Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

นักอยากเขียนที่ควรศึกษาให้มาก [ยินดีให้แชร์]

นักอ่านและอดีตนักเขียน
Guest IP
วิว
เราเคยเป็นหนึ่งในคนที่ชอบอ่านนิยาย และเคยเขียนนิยายจนมีผลงานตีพิมพ์ตั้งแต่เรื่องแรกจนเรื่องสุดท้าย

แต่ด้วยน้าที่การงานและความรับผิดชอบมากมายปัจจุบันเราไม่ได้เขียนนิยายมาหลายปีแล้ว เราไม่ได้เข้ามาในเว็บนี้เกือบเจ็ดปี วันนี้กลับมาอีกครั้งและรู้สึกว่านิยายในเว็บทั้งเด็กดีและเว็บอื่นๆ ด้อยคุณภาพลงมากถึงขั้นเลวร้ายจนไม่อาจพูดได้ว่านี่สมควรจะเป็นวรรณกรรม

เริ่มตั้งแต่การใช้ภาษาที่ผิดพลาดใหญ่หลวงเพราะไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดในความหมายของคำที่ใช้...หลายคนอวดแสดงด้วยการประดิษฐ์คำสวยหรูแต่ไร้หลักในการผสมคำแล้วนึกทึกทักเอาว่าคำประดิษฐ์นั้นเท่และถูกต้องมีความหมาย

ผู้เขียนส่วนใหญ่ขาดทักษะและไม่มีศิลปะในการใช้ภาษา การวางโครงเรื่องที่หลวมไร้การวางแผนการดำเนินเรื่องที่ดี โดยรวมนิยายนั้นไม่มีสิ่งใดที่เรียกได้ว่าสร้างคุณค่าให้กับผู้อ่านเลย เรารู้สึกว่านิยายสมัยนี้ส่วนใหญ่เหมือนขยะทางความนึกคิดของใครบางคน เชื่อได้เลยว่านิยายในนี้ที่มีคุณภาพสามารถตีพิมพ์ได้มีแค่ 5% ที่เหลือต้องไปตีพิมพ์ขายเองหรือไม่ก็ทำอีบุค

มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการเรียนการศึกษาในโรงเรียนที่ห่วยแตก....ล้มเหลวสุดๆ สะท้อนความคิดที่มักง่ายของผู้เขียนที่ไม่ศึกษาให้มากๆ ขาดความรู้รอบตัว เพราะไม่ว่าจะนิยายชายรักหญิง ชายรักชาย หรือหญิงรักหญิง ไม่มีประเดนอะไรมาชูเด่นนอกจากเรื่องเมคเลิฟ....สะท้อนกึ๋นผู้เขียน

ที่เขียนมานี่แรงนะ แต่หากอยากเป็นนักเขียนที่ดีก็ลองเอาไปพิจารณาดูแล้วกัน

เอาแค่ตั้งชื่อนิยายก็ยังห่วยเลยเห็นแล้วไม่คิดจะเข้าไปอ่าน
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นิยายก็คืองานศิลปะอย่างหนึ่ง อะไรคือผิด อะไรคือถูก อะไรคือความฝัน อะไรคือสวยงาม

    ศิลปะที่ถูกตัดสินด้วยรสนิยม ด้วยความคิด ไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่ตายตัว

    ภาพวาดภาพหนึ่งบางคนอาจจะมองว่าสวย บางคนก็อาจจะมองว่าไม่สวย

    นิยายเรื่องหนึ่งบางคนอ่านแล้วสนุก บางคนอ่านแล้วก็อาจจะไม่ชอบ

    สิ่งใดถ้ามันดีและมีคุณค่า คนอ่านก็จะตัดสินเอง

    เราไม่รู้ว่าคุณไปอ่านผลงานของใครคนไหนมา และไม่รู้ว่าคุณเป็นนักเขียนที่ดีแค่ไหน

    เราเองก็ไม่ใช่นักเขียนที่เก่ง

    แต่เราเชื่อว่าทุกคนสามารถพัฒนาได้ และในเด็กดีคือสนามเพื่อฝึกฝน

    นักเขียนที่แต่งได้ไม่ดีในวันนี้ ก็อาจจะเป็นนักเขียนที่สุดยอดในวันหน้า


    จงพัฒนา จงเรียนรู้ และอย่าหยุดฝัน จงให้กำลังใจคนรุ่นใหม่


    นั่นคือสิ่งที่รุ่นพี่นักเขียนทุกคนควรทำไม่ใช่หรือ?


    อย่าไปตัดสินใจแทนใครเลย สิ่งใดดีไม่ดี คนอ่านทุกคนคือผู้มีวิจารณญาณ


    "ห่วยมาก แย่มาก ล้มเหลว มักง่าย" ไม่ใช่คำพูดที่เอาไว้พัฒนาผู้คน แต่เป็นการสนองอารมณ์ของผู้พูดเอง


    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #45
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แหม ผมก็เพิ่งผ่านมาเห็น ก็ขออนุญาต "แสดงความคิดเห็น" ต่อการ "แสดงความคิดเห็น" ของคุณเจ้าของกระทู้หน่อยก็แล้วกันนะครับ


    - เราเคยเป็นหนึ่งในคนที่ชอบอ่านนิยาย และเคยเขียนนิยายจนมีผลงานตีพิมพ์ตั้งแต่เรื่องแรกจนเรื่องสุดท้าย - ครับ ใครถามนะครับ? ไม่มี ผมเองก็ไม่ได้อยากรู้ งงเลย แต่ถ้าอยากนำเสนอถึงความ "ผู้เชี่ยวชาญ" ขนาดนั้น ทีหลังก็ล็อกอินมานะครับ


    - แต่ด้วยน้าที่การงานและความรับผิดชอบมากมายปัจจุบันเราไม่ได้เขียนนิยายมาหลายปีแล้ว เราไม่ได้เข้ามาในเว็บนี้เกือบเจ็ดปี วันนี้กลับมาอีกครั้งและรู้สึกว่านิยายในเว็บทั้งเด็กดีและเว็บอื่นๆ ด้อยคุณภาพลงมากถึงขั้นเลวร้ายจนไม่อาจพูดได้ว่านี่สมควรจะเป็นวรรณกรรม - คือผมก็ไม่อยากจะอะไรมากหรอกนะครับ แต่การใช้ไม้ยมกที่ถูกต้องเนี่ย ต้องเว้นช่องไฟหน้าครั้งหนึ่ง หลังครั้งหนึ่งครับ อีกจุดก็ หน้าที่ เขียนแบบนี้นะครับ ในฐานะที่ย่อหน้าถัดไปของคุณได้กล่าวถึงการ "ใช้ภาษาที่ผิดพลาดใหญ่หลวง" ว่ามันเป็นเรื่องที่คุณยอมรับไม่ได้ คุณเองก็ควรระวังทุกครั้งในการเขียนอะไรออกสื่อนะครับ อย่าให้ผิดพลาดแม้แต่คำเดียวนะครับ เพราะผมกลัวว่าการ "แสดงความคิดเห็นครั้งนี้ของคุณ" อาจกลายเป็นเพียงแค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้นก็ได้


    - เริ่มตั้งแต่การใช้ภาษาที่ผิดพลาดใหญ่หลวงเพราะไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดในความหมายของคำที่ใช้...หลายคนอวดแสดงด้วยการประดิษฐ์คำสวยหรูแต่ไร้หลักในการผสมคำแล้วนึกทึกทักเอาว่าคำประดิษฐ์นั้นเท่และถูกต้องมีความหมาย - นึกทึกทักเนี่ย เป็นคำซ้อนที่ไม่จำเป็นนะครับ คุณไม่ได้กำลังมาพรรณนาร้อยแก้วร้อยกรองอะไร ใช้คำว่าทึกทักอย่างเดียวก็กระชับและสามารถเข้าใจได้แล้ว


    - ผู้เขียนส่วนใหญ่ขาดทักษะและไม่มีศิลปะในการใช้ภาษา การวางโครงเรื่องที่หลวมไร้การวางแผนการดำเนินเรื่องที่ดี โดยรวมนิยายนั้นไม่มีสิ่งใดที่เรียกได้ว่าสร้างคุณค่าให้กับผู้อ่านเลย เรารู้สึกว่านิยายสมัยนี้ส่วนใหญ่เหมือนขยะทางความนึกคิดของใครบางคน เชื่อได้เลยว่านิยายในนี้ที่มีคุณภาพสามารถตีพิมพ์ได้มีแค่ 5% ที่เหลือต้องไปตีพิมพ์ขายเองหรือไม่ก็ทำอีบุค - ครับ ขอสถิติอย่างเป็นทางการด้วยจะขอบคุณมาก ว่าแต่คุณรู้หรือไม่ว่านิยายในยุคปัจจุบัน มันไม่ได้ตีพิมพ์ยากอะไรขนาดนั้นแล้วนะครับ แค่เป็นนิยายแนวที่ตลาดต้องการ คนอ่านเยอะ แฟนคลับสนับสนุน เด็กอายุ 13 สำนวนห่วย พล็อตหลวม แต่คนอ่านเป็นล้าน แค่นี้ สำนักพิมพ์ก็ยินดีอ้าแขนรับแล้วล่ะครับ ส่วนนักเขียนที่เลือกจะทำมือเองเนี่ย อย่าไปเหมารวมสิครับว่าเพราะไม่มีใครเอางานเขา! เพราะอันที่จริงแล้ว ปัจจุบันนี้มีนักเขียนหลายคนที่เข้าใจการตลาดของหนังสือมากขึ้น การทำมือหรือทำ ebook ขายเอง มันได้เงินเยอะกว่าผูกสัญญากับสำนักพิมพ์ครับ อิสระเยอะกว่าด้วย พูดง่าย ๆ ว่า รวยไวกว่านั่นเองครับ


    - มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการเรียนการศึกษาในโรงเรียนที่ห่วยแตก....ล้มเหลวสุดๆ สะท้อนความคิดที่มักง่ายของผู้เขียนที่ไม่ศึกษาให้มากๆ ขาดความรู้รอบตัว เพราะไม่ว่าจะนิยายชายรักหญิง ชายรักชาย หรือหญิงรักหญิง ไม่มีประเดนอะไรมาชูเด่นนอกจากเรื่องเมคเลิฟ....สะท้อนกึ๋นผู้เขียน - ฮั่นแน่ อย่าลืมเรื่องการใช้ไม้ยมกนะครับ แล้วก็ ประเด็น เขียนแบบนี้นะครับ แหม่ ผิดเยอะมาก สำหรับนักเขียนมืออาชีพผู้ที่มีฝีมือการเขียนอันทรงคุณค่า ว่าแต่...คุณเจ้าของกระทู้เคยอ่านงานของสุนทรภู่หรือยังครับ? ฉากรักนี่เด็ดอย่าบอกใครเชียว วรรณคดีไทยเก่า ๆ ก็อย่าให้โม้ครับว่าพล็อตน่าสนใจขนาดไหน หึ ๆ สองผัว สิบสองเมีย น่าสนใจทั้งนั้นครับบอกเลย อ้อ อีกอย่างนะครับ คนที่มีการศึกษา เท่าที่ผมเข้าใจ คือ "ผู้ที่ใช้คำพูดคำจาอย่างระมัดระวัง อย่างใคร่ครวญ มีสติปัญญา สุภาพ ไม่ดูถูกผู้อื่น" ผมเข้าใจถูกไหมครับ? ไม่ถูกก็สะกิดมาบอกกันได้


    - ที่เขียนมานี่แรงนะ แต่หากอยากเป็นนักเขียนที่ดีก็ลองเอาไปพิจารณาดูแล้วกัน - แหม แรงอะไรครับ ไม่ได้เข้าหัวผมเลยแม้แต่คำเดียว


    - เอาแค่ตั้งชื่อนิยายก็ยังห่วยเลยเห็นแล้วไม่คิดจะเข้าไปอ่าน - นักเขียนเจ้าของเรื่องคงไม่น่าอยากรบกวนคนอย่างคุณเจ้าของกระทู้ให้ไปอ่านหรอกครับ เชื่อผมได้


    แล้วก็แหม...คุณเป็นคนที่น่าสนใจดีนะครับ เอา "ขยะ" มาพูดถึง มาให้ความสนใจซะเป็นเรื่องเป็นราว ผมนี่นึกภาพ คุณเจ้าของกระทู้ล้วงมือลงไปในถังขยะเน่า ๆ ที่คุณเจ้าของกระทู้ "รังเกียจ" แล้วเอามาชูไปชูมาให้คนรอบตัวดูไปทั่วก่อนจะเล่าว่าทำไมคุณเจ้าของกระทู้ถึงได้เหยียดขยะชิ้นนั้นเหลือเกิน


    คิดแล้วมันตลกดีครับ


    ผมคงไม่มาตอบอะไรหลังจากนี้ ขอให้คุณเจ้าของกระทู้มีความสุขกับการวิจารณ์ "ขยะในจิตสำนึก" ของคุณเจ้าของกระทู้ต่อไปนะครับ


    ปล. เพิ่มเติมอีกจุดครับ แหม่ ผมเพิ่งสังเกตเห็น "อวดแสดง" เนี่ย ใช้แค่ อวด อย่างเดียวก็พอแล้วครับ


    สวัสดี



    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #15
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ผลงานใครๆ ก็รัก

    ทุกคนก็ย่อมมีข้อผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น อย่าใจแคบนักเลยค่ะ

    ถ้ายังดูถูกงานเขียนที่เกิดจากความคิดว่าเป็นขยะ ก็ไม่น่าจะเรียกตัวเองว่านักเขียน!


    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #14
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นิยายสมัยโซเชียลรุ่งเรือง

    ไม่ใช่นิยายประเภทวรรณกรรม

    เป็นการนำเอาจินตนาการมาเล่าสู่กันอ่าน ผ่านมุมมองคนเขียน

    จะเห็นว่า มีเด็กมัธยมเป็นนักเขียนเยอะนะ

    เด็กมหาวิทยาลัย คนทำงาน แม่บ้าน พ่อบ้าน

    ที่เขาอยากปลดปล่อยจินตนาการเป็นตัวหนังสือ มันเยอะ

    ถ้าอ่านบ่อยจะเห็นว่าสำนวนต่างกัน

    แต่กลุ่มคนอ่าน ....เขาเลือกจะอ่านในส่วนที่ตรงใจเขา ...

    เด็ก จะไม่เลือกว่าสำนวนนั้นดี ไม่ดี เลือกแค่ว่า...ชอบ

    ///ไม่มีอะไรถูกผิด มีแค่ถูกจริตหรือเปล่า...ก็เท่านั้น...ไม่ชอบก็บอกผ่าน อย่าใส่ใจ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #30
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แทนที่คุณจะคิดว่างานมันด้อยคุณภาพลง ในทางกลับกันไม่คิดว่าสังคมมันเปลี่ยนไปตั้งแต่จากเมื่อเจ็ดปีก่อนของคุณบ้างเหรอ? งานเขียนเป็นสิ่งที่อิงอยู่บนกระแสสังคม ซึ่งสังคมเนี่ยมันมีรูปแบบวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะถ้ามันไม่เปลี่ยน คือมันไม่มีคนใช้งานสานต่อแล้ว มันก็จะเหมือนงานวรรณคดีที่หมายถึงวรรณกรรมอันเป็นที่ชื่นชมว่ามีคุณค่า แต่หาคนอ่านออกและเข้าใจทั้งเรื่องน้อยกว่าคนเข้าใจภาษาอังกฤษในตอนนี้อีก เพราะคำในนั้นบางคำมันไม่มีการใช้แล้ว หรือถูกเปลี่ยนความหมายแล้ว

    หากจะมองในแง่ของการประดิษฐ์คำใหม่ของนักเขียน ครูกวีทั้งหลายที่คุณน่าจะคุ้นเคยดีเองก็ต้องขยันคิดคำมาเพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างบทร้อยกรองที่เขาใช้ กล้าพูดหรือเปล่าว่าสุนทรภู่ใช้คำที่มีความหมายเป๊ะๆ ทุกคำอ่ะค่ะ นั่นคือ Unesco ยกย่องเป็นกวีเอกของโลกด้วยเลยนะ นี่ไม่ได้มาอ้างเพื่อสนับสนุนให้มีคนใช้ผิด เพราะนี่เวลาปรูฟงานคนอื่นก็รำคาญเหมือนกันและเปลี่ยนแก้ให้เสมอ

    อ่ะ ไหนๆ ก็อยากหาคุณค่าในงานเขียนแล้ว เคยอ่านลิลิตพระลอหรือที่เรามักจะรู้จักในชื่อพระเพื่อนพระแพงไหมคะ? ไหนสรุปเรื่องย่อของวรรณคดีที่เด็กน้อยควรอ่านให้ฟังหน่อยค่ะ ว่ามันจะ "ทรงคุณค่า" และห่างไกลการ "Make love" มากแค่ไหน เห็นว่าเป็นวรรณคดีไทยมาช้านาน มันต้องเป็นงานที่สะท้อนความไม่โป๊ ไม่รุนแรง พล็อตแน่นเอี๊ยดจนหายใจไม่ออกแน่ๆ หรือถ้ามันเก่าไป ขยับยุคมาอีกหน่อยเนอะ ลองวิจารณ์หน่อยสิว่างานคุณหญิงวิมลฯ นอกจากการสนับสนุนการหมอบกราบกับความเพ้อฝัน มีคุณค่าที่อาจารย์พอจะเอาไปเป็นหนังสือนอกเวลาให้เด็กๆ อ่านและวิเคราะห์ได้ไหม?

    ถ้าสังเกตดีๆ ยุคสมัยมันก็เปลี่ยนแม้แต่กับงานเขียนเก่าๆ เรากล้าพูดว่างานเขียนระยะแรกๆ บางทีแก่นก็ไม่มี พล็อตก็ไปเรื่อยออกทะเล แถมภาษาก็ยังอะไรไม่รู้ แต่ก็ได้รับการยกย่อง เพราะอะไร? เพราะมันดีสำหรับตอนนั้น แต่อาจจะไม่ได้ดีให้คนตอนนี้รู้สึกดีด้วย เราจะห้ามใจให้เสพแต่งานแบบเดิมๆ ทั้งที่โลกเราเปลี่ยนทุกวัน จากเราเคยต้องอ่านจารึกบนหิน ใบลาน ผ้า กระดาษ มาสู่ยุคดิจิตอล และในยุคดิจิตอลก็ยังมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ เกิดขึ้นที่ไม่ใช่แค่อ่านบนเว็บ อีบุ๊ค การมาถึงของนิยายแชทเพื่อสะดวกในการอ่านบนมือถือมันมาแล้ว และในอนาคตก็ย่อมจะมีพัฒนาไปอีก เพราะมนุษย์ยังมีพัฒนาการต่อไป ถ้าไม่พัฒนา...ก็นอนสูญพันธุ์ตายเหมือนญาติเซเปี้ยนหรือวงศ์อื่นที่ตายหมดแล้วไปค่ะ

    ที่พูดก็ไม่ค่อยแรงหรอกนะคะ เพราะใจจริงแค่อยากบอกว่า...อย่าเอาแค่จริตตัวเองมาเกรี้ยวกราดทำลายความฝันคนอื่น ถ้าเก๋าพอก็ช่วยยกตัวอย่างมาให้เห็นภาพมากกว่านี้ เพราะถ้านี่คือการพรีเซ้นต์งานหน้าห้อง รายงานของคุณเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยอคติ ควรกลับไปแก้ใหม่ค่ะ

    แต่คุณจะถือคติแบบนี้แล้วอยู่แบบเดิมก็คงไม่มีใครห้ามคุณได้อ่ะเนอะ คุณผู้เคยมีงานตีพิมพ์ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าตัวเองเป็นใคร น่าเชื่อถือดีเนอะ^^

    ตอบกลับ

121 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป