ซ่อน
แสดง

รีวิวการเรียนสาขาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม วิทยาลัยนานาชาติฯ มศว LIC@SWUIC [ยินดีให้แชร์]

วิว
#lic_swuic #มศว #หลักสูตรนานาชาติ #dek63 #tcas
สวัสดีครับทุกคน ชื่อเควินนะครับ ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน สาขาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมหรือที่เรียกสั้นๆว่า LIC มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒครับ ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 แล้วครับ ที่ผ่าน มาเควินได้เขียนกระทู้เกี่ยวกับการรับสมัคร TCAS62 ของสาขา LIC ซึ่งก็มีน้องๆหลายคนทักมาถามสอบถามข้อมูลกันอย่างมากมาย จนน้องๆที่เคยสอบถามข้อมูลกันมาก็ได้กลายมาเป็นรุ่นน้องในสาขาของพี่เป็นที่เรียบแล้ว เย้smiley

วันนี้พี่เควินก็จะมารีวิวรายละเอียดตั้งแต่การสอบสัมภาษณ์จนถึงการได้เข้ามาเรียนที่สาขา LIC แห่งนี้  ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย 

วันสัมภาษณ์
ตื่นเต้นมากๆ ตื่นตั้งแต่ 6 โมงนั่ง Mrt มาลงสถานีเพรชบุรี เดินข้ามสะพานลอยมาเรื่อยๆจนถึงหน้ามหาลัย คิดในใจตอนนั้นว่าแบบ วันนี้มาถึงแล้วจริงๆหรอเนี่ย วันที่จะได้ใส่ชุดนักเรียนมัธยมเป็นวันสุดท้าย ไม่รอช้าก็เดินไปเลย ก็พยายามดูตามแผนที่ว่าตึวิทยาลัยนานาชาติอยู่ตรงไหน เดินมาจนถึงตึกอิฐแดงๆ เขียนว่า SWUIC ต้องเป็นตึกนี้แน่นอน เข้าไปก็จะมีนักเรียนต่อแถวยื่นตรวจเอกสารต่างๆในการสมัคร พอตรวจเสร็จเราก็จะขึ้นไปปฐมนิเทศเล็กๆ ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ ก็จะมีแนะนำอาจารย์ต่างๆ จนถึงเวลาเข้าห้องสอบ โดนคิวที่ 2 ครับ เข้าไปก็จะมีอาจารย์ 2 ท่านนั่งอยู่ ท่านก็เชิญเรานั่งครับ การสัมภาษณ์จะใช้ภาษาอังกฤษล้วนนะครับ สิ่งแรกที่ให้ทำเลยคือแนะนำตัวครับ เราก็แนะนำตัวไปต่างๆ คำถามแรกที่โดนคือ ทำไมเราถึงสนใจสาขา LIC ด้วยความที่เราเคยค้นดูข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรแล้วเลยไปประมาณว่า "เพราะว่าปัจจุบันโลกของเรามีการเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนจากต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ง่ายดาย เราเลยต้องมีการปรับตัวเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆเพื่อการสื่อสารที่ดี ที่สำคัญที่นี่เป็นที่แรกที่เปิดเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมแบบ ป.ตรี เลยเป็นเหตุผลที่สมัครมาครับ" ตอบเสร็จอาจารย์ก็ยิ้ม แล้วก็ถามต่อว่า ในความคิดของเราการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมคืออะไร เราก็นิ่งสักพักเพื่อเรียบเรียงความคิดแล้วตอบไปว่า "มันคือการสื่อสารที่คำนึงถึงการเข้าใจตัวตนของผู้อื่น ที่ไม่ใช่แค่การใช้ภาษาต่างประเทศให้ถูกต้อง แต่เป็นการแสดงออกอย่างเคารพกัน เพราะว่าปัจจุบันเราเข้าสู่สังคมแบบพหุวัฒนธรรม แล้วยิ่งสาขานี้โปรโมทเรื่อง พลเมืองโลก Global Citizen ยิ่งทำให้การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมสำคัญครับ" อาจารย์ก็มองหน้าเราด้วยความเอ็นดู แต่เราก็เดาไม่ถูกว่าเขาจะถามอะไรมาอีก สุดท้ายคำถามที่วัดไหวพริบก็ออกมาจนได้ surprise คิดว่าภาษาและเทคโนโลยีมันเชื่อมโยงกันยังไง มีความสำคัญยังไง เอาแล้ว ความรู้ที่เคยเรียนมาก็ต้องเชื่อมโยงแบบทันใจ เลยตอบไปว่า ภาษากับเทคโนโลยีเชื่อมโยงกันได้เพราะการสื่อสาร ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เราสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ ที่สำคัญเรายังสามารถเรียนรู้ภาษาได้จากเว็บไซต์ออนไลน์ อีกทั้งสมัยนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยแปลภาษาให้เราได้อีกด้วย แต่ว่ายังไม่หมดแค่นั้นจ้า มีถามต่ออีกว่า แล้วคิดว่าการใช้แอพแปลจะทำให้คนเรียนภาษาน้อยลงไหม เราเลยตอบไปว่า ปัจจุบันแอพเหล่ายังไม่มีความแม่นยำมากพอในการแปล ที่สำคัญการสื่อสารแบบต่อหน้าคือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุดครับ หลังตอบจบก็หายใจเข้าออกเพื่อลดความตื่นเต้น จากนั้นก็จะเป็นคำถามทั่วไปแล้วว่า เคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง ชอบเรียนวิชาอะไร ฯลฯ หลังจากสัมภาษณ์เสร็จเราก็ขอบคุณอาจารย์แล้วก็ออกจากห้องมา ถามว่าสัมภาษณ์นานไหม ไม่นานมา ไม่เกิน 10 นาที ความรู้สึกหลังออกมาก็มั่นใจในตัวเองระดับนึงว่าผ่าน เพราะรู้สึกว่าก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

วันประกาศผล
ตั้งหน้าตั้งตารอมาก เปิดเว็บค้างไว้ พออัพรายชื่อคนมีสิทธฺ์เข้าศึกษา คือ แบบร้องลั่นบ้าน 55 ในที่สุดความพยายามของเราก็สำเร็จ รีบเปิดประตูบอกแม่เลย ความรู้สึกตอนนั้นคือแบบขอบคุณตัวเองที่พยายามจนถึงวันนี้ ขอบคุณพ่อแม่ที่คอยสนับสนุนมาตลอด ทีนี้เราก็ตั้งตารอวันปฐมนิเทศ ก็คือใส่ชุดนิสิตไปเลยครับ ทางวิทยาลัยเขาก็จะมีอาจารย์มาแนะนำหลักสูตรการเรียนต่างๆ กิจกรรมที่จะได้ทำ ก่อนเปิดเรียนจะมีเรียนซัมเมอร์ด้วยเป็น Pre-College Program ที่ทุกคนต้องเรียน เพื่อเป็นการปรับพื้นฐานวิชาต่างๆก่อนจะได้เจอของจริง เรียนประมาณ 1 เดือนเต็ม

Pre-College Program

ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ได้พบกับเพื่อนใหม่ในสาขา แต่ละคนตอนแรกเราก็ยังแบบเขิลอายตามภาษาคนรู้จักกันใหม่ แต่พอทำกิจกรรมไปด้วยกันเรื่อยๆ ก็ได้คุยรู้จักกันมากขึ้น วิชาช่วงพรีคอลเลจจะเป็นพื้นฐานภาษาอังกฤษ แล้วก็จะมีเป็นพื้นฐานวิชาที่จะได้เรียนในเทอม 1 ก็จะมีตั้งแต่ วัฒนธรรมโลก(Global Culture) ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาสากล (English as a Global Language)  การปรับตัวเรากับให้เข้าสังคม (Self and Society) การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) ฯลฯ ระหว่างเรียนก็จะมีให้ฝึกพรีเซ้นต์งานด้วยทั้งแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม มีงานทั้งการเขียนเรียงความ จบช่วง ทางสาขาก็จะมีพาไปกินเลี้ยงด้วย ก็คือไปกินเลี้ยงที่โรงแรมด้วยนะ

เปิดเทอมใหม่ หัวใจว้าวุ่น
ในที่สุดก็เปิดเทอม เข้าสู่ชีวิตแห่งรั้วมหาลัยจริงๆแล้ว ที่เขาลือกันว่าเรียนหนัก อ่านหนังสือเยอะ สอบยาก อาจารย์โหด เพื่อนน่ากลัว มันจะจริงอย่างที่คิดไหมนะ ขอตอบตรงนี้เลยว่า "มันแล้วแต่ที่ที่คุณเรียน" ถามว่า LIC เรียนหนักไหม เราว่าอย่างเทอมแรกอย่างงี้ยังไม่ค่อยหนักเพราะมันอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ใครที่อ่อนภาษาอังกฤษก็อาจจะยากหน่อย เพราะฉะนั้นถ้าจะเข้าอินเตอร์ต้องแน่นอังกฤษนะครับ อ่านเยอะไหม มันก็จะมีงานที่อาจารย์ให้ไปอ่านเป็นพวกวิจัยแล้วก็มาวิเคราะห์แล้วนำเสนอ ไม่ว่ายังไงก็หนีการอ่านไม่พ้น ไม่ว่าจะตอนเรียนหรือสอบ ขึ้นอยู่กับความยากมากกว่า ว่าเราเจอเนื้อหาแบบไหน ส่วนสอบต้องบอกเลยว่า ถ้าตอนเรียนตั้งใจแล้วหมั่นทบทวนตอนสอบก็ไม่มีปัญหา ส่วนอาจารย์ของ LIC เรามีความรู้สึกว่าพวกท่านรักเรามากๆ มีอะไรปรึกษาได้ตลอด ไม่พอใจดีด้วยนะheart แต่เราเองก็ต้องเคารพเขาเช่นกัน ตอบแทนพระคุณครูด้วยการตั้งใจเรียนและสอบให้ได้ 555 เรื่องเพื่อนต้องบอกเลยว่าอีกหนึ่งปัญหาระดับจักรวาล เป็นธรรมดาที่บางทีความสัมพันธ์ต้องมีช่วงร้าว แต่สิ่งสำคัญคือ การเข้าใจ ต้องคุยกันเยอะๆ จะได้รู้ถึงปัญหา แต่ด้วยความที่สังคม LIC เป็นแบบครอบครัว เราทุกคนเลยพยายามอยู่กันอย่างสงบสุข จะบอกที่เขาลือกันว่าเพื่อนมหาลัยแบบหาจริงใจยาก บอกเลยว่า แถบจะไม่จริงเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและสังคมด้วยนะ
ช่วงปี 1 เทอม 1 เราก็จะได้เจอกับวิชาที่เป็นแกนกลางของสาขาเลยก็ว่าได้ เพราะมันจะต่อยอดไปวิชาอื่นๆในอนาคต 
วิชา Introduction to Intercultural Communication ก็จะเป็นการนำทฤษฎีของภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษามาดู  
       ว่าทำไมภาษาและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อสังคม มันสะท้อนอะไรถึงพฤติกรรม ความคิดและความเชื่อของ
       มนุษย์ 
วิชา English as a Global Language วิชานี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นวิชาที่จะเปิดโลกแห้งภาษาอังกฤษให้เรามาก 
       ปกติเราจะคุ้นชินกับภาษาอังกฤษแบบบริทิชหรืออเมริกันใช่ไหมครับ แต่วิชานี้เราเรียนถึงภาษาอังกฤษทั้งโลก
       เลย มาดูซิว่าทำไมภาษาอังกฤษถึมีอิทธิพลขนาดนี้ คาบแรกๆมาประเดิมด้วย ภาษาอังกฤษแบบพวกนัก
       ร้องแร็ปเปอร์ เรียกว่า Ebonics English คิดดูสิว่าเจ๋งแค่ไหน
วิชา Reading in Global Context ก็จะเป็นแนว Reading ที่มีเนื้อหาของบทความเป็นวัฒนธรรรมต่างๆของโลก

ส่วนตัวถ้าถามว่าเราชอบวิชาไหนมากที่สุด คือจะบอกว่า เราเลือกไม่ได้ 55 เพราะว่าแต่ละวิชามันมีจุดเด่นเป็นของตัวเองของมัน แล้วมันก็จะเชื่อนไปวิชาอื่นด้วย เพราะวงการการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมมันรายล้อมอยู่รอบตัว 
ขึ้นเทอม 2 เนื้อหาจะเน้นเป็นแนวเทคโนยี โลกดิจิทอล และ การเคลื่อนไหวทางสังคม
วิชา Digital Literacy and Intercultural Communication เราเข้าสู่ยุคที่สื่อต่างๆมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์
       เพราะกระแสโลกาภิวัฒน์ Globalization ทำไมพวกเราเชื่อมต่อกันได้อย่างอิสระ เลยทำให้เราจำเป้นต้องเรียน
       ทักษะการเรียนรู้สื่อต่างๆให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งนำมาซึ่งเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมด้วย
วิชา Interaction in Intercultural Communication วิชานี้สอนทักษะการติดตามโลก เพราะจะโฟกัสที่ดการเคลื่อนไหว
       ทางสังคมเช่น ปัญหาความเท่าเทียมทางเพศ การถูกกลั่นแกล้งในโลกปัจจุบัน การใช้วัฒนธรรมการสื่อสารใน
       องค์กร
วิชา Public Speaking and Effective Presentation ใครกลัวการพูดหน้าชั้นขอให้ยกมือ เพราะวิชานี้เราจะได้ออกมา
       พูดหน้าชั้นกัน ขนาดพูดภาษาไทยยังตื่นเต้นเลย อันนี้ต้องพูดภาษาอังกฤษ วิชานี้ก็จะช่วงเรื่องทักษะการพูดและ
       การพรีเซ้นต์งานของเราซึ่งสำคัญมากเพราะสาขานี้มีนำเสนองานเยอะ ทักษะการพูดเลยจำเป็นมากๆ

ตอนนี้ก็ขึ้น ปี 2 แล้ว ความท้าทายและความยากของวิชาก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งปี 2 นี้เราก็จะได้เริ่มเรียนภาษาที่ 3 ด้วย
จะมีให้เลือกตั้งแต่ภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี สเปน เยอรมัน และ ฝรั่งเศส (แต่ปีเราไม่เปิดฝรั่งเศสเพราะจำนวนนักเรียนน้อย แต่ถ้าอยากเรียนจริงๆก็สามารถไปลงกับคณะมนุษยศาสตร์ได้) ส่วนตัวเราเลือกเรียนภาษาสเปน เพราะเราชอบวัฒนธรรมลาติน แล้วก็อยากไปต่อยอดการทำงานในอนาคตด้วย เพราะเราอยากทำอาชีพแนวองค์กรนานาชาติ สถานกงสุล รองลงมาก็อยากเป็นอาจารย์

กิจกรรมที่ได้ทำมา
ที่ผ่านเราได้มีโอกาสไปฝึกประสบการณ์ที่งานประชุมวิชาการ Thailand TESOL เป็นงานที่รวมนักวิชาการทางด้านภาษาอังกฤษและการศึกษาทางด้านภาษา ภายในงานนี้บอกเลยเราได้ใช้สิ่งที่เรียนมาจริงๆ เจอคนจากหลายชาติมาก เราทำหน้าที่เป็นคนควมคุมห้องบรรยาย เรียกได้ว่าเป้นการฝึกประสบการณ์ที่ดี ช่วงปี 1 เทอม 2 เราก็มีทริปต่างประเทศไปสิงคโปร์ ไปศึกษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ RELC International บอกเลยว่าสนุกมากๆ นอกจากนี้เราก็ยังร่วมทำกิจกรรมต่างๆในมหาลัยเช่นไปค่าย ฝึกพิธีกรของ PRSWU ได้พบเจอกับเพื่อนใหม่เยอะเลย สัปดาห์ที่ผ่านมาเรากับเพื่อนได้เข้าร่วมโครงการ EU beach cleanup ของสหภาพยุโรป ไปเก็บขยะแถวชายหาดของเกาะสาก จังหวัดชลบุรี ไปงานนี้คือได้ฝึกใช้ภาษารัวๆเลย ล่าสุดเรากำลังจะมีไปเป็นเจ้าหน้าที่ในงานประชุมของ UNESCO เกี่ยวกับThe Inclusion, Mobility and Multilingual Education Conference บอกเลยว่าการเข้ามามหาลัยเรียนอย่างเดียวไม่พอ เราต้องดีด้านกิจกรรมด้วย ยิ่งในอนาคตเราอยากทำสายอาชีพไหน เราต้องเก็บเป็นโปรไฟล์ไว้เยอะๆเลย เพราะคนไม่ได้ดูแค่เกรด แต่เขาจะดูด้วยว่าเราทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง 

เทคนิคในการเรียนรวมไปถึงการเตรียมตัวของ LIC รุ่นต่อไป
เราต้องแบ่งเวลาให้ถูกต้อง ช่วงไหนควรที่จะเล่น ช่วงไหนควรที่จะโฟกัสกับการเรียน เราจะมานั่งรออารมณ์ที่เหมาะไม่ได้ เพราะว่าเราพิสูจน์มาแล้วว่า One Night Miracle มีอยู่จริง 55 ก็ถ้าใครสนใจเรียน LIC นะครับ ลองตรวจสอบตัวเองว่าตอนนี้เรามีความสนใจแค่ไหน โดนเฉพาะภาษาอังกฤษตอนนี้เราอยู่ระดับไหน ถ้ารู้ตัวว่าพื้นฐานยังไม่แน่น พูดไม่ได้ไม่ชัด ฟังไม่ออก แต่งประโยคจับไวยกรณ์พื้นฐานไม่ดี ควรรีบปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้แน่น เพราะมันส่งผลระยะยาวแน่นอน ปัญหาของน้องๆส่วนใหญ่คือมีไอเดีย ความรู้ แต่สื่อสารไม่คล่อง เพราะฉะนั้นฝึกต้องพูดบ่อยๆ รวมไปถึงคำศัพท์ที่จำเป็นต้องรู้ และไม่มองข้ามไวยกรณ์นะครับเพราะมันคืออาวุธในการเรียบเรียงภาษา ส่วน Concept ที่สาขา LIC ของเรามักจะเจอคือ 
Globalization           กระแสโลกาภิวัฒน์
Cultural Awareness ความตระหนักรู้ทางด้านวัฒนธรรม
Multiculturalism       พหุวัฒนธรรม
Global Citizenship   พลเมืองโลก
World Englishes      ภาษาอังกฤษแบบหลากหลายระดับโลก
Lingua Franca         ภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสาร
เหล่านี้คือคำศัพท์ที่จะหลอกหลอนน้องๆ ซึ่งเราจะได้พบเจอตลอดการเรียน จะใช้บ่อยครั้งตอนพรีเซ้นต์งานและในงานเขียนด้วยนะ 

ให้กำลังใจถึงน้องๆรุ่นต่อไป
เราจะบอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เราเองก็ผ่านอะไรมาเยอะ ในชีวิตไม่คิดเลยว่าจะเสียน้ำตาให้กับการเข้ามหาลัย แต่มันก็เป็นธรรมดาที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงแห่งการเติบโตไปอีกขั้น สิ่งที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้คือ การไม่ละที่ความชื่อชนชอบของตัวเอง เรารู้ว่าภาษาคือความหลงใหลที่เราเทใจให้ เพราะฉะนั้นเราก็ทุ่มเทความตั้งใจให้สุด เราเป็นคนไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ไปโรงเรียนติวเตอร์กับเขาด้วย ไม่เคยคิดว่าจะเข้าร้านหนังสือไปขนหนังสือมาอ่านเตรียมสอบ แต่ในที่สุดเราก็ต้องทำทุกวิถีทางให้เรามีศักยภาพมากพอที่ได้ทะลุไปถึงจุดหมายของเรา อยากจะบอกแค่ว่า ถ้าลงมือทำอะไรแล้วขอให้ไปให้สุด ไม่ทิ้งความหลงใหลของตัวเอง ให้เหมือนกับคนรักที่เราจะไม่มีวันปล่อยมือ

ถ้าสนใจเรียนต้องทำยังไง
ในฐานะที่เราทำงานในฝ่ายข้อมูลการรรับสมัครและประสานงานหลักสูตร ใครที่สนใจสาขา LIC นะครับ โดยเฉพาะน้องมัธยมที่กำลังจะสอบเข้ามหาลัย อยากจะเรียนเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเข้าหลักสูตร ปรึกษาการเตรียมตัว สอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ สามารถแอดข้อมูลติดต่อด้านล่างได้เลยครับ ทุกช่องทางรบกวนทักแชทมาด้วยนะครับ
LINE : kevin_kw
FB : KKeltan KoolKid 
IG: k.keltan

สามารถติดตามข่าวสารต่างๆได้ทางเพจของสาขาด้วยนะครับ
Facebook : https://www.facebook.com/BA-in-LIC-548755242249619/
Twitter : https://twitter.com/lic_swuic?lang=en
Instragram : https://www.instagram.com/swuic.lic/?hl=en

อันนี้เป็นลิงค์กระทู้ก่อนๆนะครับ ตามไปอ่านได้ แต่หลักๆจะเป็นพวกเกณฑ์สอบเข้าของปี 62 สามารถศึกษาเป็นแนวทาง ปล. ถ้ามีเวลาว่างจะทำ VLOG เกี่ยวกับตอนไปเรียน
กระทู้ 1 : https://www.dek-d.com/board/view/3883278/
กระทู้ 2 : https://www.dek-d.com/board/view/3917812/
กระทู้ 3 : https://www.dek-d.com/board/view/3926363/

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป