ประสบการณ์ตรง “บินเดี่ยวและย้ายโฮสแบบฉุกเฉิน” [ยินดีให้แชร์]

วิว
          สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะครับ ชื่อพัตเตอร์ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS ประเทศสเปนรุ่นที่ 56 นะครับ จะมาแชร์ประสบการณ์ของเด็กแลกเปลี่ยนคนนึงที่ต้องเดินทางคนเดียวและได้ย้ายโฮสแบบสายฟ้าแล่บ นับว่าเป็นช่วงชีวิตที่ Live like a homeless เบาๆนะฮะ เมืองที่ผมได้ไปอยู่ที่แรกนั้นคือเมือง Mazagón, Huelva ในแคว้น Andalucia ที่อยู่ทางใต้สุดของสเปน นะครับ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อยู่แบบบ้านนอกพอสมควร ทั้งเมืองมีแค่ซูปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆกับชายหาดและน้ำทะเลเย็นๆไว้เดินเล่น ซึ่งภายในแคว้นนี้ก็มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยเพียงคนเดียวเช่นเดียวกัน 555555
          โดยความสนุกก็เริ่มตั้งแต่การเดินทางมาประเทศ เนื่องจากวีซ่าสำหรับการมาแลกเปลี่ยนที่สเปนนั้นค่อนข้างจะได้ช้าเพราะขั้นตอนเอกสารเยอะ และผมก็บังเอิญโชคดีที่วีซ่าติดปัญหาทำให้เดินทางช้าไป 1 อาทิตย์หลังจากเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ได้ล่วงหน้ามากันก่อนแล้ว (ยังมีคนได้มาช้ากว่าผมเช่นกันนะฮะ แต่ไม่ได้ลุยเดี่ยว) ทำให้ได้ผจญภัยลุยเดี่ยวตั้งแต่กรุงเทพจนถึงมาดริดเลย โดยในตอนนั้นก็มีความกังวลใจอยู่เหมือนกันเพราะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ประเทศการ์ตาเอง และเชื่อว่าท่านผู้ปกครองหรือน้องๆที่กำลังจะไปแลกเปลี่ยนก็คงกังวลใจเรื่องอาจจะถูกบินเดี่ยวเหมือนกัน โดยในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวมาก เพียงแค่เราต้องมีความใจเย็นและมีสติ คอยระวังเอกสารการเดินทางของตัวเองไว้เสมอและหาGateที่ต้องขึ้นเครื่องพร้อมกับคำนวนเวลาการเดินให้เรียบร้อย ถ้าเกิดเราหลงทางก็อย่าตื่นตูมแค่หาเจ้าหน้าที่หรือinformationของสนามบินเพื่อให้เขาช่วยชี้ทางสว่างเท่านั้นเอง ตอนมาถึงมาดริดทาง AFS ก็ได้ส่ง volunteer มานำทาง ถึงแม้ว่าเขาจะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังถูๆไถๆกันจนสามารถไปรอดถึงสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปเมืองของผม ในส่วนกระเป๋าเดินทางในตอนนั้นก็ต้องรู้จักระวังให้ดีเช่นกัน เพราะในเมืองใหญ่ย่อมมีการล้วงกระเป๋าเป็นที่แน่นอน นำของสำคัญสะพายไว้ด้านหน้าตัวเราจะดีที่สุดนะครับ น้ำหนักกระเป๋าก็ต้องเอาเท่าที่เรายกไหวกันด้วยเดียวจะโดนกระเป๋าทับตอนยกเองได้
          หลังจากมาอยู่ที่บ้านแรกนั้น ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งการเข้าสังคมใหม่ๆและปรับตัวให้เข้ากับผู้คนรอบตัว ซึ่งในเรื่องภาษาสเปนนั้นนับว่าเหนื่อยไม่ใช่เล่นในช่วงแรก เพราะว่าในห้องเรียนเดียวกันนั้นก็มีเด็กแลกเปลี่ยนจากเยอรมันมาอยู่ด้วย และภาษาเขาค่อนข้างไปได้เร็วกว่าเรามากเพราะความใกล้เคียงทางภาษา+มีกลุ่มเพื่อนเที่ยวเล่นตั้งแต่แรก ซึ่งโฮสผมก็ไม่ค่อยจะปล่อยให้ออกไปเที่ยวเล่นเพราะว่าอยากให้สนิทกับลูกเขามากกว่า จึงจำใจไปอยู่กับกลุ่มน้องๆในช่วงแรก เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนๆในห้องสำเร็จ แต่โฮสก็ยังไม่อยากให้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆอยู่ดี เราก็พยายามแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง มีการเจรจากับโฮสบ้าง คอยปรับตัวให้เข้ากับพวกเขามากที่สุด เพราะยังถือคติว่าเราไปอาศัยอยู่บ้านเขา เราก็ต้องปรับตัวอยู่กับเขาให้ได้ พอเวลาผ่านไปก็เริ่มมีการไม่ลงรอยกันบ้างแต่เราก็ไม่อยากย้ายโฮสจึงยังคงอดทนต่อไป แต่เราเริ่มปรึกษากับ Contact person ของตัวเองเพื่อขอคำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ Contact person แต่ละคนด้วย เขามีแวะมาหาที่บ้านเพื่อมานั่งคุยกัน และแนะนำวิธีการประนีประนอมการวางตัวกับโฮสอย่างเหมาะสม หลังจากนั้นก็มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นมาครั้งนึง เพราะตอนนั้นโฮสจะไปธุระเมืองอื่นไม่กี่ชั่วโมงแล้วไม่ยอมให้กุญแจบ้านกับผม ผมเลยขอออกไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเพื่อนจะไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ แต่โฮสกลับไม่ยอมให้ไปกับเพื่อน+ไม่ให้ผมอยู่บ้านเองคนเดียวแล้วไม่ให้ออกไปกับโฮสด้วย ผมเลยออกไปนอกบ้านเดินเล่นรอเจอเพื่อนที่เหลืออยู่ในเมือง สุดท้ายพอผมจะเข้าบ้าน ปรากฏว่าโฮสยังไม่กลับมา สุดท้ายวันนั้นเลยอยู่นอกบ้านตั้งแต่9โมงถึง3ทุ่มไปเลยจ้า เอาตัวรอดโดยการเข้าร้านอาหารไปหลบหนาวกับเข้าห้องน้ำ 555555 พอเรื่องไปถึง Contact person และถึงหู volunteer ทั้งแคว้น เกือบได้ย้ายโฮสกันเลยทีเดียว แต่เรายังยืนยันว่าขออยู่ต่อเพราะกลัวว่าจะย้ายไปเจอโฮสแย่กว่าเดิมกับเสียเพื่อนๆในเมืองนี้ไป จนถึงจุดๆนึงที่เราเริ่มรู้สึกว่ามันเกินจุดที่เราจะทนไหวหลังจากอดทนมาใกล้จะเดือนที่6แล้ว จึงเริ่มมีไปปรึกษาเพื่อนๆแลกเปลี่ยนในแคว้นและ volunteer กับ contact person เกี่ยวกับการย้ายโฮส จนท้ายที่สุด Contact person เริ่มหาโฮสคนใหม่ให้ ซึ่งหลักการหาโฮสของ AFS คือจะพยายามหาโฮสภายในเมืองเดิมหรือที่ใกล้เคียงเพื่อไม่ต้องย้ายโรงเรียน แล้วค่อยขยายเขตไปเรื่อยๆ แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นก่อน
          ในช่วงนั้นโฮสกำลังจะขายบ้านที่อยู่เพื่อย้ายไปที่เมืองอื่น ระหว่างนั้น Contact person ก็มีบอกให้ผมไปถามกลุ่มเพื่อนเพื่อหาโฮสใหม่ในเมืองเดิมก่อน พอโฮสมารู้ว่าผมมีไปถามเพื่อนเพื่อหาโฮสใหม่ทำให้เขาเสียหน้า หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าบ้านแตกกันทันที ตอนนั้นคือโฮสจับนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น แล้วหาทางติดต่อ Contact person เพื่อย้ายเราทันที พอเราโทรหา Contact person ติดปุ้ป โฮสก็ชิงเอาโทรศัพท์ไปแยกคุยเอง แล้วสุดท้ายให้เราต้องย้ายออกทันทีภายในวันถัดไป จุดๆนั้นคือไฟลนก้นครับ เก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าเดินทางภายในบ่ายวันเดียว พอมาอยู่ในห้องคนเดียว Contact person ก็ได้แอบติดต่อมาสรุปให้ฟังว่าต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองใกล้ๆเป็นบ้านเพื่อนแลกเปลี่ยนจากตุรกี เพราะว่าบ้านของ Contact person เขาเลี้ยงหมาเยอะ ซึ่งเราก็แจ้งกับ AFS ไปก่อนแล้วว่าไม่ชอบหมา จึงไปอยู่บ้านเพื่อนที่หมาน้อยกว่าหน่อยแทน (เพราะฉะนั้นตอนกรอกเอกสาร ควรกรอกตามความจริงนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง) วันถัดมาเมื่อมารอโฮสของเพื่อนแลกเปลี่ยนมารับ เพื่อนๆในกลุ่มที่รู้ว่าเรากำลังจะย้ายก็วิ่งออกจากบ้านมาอำลากันก่อนไป ซึ่งในจุดนั้นมันคือความรู้สึกที่ตื้นตันสุดๆ เพราะก่อนหน้านี้ที่เราไม่ได้ไปเที่ยวกับพวกเขาบ่อยๆ และคิดว่าเขาจะสนิทกับเพื่อนจากเยอรมันมากกว่า กลับเป็นสิ่งที่ผมคิดผิดไปโดยสิ้นเชิง เพื่อนๆกลับเสนอตัวจะขอรับผมไปอยู่ด้วยแทน แต่เนื่องจากเพื่อนๆไม่สามารถรับไปอยู่ด้วยจนจบปี ทางAFSจึงไม่สามารถให้ไปอยู่ได้
          หลังจากการอำลานั้น เราต้องไปอยู่ที่บ้านเพื่อนแลกเปลี่ยน (บ้านที่ 2) โดยไม่รู้ว่าจะได้โฮสใหม่เมื่อไร ต้องเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเพื่อนคนนี้ชั่วคราว แต่ปรากฏว่า ช่วงเวลานั้นที่ภาษาเราพัฒนามากพอในการสื่อสารได้+นิสัยที่ขี้เล่นของตัวเอง จึงได้เพื่อนใหม่อย่างรวดเร็วในโรงเรียนใหม่ หลังจากอยู่ในบ้านเพื่อนไปเกือบเดือนนึง Contact person ได้ติดต่อมาว่ามีโฮสที่สนใจจะรับไปอยู่ด้วย อยู่ที่เมือง Almeria ซึ่งอยู่อีกฟากนึงของแคว้น Andalucia เลย และช่วงนั้นเป็นช่วง Semana Santa หรือวัน Easter ซึ่งโฮสใหม่กำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ และเราก็มีไปร่วมทริปเดินทางไกลกับ AFS พอดี จึงต้องย้ายสัมภาระอีกครั้ง ไปที่มาดริดเพื่อไปอยู่กับ volunteer ที่นำทริปเดินทางไกลครั้งนี้ (บ้านที่ 3) หลังจากทริปของ AFS จบลง เราก็ต้องย้ายจากบ้านในมาดริดนี้ ไปอยู่ที่บ้านเพื่อนแลกเปลี่ยนในแคว้นอีกคน ณ เมือง Málaga (บ้านที่ 4)  อยู่สองสามวัน เพื่อรอโฮสกลับมาจากเที่ยวแล้วมารับที่บ้านเพื่อนนี้ ระหว่างการเดินทางย้ายจากมาดริดมาทางใต้อีกครั้งนั้น ล้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็ดันพังพอดีจ้า เนื่องจากน้ำหนักกระเป๋าที่หนักพอสมควร แค่แบกขึ้นลงรถไฟก็ได้ถอดเสื้อหนาวมาออกกำลังกันแล้ว ซึ่งเส้นทางการเดินทางของผมก็เป็นไปประมาณภาพนี้แหละครับ
          ส่วนบ้านใหม่ (บ้านที่ 5) ของผมก็นับว่าเป็นบ้านที่ดีมากๆ และการเข้าสังคมใหม่ๆในโรงเรียนก็ง่ายขึ้นมาก ด้วยระดับภาษาที่มั่นคงและความเฟรนลี่ของตัวเองนะฮะ ถึงแม้ว่าจะได้มาอยู่บ้านใหม่นี้ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย แต่ก็ได้ประสบการณ์ดีๆจากสังคมใหม่นี้อย่างมากทีเดียว หลังจากการเดินทางอย่างทรหดของผม ก็ทำให้ผมได้พบกับสิ่งใหม่ๆหลายอย่างมากมายทั้งวัฒนธรรมที่แท้จริงแล้วมันช่างแตกต่างออกไปตามแต่ละบ้านที่ได้เข้าไปอยู่จริงๆ ความทรงจำดีๆจากเพื่อนที่เจอระหว่างช่วงย้ายโฮส และการรู้จักที่จะกล้าออกจาก Safe zone ของตัวเองเพื่อออกไปหาผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ
          สุดท้ายแล้ว ผมอยากจะขอบอกน้องๆหรือผู้ปกครองที่มีลูกที่กำลังมีปัญหากับโฮสว่า ปีแลกเปลี่ยนนั้นนับว่าเป็นช่วงเวลานึงในชีวิตที่ผมเชื่อว่าเป็นโอกาศเดียวที่เราจะได้ไปอาศัยอยู่ในประเทศที่ต่างภาษาและต่างวัฒนธรรม ในแบบเด็กม.ปลายคนนึง มันแน่นอนว่าปีแลกเปลี่ยนไม่ใช่ปีที่สวยงามและสะดวกสบาย แต่มันจะเป็นปีที่เราได้เติบโตอย่างเต็มที่ ได้รับประสบการณ์ที่ทั้งชีวิตอาจจะไม่มีโอกาสได้รับอีก การที่เรามีปัญหากับโฮสก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องย้ายทันที เราต้องพยายามให้เต็มที่ก่อนในการอยู่ร่วมกับเขา แต่เราก็ต้องไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป ต้องรู้เสมอว่าเราต้องใช้ปีแลกเปลี่ยนให้คุ้มค่า มันไม่ใช่ปีที่เราจะต้องเน้นในด้านวิชาการ แต่เป็นด้านประสบการณ์และการเติบโต การย้ายโฮสก็คงเป็นสิ่งที่คนหลายๆคนกลัว แต่หากเรายังคงอยู่แต่ใน Safe zone ของเราเอง เราก็จะไม่มีวันได้ไปในที่ๆดีกว่าสำหรับเรา บางทีการย้ายโฮสก็อาจจะแย่กว่าเดิม หรือดีกว่าเดิมก็ได้ ผลจากการกระทำของเรานั้นไม่มีใครรู้ได้ว่าจะออกมาแบบไหน แต่สิ่งที่เราจะได้รับอย่างแน่นอนคือประสบการณ์ที่มีค่าที่จะทำให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชณ์สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านคร้าบบบบบบบบบบบบ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป