/>

อยากระบาย [ยินดีให้แชร์]

วิว
เคยเป็นไหมรู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่ก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบไม่ใช่ตัวเอง เพราะแค่กลัวว่าคนที่กำลังหวังกับเราจะเสียใจ


เราเป็นคนที่รักศิลปะ เราชอบวาดรูป ชอบออกแบบ มันเป็นสิ่งที่เรารู้ตัวว่าชอบมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน และเราทำได้ดีเลยแหละ 


เข้าเรื่องเลยแล้วกัน เรื่องมันเกิดเมื่อ4-5ปีที่แล้วตอนนั้นเราอยู่ม.3 เป็นคนที่อะไรก็ได้เรียนอันไหนก็ได้ แล้วแต่พ่อแม่จะเลือกให้ ถึงในใจอยากเรียนสายสามัญก็เถอะ


เราเลยได้ไปสมัครเรียนสายชาชีพที่วิทยาลัยชื่อดังจ.ชลบุรี มีช่างกับบริหาร เราเลือกเรียนสายบริหาร สายบริหารที่วิทยาลัยนี้มี คอม ตลอด บัญชี แต่ในปีแรกนั้นสานบริหารจะให้เรียนรวมกันก่อนแล้วปี2ค่อยเลือกว่าจะเรียนอะไร ส่วนตัวไม่เก่งคอม ไม่ชอบพูดต่อหน้าคนเยอะๆ เลยเลือกที่จะเรียนบัญชีแต่ก็ไม่รู้ว่าเลือกถูกไหม ในสาขานี้ก็จะมีเรียน photoshop ด้วยเราชอบวิชานี้มากกกกกกก(ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ชอบคอม)ที่ชอบเรามันได้วาดนั่นแต่งนี่ มันทำให้เราคิดได้ว่าชอบศิลปะขนาดไหน เวลาผ่านไปเรากำลังจะจบปวช.ปี3มาถึงจุดที่ต้องเลือกอีกครั้งว่าจะไปทางไหน


มี4ตัวเลือกสำหรับเรา


1.เรียนคอมมัลติมีเดีย


2.เรียนสถาปัตย์


3.ศิลปกรรม


4.บัญชี


เราคุยกับเพื่อนว่าจะไปสอบสถาปัตย์ และศิลปกรรมดู คนในครอบครัวเราไม่ได้ว่าอะไรแต่ถ้าจะให้ดีคือไม่ต้องไป ในจุดนั้นเราเหลือ2ทางเลือกคือ มัลติมีเดียกับบัญชี เราเลยคุยกับเพื่อนว่าจะสมัครสาขามัลติมีเดียที่วิทยาลัยเดิม แต่ใครๆก็เชียร์ให้เรียนบัญชีเหมือนเดิมแม้แต่ครูที่สอนคอม


ใช่แล้วเราได้ไปสมัครสาขาบัญชีต่อเพราะเราคิดว่าสาขานี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถเรา และก็เป็นอย่างที่คิดในเทอมแรกเกรดเฉลี่ยเรา4.00แต่มันไม่มีความสุขเลยในที่สุดเทอม2 เกรดเราลดลงมาเป็น3.74ทำให้เกรดเฉลี่ยรวมอยู่ที่3.87 เราเป็นคนที่อยากทำอะไรให้มันดีที่สุด พอเกรดตกแบบนี้เราเครียดไม่สบายใจเลย มันเหนื่อยมันกดดันหลายๆอย่างทั้งความหวังของพ่อแม่ที่อยากจะให้มาช่วยกิจการที่บ้าน ถึงบัญชีจะไม่ได้ยากมากแต่เราก็เครียดอะ งงปะ เราเองก็งง ฮ่า ฮ่า


ในตอนนี้เราอยู่ปี2กำลังสอบFinalของเทอมแรก ความเครียดได้กลับมาอีกครั้งไม่ใช่เพียงแค่ความเครียดเรื่องสอบแต่มันมีความเครียดที่ว่าเราจะต้องเลือกเรียนบัญชีอีกแล้วเหรอ มันเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วเหรอ แล้วจบมาเราต้องทำงานนี้จริงๆเหรอ ถ้าเราเปลี่ยนตอนนี้จะตามคนอื่นทันไหม ถ้าเปลี่ยนพ่อแม่จะรู้สึกยังไง เอาตรงๆเราโคตรแคร์ท่านเลย ไม่อยากให้ผิดหวัง แต่เราก็อยากทำในสิ่งที่เราชอบ ถึงแม่ใครๆจะพูดว่าสาขาที่เราเรียนในตอนนี้มั่นคงมีงานทำแน่นอน แต่เข้าใจใช่ป่ะคนเรามันชอบไปแล้วจะให้เลิกชอบได้ยังไงวะ



แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะ ความรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน ถึงเราจะไม่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบแต่เราก็ทำในสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับสิ่งที่ควรทำได้ ถึงจะเรียนบัญชี เวลาว่างเราก็วาดรูปได้



แล้วถ้าเป็นเธอล่ะเธอจะเลือกสิ่งที่ควรทำหรือสิ่งที่อยากทำ





ปล.ไม่ได้บอกว่าบัญชีไม่ดีนะ
ปลล.เราแค่บ่นเฉยๆ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

9 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่ทางนี้ตัดสินใจคือ เอาความชอบวาดรูปของเราไปเป็นงานอดิเรกดีกว่าค่ะ ส่วนหนึ่งคือตัวเองก็ยอมรับว่าทำได้ไม่ถึงกับดีมาก รวมถึงถ้าต้องเอามันเป็นอาชีพหลักจริงๆ จากเดิมที่เราผ่อนคลายด้วยการวาดรูป จะกลายเป็นว่าเราต้องวาดรูปด้วยความเครียดและกดดันแทนด้วย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คล้ายๆเรานะ

      แต่ต่างกับเราตรงที่ เราไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร

      เราเลือกทุกอย่างตามที่...เรียกว่ายังไงดี...ตามที่สังคมเค้านิยมอะ

      เลือกเรียนสายวิทย์ เพราะ (สมัยนั้น) บอกว่าคนเรียนเก่งต้องเรียนวิทย์ (จริงๆมันก็ไม่ใช่หรอก แต่ที่บ้านและหลายๆคนก็มีความเชื่อแบบนี้ จริงๆสายศิลป์เก่งๆเยอะไป)

      เรียนจบมอปลายมาก็เข้าสายวิทย์สุขภาพ เพราะมีความเชื่อว่าอาชีพมั่นคง (มันก็แบบ สังคมนิยมแบบนี้อะเนอะ ที่บ้านก็อยากให้เลือกแบบนี้ เราก็เลือก)

      แต่เราไม่เคยรู้ไงว่าเราชอบทำอะไร ก็เลยทำทุกอย่างได้เรื่อยๆ ไม่ได้โหยหาในสิ่งที่ชอบอะไรแบบนั้น

      จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้....เอ่อ แย่จัง 555+

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเลือกสิ่งที่เราชอบ เรารักการวาดภาพ ออกแบบ เหมือนจขกท. ดีที่เรามีภาษีแม่ไม่เคยบังคับเรา เราเลยเลือกเรียนสิ่งที่เราชอบ กลับกันถ้าหากคุณแม่บังคับเรียนด้านอื่นล่ะ? ตอบตามตรงก็จะเลือกไปเรียนสิ่งที่ตนชอบอยู่ดี ทุกวันนี้แม้จะเหนื่อย เพราะเรียนสายอาร์ตนอกจากใช้สมองแล้วยังเหนื่อยแรงกายด้วย(ไม่ค่อยได้นอน)


      ยอมรับนะบัญชีมันมั่นคง แต่ทุกวันนี้เพื่อนเราที่เรียนสายบช. ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งและจบสามปีครึ่งนั้น กว่าหกเดือนแล้วที่เพื่อนเรายังวิ่งเต้นหางานอยู่เลยค่ะ ตอนเรียนเพื่อนเราก็มาบ่นบ่อยๆว่าไม่มีความสุขเลย เลือกเรียนถูกแล้วใช่ไหม เครียดอ่ะ เราได้แต่บอกเพื่อนว่า ถ้าตัดสินใจไปแล้วก็มีแต่ต้องก้มหน้ายอมรับมัน เพราะเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เรามีภาระอย่างไรเราก็ต้องทำมันอยู่ดี (ขอตอบแบบไม่โลกสวยนะคะ)


      ส่วนตัวเราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย รับงานเสริมออกแบบพวกโลโก้ เขียนแบบ แพ็คเกจจิ้งนี่แหละ บางทีก็ออกแบบหน้าเว็บหรือทำบล็อก เหนื่อยบ้าง เครียดบ้างตามประสาต้องคุยงานกับลูกค้า แต่เรามีความสุขค่ะเพราะได้ทำได้อยู่กับสิ่งที่รัก ตอนนี้ก็เก็บประสบการณ์กับผลงานเพื่อจะได้ปลีกตัวมาทำฟรีแลนซ์ค่ะ 555555 งานในฝันเราเลย อยากรับตอนไหนก็รับ ไม่รับก็แค่ไม่มีกินเท่านั้นเอง เวลาพักก็เยอะด้วยค่ะ แต่อาจมาตายตอนเดดไลน์เท่านั้นเอง


      ปล.หากรักวาดภาพและอยากได้รายได้ สามารถรับงานเสริมได้นะคะ เพราะปัจจุบันนี้อะไรๆก็พึ่งการออกแบบค่ะ ไม่เว้นแม้กระทั่งการออกแอพพลิเคชั่นสักแอพพลิเคชั่นนึง โฆษณาออนไลน์ ฝากไว้เท่านั้แหละค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากคุยในฐานะแม่ ที่มีลูกเรียนมหาลัย

      ไม่อยากให้ลูกคนไหนต้องแบกความคาดหวังของพ่อแม่เลย มันเป็นทุกข์มาก

      บอกลูกเสมอว่า ความฝันของแม่คือของแม่ ลูกไม่จำเป็นต้องแบกความฝันของแม่ด้วย

      อยากอวยพรให้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่รัก เพราะเชื่อว่าถ้าเรามี passion มากพอ เราจะเปลี่ยนมันเป็น action และมีหนทางไปต่อได้

      แค่อย่าท้อ เดินไปให้สุดทาง

      ได้ทำงานที่เรารัก มันจะเหมือนเราไม่ได้กำลังทำงาน

      แต่...แต่ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ได้ ไม่ได้ทำสิ่งที่รัก ก็ต้องรักในสิ่งที่ทำค่ะ

      ขอให้โชคดี

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนตัวชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กค่ะ

      ถนัดการวาดภาพเหมือน(สมัยก่อนวาดเหมือนได้ดีมาก)

      เคยคิดจะเรียนถาปัต

      แต่พ่ออยากให้เรียนสายพาณิชย์

      พี่ก็เลยต้องเรียนการขาย

      ต่อมหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจ

      เอกการตลาด

      ทุกวันนี้คิดอยู่เสมอว่า "ดีแล้วที่เชื่อพ่อ"

      แล้วก็ไม่เคยวาดรูปอีกเลย

      เหมือนหักดิบ

      เหมือนตัดใจไปเลย


      สู้ๆนะคะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนแรกฉันก็ยังไม่รู้ว่า 'ตัวเองต้องการอะไร อยากเรียนอะไรต่อ และประกอบอาชีพอะไรดี' พอออกมาจากรั้วโรงเรียนแล้ว ก็หางานทำเลย พร้อมกับเป็นนักอยากเขียนไปด้วย มันก็มีรายได้อยู่ เป็นนักเขียนน่ะ แต่มันไม่จีรังยั้งยืนได้ พอฉันได้งานทำแล้ว ฉันเห็นเพื่อนๆร่วมงาน ต่างก็มีเป้าหมายเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น บางคนก็ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เนื่องจากปัญหาส่วนตัวของเขา แต่ก็มีคำถามจากคนอื่นๆที่มีเป้าหมาย มาถามฉันหลายต่อหลายครั้ง 'ว่าคิดจะไม่เรียนต่อหรือ น่าเสียดายนะ น่าจะเรียนต่ออีก จะได้มีงานที่ดีกว่านี้' นั่นแหละค่ะ ที่ทำให้ฉันคิดจะเรียนต่อ มีคนๆหนึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขา ในสมัยที่เขาเรียน มันทำให้ฉันคิดถึงอดีตของตนเองเช่นกัน ในสมัยเรียนฉันชื่นชอบวิชาภาษาไทยมาก มากจนแบบว่า คะแนนดีกว่าวิชาอื่นๆเสียอีก ฉันคิดว่า ถ้าฉันได้ไปต่อ คงจะได้เป็นครูสอนภาษาไทยไปแล้ว แต่......ฉันคิดไปคิดมา สายครูภาษาไทย ไม่ใช่ทางของฉันแน่ เพราะฉันไม่ใช่คนที่จะชี้สอนหน้ากระดานได้ ฉันเลยคิดว่า ตัวเองไปทางที่ตนเองชอบ ยังมีอย่างอื่นที่ฉันชื่นชอบอีก ฉันอยากทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน และไม่มีโอกาสที่จะได้ทำ ได้เรียนรู้เลย นั่นก็คือ เล่นดนตรีค่ะ ฉันอยากเล่นเครื่องดนตรีไทยมาก ตอนเด็กๆสมัยประถม เห็นคนอื่นเขาเล่นเครื่องดนตรีไทยกันได้ ฉันก็ได้แต่มองคนอื่นเขาเล่น ฉันไม่มีโอกาสที่จะได้เล่นเลยสักครั้ง ฉันเลยอยากให้ตัวเองได้เล่นบ้าง ได้มีโอกาสได้ทำเช่นกัน ฉันจึงคิดว่าปีหน้า ฉันจะเข้าเรียนศึกษาด้านดนตรีนี่แหละค่ะ ปีนี้ก็ถือว่าเป็นการดรอปเรียน ไปปีหนึ่งละกัน ทำงานเก็บเงินเป็นทุนเรียนให้กับตัวเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สรุปสั้นๆ ถามใจตนเอง และ อย่าลืม ฟังเพลงพี่ตูน บอดี้แสลม ด้วยครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่รู้จะเป็นประโยชน์มั๊ย? แต่ลองอ่านเรื่องของพี่ดูก็ได้นะ

      ตอนพี่เรียน พี่คิดว่าพี่ค่อนข้างจะหัวดีพอควร จึงเรียนรู้เรื่องในหลายๆวิชา (บางวิชาก็ไม่ไหวจริงๆ 555) ไม่ได้ยากเย็นเข็ญใจอะไร เพราะฉะนั้น มันจึงไม่มีวิชาที่ไม่ชอบ เหมือนกับให้เรียนก็เรียนได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร พอตอนจะเข้ามหาวิทยาลัย พี่ก็มานั่งคิดว่าเราควรจะเรียนอะไรดี ตัวเลือกของพี่มีประมาณ 3 ข้อ

      1. สิ่งที่พี่ชอบมากๆ มีความสุข รู้สึกว๊าวทุกครั้งที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ (แต่สาขาวิชาพวกนี้ มันหาอนาคตยาก โอกาสประสบความสำเร็จมันน้อยจริงๆ 555)

      2. สิ่งที่แม่พี่แนะนำ (มันเป็นสิ่งที่พี่รู้สึกว่า มันเกินตัวพี่ ทั้งการสอบเข้าให้ได้ และค่าใช้จ่ายเมื่อเข้าเรียนได้แล้ว แม่บอกว่าสามารถ support พี่ได้ แต่พี่เองไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น)

      3. สิ่งที่พี่ไม่ได้ชอบมากเท่ากับข้อที่ 1 แต่พี่ก็เรียนได้ในระดับที่ดี ไม่มีความรู้สึกติดลบถ้าจะต้องเรียนต่อสายนี้ (สายนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างแม่กับพี่ มันเป็นวิชาที่พี่เรียนได้โอเครมากๆ และ เป็นสาขาวิชาที่ ถ้ามีคนถามว่าลูกสาวเรียนอะไร แม่พี่ก็ตอบได้ เล่าได้ อย่างหน้าชื่นตาบาน)


      กลับมาที่คำถามของน้องนะ ระหว่างสิ่งที่ควรทำหรือสิ่งที่อยากทำ


      สำหรับตัวพี่เอง เลือกสิ่งที่ควรทำ เพราะ พี่ต้องมองถึงอนาคตตัวเอง ปั้นปลายชีวิตของแม่พี่ ทุกวันนี้ไม่เคยเสียใจเลย เพราะเรารู้ว่า เราเลือกสิ่งๆนี้เพื่ออะไร แต่ถึงจะไม่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ แต่เวลาอ่านหนังสือ หรือ เข้าเว็บๆต่าง หรือไปเจออะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ชอบ พี่ก็ยังมีความสุขอยู่นะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      OMUa
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าสิ่งที่เราชอบอยากทํามันไปด้วนกันได้(สมดุล)ก็ทําไปเถอะค่ะ เพราะเรารักเราชอบจริงๆ เเต่ถ้าไม่ได้ การวาดถาพเราทําให้เป็นงานอดิเรกได้นะคะไว้เป็นงานรอง สมัยนี้ต้องใช้เงินเเละมีการงานที่มั่นคงนะคะ สู้ๆค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป