ซ่อน
แสดง

เส้นทางการติดหมอ จาก Dek62คนหนึ่ง [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีครับ พี่มาจากDek62นะครับ พี่สอบติดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตอนนี้ก็เปิดเทอมมาได้1เดือนแล้ว พี่ก็อยากจะมาเล่าเฉยๆครับ เผื่อน้องๆจะเอาไปอ่านเล่น เริ่มเลยนะ! 

อย่างแรกนะครับ พี่ยอมรับว่าพี่เรียนพิเศษเพิ่มเติม เนื่องจากพี่ไม่สามารถทำความเข้าใจทุกวิชาในห้องเรียนได้ สำหรับน้องๆที่เผลอกดเข้ามาและรีบ พี่ก็จะบอกที่ที่พี่เรียนพิเศษในแต่ละวิชาเลยละกัน

เลข:Oplus.  เคมี:A Big Center.  ชีวะ:Biobeam. สังคม:ครูป๊อบ   ความถนัดแพทย์:Applied Physics(ใช่ครับ น้องอ่านไม่ผิดหรอก ที่นี่มีสอนความถนัดด้วย)​

ส่วนที่ไหนเรียนตอนไหน พี่จะใส่ในที่พี่เล่านะ เดะเล่าจริงๆละ

ม.1-ม.3: สำหรับน้องม.ต้นที่เข้ามา อยากจะบอกว่า ทำตัวชิวๆเลยครับ ไม่มีอะไรให้เครียดในช่วง3ปีนี้(ยกเว้นถ้าน้องจะสอบเข้าม.4ในโรงเรียนชั้นนำำ)​

ม.4: ปีนี้เป็นปีที่พี่ยังไม่รู้ว่าพี่อยากเรียนหมอ เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่เลยเรียนแบบชิวๆไปก่อน เรียนพิเศษก็มีแค่เลขม.4คอร์สปกติเพราะส่วนตัวชอบเลขอยู่แล้ว เลยอยากไปเรียนเฉยๆ ที่เหลือก็เรียนที่รร.ไปเรื่อยๆ ทำกิจกรรมที่รร. เก็บช่วงเวลาต่างๆกับเพื่อนๆ เพราะปีนี้สบายสุดในม.ปลายแล้วครับ

ม.5: ปีนี้เป็นปีที่พี่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าอยากเป็นหมอ แต่เรียนไม่รู้เรื่องซักอย่างโดยเฉพาะชีวะและเคมี พี่เลยเริ่มเรียนพิเศษอย่างจริงจังครับ โดยที่เรียนอย่างแรกเลยคือเลขและชีวะ โดยเลขนั้นพี่ก็ลงคอร์สม.5เทอม1ไป ส่วนชีวะนั้นพี่ลงคอร์สICUไปเลย(คอร์สent)​โดยพี่เริ่มเรียนตอนปิดเทอมใหญ่ที่จะขึ้นม.5ครับ โดยระหว่างปิดเทอมก็จะมีเรียนซัมเมอร์ของที่รร.ด้วย ทำให้เวลาเรียนพิเศษพี่น้อยลงไปมาก พี่เลยเรียนแบบไม่หยุดครับ คือทุกวันที่หยุด พี่ไปเรียนทุกวันตั้งแต่8.00-17.00 หรือเอาง่ายๆเรียนให้ครบ3เทปใน1วันครับ โดยเวลาเรียนก็เอาขนมปังเข้าห้องไปไว้กินตอนเที่ยง(กินไปเรียนไปนั่นแหละ)​ แต่ทำแบบนี้ไม่ดีนะครับอิอิ  พี่ทำแบบนี้ทุกวันจนจบ2คอร์สใน1เดือนกับอีก1สัปดาห์เท่านั้น ส่วนตอนเปิดเทอมพี่ก็เรียนเรื่อยเปื่อยแบบม.4แต่ต่างตรงที่ พี่ลงเลขคอร์สสถิติและแคลคูลัสไปด้วย ซึ่งทุกวันหยุด พี่ก็มาเรียนครับ(บางสัปดาห์ก็แอบโดดรด.มาเรียนนะ555555)​พี่ก็สามารถจบ2คอร์สได้ก่อนปิดเทอมครับ  มาเรียนพิเศษอีกทีก็คือปิดเทอมตุลา ซึ่งก็เหมือนเดิมครับ พี่ลงเรียนคณิตม.5เทอม2ไป และอีกคอร์สนึงคือ คอร์สentเคมี โดยทำแบบเดิมเลย ทั้ง2คอร์สก็จบใน1เดือน555555555 พอเปิดเทอม พี่ก็ลงคอร์สตะลุยโจทย์เลขหรือrescueนั่นเอง โดยก็ทำแบบเดิมครับ555555555 เรียนทุกวันหยุดและเรียนทั้งวัน จนเรียนจบคอร์สครับ หลังจากนี้ก็เรื่อยเปื่อยจนจบม.5.... 

ม.6: ปีนี้เชื่อว่าเป็นปีที่เ-้ยที่สุดสำหรับหลายๆคน เพราะน้องจะมีความเครียดที่ไม่เคยมีอยากน่าประหลาดใจ โดยก่อนขึ้นม.6 ก็ะมีปิดเทอม+ซัมเมอร์ แน่นอนครับ พี่ก็ไปลงเรียนพิเศษสิครับ5555555 โดยวิชาที่พี่ลงคราวนี้คือสังคมและความถนัดแพทย์ โดยเรียนความถนัดก่อนและค่อยเรียนสังคมตามลำดับ เรียนทุกวันและทั้งวันจนจบคอร์สเหมือนเดิมครับ (เพิ่มเติม:สังคมพี่เรียนทั้งคอร์ส 9days avant-garde และ catch me ครบทั้ง3คอร์สเลยครับ)​ พอเรียนจบเสร็จปุ๊บก็เปิดเทอมพอดี หลังจากนี้แหละครับของจริง ช่วงเวลาพี่เริ่มอ่านหนังสืออย่างจริงจังครับ เพราะก่อนหน้านี้พี่แค่เรียนให้เข้าใจ แต่ไม่เคยมานั่งอ่านให้มันจำพี่เลยต้องมานั่งชดใช้กรรมม.6นี่แหละ5555555  โดยการอ่านของพี่จะเป็นแบบอ่านเป็นรายวิชาครับ อ่านวิชานึงจบทั้งหมดก่อนค่อยไปวิชาถัดไป แล้วพออ่านวิชาอื่นเสร็จแล้วเผลอลืมวิชาก่อนหน้า ก็เอาวิชาเดิมมาเปิดทวนๆ มันจะเป็นการอ่านซ้ำหลายรอบครับ ซึ่งพี่บอกไว้ก่อนว่าวินัยพี่ไม่มีครับ ซึ่งมันไม่ดีนะครับ พี่จะอ่านก็ต่อเมื่ออยากอ่านเท่านั้น ตอนไหนไม่มีอารมณ์พี่ก็ช่างมันเลย555555 กลับเข้าเรื่องดีกว่า โดยวิชาแรกที่พี่อ่านคือชีวะครับ ใช้เวลาอ่านประมาณ2เดือนครับเพราะพี่ค่อยๆอ่าน โดยวิธีที่พี่จำในพวกฮอร์โมนหรือพวกเรื่องไฟลัมพวกนี้ (พวกที่มันต้องจำโดยไม่ใช้ความเข้าใจอะ) พี่จะแต่งเพลงหรือคิดวิธีจำเองเลยครับ มันช่วยให้จำได้ง่ายขึ้นมาก เช่นฮอร์โมนที่ผลิตที่Hypothalamus พี่ก็จำเป็นR O VเพราะมันมีพวกRHต่างๆ Oxytoxinและ Vasopressinประมาณนี้ครับ ส่วนเรื่องที่เหลือพี่เน้นอ่านให้เข้าใจครับ ถ้าเข้าใจจริง อ่านรอบเดียวมันจะเพียงพอเลย วิชาถัดไปก็คือเคมีครับ อ่านประมาณ1เดือนเพราะเริ่มอ่านจริงจังแล้ว อารมณ์อ่านประมาณชีวะเลยครับ โดยระหว่างที่พี่อ่าน2วิชานี้ พี่ก็ได้ทำโจทย์PAT1ปีก่อนๆซึ่งเป็นวิชาเลขด้วยนะครับ เพื่อสร้างความคุ้นชินในการทำโจทย์ ส่วนวิชาถัดมาคือฟิสิกส์ ฟิสิกส์พี่ไม่ได้เรียนพิเศษครับ พี่อ่านเล่มนี้เอา "จบกันทีฟิสิกส์" พี่ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่น้อยและไม่เยอะไป และพี่ว่าเขาเขียนเข้าใจดีอะ คนเขียนสามารถถ่ายทอดฟิสิกส์ออกมาเป็นภาษาคนได้ค่อนข้างดีครับ อ่านประมาณ1เดือนครับ อ่านช่วงปิดเทอมตุลา หลังจากนั้นพี่ก็นั่งทำโจทย์เคมีของคอร์สentที่ผมดองไว้ครับ เพราะก่อนที่จะทำโจทย์จริง ก็ต้องคุ้นเคยกับการใช้พื้นฐานให้คล่องก่อน พี่เลยมาทำช่วงนี้ครับ(พ.ย-ธ.ค)​ พอถึงช่วงปีใหม่ โชคดีที่รร.พี่มีวันหยุดช่วงปีใหม่ให้ประมาณ10วัน พี่เลยทุ่ม10วันนี้ให้กับสังคมตัวร้ายยยย โดยพี่อ่านแบบให้จำทุกตัวอักษรได้ในเล่มที่พี่เรียน จำๆไปก่อนสอบเสร็จเดะก็ลืมได้แล้ว555555555  พอจบปีใหม่ไป ต่อมาคือการทำโจทย์ล้วนๆแล้วครับ เวลาพี่บริหารไม่ค่อยดี พี่จึงมีเวลาในการทำโจทย์ไม่มากนัก ที่พี่ทำก็คือการทำข้อสอบเก่าครับ โดยโหลดข้อสอบ9สามัญทุกปีย้อนหลังละมานั่งทำครับ ในส่วนวิชาไทยและอังกฤษ พี่ใช้ความรู้ตกก้นหม้อทำล้วนๆเลยครับ55555555 ก็คือขี้เกียจแหละครับ โดยวิธีการทำโจทย์ของพี่จะไม่จับเวลาตั้งแต่แรกนะครับ เพราะตอนพี่ทำชุดแรกๆ มันไม่คุ้น มันทำไม่ได้ พี่เลยทำแบบไม่จับเวลาโดยแต่ละข้อ พี่จะคิดจนกว่าจะทำได้ เมื่อคิดได้ในครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อมาเราจะทำโจทย์แบบเร็วได้เองครับ ค่อยจับเวลาทำข้อสอบในชุดหลังๆ โดยต่อมาจะมาเล่าตอนสอบจริงละนะ สนามแรกที่ต้องเจอคือGAT-PATครับ ซึ่งสนามนี้ไม่ซีเพราะพี่ไม่ใช้คะแนน ก็ไปสอบPAT1 PAT2 และGATครับเผื่อหลุดรอบ3 จะได้มีคะแนนไปใช้รอบ4 พี่ทำๆไปไม่สนใจอะไร ส่วนสนามถัดมาคือONET อันนี้แค่ทำให้ไ้ด้300/500ก็ไม่มีไรแล้วครับ ข้อสอบอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงง่ายมาก ยกเว้นสังคม เพราะสังคมยากมากกกกก โดยในส่วนONETนี้ ถ้าใครมั่นใจวิชาอื่น อังกฤษเทก็ได้ครับ เพราะว่ามหาลัยส่วนใหญ่จะจัดวิชาEngตามคะแนนโอเนต ถ้าได้เยอะ ก็จะได้เรียนlevelสูงซึ่งทำเกรดยากครับ ต่อมาคือสนามที่พี่ว่าตื่นเต้นสุดในทุกสนามแล้วคือความถนัดแพทย์ครับ ซึ่งความถนัดแพทย์นี้พี่ทำโจทย์ก่อนสอบ2อาทิตย์คือซื้อหนังสือมา2เล่ม ไม่ซีว่าใครเขียนนะครับ ซื้อมาทำให้คุ้นมือเฉยๆ แล้วนั่งทำทุกวันไปเลยยันสอบ ทำให้วันสอบจริงพี่สามารถทำออกมาได้ค่อนข้างดี(มั้ง)​ครับ และสนามสุดท้าย 9วิชาสามัญ สอบสนามนี้เสร็จก็จบแล้วเย่ แต่! พี่จะมารีวิวคร่าวๆในแต่ละวิชาให้ครับ

เลข: speed testดีๆนี่เอง ไม่ยากเท่าPAT1ครับ(เพราะไม่ถึก)​ แต่ก็ไม่ง่าย เพราะข้อสอบเน้นกึ๋นพอสมควร ต้องมองรูปแบบที่โจทย์ต้องการให้ทำให้ออก ทำโจทย์มาเยอะๆน่าจะเก็บคะแนนได้ครับ

ฟิสิกส์: ปีนี้ยากชิบหายครับ5555555 เพราะเขาเอาสอวน.ค่าย1มาออก แต่คาดว่าน่าจะง่ายขึ้นในปีถัดๆไป เพราะโดนด่าเยอะพอสมควร แต่ถ้าเป็นข้อสอบปีก่อนๆ ฟิสิกส์คือวิชาเก็บแต้มครับ เพราะออกไม่ซับซ้อน ออกง่าย

เคมี:speed testอีกแล้วววว ไม่ยากมากครับแต่ต้องแม่นพอสมควร เพื่อที่จะได้รู้ว่าข้อนี้ต้องทำยังไง

ชีวะ: ส่วนตัวคิดว่าไม่ยาก แนวจะคล้ายๆข้อสอบปีก่อนๆ ขอเตือนว่า อย่าเทecologyนะครับ ออกเยอะมากกกกกกดกดดดดด

อังกฤษ:speed testอีกแล้ว ส่วนใหญ่เน้นreadingครับ อ่านเยอะมากกกกกกๆ grammar conversationมีบ้างนิดหน่อย แต่ควรฝึกอ่านมาเยอะๆ ทำข้อสอบเก่าจะรู้แนวว่าควรเตรียมตัวอย่างไร

สังคม: คล้ายๆonetครับ วัดดวงว่าอ่านมาจะตรงกับที่ออกไหม ตรงก็ง่าย ไม่ตรงก็ตาย แค่นั้นแหละครับ55555555

ไทย:ง่ายครับ เน้นอ่านจับใจความ อ่านดูความรู้สึกผู้แต่ง พวกแบบ ข้อไหนไม่ใช่ประโยค ข้อไหนกำกวมไรงี้ แนวข้อสอบเหมือนข้อสอบเก่าเลยครับ ส่วนวิชาทำโจทย์ในแต่ละแนว ลองไปดูเพจkrupopsworldก็ได้ครับ มันจะมีคลิปไทยฉุกเฉินอยู่ ลองเลื่อนๆหาดู

ในส่วนความถนัดจะมี3พาร์ทครับ ตามนี้เลยย
เชาว์: ยากนิสนึง และspeed testแบบโคตรพ่อโคตรแม่ครับ เวลาเดินไวมากๆ ต้องบริหารเวลาดีๆ

จริยธรรม:ยากเ-้ยๆครับ เพราะมันไม่ได้ถามเคสในรพ. เขาถามแบบเหตุการณ์นึงเกิดขึ้น เราคิดเห็นยังไง ซึ่งช้อยเ-้ยทุกข้อครับ บางข้อก็น่าตอบทุกช้อย บางข้อก็ไม่น่าตอบเลย วัดดวงครับอิอิ

เชื่อมโยง: อันนี้ไม่มีไรครับ ฝึกทำเยอะๆเดะคะแนนก็มาเอง

หลังจากสอบเสร็จก็คือเวลาพักและรอคะแนนครับ พี่จะข้ามไปตอนประกาศผลเลยละกันนะ

หลังจากที่ประกาศว่าติดสัมแล้ว พี่ก็ดีใจสิครับ ความพยายามเราไม่ศูนย์เปล่า และพี่ก็เตรียมเอกสารไปสัม โดยการสัมภาษณ์รอบ3นี้ ไม่มีอะไรเลยครับ คือมันไม่มีอะไรจริงๆ555555555 อาจารย์ให้พี่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆครับ เค้าอยากถามไรเดะเค้าก็ถามเอง ตอบแบบคนปกติที่อยากเข้าหมอไปก็ติดสบายๆแล้วครับ ไม่มีคนตกสัมรอบนี้นะครับ

จบไปแล้วนะครับ ถ้าพี่เขียนไม่ดีตรงไหนก็ขอโทษด้วยครับ พี่เขียนกระทู้ไม่เป็น55555555555 ถ้าสงสัยตรงไหน หรืออยากรู้อะไรเป็นพิเศษ ก็dmมาถามได้นะครับ
ig: ppatterr
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป