว่า นศพ.นำหน้าชื่อแล้ว แต่ก็ไม่มี "นพ. พญ." นำหน้า เพราะยังถือว่าเป็นนักศึกษาอยู่

      เสื้อกาวน์สั้นที่จะได้เริ่มใส่ตั้งแต่เป็น Extern


      2. แพทย์ใช้ทุน (อินเทริ์น , Intern)

      หลังจากที่เรียนจบ ก็ถึงเวลาออกไปทำงานกันแล้ว ใครที่จบจากโรงเรียนแพทย์ของรัฐ ถือว่าติดหนี้ค่าเทอมที่รัฐบาลช่วยเหลือ ต้องออกไปเป็นแพทย์ใช้ทุนที่ต่างจังหวัด คือ เป็นหมอเต็มตัวแล้ว สอบอะไรผ่านหมดแล้ว ได้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว (ไม่ใช่ใบประกอบโรคศิลปะ) เป็นช่วงที่ออกไปฝึกหาประสบการณ์ทำงานแบบบินเดี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังมีอาจารย์แพทย์ และแพทย์ใช้ทุนรุ่นพี่ คอยดูแล คอยให้คำปรึกษา

      โดยทั่วไปการ intern นี้กินเวลา 3 ปี แต่บางคนอาจจะออกมาก่อน น้องๆพวกนี้ที่สังเกตได้ คือ ใส่เสื้อกาวน์สั้น ที่เสื้อมีปักชื่อ นพ. และพญ. กันเรียบร้อย เพราะหน้าตาอาจจะดูเด็ก แต่เขาคือแพทย์เต็มตัวแล้ว มีความรู้ความสามารถและเจตคติความเป็นแพทย์ครบครัน แต่เป็นช่วงฝึกความชำนาญในการตรวจให้มากขึ้น

      ระบบการใช้ทุนอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นใบเบิกทางสู่การเรียนต่อเฉพาะทาง โดยส่วนมากการเรียนต่อเฉพาะทางในแต่ละสาขา ส่วนใหญ่แพทย์ผู้สมัครเรียนจะต้องมีประสบการณ์ใช้ทุนมาก่อนอย่างน้อย 1 ปี บางสาขาต้องใช้ทุนครบ 3 ปี แต่บางสาขาซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมาก่อนก็ได้

      ส่วนแพทย์ที่จบจากสถาบันเอกชน สมัยก่อนมีม.รังสิตแห่งเดียว ขณะนี้เปิดแล้วอีก 1 แห่ง คือ แพทย์สยาม พวกนี้ไม่ได้ติดหนี้ของรัฐบาล เพราะโดนค่าหน่วยกิตแพงไปเต็มๆ เพราะฉะนั้น เมื่อจบออกมาก็ไม่มีภาระหนี้ที่จะต้องไปใช้ทุนคืน แต่ก็สามารถสมัครเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะ ร่วมกับแพทย์ ม.รัฐใช้ทุนได้ตามปกติ เพียงแต่จะเรียกว่าโครงการเพิ่มพูนทักษะ ซึ่งเป็นแค่คำที่ต่างกัน แต่ทำหน้าที่เหมือนกับแพทย์ใช้ทุนทุกประการ เพราะ คำว่าแพทย์ใช้ทุนกับแพทย์เพิ่มพูนทักษะ ก็คือ แพทยประเภทเดียวกัน เพียงแต่แพทย์เพิมพูนทักษะ ไม่ได้ถูกบังคับ เป็นด้วยความสมัครใจ เพื่อมีประสบการณ์การทำงานแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะสมัคร เข้าเรียนแพทย์เฉพาะทางได้ ส่วนใหญ่แล้วแพทย์ใช้ทุนจะไปทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด แต่ก็มีโรงพยาบาลในกรุงเทพบางแห่ง ที่รับสมัครแพทย์ใช้ทุนก็มี


      3. แพทย์ประจำบ้าน (เรสซิเด้นท์ , Resident)

      คือแพทย์ที่เรียนจบแล้ว และตัดสินใจกลับมาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางในสาขาที่ตนสนใจ หรือเรียกง่ายๆว่ามาเรียนต่อเฉพาะทางนั่นเอง แพทย์กลุ่มนี้คือ แพทย์เต็มตัวเช่นกัน เพียงแต่เขากลับมาสู่ระบบการเรียนอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ยังมีความเป็นแพทย์อยู่ครบครัน แต่จะเห็นบ่อยๆว่า ถูกอาจารย์ตำหนิเรื่องความรู้บ้าง อะไรบ้างบ่อยๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง หรือไม่รู้อะไร เพียงแต่มันคือกระบวนการหล่อหลอม เพื่อไปสู่ความเป็นเฉพาะทาง การเรียน การสอนจะเข้มงวดกว่าเป็นนักศึกษาแพทย์มาก จะพบเห็นแพทย์กลุ่มนี้ในโรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใส่เสื้อกาวน์สั้น มีตราประจำโรงพยาบาล มีคำว่า "นพ. พญ." นำหน้า โดยทั่วไปการอบรมแพทย์ประจำบ้าน ใช้เวลา 3 - 4 ปี แล้วแต่สาขา

      ที่มาที่ไปของคำว่าแพทย์ประจำบ้าน เพราะว่า แพทย์ที่มาเรียนส่วนใหญ่จะต้องใช้ชีวิต 90% อยู่ในบ้าน(โรงพยาบาล)ของตัวเอง เลยถูกเรียกว่า resident หรือแพทย์ประจำบ้าน (อ้างอิงจาก wikipedia)


      4. แพทย์ประจำบ้านต่อยอด (เฟลโล่ชิป , Fellowship)

      คือแพทย์ประจำบ้านที่จบการเรียนต่อเฉพาะทางแล้วสาขาใดสาขาหนึ่ง แต่ในสาขานั้นๆยังคงมีเจาะลึกลงไปอีกเป็นระบบๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ สาขาอายุรศาสตร์ มีสาขาต่อยอดขึ้นไปอีก เช่น อายุรศาสตร์โรคหัวใจ อายุรศาสตร์โรคทางเดินอาหาร เป็นต้น การเรียนต่อยอดนี้ เป็นสิ่งที่มีเฉพาะในโรงเรียนแพทย์ทั้งในกรุงเทพ และส่วนภูมิภาคเท่านั้น สุดท้ายแล้วเมื่อจบการเป็น fellowship ก็เรียกว่าเฉพาะทางของเฉพาะทางแล้ว ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ เช่น หมอโรคหัวใจ หมอโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น อันนี้คือผ่านการเป็น fellowship แล้ว โดยทั่วไปการเป็น fellowship ใช้เวลา 2 - 3 ปีแล้วแต่สาขา


      5. อาจารย์แพทย์

      คือจุดสูงสุดในวิชาชีพแพทย์แล้ว แต่ต้องเป็นอาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ของรัฐบาลเท่านั้น ที่เรียกว่า "อาจารย์จริงๆ"

      สรุปก็คือ นักศึกษาแพทย์ --> แพทย์ใช้ทุน --> แพทย์ประจำบ้าน --> แพทย์ประจำบ้านต่อยอด --> อาจารย์แพทย์


      กรณีรพ.เอกชน

      คุณหมอทุกคนไม่ว่าจะจบใหม่ ใช้ทุนมากี่ปี ไม่ได้เรียนต่อเฉพาะทาง หรือเป็นเฉพาะทางจริงๆ ก็จะถูกเรียกว่า "อาจารย์" ทั้งหมด

      ในปัจจุบันนี้มีคุณหมอหลายคนที่เพียงพอกับชีวิตแล้ว และไม่เรียนต่อเฉพาะทาง ก็มาทำงานเป็น"แพทย์ทั่วไป" ตามรพ.ต่างๆ แพทย์ทั่วไปนี้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า General Practitioner ย่อๆว่า GP แต่ก็ยังมีคนทั่วไปอีกมาก ที่ไม่รู้จักคำคำนี้ หลายคนจะเข้าใจว่า GP นี้คือ "แพทย์อายุรกรรมทั่วไป" ซึ่งไม่ใช่ แพทย์อายุรกรรมทั่วไปต้องจบเฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์มาแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็น fellowship ต่อยอดขึ้นไป

      คุณหมอ GP เหล่านี้ จะเป็นที่คุ้นเคยกันดีตาม รพ.เอกชนที่รับบัตรทอง และ ประกันสังคม บทบาทของพวกเขาคือ ตรวจรักษาทุกอย่างที่ไม่ซับซ้อนได้ทั้งหมด ส่วนอะไรที่เกินขีดความสามารถ เช่น คนไข้ต้องผ่าตัด

      อ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆคนอาจจะสังเกตุว่า ผมไม่ได้เอ่ยถึง "แพทย์ฝึกหัด" เพราะในความเป็นจริงแล้ว คำว่าแพทย์ฝึกหัด มันไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยว่า คุณหมอคนนั้นอยู่ในขั้นไหน ถ้าจะมองๆ ก็น่าจะอยู่ที่แพทย์ใช้ทุนหรือไม่ก็แพทย์ประจำบ้าน ซึ่งมันก็ไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะงั้นเพื่อความง่าย เลยเสนอว่าถ้าจะหาคำที่ใช้เรียกคุณหมอเหล่านั้น ก็เรียกไปเลยว่า แพทย์ใช้ทุน(intern) หรือแพทย์ประจำบ้าน (resident) ไปเลย มันจะง่ายกว่า

      ที่มา http://knowdocth.blogspot.com/p/blog-page_28.html


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องเก่าเล่าใหม่

      หลายคนถามว่า วิชาเฉพาะ กสพท.(ความถนัดแพทย์) จำเป็นต้องเรียนพิเศษหรือไม่


      เคยรู้จักเด็กคนหนึ่ง ไม่เคยเรียนพิเศษความถนัดแพทย์ที่ใดเลย แม้แต่ครั้งเดียว

      และไม่เคยได้อ่านชีทเรียนพิเศษความถนัดแพทย์ของสำนักใดเลย

      ใช้วิธีซื้อหนังสือมาอ่านเอง ทำแบบฝึกหัดเอง ประหยัดเงินพ่อแม่ได้เยอะมาก

      แล้วไปสอบความถนัดแพทย์


      ปี 55 (ปีแรก) ได้ 19.27 ฉบับที่ 1 ได้ 40.00 ฉบับที่ 2 ได้ 58.75 ฉบับที่ 3 ได้ 94.00

      ปี 56 (ปีที่สอง) ได้ 23.2093 ฉบับที่ 1 ได้ 74.4186 ฉบับที่ 2 ได้ 60.00 ฉบับที่ 3 ได้ 97.6744

      สอบครั้งที่ 2 ทั้งๆที่ต้องเรียนหนัก เรียนปี 1 ที่จุฬาด้วย ซิ่วไปด้วย


      ถามว่า จำเป็นต้องเรียนพิเศษความถนัดแพทย์หรือไม่ ถ้าดูจากผลงานจริงของเคสตัวอย่างนี้ ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษความถนัดแพทย์แต่อย่างใด


      สรุป เรียนพิเศษความถนัดแพทย์จำเป็นหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน และขึ้นอยู่กับรายได้ของพ่อแม่ของแต่ละคน ถ้าพ่อแม่ไม่รวย ไม่มีเงินเรียนพิเศษความถนัดแพทย์เลย จะเสียเปรียบหรือไม่ คิดว่าไม่เสียเปรียบ อ่านหนังสือเอง ไปสอบความถนัดแพทย์ คิดว่าได้คะแนนไม่แพ้คนเรียนพิเศษ ตามเคสตัวอย่างของจริง

      ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3619509/


      ถ้าไม่มีเงินซื้อหนังสือได้หลายเล่ม

      ให้อ่านความถนัดแพทย์ของ The Books เล่มเดียว ก็ดีเพียงพอแล้ว

      แต่ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน มีเงินซื้อหนังสือได้หลายเล่ม ขอแนะนำเพิ่มเติม ดังนี้

      ข้อสอบฉบับที่ 1 เชาว์ปัญญา ส่วนนี้ยากปานกลาง ต้องใช้ความเร็ว

      ระวังทำไม่ทัน ให้ซื้อแบบทดสอบไอคิว เล่ม 1 เล่ม 2 และ SAT (ความถนัดเชิงวิชาการ)

      เพื่อเสริมทักษะ ฝึกทำเยอะๆ เพื่อทำความเร็ว เวลาสอบจริง จะได้ไม่ต้องคิดนาน

      ขอให้ได้ 70 ขึ้นไป หรือ 60 กว่าๆ ก็ได้


      ข้อสอบฉบับที่ 2 จริยธรรม อ่านใน The Books ส่วนนี้ทำคะแนนได้ยากที่สุด

      เล่มนี้ใช้กันมานานหลายรุ่นแล้ว ตั้งแต่ใช้ชื่อผู้แต่งเป็นนิสิตแพทย์รามา

      ปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่อยมากจนถึงปัจจุบัน

      สมัยก่อนไม่ค่อยมีหนังสือประเภทนี้ขาย หาซื้อหนังสือเตรียมสอบยากมาก

      ขอให้ได้ 60 ขึ้้นไป หรือ 50 กว่าๆ ก็ได้


      ข้อสอบฉบับที่ 3 ความคิดเชื่อมโยง อ่านใน The Books

      และหนังสือ GAT ที่ดีๆ หลายๆ เล่มที่ชอบและใช้เตรียมสอบ GAT เชื่อมโยงได้ด้วย

      ส่วนที่ 3 นี้ทำคะแนนได้ง่ายที่สุด ขอให้ได้ 100 เต็ม หรือ 90 กว่าก็ได้

      เพราะจะไปหวังเอาคะแนนจากส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ให้ได้คะแนนเยอะๆ เหมือนส่วนที่ 3 เป็นไปไม่ได้

      ขอเตือน ข้อสอบฉบับที่ 3 อย่าเหลือเวลาฝนคำตอบเพียง 5 นาที หลายคนคิดคำตอบได้แล้ว แต่ฝนไม่ทัน 10 กว่าข้อ คะแนนหายไปเยอะเลย ให้พยายามเหลือเวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง(30 นาที) เพื่อฝนคำตอบและตรวจ/ทานความถูกต้อง เพราะหากเหลือเวลาน้อย อาจเกิดความผิดพลาดได้

      ที่มา http://www.dek-d.com/board/view/3121047/


      ความถนัดแพทย์ การเตรียมตัวอ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบเก่าใช้เวลาไม่มาก เหมือน 7 วิชาสามัญ อย่าเสียเวลาเตรียมตัวกับความถนัดแพทย์มากนัก ตอนนี้ช่วงเวลาเร่งด่วน ถ้าเรียนพิเศษวิชานี้เพิ่ม ต้องเสียเวลาเรียน เดินทางไป-กลับบ้านหรือโรงเรียนกับสถานที่เรียน หลายชั่วโมง สู้เอาเวลาที่ต้องเสียไป อ่านหนังสือเองดีกว่า ประหยัดค่าใช้จ่าย อ่านได้เร็วกว่าด้วย


      ถ้าใครมีข้อสอบเก่าความถนัดแพทย์ กสพท.ที่รุ่นพี่ เด็กเตรียมฯ ทุกรุ่นที่เข้าสอบ

      จำออกมาคนละ 2 ข้อ แล้วรวบรวมทำเป็นข้อสอบจริงความถนัดแพทย์ครบทุกข้อ

      โดยรวบรวมจากเด็กเตรียมฯ ผู้เข้าสอบทุกคน พร้อมจัดทำเฉลยให้ด้วย

      เพื่อส่งมอบให้รุ่นน้องปีต่อๆไปนั้น ก็จะยิ่งดีมากๆ เพราะเป็นข้อสอบเก่า ข้อสอบจริงที่ดีมากๆ และเป็นประโยชน์ในการสอบความถนัดแพทย์อย่างมากๆ

      ถ้าใครไม่มีข้อสอบเก่า ข้อสอบจริงดังกล่าวในแต่ละปี ให้พยายามขอถ่ายเอกสารจากเด็กเตรียมฯ ก็จะได้ของดีที่สุด เป็นประโยชน์ในการสอบความถนัดแพทย์มากที่สุด เพราะจะได้เห็นข้อสอบเก่า ข้อสอบจริง เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสอบได้ดีที่สุด ถูกต้องมากที่สุด

      ความจริงยังมีอีกหลายกระทู้ที่แนะนำเกี่ยวกับเรื่องความถนัดแพทย์

      ลองให้กูเกิ้ลช่วยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

      ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3676463/


      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป