/>

เราเครียดมาก และอยากฆ่าตัวตาย เรื่องการถูกคุกคามทางเพศค่ะ [ยินดีให้แชร์]

Amarin Amara
Guest IP
วิว
#คุกคาม #คุกคามทางเพศ #ปัญหาสังคม
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน เรามีเรื่องที่อยากระบายและขอคำปรึกษาหน่อยนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราอัดอั้นและเป็นทุกข์มาก หากพิมพ์อ่านยากไปหน่อย ต้องขออภัยนะคะ

เราอายุยี่สิบต้น ๆ ค่ะ จบมหาวิทยาลัยแล้วเป็นผู้หญิงที่หน้าตาไม่สวยเลย (คือไม่ได้ศัลยกรรมค่ะ จืด ๆ ธรรมดา) ตัวเล็กเตี้ย ตัวตัน ๆ หุ่นไม่ดี ทีนี้เรามีปัญหาเรื่องการถูกคุกคามทางเพศค่ะ ทั้งจากเพศเดียวกันและต่างเพศ ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริงทุกประการค่ะ เริ่มจากเมื่อก่อนนั้นตอนที่เรียนชั้นมัธยมก็ไม่มีอะไรนะคะ ทุกอย่างปกติดีจนกระทั่งเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ

ตอนที่เราอยู่ชั้นมัธยมปลาย เราก็เป็นผู้หญิงไว้ผมสั้นค่ะ เราไม่ใช่ทอมและเป็นหญิงแท้ 100% แต่เราไม่กล้าไว้ผมยาวเพราะมันจะทำให้ด(ูเป็นผู้หญิงและเป็นจุดสนใจ มันจะดูหวาน เพราะเราต้องนั่งพวกรถสาธารณะและเดินเข้าซอยหมู่บ้านค่ะ ยอมรับว่าเรากลัวคน ทีนี้เราก็อยู่อย่างนั้นล่ะค่ะ ไว้ผมสั้นไม่ได้สนใจบำรุงหน้าตาอะไรก็อยู่มาปกติจนกระทั่งจบ ม.6 ค่ะ

หลัวจบ ม.6 เราเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งต้องกลับบ้านมืดค่ำและไปเรียนไกลเราจึงไปซอยผมค่ะ ซอยสั้นเลยแล้วทีนี้เราก็รู้ว่านรกมันเป็นยังไงค่ะเมื่อมีผู้หญิงเข้ามายุ่ง ขอโทษค่ะแต่เราไม่ใช่ทอม (คุณผู้ชายที่ไม่ใช่เกย์แล้วถูกหาว่าเป็นเกย์คุณคงเข้าใจใช่ไหมคะว่ารู้สึกยังไง) เราเข้าไป 7-11 ถูกพนักงานผญ.มาพูดว่า 'นี่ผัวกู' คือเรารู้สึกรังเกียจมากค่ะ ตอนนั่งรถเมล์ก็ถูกกระเป๋าผญ.มานั่งเบียดจนชิด ถูกช่างตัดผมผญ.ล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อจับหน้าอกค่ะ ถูกผญ.ที่ไม่รู้จักมาแตะเนื้อต้องตัวแบบเจตนาไม่ดี โดยเฉพาะเวลาเข้า 7-11 พนักงานผญ.ไวเดียวกันชอบหัวเราะและนินทาค่ะ นั่งรถสองแถวก็เจอผญ.มาส่งยิ้มหวานน่าสยดสยองให้เหมือนอ่อยน่ะค่ะ ไปที่ร้านหนังสือก็เจอพนักงานหญิงวัยรุ่นซุบซิบกันแต่เราได้ยินค่ะว่า 'มันเป็นหรือเปล่า รุกหรือรับ' บลา ๆๆ คือน่ารังเกียจมากค่ะ และอีกมากมายแต่นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมาค่อนข้างนานแล้วค่ะ ปัจจุบันยังมรีบ้างประปราย ซึ่งทั้งหมดที่พูดมารู้เลยค่ะว่าไม่ใช่หญิงแท้ด้วยกันแน่นอน

ทีนี้เราเลยคิดว่ต้องทำอะไรสักอย่าง เราเริ่มไว้ผมยาว และดูแลหน้าตาค่ะ หน้าดำ ๆ รอยสิวเขรอะอะไรไม่มีแล้ว ก็ไว้ผมยาวธรรมดาและมัดรวบเป็นผมมวยด้านหลังน่ะค่ะ ทีนี้ลืมบอกไปค่ะว่าเราเป็นคนแต่งตัวธรรมดามาก คือใส่เสื้อยืดและกางเกงวอร์ม กางเกงขาสั้นเสมอเข่า กางเกงห้าส่วน ใส่รองเท้าแตะค่ะ และเริ่มกันคิ้วค่ะ เรียกได้ว่าทำทุกทางให้ดูเป็นผู้หญิง ใส่เสื้อสีสดใสลายน่ารักอะไรอย่างนี้ แล้วหลังจากนั้นปัญหาการถูกคุกคามทางเพศที่เกิดจากเพศชายก็เกิดขึ้นค่ะ

ต้งแต่อยู่มาจนชั้น ม.6 เราไม่เคยกลัวอะไรเรื่องการโดยสารรถธารณะเลยแต่พอมาตอนนี้ปัญหามาแล้วค่ะ เราเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่งและถูกยามของสถานที่แห่งนั้นร้องเพลงและผิวปากใส่ เอาล่ะตรงนั้นมีแค่เราคนเดียวค่ะ ไม่มีคนอื่น ครั้งต่อมาเราเดินที่ตลาดด้วยสภาพจืดๆและมัดมวยผมของเรา เราถูกยามของร้านทองซึ่งเฝ้าอยู่นอกร้านลุกขึ้นตามมาและส่งเสียงผิวปากค่ะ (แต่ตอนนั้นยังโชคดีอยู่คนในร้านออกมาถามว่า 'มีอะไร' มันเลยหยุดค่ะ) เราเริ่มคิดแล้วว่าเกิดกอะไรขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเจอผช.อย่างนี้ ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งเรารนั่งรถเมล์ค่ะ รถครีมแดงไปย่านใจกลางกรุงเทพ ฯ เราใส่เสื้อยืดลายกีฬาค่ะ สีค่อนข้างเก่า เราก็นั่งปกติมาจนกระทั่งกลางทาง ตอนแรกเราก็ไม่ได้สังเกตและสนใจอะไร แต่พอตอนหลังเราชักเอะใจ มันมีผช.คนงานก่อสร้างขึ้นมานั่งด้านหลังเราค่ะ และร้องเพลงเสียงดัง รวมทั้งย้ำประโยคในเพลงซ้ำ ๆ เนื้อหาเชิงคุกคามทางเพศ และผิวปากค่ะ เราพยายามอดทนค่ะหยิบหูฟังขึ้นมาสวมแต่มันยังไม่หยุด หันไปมองมันก็ไม่หยุด เราจึงลุกขึ้นไปบอกคนหน้ารถค่ะ พูดเสียงดังๆ และลงตรงนั้นค่ะ (นี่ยังไม่นับรวมการถูกคุกคามทางเพศจากคนขับรถเมล์เวลาที่เรานั่งไปมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะมันมีมากค่ะ แทบทุกวัน ทุกคัน โดนร้องเพลงผิวปากใส่ค่ะ)

เรานั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลกับแม่ด้วยหน้าตาจืด ๆ ใส่ผ้าปิดปาก มัดรวบผมธรรมดา วันนั้นเราไม่สบายแต่ถูกคนขับ (วัยแก่) มองผ่านกระจกและร้องเพลงคุกคามทางเพศค่ะ เวลาเดินออกมาจากซอยหมู่บ้านก็เคยเจอคนที่อยู่ซอยเดียวกันมันเดินออกมาตากผ้า กับเมียมัน มันเปิดเสื้อโชว์พุงและทำร้องเพลงใส่หน้าเราค่ะ ผิวปาก มองมาที่เราและแสดงท่าทีคุกคามตอนเราเดินผ่านไปกับแม่ มีมากอีกหลายเรื่องค่ะสำหรับแถวบ้าน

ต่อมาตอนไปร้านหนังสือเราถูกยามสองคนมองหน้าแบบไม่ดี และมองถูกมองสำรวจ เราก็ยังทนค่ะ ตราบใดที่ไม่ได้คุกคามไปมากกว่านี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปที่งานนิทรรศการงานหนึ่งกับแม่ เราเดินอยู่ข้างหลังแม่ จู่ ๆ ถูกผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในงานที่กำลังถ่ายรูปอยู่คว้าที่ข้อมือและเลื่อนมือเลยมาที่แถว ๆ ก้นเราค่ะ (แต่ไม่ได้ลูบนะคะ แต่จับหมับไปแล้ว) เราคิดแล้วว่านี่มันอะไรวะ และบอกแม่ค่ะ แต่ก็เดินมาไกลแล้วและงานคนก็เยอะมาก-คนนั้นเราจำหน้ามันไม่ได้และฝูงชนก็เบียดเสียดกันไปแล้ว ต่อมามีเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดสดๆร้อนๆ เรารู้สึกเหมือนเป็นตราบาปที่ติดอยู่ในใจตลอด นั่นคือเราคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่จืดเกินไปหรือเปล่า ดูเหมือนเด็ก เพราะคนที่ร้านตัดผมที่รู้จักกันบอกว่าเราดูเหมือนเด็ก เราเลยคิดว่ากันคิ้วแล้วก็ทำสีผมด้วยแล้วกันเพื่อให้สมเป็นผญ. (ไม่อยากให้ผญ.ทอมดี้เลสเหล่านั้นมายุ่งค่ะ) คือมีน้าของเราแนะนำให้ทำสีผมค่ะเพื่อให้หน้าดูสว่าง เราก็เลยเออ ๆ ทำๆ เป็นสีน้ำตาลค่ะ ทาปากสีชมพูเบา ๆ แบบที่สมัยนี้นิยมกัน และไว้ผมสั้นธรรมดาประบ่าที่ดูยาว ๆ ค่ะ ไม่ใช่ทรงซอยสั้นนะคะ เพราะพอไว้ยาวมัดมวย แต่งหน้าเบา แล้วถูกคุกคามทางเพศโดยผช.ตลอดค่ะ พอออกจากร้านมาเราขึ้นรถสาธารณะกลับบ้านเท่านั้นแหละค่ะ เราลงรถไฟฟ้าและต้องขึ้นวินมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ซึ่งเป็นวินที่เราโดยสารมาตลดตั้งแต่เรียนมัธยมก็ไม่มีปัญหาอะไรจนกระทั่งวันนี้ค่ะ เราเดินไปและเรียกรถตามปกติ แต่เริ่มแปลกใจแล้วว่าคนในวินไม่ขยับ (วัยรุ่น) และใช้สายตามองสำรวจเราตั้งแต่หัวจรดเท้า มองหน้ายิ้มๆแบบน่ารังเกียจ และร้องเพลงขึ้นมาเป็นเนื้อเพลงที่แสดงการคุกคามทางเพศอย่างเห็นได้ชัด เรายืนอย(ู่ตรงนั้นคนเดียวค่ะ ท่ามกลางพวกมันหลายคนมากที่คุกคามทางเพศเรา พวกวัยรุ่น มันร้องเพลงและมองหน้ากันยักคิ้วหลิ่วตา ตอนนั้นเราใส่เสื้อยืดค่ะ ใส่กางเกงวอร์มพละ รองเท้าแตะ

วันนั้นคือรู้สึกแย่มากค่ะ เหมือนถูกรุมข่มขืนด้วยสายตา (ไม่ไดพูดเว่อร์นะคะ แต่หากใครเจอคุณจะเข้าใจค่ะ ว่ามันเหมือนโดนรุมทึ้งแค่ไหน) และเรารู้สึกหวาดผวามากเป็นตราบาปในจาจากเหตุการณ์เหล่านี้จนไม่อยากอกจากบ้านและอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ เพราะมันหนักขึ้นทุกวันๆ จนทุกวันนี้เราแทบไม่ไปไหนเลยเพราะกลัวต่อเหตุการณ์เช่นนี้มาก เรากลัวทั้งผู้หญิงและผู้ชายค่ะ กลัวมากและรังเกียจขยะแขยงมากด้วย แต่คนที่เข้าหาเราด้วยท่าทีที่ดีและไม่มองอย่างแปลกแยกเราก็ขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นค่ะ เพราะพวกเขาให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นค่ะ เรานั่งคิดวิเคราะห์จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็สงสัยว่าเป็นเพราะเราจืดเกินไปดูไม่มีอะไรหรือเปล่าคะ คนจึงเข้ามาแสดงความคุกคามต่อเราได้ง่าย เหมือนเราจืด ๆ ไม่สู้ เรากันคิ้วแต่ไม่ได้เขียนค่ะ ไม่ได้ใส่บิ๊กอายหรืออะไรเทือกนั้น ไม่ได้กรีดตาหนัก ๆ ค่ะ หรือเราจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องการแต่งกายคะ เมื่อก่อนน้าเราเคยพูดเรื่องใส่เสื้อยืด เราไม่เคยคิดจนกระทั่งเกิดขึ้นกับตัวมากเข้าๆ สมัยก่อนเราชอบใส่เสื้อตัวใหญ่เพื่อปิดบังรูปร่างแต่ตอนหลังพยายามเปลี่ยนเพราะมันดูเหมือนทอม เราไม่ชอบผู้หญิงมายุ่งค่ะ แต่พอใส่เสื้อพอดีตัวกลับถูกผช.คุกคามทางเพศอย่างที่เล่า เรารู้สึกเกลียดหน้าอกตัวเองมากค่ะ เกลียดรูปร่างที่เป็นผญ. เกลียดความเป็นผญ. เพราะถูกกระทำเหมือนวัตถุทางเพศตลอด (แต่ใจเราคือหญิงแท้ ไม่เคยเบี่ยงเบนค่ะ) สังเกตว่าตอนที่หน้ายังดำ ๆ สิว ๆ ไม่ค่อยเกิดเหตุประเภทนี้นะคะ แต่พอเราเริ่มดูแลตนเองเท่านั้นแหละค่ะ หรือคนเราห้ามมีพัฒนาการเลยถ้าไม่อยากถูกคุกคามทางเพศ และเราแปลกใจนะคะที่เรื่องแบบนี้มักเกิดกับคนจืด ๆ ทั้งทีท่มันไม่น่าเกิด อย่างครูที่โรงเรียนเราเคยเล่าว่านักเรียนหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กเนิร์ด ๆ เรียบร้อย ๆ ก็เจอแบบนี้บนรถเมบล์ค่ะ แต่เขาแย่กว่าเพราะถูกลวนลามเลยค่ะ ถูกผช.ที่นั่งอยู่บนรถเมล์ลวนลามจับต้องร่างกายค่ะ (เหมือนอย่างที่เราถูกผญ.อย่างที่เล่าในตอนแรกค่ะ)

เรื่องที่พูดมาเป็นความจริงทั้งหมดอาจจะยาวและพิมพ์อ่านลำบาก เราขออภัยด้วยนะคะ เราอัดอั้นมากไม่รู้จะพูดที่ไหนจนเราเหมือนจะเสียจิตเสียอาการไป ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นแนะนำด้วยความสุภาพนะคะ เพราะเราเป็นคนจิตใจเปราะบางค่ะ เรายังไม่เข้มแข็งพอ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำว่าต้องรู้จักปกป้องตัวเองมากกว่านี้ค่ะ

      อย่างเช่นการชักสีหน้า. จ้องตากลับเพื่อให้เค้ารู้ว่าเราไม่พอใจค่ะ

      บางครั้งการเงียบๆ ทำท่ากลัวๆก็ทำให้คนอื่นได้ใจค่ะ

      เราเคยโดนแซวทั้งผู้หญิงและชายค่ะ. ผู้หญิงไม่เท่าไหร่ เพราะเห็นเป็นเพศเดียวกัน. อย่าไปหลงโดนเค้าเข้าใจผิดก็พอ. ส่วนผู้ขายใครแซวเราขึงตากลับค่ะ บางครั้งก็ทำเป็นไม่ได้ยิน. แต่ไม่เคยก้มหน้าหวาดกลัว. เพราะถ้าเรายิ่งทำเป็นกลัว คนพวกนั้นก็ยิ่งได้ใจ. ยิ่งแถวที่มีคนเยอะยิ่งไม่กลัวค่ะ


      อีกอย่างควรฝึกปฏิกิริยาตัวเองให้ไวกว่านี้ค่ะ ใครจับใครแตะปัดมือมันออกค่ะ.


      เอาใจช่วยนะคะ. แต่สิ่งแรกที่เราต้องทำคือรู้จักปกป้องตัวเองให้มากขึ้นค่ะ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ไม่พอใจก็ทำหน้่าไม่พอใจค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ร้องเพลงคุกคามทางเพศนี่ยังไงเหรอคะ

      ส่วนตัวเราเวลาโดน ผช แซว เราเฉยๆ น้า ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคามตราบใดที่ไม่เข้ามาแตะตัว หรือพูดจา แสดงท่าทีลามกอนาจาร แต่อาจจะเพราะเราไม่ได้สวยหรือดึงดูด้วยมังคะ เลยไม่ค่อยเจอคนที่จ้องหรือเข้ามาคุกคามจนทำให้รู้สึกอึดอัดบ่อยๆ มีบ้าง แต่ไม่บ่อยค่ะ (ถ้าแค่ร้องเพลงแซวหรือผิวปากเราจะเฉยๆ นะ เมินๆ ไม่สนใจ ที่ทำให้รู้สึกคุกคามคือเข้ามาระยะประชิด หรือสัมผัสตัว เดินดักหน้าดักหลัง พูดจาลามกเช่นวิจารณ์หุ่น นมใหญ่จัง ตูดใหญ่จัง อะไรทำนองนี้) ซึ่งสิ่งที่เราทำได้คือระวังตัวเอง ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในภาวะเสี่ยงถูกข่มขืน ไม่อยู่ในที่อโคจร ระวังทางหนีทีไล่ ไม่เดินเล่นโทรศัพท์บนถนนในที่เปลี่ยว (ต้องมีสติสังเกตเหตุการณ์รอบตัวตลอดเวลา) ไม่เข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น ถ้ารู้ว่าคนกลุ่มนี้ชอบแซว ก็พยายามเลี่ยงอย่าเข้าไปใกล้ค่ะ
      และการที่ จขกท รังเกียจร่างกายตนเองนั้น คงไม่ควรนะคะ เราเกิดมาเป็นแบบนี้ ร่างกายเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ และ ผญ ไม่ใช่วัตถุทางเพศค่ะ ยอมรับว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่มอง ผญ เป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคน และตัวเราเองก็ไม่ควรมองว่าตัวเองเป็นวัตถุทางเพศค่ะ อย่าปล่อยให้คนแย่ๆ มาลดคุณค่าในตัวของเราเลยค่ะ เรามีค่ามากกว่านั้น และคนพวกนั้นก็ไม่ได้มีค่าพอให้เราต้องมาลดตัวไปรู้สึกอะไรแบบนั้นเลยค่ะ ถือเสียว่าหมามันเห่า เราแค่ระวังอย่าให้มันกัดได้ก็พอค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากที่อ่านมาคิดว่า​ จขกท.​ เป็นคนที่ดูน่าสนใจนะ.. ผชหลายคนทนต่อการหันมองไม่ได้ผมก้เช่นกัน.. แต่จขกท.เก็บเอามาคิดมากเกินไปหรือเปล่าครับเขาอาจจะชมในใจก้ได้ทำไมคนนี้สวยจัง ในส่วนตัวเวลาโดนมองก้รู้สึกหงุดหงิดโดยเฉพาะตำรวจ.. ลองหาเพื่อนร่วมทางสิอาจจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเอาใจช่วยครับ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป