แชร์ประสบการณ์การทำงานในบริษัทซอฟแวร์ระดับโลกอย่าง SAP [ยินดีให้แชร์]

วิว

สวัสดีค่ะทุกคนคนในโพสนี้เราจะมาถือโอกาสแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานเป็น Working Student ที่บริษัท SAP ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในเยอรมรีและยุโรปค่ะ (พนักงานเกือบแสนคนทั่วโลก และประมาณ 30,000 คนที่ Headquater) นี่เป็นการเขียนอะไรแบบนี้ครั้งแรก ถ้าผิดพลาดยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ SAP ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อที่มีการนำไปใช้ในบริษัทใหญ่มากมายเช่น BMW, Daimler, Lufthansa ฯลฯ ผลิตภัณฑ์หลักของ SAP ในขณะนี้คือ S/4 HANA ค่ะ ซึ่งตัวนี้จะเป็น ERP ซอฟแวร์ (Enterprise Resources Planning) โดยทั่วไปแล้วซอฟต์แวร์ที่ถูกสร้างขึ้นภายใน SAP จะถูกซื้อไปจากบริษัทต่างๆเพื่อไปช่วยทำให้ขั้นตอนต่างๆในบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็คือไปสนับสนุน process ของบริษัทนั่นเอง เช่นการทำ Balance Sheets หรือบัญชีก็จะทำได้เร็วขึ้นแล้วถี่ขึ้นเพื่อให้บริษัทรีแอคกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้เร็วเช่นกันและสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายซอฟแวร์ที่ผลิตขึ้นเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและวางแผน

เอาหล่ะค่ะเราจะเริ่มเล่าเลยละกันว่าเส้นทางของเราตั้งแต่การเข้าไปอยู่บริษัทนั้นถึงการทำงานตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ก่อนอื่นเลยเราคงต้องเล่าเกี่ยวกับตัวเองนิดนึงเพื่อจะทำให้ทุกอย่างเข้าใจง่ายขึ้น เราเป็นนักศึกษาคณะ International IT Business อยู่ที่ประเทศเยอรมัน ตอนนี้ปีสามแล้ว เรียนไปด้วยก็อยากทำงานไปด้วยเพราะอยากมีเงินใช้เองค่ะ แบ่งเบาภาระพ่อแม่ เราเริ่มจากการทำงานซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนค่ะ ไปช่วยเค้ายกของใส่ชั้นทำได้ซักครึ่งปีก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆ 12 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ค่ะแล้วอีกอย่างมันไม่ค่อยมีผลอะไรต่อโปรไฟล์ตัวเองเท่าไหร่เลยไปหาบริษัทซอฟท์แวร์เล็กๆแถวบ้านดูเจอแล้วเค้าก็นัดไปสัมภาษณ์ ก็ได้คำตอบรับ บริษัทนี้ซึ่งตั้งอยู่ไกล้ SAP Headquarter เราไปทำงานเป็นworking student อยู่ได้ประมาณปีนึงบริษัทก็เริ่มไม่มีงานให้เราทำ เราเลยบอกกับตัวเองว่าเอาวะลองดูซักตั้ง เลยไปสมัครที่ SAP ค่ะ ในเว็บไซต์ career ของเค้าค่ะ

การสมัครงานและสัมภาษณ์
เราสมัครไปทั้งหมดมากกว่า 20 ต่ำแหน่งของ working student ค่ะฮิฮิ แต่ได้รับการติดต่อกลับมาแค่หกและเชิญไปสัมภาษณ์แค่ 4 แต่ได้รับการตอบรับให้ไปทำงานแค่ สองต่ำแหน่ง SAP เป็นบริษัทที่ดำเนินการในเรื่อง Human Resources เร็วมากๆถึงมากที่สุด เค้าใช้เวลาแค่ 4 วันหลังจากเราสมัครเพื่อติดต่อกลับมาหาเรา ก่อนจะเชิญไปสัมภาษณ์ Face to Face จะมีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ก่อนค่ะ การไปสัมภาษณ์เป็นอะไรที่เรารอคอยมากๆค่ะแปลกที่ไม่ตื่นเต้นเลยและอาจจะเป็นผลดีด้วยเพราะเวลาไม่ตื่นเราจะเป็นตัวเองมากๆและการเป็นตัวเองนี่แหละค่ะที่บริษัทพวกนี้ต้องการ บรรยากาศการสัมภาษณ์ผ่อนคลายมากๆค่ะ คนที่มาสัมภาษณ์ใจดีมากๆแต่ก็มีการทดสอบความรู้ด้วยนะคะอะไรที่เราเขียนไปในResume เราก็ต้องทำให้เค้าดูให้ได้ด้วยค่ะเช่นกันค่ะในกรณีของเราตอนสัมภาษณ์เค้าก็สั่งให้เขียน SQL Query เลย ซึ่งมีตัวอย่าง Database มาให้แล้วก็สิ่งที่ทำกันบ่อยก็คือเปลี่ยนภาษาในการสัมภาษณ์แบบกระทันหันพูดเยรอมันอยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นอังกฤษเลยอะไรแบบนี้ ใน Resume ของเรา เราเขียนไปทุกอย่างค่ะประสบการณในการทำงานที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เขียนค่ะเพราะอย่างน้อยเค้าจะได้รู้ว่าเรารู้ว่าการทำงานคืออะไร และสิ่งที่ทุกคนถามในการสัมภาษณ์ก็คือให้เราเล่าเกี่ยวกับตัวเราเองและคณะที่เราเรียนยิ่งเล่ามากเท่าไหร่ยิ่งพูดเยอะเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะจะเป็นการแสดงให้เค้ารู้ว่าเราสนใจในสิ่งที่เราเรียนจริงๆนะ พอสัมภาษณ์ก็กลับบ้านรอผลสองวันค่ะก็มีคนโทรมาบอกและจะส่งสัญญามาให้เซ็นที่บ้านตอนนั้นคือดีใจมากๆค่ะ
ป.ล. LinkedIn เป็นอะไรที่ค่อนข้างสำคัญค่ะถ้าโปรไฟล์ลิ้งค์อินดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

การทำงาน
ในบริษัทนี้เค้าจะยึดหลักการเชื่อใจพนักงานเป็นหลักคือ และจะยึดผลที่ออกมาตอนสุดท้ายเป็นหลักไม่สำคัญว่าพนักงานจะได้ผลนี้มายังไง (only the outcome counts) ถ้าจะอธิบายกันละเอียดๆก็คือเค้าไม่มีการกำหนดเวลาว่าทุกคนต้องเข้าออฟฟิศกี่โมงออกกี่โมงทุกคนสามารถจัดการเวลาการทำงานได้เองทั้งหมดคนที่ทำงานเป็นทีมก็ต้องคุยกันและจะตารางเวลาให้ตรงกันเอง อย่างเราเป็นนักศึกษาที่เข้าไปทำงานเค้าก็ให้ ใส่ชั่วโมงในระบบเองว่าวันนี้ทำไปกี่ชั่วโมง ซึ่งเราต้องซื่อสัตย์ค่ะทำแค่ไหนใส่แค่นั้น นอกจากนี้แล้ว home office เป็นอีกอย่างนึงที่ SAP สนับสนุนให้พนักงานทำมากๆค่ะเพื่อจะได้ะประหยัดเวลาและทรัพยากร เราทำงานอยู่ในแผนกของผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ SAP Analytics Cloud ค่ะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะคล้ายๆExcel เราสามารถนำข้อในรูปแบบของตารางใส่เข้าไปในซอฟต์แวร์นี้(อัพโหลด) และให้เค้าช่วยวิเคราะห์ Key Performac Indicators หรือจะนำข้อมูดที่อัพโหลไปไปสร้างเป็นชาร์ทเพื่อให้มี Overview เกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทนั้นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจและวางแผนได้อย่างมั่นใจ เพราะartificial intelligent ในซอฟแวร์ที่ช่วยวิเคราะห์ หน้าที่หลักของเราคือการช่วยพนักงานคนอื่นพัฒนาซอฟแวร์ค่ะ เช่นการทำDashboard เพื่อวิเคราะห์การทำงานในแผนกและการdelivery ซอฟต์แวร์ต่างๆค่ะ แล้วก็เขียนwiki page ของ Dashboard รวมถึงการทำ Mockup และวิเคราะห์ข้อมูลจากราฟต่างๆ แล้วนำไปสร้าง Report ต่างๆ ด้วยค่ะ เราทำงานกับคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานเยอะมากๆ ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ การจัดการเวลา การทำงานแบบprofessional และได้เรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์ของ SAP ด้วยซึ่งน่าสนใจมากๆค่ะ ที่นี่จะมีการใช้Skype ในการประชุมกันเยอะมากๆค่ะ เพื่อที่จะให้คนที่ทำ home office มีส่วนร่วมด้วยหรือบางคนก็ทำงานด้วยกันแต่อยู่คนละตึกหรือคนละประเทศ อย่างเราเคยทำงานกับคนอินเดียและฝรั่งเศสตอนนั้นเราดูแลDashboard ให้โปรเจคอื่นอยู่ บอกได้เลยว่าการทำงานกับคนหลายๆเชื้อชาติเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่ะในบริษัทนี้ต่างชาติค่อนข้างเยอะค่ะรองจากเยอรมันแล้วก็มีอินเดียเวียดนามหรืออังกฤษ และสาขาอื่นๆทั่วโลกค่ะ

การเป็นอยู่ในบริษัท
SAP เป็นบริษัทที่ดูแลพนักงานดีมากๆค่ะเริ่มจากโต๊ะทำงานก็เป็นโต๊ะปรับความสูงได้แล้วเพราะการนั่งทำงานนานๆทำให้เราเสียสุขภาพนะคะ คนส่วนใหญ่ในบริษัทจะยืนทำงานค่ะอาจจะนั่งครึ่งวันยืนครึ่งวันหรืออะไรก็ว่าไปแต่ทุกคนจะยืนค่ะ ส่วนเวลาพักเที่ยงก็มีอาหารให้พนักงานทานฟรีคะเราก็ได้โอกาสนี้ไปด้วยถึงจะเป็นแค่นักศึกษาพาร์ทไทม์ก็ตาม ที่ Headquarter มีโรงอาหารหกแห่งค่ะ หนึ่งในนั้นคือโรงอาหาร fast food โดยเฉพาะ เผื่อใครอยากกินเบอร์เก้อขึ้นมา โรงอาหารตึกเราดูดีมากกกก เหมือนร้านซูชิเลยค่ะ ส่วนอาหารก็จะมี สี่เมนูทุกวันให้พนักงานเลือกค่ะ มีทั้งมังสาวิรัติและไม่มัง เวลามีเทศการต่างๆก็จะจัดค่อนข้างใหญ่ ให้พนักงานได้เอ็นจอยเต็มที่ มีส่วนลดให้พนักเวลาไปซื้อของที่ร้านต่างเช่นส่วนลด35% เวลาเราไปซื้อเครื่องสำอางlancôme ในเว็บไซต์ ดีงามมากๆค่ะ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสุขภาพให้พนักงานฟรีทุกๆสองปีด้วยนะคะรวมไปถึงการตรวจสายตาด้วย และในบริษัทเองก็มีฟิตเนสอยู่สองที่ค่ะและสนามเทนนิส 2 สนามหลังเลิกงานก็ไปออกกำลังกายได้เลยสะดวกมากๆค่ะ หรือจะก่อนทำงานก็ได้ อีกอย่างนึงที่เราไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานที่บริษัทให้ค่ะ โน๊ตบุ๊กทุกตัวคือสเปกแรงมากๆค่ะ อย่างเราเป็นแค่นักศึกษา แต่พอได้เซ็นสัญญาแล้วเค้าก็สั่งLenovo Yoga X1 และหูฟังแพงๆให้เลยซึ่งตอนนั้นอึ้งมากๆเหมือนจะไม่เชื่อด้วยซ้ำแต่ก็นั่นแหละค่ะ เค้าเชื่อว่าถ้าอุปกรณ์ในการทำงานดีพนักงานก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนตัวเราแล้วการทำงานในบริษัทใหญ่ก็มีข้อเสียนะคะคือบางทีเราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี้มีผลกระทบต่อบริษัทอย่างไรเพราะบริษัทมันใหญ่เกินกว่าที่รู้จักทุกอย่างทุกซอฟแวร์หรือพนักงานทุกคนค่ะแต่สิ่งที่เราการันตีได้เลยคือการทำงานในบริษัทใหญ่ๆจะฝึกให้เราทำงานแบบProfessional มากขึ้นค่ะ และได้เรียนรู้อะไรๆจากคนเก่งๆมากมาย บริษัทเล็กอาจจะอบอุ่นกว่าเพราะทุกคนในบริษัทรู้จักกันและคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัททุกอาทิตย์แต่ประสบการณ์ทำงานที่ได้จากบริษัทใหญ่โดยส่วนตัวแล้วเป็นอะไรที่คิดว่าต้องลองดูซักครั้งคะถ้าเราไม่ชอบก็ออกค่อยออกมาทำบริษัทเล็กค่ะ








 

ขอบคุณทุกคนะที่เข้ามาอ่านแล้วช่วยแชร์นะคะ

 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป