How to : เตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบเตรียมอุดม ? [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เตรียมตัวเข้าม.4 #เตรียมอุดมศึกษา #สอบเข้าเตรียม #สอบเข้า ม.4
สวัสดีค่าาา แนะนำตัวก่อนแล้วกัน เราชื่อ เอี๊ยม เป็น TU82 สายวิทย์-คณิต  น้าาาา ด้วยความที่เราเริ่มเตรียมตัวสอบเตรียมอุดมฯ ช้ากว่าคนอื่นมากๆ เพราะช่วงเทอม 2 เราทำกิจกรรมที่โรงเรียนค่อนข้างเยอะ กว่าจะกลับบ้าน ทำการบ้านเสร็จ ทวนเนื้อหาที่เรียนจนครบก็ดึกแล้ว ก็เลยนอนเลย ทำให้เราไม่ได้แบ่งเวลามาเตรียมตัวเรื่องสอบเตรียมอุดมเลย (ถ้าจะให้ดีอย่าเป็นแบบเราเลย 55555555) ที่สำคัญคือ ช่วงนั้นเราก็พักเรื่องเรียนพิเศษไว้ด้วย แทบจะไม่ได้ไปแตะเลย มารู้ตัวอีกทีเวลาเราก็เหลือน้อยมากๆ เราเลยต้องพยายามมากขึ้นหลายเท่า ทุ่มสุดตัว ทำให้เต็มที่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เพราะเราเชื่อเสมอว่า “ไม่มีอะไรสายเกินไป” เราก็เลยอยากจะมาแชร์วิธีการเตรียมตัวของเราให้น้องๆทุกคนได้ลองอ่านดู หวังว่าจะเป็นแนวทางช่วยน้องๆได้ไม่มากก็น้อยนะค้าาา

 

สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมให้พร้อมก่อนสอบรวมๆแล้วมีอยู่ 3 อย่าง คือ ความรู้ ร่างกายและจิตใจ อย่าเพิ่งงงกันนะทุกคน เดี๋ยวเราจะมาอธิบายเป็นข้อๆให้



มาเริ่มกันที่ข้อแรกเลยคือ “ความรู้”
เราเชื่อว่าน้องๆที่อยากสอบเข้าเตรียมอุดมฯ น่าจะรู้มาบ้างว่าข้อสอบคัดเลือกของที่นี่เนี่ยย หินมากกก!!! และอัตราการแข่งขันในแต่ละแผนการเรียนก็สูงมากๆเช่นกัน ดังนั้น อาวุธสำคัญที่น้องๆต้องมีก็คือ ความรู้ นั่นเองง จากประสบการณ์คนเริ่ม   เตรียมตัวช้าแบบเรา เราเลือกที่จะลองใช้ความรู้ที่เรามีทำโจทย์เลย เพราะเรารู้สึกว่า การที่เราตั้งใจเรียนในห้องเรียนแล้วกลับมาทบทวนเนื้อหาที่เรียนไป มันน่าจะพอสำหรับการทำโจทย์เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าได้อยู่ แต่แน่นอนว่า เราเรียนเนื้อหา  แต่ละวิชามาเยอะมาก แล้วบางเรื่องก็เรียนมานานแล้ว พอมาเจอโจทย์มันก็จะลืมๆกันบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่!!! เราจะทำให้ มันเป็นเรื่องไม่ปกติโดยการ note แยกเอาไว้ในกระดาษว่า เราลืมเรื่องไหน ไม่มั่นใจเรื่องไหน เพราะเราจะได้กลับไปทวน เรื่องนั้นเพิ่ม ครั้งต่อไปถ้าเจอโจทย์แนวนั้น เราก็ได้ไม่พลาดซ้ำๆจุดเดิม

การแก้ไข้จุดพลาดของตัวเองจากการทำโจทย์ มันช่วยให้เราประหยัดเวลาได้เยอะมากๆ เพราะเราก็จะทวนเนื้อหาเฉพาะตรงที่เราพลาด ส่วนไหนที่เราแม่นแล้ว ก็ไม่ต้องไปอ่านเน้นเพิ่ม (แต่ถ้าเวลาเหลือก่อนสอบ ก็สามารถกลับมาอ่านทวนๆได้นะ) ซึ่งวิธีนี้สามารถใช้ได้กับทุกวิชาเลยย


พูดถึงเรื่องการทำโจทย์ ส่วนใหญ่เราทำจากหนังสือของรุ่นพี่เตรียมอุดมฯ ซึ่งมีเยอะมากก แล้วก็จะมีพวกหนังสือตะลุยโจทย์ เก็งข้อสอบต่างๆ เราก็ลองเอามาทำ เพราะยิ่งถ้าชั่วโมงบินในการทำข้อสอบเราเยอะ มันจะช่วยลดความตื่นเต้นของเราตอนเจอข้อสอบได้ด้วยแหละะ



ด้วยความที่เราเตรียมตัวช้าอย่างที่บอกไป สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ เพื่อนๆเราหลายคนก็เริ่ม relax ตัวเองแล้ว แต่เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะรู้สึกว่าความรู้เรายังไม่พอที่จะเอาไปสู้กับข้อสอบของเตรียมอุดมฯ ดังนั้น เราเลยเลือกที่จะ review เนื้อหาที่เราเจอผ่านตาจากการทำโจทย์ทั้งหมด รอบๆโต๊ะอ่านหนังสือของเรา มีแต่กระดาษโน้ตแปะไว้ เราจะเขียน keyword ของ วิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาไทยและสังคม ในแต่ละเรื่องติดไว้ แล้วเราก็ทบทวนโดยการ อธิบายเรื่องราวจากคำนั้นๆให้ตัวเองฟังจนกว่าจะคล่อง ส่วนคณิตศาสตร์เราก็ไม่ได้เทนะะ แต่เราเชื่อว่าการที่เราทำโจทย์เยอะๆผ่านตามาเนี่ยย    เราจะจำเทคนิคของโจทย์แต่ละรูปแบบได้อยู่แล้ว ดังนั้นคณิตศาสตร์จะเป็นวิชาที่เรารู้สึกว่าพร้อมวิชาแรกเลย ส่วนภาษาอังกฤษ เรื่อง Grammar กับ Reading ก็ต้องอาศัยการทำโจทย์เยอะๆจนคล่อง แต่ vocab เนี่ยย ยอมรับตรงๆว่าเราเป็นคนไม่ชอบท่องศัพท์เลย เราเลยใช้วิธีการฟังเพลงแทน ช่วงที่เราอ่านหนังสือสอบ เราก็ฟัง Memolody กับจำกลอน ของ Enconcept นี่แหละ มันเป็นวิธีจำศัพท์ที่ทำให้เราจำได้แบบเป็นระเบียบและใช้เวลาน้อยด้วย เพราะเราจะจำคำที่มีความหมายคล้ายๆกันเป็นกลุ่มเดียวกันพร้อมกับจังหวะ ทำนองของเพลงหรือกลอนนั้นๆ ทำให้เวลาไปเจอคำศัพท์ในข้อสอบ เราไม่ต้องเสียเวลานึกคำนานๆเลย ศัพท์ในแต่ละเพลงและกลอนก็ค่อนข้างครอบคลุมข้อสอบเตรียมอุดมฯ (ตอนนั่งทำข้อสอบเรายังร้อง Memolody อยู่เลย 555555)  อีกอย่างคือเราเป็นคนที่ชอบร้องเพลง ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว ช่วงสอบก็คือฟัง Memolody แทนเพลงปกติเลย เพลินมากก



หลังจากที่เราฟิตทบทวนเนื้อหากันมาอย่างหนักหน่วง ตอนวันสอบจริงก็ต้องมีสติ ที่สำคัญคือ ห้ามป่วยเด็ดขาด !!



จึงเป็นที่มาของการเตรียมความพร้อมข้อต่อมา คือ “ร่างกาย” นั่นเอง
วันสอบคือวันที่สำคัญที่สุดเลย เพราะมันคือวันที่น้องๆจะได้เอาความรู้ ความพยายาม ความตั้งใจที่มีทั้งหมด ทุ่มให้กับการทำข้อสอบ ร่างกายคือปัจจัยที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าวันนั้นน้องป่วย น้องจะล้ามากๆกับการที่จะต้องนั่งทำข้อสอบนานๆ ที่สำคัญคือน้องจะเสียสมาธิง่ายมากๆ ด้วยความที่สนามสอบใหญ่ แน่นอนความทุกคนจะต้องตื่นเต้นไม่มากก็น้อย แต่ถ้าร่างกายเราแย่อีก เราก็แทบจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย เราเลยอยากให้น้องๆดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีๆ ไม่ต้องถึงขั้นไปวิ่ง ไปว่ายน้ำก็ได้ เอาแค่น้องไม่ป่วยวันสอบก็ดีมากๆแล้ว



น้องๆบางคนอาจจะทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือและการทำโจทย์มากๆ จนไม่มีเวลาพักผ่อน วิธีการแก้ง่ายๆเลยคือ น้องต้องกำหนดช่วงเวลาทองให้ตัวเอง ที่เราเรียกว่าช่วงเวลาทอง เพราะเราหมายถึง ช่วงที่สมองของน้องๆจะเปิดรับข้อมูลต่างๆได้ดีที่สุด อย่างของเรา ช่วงเวลาทองของเราจะอยู่ประมาณ 20.00-05.00 . ง่ายก็คือ 2 ทุ่มถึง 6 โมงเช้านั่นเอง ชีวิตช่วงนั้นเราเหมือนค้างคาวมากๆ ตอนกลางวันเราก็นอนพัก กลางคืนก็มาอ่านหนังสือ น้องๆลองหาเวลาที่ใช่ของตัวเองดูนะ อย่าฝืนร่างกายตัวเองเด็ดขาด เพราะถ้าป่วยมาจริงๆนี่เศร้าเลยน้าาา




อันนี้เป็นตารางการใช้ชีวิตของเราช่วงนั้น ไม่ต้องตกใจว่าเราเอาเวลาไหนทานข้าว เพราะจริงๆแล้วเรามีของกินใกล้ตัวตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่ก็กินตอนพักแหละ


สิ่งที่เราอยากแนะนำอีกอย่างคือ ช่วงใกล้วันสอบอย่าไปทานอะไรแปลกๆ ต่อให้ใจน้องจะโหยหาแค่ไหนก็ตาม ทานอาหารที่ปกติที่สุด เอาแบบปรุงสุก สะอาด จะได้กันเรื่องท้องเสียวันสอบด้วย วันสอบถ้าน้องเตรียมอาหารกลางวันไปเองก็จะดีมากๆ จะได้ไม่ต้องต่อแถวรอซื้อนานๆ อาหารที่เตรียมไปก็เอาอะไรที่ไม่เสียง่ายเนอะ เพราะบางทีเตรียมอาหารมาแต่เช้า กว่าจะได้ทานก็เที่ยงนู่นน เมนูต้องห้ามของเราคือ ข้าวเหนียว อันนี้ประสบการณ์ตรงของเราเลย คือเราทานข้าวเหนียวแล้วไปง่วงตอนบ่าย แย่มากกก 55555 ถ้าน้องๆคนไหนทานแล้วโอเค พี่ว่ามันก็สะดวกดี แต่ถ้าใครยังไม่เคยลองเนี่ย เลี่ยงๆข้าวเหนียวไปทานข้าวสวยปกติน่าจะปลอดภัยกว่า แต่หลังจากสอบเสร็จแล้ว นั่นคือช่วงเวลาแห่งการปลอดปล่อยเลย น้องจะได้ทำทุกอย่างตามที่ใจน้องต้องการ



แต่กว่าจะถึงตอนนั้น อ่านหนังสือก็เหนื่อย วันสอบก็เครียด จะประกาศผลยิ่งเครียดกว่าเดิม น้องจะต้องทำให้ใจน้องสดใสไว้



และนั่นคือที่มาของการเตรียมความพร้อมด้านสุดท้าย ก็คือ “จิตใจ”



ช่วงที่น้องเตรียมตัว แน่นอนว่าความเครียดและแรงกดดันมันจะกระหน่ำเข้าใส่น้องจริงๆ เราเข้าใจมากๆ การที่เราจะรับมือกับพลังด้านลบพวกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของน้องๆทุกคนแน่นอน เริ่มจากอย่างแรกคือ น้องต้องทำให้สภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือของน้องน่านั่ง น่าอยู่ อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้น้องสามารถนั่งตรงนั้นได้อย่างมีความสุข บางคนอาจจะมีศิลปินที่ชอบ คนที่ชอบ น้องก็สามารถเอารูปพวกเค้ามาติดไว้รอบๆได้เลย อาจจะเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองติดไว้ด้วยก็ได้ (เราใช้วิธีนี้แหละ ตอนนี้รูปก็ยังติดอยู่ 55555) หรือบางคนอาจจะชอบโต๊ะที่เป็นระเบียบ น่ารักๆ น้องก็สามารถออกแบบได้ตามความชอบของน้องเลย (ควรทำก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือทั้งหมดนะ)


แต่นั่งไปนานๆ โต๊ะอ่านหนังสือมันก็เดิมๆ อ่านไปนานๆก็รู้สึกเหมือนเดิม น้องสามารถคลายเครียดได้ด้วยการทำสิ่งที่น้องชอบ อะไรก็ได้เลย พักจากการอ่านหนังสือ 10-15 นาที แล้วค่อยกลับไปฮึดต่อ เพราะมันจะช่วยให้น้องได้ผ่อนคลายตัวเองจริงๆ



วันสอบคนจะเยอะมาก น้องจะเริ่มกังวล กดดัน ไปตามบรรยากาศ สิ่งที่น้องทำได้คือ มีสมาธิอยู่กับตัวเอง อย่าไปให้ความสนใจกับสิ่งรอบข้างมากจนเกินไป ยิ่งตอนสอบคือต้องมีสติมากๆ ตอนนั้นความรู้จะแล่นอยู่ในสมองน้อง แต่ใจน้องต้องนิ่งมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้องต้องพยายามทิ้งความเครียดไว้หน้าห้องสอบ แล้วมีสติ มีสมาธิอยู่กับตัวเองง เยยยย่



ทั้งความรู้ ร่างกาย และจิตใจ มันคือสิ่งที่สำคัญมากๆ ที่จะช่วยส่งน้องให้ไปถึงความฝันของตัวเอง แต่ตัวน้องเองก็ต้องมีวินัยด้วย อย่างเรา เราก็พยายามทำตามตารางที่วางแผนไว้ว่าแต่ละวันจะทำโจทย์กี่ข้อ จะจำศัพท์ให้ได้กี่คำ จะพักตอนไหน กี่นาที แรกๆอาจจะดูฝืนๆตัวเองหน่อย แต่ถ้าทำทุกวันเราจะเริ่มชินไปเอง จนรู้สึกว่ากลายเป็นกิจวัตรของเราเลย


ส่วนอันนี้เป็นคะแนนสอบเข้าของเราเอง ลำดับก็อยู่กลางๆเลย จำนวนข้อเท่าเดิมแต่เปลี่ยนสัดส่วนคะแนนเฉยๆน้าา


สรุปเทคนิคการเตรียมตัวในฉบับรวบรัด !



-มีวินัยต่อตนเอง วางแผนการเตรียมตัวให้ดี



-ทำโจทย์บ่อยๆ หาจุดพลาดของตัวเอง แล้วแก้ไขอย่าให้พลาดซ้ำ



-ทำโจทย์ให้ชินมือ ลองจับเวลาจริง ช่วยลดความตื่นเต้นวันสอบได้



-หา keyword ของแต่ละเรื่อง ทำความเข้าใจแล้วเชื่อมโยงให้ได้



-สะสมคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากวิธีต่างๆ เช่น ฟังเพลง ดูหนัง ได้ทั้งศัพท์แล้วก็ได้ผ่อนคลายตัวเองด้วย



 -ให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ ทำให้ตัวเองมีความสุข ทำให้ตัวเองมีพลังสู้ต่อไปให้ได้



แอบบอกว่าถ้าติด social media มากๆ พักทีไรก็เล่นตลอด ให้ลองสร้าง account ใหม่ขึ้นมา ให้มี account เดียวในแต่ละช่องทาง แล้วไปติดตาม account อื่นๆที่เค้าจะลงพวกเกร็ดความรู้ อย่างเราก็ติดตามพี่ๆติวเตอร์ใน Enconcept อย่างพี่แนน พี่หวาย เลื่อนๆผ่านก็จะเจอคำศัพท์หรือโจทย์บ้าง บางทีพี่ๆเค้าก็จะให้กำลังใจผ่านสื่อพวกนี้แหละ ช่วยให้เรามีกำลังใจอ่านหนังสือต่อเลยย


สุดท้ายแล้ว เราเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนเลยนะ เราเชื่อเสมอว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร แต่เราต้องมั่นใจว่า เราพยายามมากพอแล้วจริงๆ ความฝันของน้องๆที่อยากประดับพระเกี้ยวน้อยบนอก อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว สู้ให้เต็มที่ ความฝันของน้องๆจะเป็นจริงได้ ถ้าน้องรับผิดชอบต่อความฝันของตัวเอง คนที่สอบติดได้ ไม่ใช่คนที่เก่งอย่างเดียว แต่เค้าคือคนที่พร้อมที่สุดในวันนั้น และเราเชื่อว่าน้องๆทำได้แน่นอน สู้ๆน้าาา ถ้ามีอะไรสงสัยหรือว่าอยากปรึกษาก็ถามเราไว้ได้เลยยย หรือถ้าอยากสร้างสีสันให้ชีวิตก็ ig : emprtxp นะค้าาา ig เราเองแหละ พร้อมให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาเสมออ เราไม่กัดฉีดยาแล้วว



#รักน้องตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า












































ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป