[EXO]เรามาวิเคราะห์คอนเซ็ปจักรวาลสตอรี่exoกันเถอะ! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#exo #วิเคราะห์MV #exocomeback
 

สวัสดีค่ะนี่เป็นความคิดเห็นบางส่วนของเราที่วิเคราะห์(มโนมากกว่า) จักรวาลคอนเซ็ป EXO ได้เป็นตุเป็นตะเลยอย่ากเอามาให้ทุกคนได้อ่านแก้เหงาระหว่างรอบั้มใหม่ OBSESSION!!

เริ่มจากการวางไทม์ไลน์คร่าวๆ

MAMA : กล่าวถึงEXO ที่มาจากดาวอื่นที่เป็นต้นกำเนิดของต้นไม้เเห่งชีวิตมีพลังธาตุต่างๆได้มายังโลก เคยมีการค้นพบว่าพวกเขาปรากฏตัวที่โลกเมื่อนานมาแล้วตั้งแต่อดีตกาล มาเพื่อหยุดสงครามโลกและสร้างความสมดุล มีการค้นพบจารีกร่องรอยหลังฐาน จนทั้งรูปถ่ายสมัยก่อนว่าพวกเขามีตัวตนจริงๆและใช้ชีวิตอยู่ปะปนกับมนุษย์ทั่วไป

Call me baby: จนเกิดเหตุการณ์ Eclipse ขึ้นทำให้เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อมิติปัจจุบัน และมิติลึกลับคู่ขนาน(ที่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ดูได้ตามบั้มวินเทอร์ และรีแพค) และในPathcode คาดว่าระหว่างนั้นพวกเขาจะแยกกันอยู่ทั่วมุมโลก

ความเป็นไปได้ที่ 1. มิติปัจจุบันทำให้แบคฮยอนต้องพลัดหลงกับเพื่อนๆและตกไปที่ทะเลสูญเสียพลังไปชั่วคราว

และทำให้พลังจิตที่เมมเบอร์ใช้สื่อสารต่อกันผิดเพี้ยนไม่สามารถรับรู้ว่าใครเป็นอะไรยังไง ฟีลใน Pathcode ของบั้ม exodus ฟีลของทุกคนที่สื่อออกมาคือความรู้สึกที่ หลงทาง ไร้หนทาง และเจอเหตุการณ์แปลกๆ พร้อมทั้งเหมือนมีใครจับตามองตามเขาไปทุกๆที่ตลอด แบคฮยอนเป็นคนเดียวที่มีฉากวิ่งหนีและโดนไล่จนมุมเป็นไปได้ที่แบคฮยอนจะโดนจับตัวตั้งแต่ตอนนั้นแบคฮยอนวิ่งหนีใครบางกลุ่ม เพราะเมื่อเกิด Eclips พลังก็เหมือนถูกสะกดให้อ่อนแอลง ง่ายต่อการจับกุมหรือทำร้าย ลิ้ง : https://youtu.be/J-h0kAl1cbcจงอินที่โดนใครบางคนตามแอบถ่ายการใช้ชีวิต ลิ้ง : https://youtu.be/tCraTquoTMUพี่ซูโฮที่ตื่นขึ้นมาพบกับความเปลี่ยนแปลงของพลังตัวเอง เเละสื่อสารพลังจิตรหาคนอื่นไม่ได้ ลิ้ง : https://youtu.be/ORaTPEAWs5I

ความเป็นไปได้ที่ 2. แบคฮยอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเหมือนเดิมในพาสโค้ด แต่พอเกิด Eclipse ขึ้นก็ทำให้การสื่อสารพลังจิตของเมมเบอร์ผิดเพี้ยนไป แล้วแบคฮยอนคือคนที่โดนล่าคนแรกและจับได้ โดนนำไปทดลองเป็นคนแรก อ้างอิง Lucky one ที่เมื่อเมมเบอร์คนอื่นๆถูกจับ จะมีฉากที่คนที่โดนจับใหม่ๆจะโดนมัดตรึงที่เตียงและดิ้นอยู่ ส่วนร่างโคลนนั่งตื่นไร้สีหน้า แต่มีแบคฮยอนคนเดียวที่มีร่างที่หลับอยู่ เพราะโดนเอามาทดลองนานแล้วและถูกทำให้หลับจนมีคนฉีดยาถึงอีกร่างนึงลืมตาตื่นขึ้นมา

ต่อที่ไทม์ไลน์ต่อไป อยากให้มาโฟกัส Monster ที่อาจเป็นเหตุการต่อจาก exodus และเป็นเหตุการณ์ในไทม์ไลน์เดียวกันกับ Lucky One

Monster : ที่วิเคราะห์ได้จากเอ็มวี แบคฮยอนที่นั่งโต๊ะในฉากสีฟ้าเป็นไปได้ว่าคือแบคฮยอนตัวจริงที่แฝงตัวเข้ามา {อ้างอิง ฉากนั่งข้างโต๊ะ และฉากตัดไปที่งู งู = การทรยศหักหลัง ในที่นี้อาจหมายถึงการแฝงตัวเข้ามา}


แต่ก็มีอีกฉากที่เป็นแบคฮยอนนั่งมุมหัวโต๊ะและสีออกเป็นแดงๆก่อนที่เมมเบอร์คนอื่นจะเข้ามานั่งด้วยกัน ให้เดานั่นคือแบคฮยอนร่างโคลนที่ล่อลวงเมมเบอร์ให้มารวมตัวสำเร็จ และจัดการจับกุมทุกคน {อ้างอิง โต๊ะเดิมตัวเดียวกันกับที่แบคฮยอนนั่งหัวโต๊ะ มีเศษจานแก้วกระจาย และฉากนาฬิกาที่ทำให้เห็นกระบองทหาร ทำให้รู้ว่าเกิดไรขึ้น} 


แปลได้ว่าแบคฮยอนร่างจริงที่อยู่ห้องสีฟ้าอาจทำภารกิจ มาไม่ทันหรือพลาด ห้องสีฟ้าให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกและไร้หนทาง เคว้งคว้าง และตัดภาพมาที่บางฉากที่นั่งคนเดียวก็เป็นสีเทา อาจหมายถึงความล้มเหลวในภารกิจเช่นกัน


และฉากที่ทุกคนต่อสู้น่าจะเป็นฉากที่ทุกคนสู้กับการจับคุมและโดนจับขึ้นรถ ยกเว้นแค่แบคฮยอนร่างปลอม และแบคฮยอนตัวจริงได้แฝงตัวอยู่ไปกับพวกทหาร 

หลังจากนี้จะเป็นความนึกคิดของแบคฮยอนร่างจริง ฉากนาฬิกาที่หมุนย้อนกลับ เหมือนกับเล่าให้เราได้รู้ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปแก้ไขจะเป็นอย่างไร จะมีฉากที่เป็นการขับรถแต่ภาพมันคือการถอยหลังทั้งที่ความเป็นจริงรถมันควรวิ่งไปข้างหน้า และทหารคนที่ขับรถมือมือที่คล้ายแบคฮยอน  


ฉากเหมือนเล่าสื่อว่าถ้าแบคฮยอนไปทันเวลาและแฝงตัวไปเป็นทหารจะสามารถช่วยทุกคนได้ในตอนท้าย {อ้างอิงฉากเปิดประตูรถ ดึงต่างหูออกแสดงให้เห็นถึงการปลอมตัวสองรอบ 1.คือในห้องอาหาร 2.ใส่ชุดทหารทับซ้ำ}


ในเมื่อแผนที่จะเข้าไปช่วยในห้องอาหารล่มก็มีแผนสำรองวางแผนจะปิดกล้องวงจรและช่วยทุกคนโดยปลอมตัวไปเป็นทหารขับรถขนย้ายพากันหนีก็จะได้เดินกลับไปอย่างมีความสุขภารกิจสำเร็จ แต่ภาพสุดท้ายภาพนั้นในMV เป็นสีเทาอีกครั้ง (สีเทา อาจหมายความว่า = เหตุการไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงการนึกคิดว่าถ้าผลลัพมันออกมาเป็นอีกแบบ) ก็อาจกล่าวถึงว่าไม่ได้เป็นไปตามที่คิด เหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้น ภารกิจล้มเหลว 



ตัดภาพมาที่ฉาก เมมเบอร์นั่งในห้องอาหารที่มีโต๊ะแปลกไปจากตัวแรกๆ มีกันอยู่ 8 คน ไม่มีแบคฮยอน สีฉากออกม่วงๆ สื่อถึงภาพลวงตา อาจหายความว่าหลังจากที่ถูกจับคุมแล้วก็โดนโคลนขึ้นมาได้สำเร็จที่เราเห็นในฉากนั้นคือไม่ใช่ตัวจริงเพราะทุกคนมองมาที่กล้องด้วยความรู้สึกไม่มีอะไรออกไปแนวร้ายๆ
 
และฉากแบคฮยอนฉากแดงฉากเดิมก็อาจหมายความว่าช่วงเวลาตอนนั้นก็หาหนทางช่วยเพื่อนอยู่ แต่มีกล้องจับความร้อนที่มีคยองซูจับตามองอยู่ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม เลยทำให้แบคฮยอนไม่สามารถทำภารกิจได้ {อ้างอิงฉากกล้อง และคยองซู จงอิน ร้องท่อน 'You can call me monster'} 


หรือไม่แน่คยองซูก็แฝงตัวออกไปได้สำเร็จเพราะมีฉากคนหน้ากากดำคล้ายคยองซูมาก และตัดมาฉากที่เซฮุนมองขึ้นไปและเป็นฉากคยองซูนั่งอยู่บนกล้อง ก็เหมือนสื่อว่า คยองซูที่อยู่บนกล้องที่จับตามองเห็นคือตัวปลอม

ซึ่งสามฉากนี้(แบคฮยอน เซฮุน คยองซู) ถูกตัดต่อให้ต่อกันในเอ็มวีคนละวิต่อวิเลย ถ้าแบคฮยอนเคลื่อนไหวมากไปอาจถูกจับได้ไปอีกคน เมมเบอร์คนอื่นๆที่น่าจะมีร่างจริงปนด้วยจึงต้องจำนนยอมไหลตามสถานการณ์ไปก่อน (ตัวจริงอาจเป็นเซฮุน พี่อี้ ในเอ็มวีที่ยังเป็นตัวจริงอยู่ในฉากสู้กัน เพราะพี่อี้แสดงถึงความขัดขืนรุนแรง เซฮุนที่แสดงสีหน้าวิตกกังวลกับเหตุการณ์แต่ก็คอยสังเกตรอบๆอยู่ ชานยอล พี่หมิน จงแด จงอิน ไม่แน่ใจเพราะฉากที่ประชันหน้ากับทหาร พวกเขามีท่าที่นิ่ง จ้องมองไปข้างหน้าทั้งที่ข้างหน้าคือฝ่ายศัตรูที่เป็นทหารไม่ใช่ฝั่งหน้ากากดำที่เป็นฝั่งตัวเอง และฉากที่พี่จงแดเดินไปกับกลุ่มหน้ากากแล้วหันมามองที่กล้องอาจะเป็นไปได้ว่า นี่คือร่างโคลนที่เป็นพวกเดียวกันกันทหารเเล้วแฝงตัวมาหรือเปล่า แต่ฉากที่โดนซ้อมนั่นคือตัวจริงไม่ก็แอคติ้งให้ร่างจริงในกลุ่มตายใจ) สรุปก็คือ ในเอ็มวีนี้ที่ท้ายคลิปตลอดมาที่เราคิดว่าทุกคนหลบหนีได้สำเร็จ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิดก็ได้

 

Lucky One : คือไทม์ไลน์ที่เกี่ยวเนื่องกันกับมอนสเตอร์ เมื่อทุกคนโดนจับที่ห้องอาหารแล้วก็นำมาทดลอง แสดงให้เห็นฉากมีร่างนึงขัดขืน แต่ก็มีอีกร่างนึงที่นั่งลืมตาไร้สีหน้า และร่างของแบคฮยอนที่หลับนิ่งอยู่ก่อนนานแล้ว อาจหมายความว่าทุกคนเพิ่งโดนจับมาหลังจากไปเจอแบคฮยอนตัวปลอมที่ห้องอาหาร พอถูกทดลองก็โดนส่งตัวแยกกันไปตามห้องจำลองต่างๆ เป็นไปได้ว่าร่างที่ลืมตาตื่นของแบคฮยอนที่ตื่นขึ้นมามีความตกใจ ทั้งที่ร่างโคลนคนอื่นไร้สหน้าไร้ความรู้สึก ร่างนั้นคือร่างจริง 


ระหว่างการทดลองอาจมีการเคลื่อนย้ายร่างจริงออกไปแล้วบางคนและเกิดเหตุการณ์การหลบหนีของเหล่าเมมเบอร์ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นร่างจริงร่างปลอมบ้างพยายามหลบหนีออกจากที่นี่ เป็นไปได้ว่าคยองซูและแบคฮยอนร่างจริงอาจหลบหนีออกไปได้ แต่คนอื่นๆไม่รู้ที่แน่ชัด เพราะมีฉากคยองซูที่เหมือนจะเปิดประตูไปในห้องอะไรสักอย่างแต่หันมามองเพื่อนที่ตามมาไม่ทัน  เป็นไปได้ว่าพอเข้าไปในห้องนั้นก็ปลอมตัวเป็นทหารเนียนไปกับกลุ่มหน้ากาก และก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายต่อ ใน Monster (ฉากที่แบคฮยอนแฝงตัวในกลุ่มทหารและหาทางทำภารกิจที่สอง คือปลอมตัวเป็นทหารพาหลบเพื่อนหนี) แต่เมื่อภารกิจมันไม่สำเร็จเป็นไปได้ที่ตัวจริงที่สามารถหลบหนีได้ก็จะหนีตัวใครตัวมันไปก่อน แต่ไม่รู้ว่าคยองซูตัวจริงรอดมั้ย (แบคฮยอน คยองซู และอาจมีคนอื่นด้วยยังไม่แน่ชัดที่มี%การหลบหนีได้) ละส่วนตัวจริงที่หลบหนีไปไม่ได้ก็ต้องใช้ชีวิตกับเมมเบอร์ร่างปลอมของใครสักคน 

ที่น่าสนใจคือ มีบางฉากจงใจถ่ายแค่คยองซู และท่อนร้องของเขาฉากนั้นมันดันตรงกับคำว่า "นอนาเย only one"พอดี และท้ายเพลงก็ร้องจบว่า "I'm Lucky one" แต่มีอีกคนที่ได้ร้องท่อนนี้เเถมฉากก็ถ่ายโคลสอัพเช่นเดียวกันเเถมมีใบหน้าที่ดีใจยิ้มแย้มได้คือ อี้ชิง 
Kokobop : เอมวีนี้จะกล่าวถึงการมอมเมาให้ร่างโคลนและร่างจริงเข้าไปอยู่ในโลกจำลองในห้องๆหนึ่งร่วมกัน มานอนโผล่ที่นี่ เหมือนโดนยากล่อมประสาทก่อนหน้านี้ทำให้ทุกคนลืมไปว่าตัวเองคือใครและมาตื่นพร้อมกันที่พื้น เลยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ใช้ชีวิตด้วยกัน 
แต่ก็มีเมมเบอร์บางคนที่มีฉากมีพิรุธคือ ทุกคนกินลูกอุมหรือดูดน้ำเข้าไปจะมีฉากหลับ แต่เว้นไว้แค่บางคน พี่ซูโฮกินลูกอมพร้อมพี่หมินกับจงอินแต่ก็ไม่หลับจริงๆแถมเป็นคนชงน้ำด้วย ชานยอล แบคฮยอน คยองซู จงแด ที่ไม่มีฉากกินลูกอมหรือน้ำ เซฮุนกินน้ำกับพี่หมิน ก็หลับไปทั้งคู่ เหมือนเป็นการจ่ายยาให้เมมเบอร์กินพร้อมกันทุกวันๆ เป็นไปได้ว่าคนที่เป็นตัวจริงจะมีฟุบหลับไปและตัวปลอมยาก็ไม่มีผลอะไร



และฉากนี้ก็เหมือนสองพี่น้องมองกันด้วยความเป็นห่วง และกินน้ำพร้อมกันเพื่อแสดงความจริงใจว่าคือตัวจริงเหมือนกัน
ในห้องจำลองนี้เป็นการทดสอบและพัฒนาประสิทธิภาพของร่างโคลน โดยต้องมีสภาพแวดล้อมอยู่กับร่างจริงจะทำให้กระตุ้นเกิดความอยากเรียนรู้ โดยที่ร่างจริงขนาดรีเซ็ตสภาพความจำก็ยังสามารถใช้พลังได้คล่องระดับหนึ่ง {จงอินที่อ่านหนังสือแบบๆบังคับรถได้ พี่หมินสร้างน้ำแข็งเล็กๆได้ง่ายๆ แต่เมมเบอร์คนอื่นๆ จงแดที่เพิ่งเหมือนใช้พลังไฟฟ้าได้ไม่สเถียร พี่ซูโฮยังควบคุมน้ำไม่เก่ง ชานแบคที่เพิ่งว้าวกับพลังตัวเอง แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้แสดงอะไรออกมามากนักคือ คยองซูและเซฮุนที่ไม่ได้เทสพลังตัวเองเลย}

Overdose: อยู่ในจุดที่ทุกคนโดนทดลองมากๆแล้วทนไม่ไหว เริ่มเคลื่อนไหวหาการหลบหนี ไม่เว้นแม้แต่ร่างโคลนก็ยังนึกคิดว่าตัวเองมีชีวิตจริงตัวเองคือของจริงก็พยายามหาทางหนี ฉากที่คยองซูเจอกับคิวบ์ที่ในนั้นมีทรายฉายให้เห็นภาพน่ากลัวๆคนที่อยู่หลังกำแพงสีขาว (คลายกับ Tempo) แปปนึงอาจสื่อถึงการรับรู้การทดลองร่างโคลนแล้ว และเหมือนจงอินจะเจอทางออกเข้าที่ใจกลางเขาวงกต แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าคนนั้นคือตัวจริงหรือปลอม แต่เขาก็ได้พบทางเข้าออกของเขาวงกตทำจับพวกเขามาทดลองแล้ว


Tempo : พอจงอินสามารถหาทางเข้าออกได้แล้วใน Overdose เขาก็สามารถออกมาแล้วกลับไปใหม่ในคิวบ์ได้ (คิวบ์อาจหมายถึงโลกจำลองของเขาวงกตนี้) เมมเบอร์ที่อยู่ในคิวบ์อาจมีตัวจริงและตัวปลอมปะปนกันและถูกล้างความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนของตัวเองแล้วตั้งแต่ kokobop (ลืมว่าตัวเองคือร่างจริงหรือร่างโคลน) แต่การจัดเมมเบอร์ที่เข้ามาในห้องนี้อาจมีการสลับสับเปลี่ยนอีกที อะไรก็ตามที่อยู่นอกคิวบ์จะไม่ถูกมองเห็นหรือสำผัสว่ามีอยู่จริงในมุมมองของคนในนั้น อะไรที่ไม่เป็นจริงยื่นออกมาจากคิวบ์จะเลือนลาง จะเห็นได้ว่าอะไรที่ยื่นออกมาจากคิวบ์จะเลือนลางหรือแม้แต่คนที่ยืนมองบนเหนือคิวบ์ที่ไม่ได้มีตัวตนจริงเช่นกัน
 
จะเห็นว่าคนที่อยู่ในคิวบ์ชอบนั่งกันคนละห้องอยู่ห้องเดียวกันก็อยู่คนละมุม แสดงออกถึงความไม่ไว้ใจกันแต่ก็ต้องอยู่ร่วมกัน เหมือนทุกคนจะเริ่มรู้เกี่ยวกับการทดลองและโลกจำลองนี้ที่ยังหาทางออกไปไม่ได้ เพราะมีฉากที่พี่ซูโฮยืนมองคิวบ์ขาวที่อยู่ในห้องละมีคนอยู่ข้างใน อาจสื่อว่านั่นคือร่างโคลนอื่นๆที่ก็กำลังอยู่ในโลกจำลองอื่นๆเช่นเดียวกันกับพวกเขา


Luckyone ก็มีฉากแบบนี้

แบคฮยอนที่คิดว่าเป็นตัวปลอมยืนสังเกตุทุกคนข้างบนเพราะตัวเองเหมือนเป็นร่างโคลนเเรกๆที่เหมือนเป็นหัวหน้าได้เลยที่สามารถรวบรวมเมมเบอร์มาจนสำเร็จใน monster สังเกตุความเป็นไปของเมมเบอร์แต่ละคน

 เขาอาจเอาชิ้นส่วนของคิวบ์ไปให้พี่ซูโฮแก้ปริศนา แต่บางทีความหมายมันอาจแปลได้ว่า ให้ ข้อมูล กล่อมให้เชื่อ กับสิ่งที่ให้หรือเล่า เป็นไปได้ว่าแบคฮยอนตัวปลอมกำลังพยายามกล่อมให้พี่ซูโฮเชื่อในจุดประสงค์นั้นๆที่ตัวเองต้องการให้เชื่อ
และคยองซูกับพี่หมิน ก็กำลังเล่นเกมปริศนาเช่นกันถ้าอาจไม่ได้หมายความว่าหาปริศนาก็อาจหมายความว่ากำลังทดสอบกันและกันอยู่ว่าใช่พวกเดียวกันไหมยังไง เพราะสีหน้าที่มองกันแสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจในระดับหนึ่ง
เช่นเดียวกันกับชานยอลจงแด ที่จงแดมาทำการสอบสวนว่าชานยอลคือใครตัวตนจริงๆเป็นอะไร และที่หน้าสนใจที่มีฉากเข้าไปในรูปผีเสื้อที่มีฉากโฟกัสที่ตาชานยอลคล้ายกับตอน kokobop ที่ก็เคยมีฉากนี้เหมือนกัน และจังหวะที่มีมิสเตอร์เอ็กที่คิดว่าเป็นแบคฮยอนยืนเหนือคิวบ์ชานยอลก็มองเห็นในขณะที่คนอื่นไม่เห็น พอจงเเดเดินมาถึงทำเป็นมองไม่เห็นอะไร 




แบคฮยอนร่างปลอมลงมาใช้ชีวิตเนียนไปกับคนอื่นๆและพยายามกล่อมให้มีคนเชื่อในจุดประสงค์ของตัวเอง แต่เป็นไปได้ว่าจงอินที่ลงไปในคิวบ์และสอดแนมอาจเป็นตัวจริง เพราะไม่มีใครรู้ว่าจงอินที่เห็นทางออกใน Overdose เป็นตัวจริงหรือไม่ แต่จงอินสามารถเข้าออกคิวบ์ได้แล้ว อาจเข้ามาสอดแนมและตามหาเมมเบอร์ตัวจริงที่ปะปนกับตัวปลอมเพื่อพาหนีออกไป และจงอินสามารถกดโน๊ตที่อยู่นอกคิวบ์ได้แต่แขนตัวเองที่ยื่นออกไปไม่เกิดการเลือนลาง อาจหมายถึงเขามีตัวตนจริงๆและนี่คือร่างจริงที่เข้ามา

และเซฮุนที่มีฉากขับมอไซต์ไปในที่มีแท่นที่จงอินยืนอยู่ ก็มีฉากเบลอๆว่าบนแท่นนั้นมีคนนั่งรออยู่ ซึงอาจเป็นจงอินที่สื่อสารจิตอะไรบางอย่างได้และให้ตามมาที่นี่นัดพบกัน เป็นไปได้ว่าเมมเบอร์สามารถสื่อสารพลังจิตได้แค่ในหมู่กันเองร่างโคลนไม่สามารถรับรู้ด้วยได้ เซฮุนที่เป็นร่างจริงในนั้นเลยตามไปที่จุดนัดพบ แต่ที่ยังไม่มีคนอื่นตามมาอาจเพราะพลังยังไม่สเถียรมากพอที่จะสื่อสารให้ครบทุกคน

และตอนสุดท้ายที่ทุกคนออกไปกันหมดจากตรงนั้นเป็นฉากที่มือคล้ายกับแบคฮยอนอีกชุดถือคิวบ์เข้าไปใหม่ ก็อาจเป็นไปได้ว่า แบคฮยอนตัวจริงกำลังจะมาช่วยคนอื่นๆเเล้ว

เพิ่มเติมเบาะแส : คยองซูในเพลงนี้ก็อาจเป็นตัวจริงเพราะมีฉากที่นั่งยืนเรียงกันแต่เมมเบอร์คนอื่นเลือนลางยกเว้นคยองซูและพี่ซูโฮ ถ้าไม่ได้หมายความว่าสองคนนี้คือตัวจริงหรือไม่เเสดงว่าต้องมีอะไร 

Love shot : อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดามากๆTT เป็นอีกโลกจำลองนึงที่สร้างขึ้นมา เป็นจำลองสถาณการณ์เหมือนออกตามหาพี่อี้หรือข้อมูลบางอย่าง ทุกคนจะแยกกันทำภารกิจในส่วนต่างๆและเข้าไปข้างใน ในตอนแรกจะแยกเป็น CBX ชานไคฮุน ซูโฮดีโอ ในฉากแรกที่แบคฮยอนมองจากข้างบนก็เหมือนทีว่ากำลังเฝ้ามองทุกคน(อาจเป็นตัวจริงที่เข้ามาในคิวบ์ตอนเทมโป) และภาพจะตัดไปที่ฉากพระจันเต็มดวง อาจสื่อว่า Eclipse กำลังจะหายไป และพลังที่แท้จริงของเมมเบอร์ตัวจริงจะกลับมาอย่างเต็มที่และสามารถสื่อสารกันได้เต็มที่

ฉากเมมเบอร์นั่งดูภาพฉายม้วนนึงด้วยกันอยู่ และมีฉากที่จงแดโดนปิดตาด้วยมือข้างนึงของใครบางคน ซึ่งอาจหมายถึงปิดกั้นการรับรู้ การมองเห็น ซึ่งมือที่ปิดนั้นอาจเป็นมือพี่ซูโฮเพราะพี่คือคนเดียวที่ใส่สูตรเทาตอนนั่งดูภาพฉาย อาจจะถูกกล่อมให้คิดว่าภาพที่ดูไม่เป็นจริง
และทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ จะมีฉากที่ชานไคฮุนเดินไปพร้อมกันตอนที่พี่ชานยอลหันมามองกล้องคนเดียวจะมีแว๊บนึงที่ตัดภาพไปว่าจงอินได้พกปืนจริงๆไว้ที่หลัง อาจสื่อถึงการกันไว้ก่อนเผื่อมีอะไรเพราะคนที่ไปด้วยต้องมีคนใดคนนึงเป็นตัวปลอม {เพราะถ้าคิดว่าตัวจริงของเซฮุนไปเจอกับจงอินแล้วสองคนนี้ก็คงรู้ตัวตนของกันและกันแล้ว} ซึ่งถ้าให้เดา เราคิดว่าชานยอลที่ไปด้วยอาจคือตัวปลอม
จะมีจงอินที่ถือปืนสีทองคนเดียวอาจหมายถึงว่าจงอินที่ตามเข้าไปทีหลังยืนยันตัวเองแล้วว่าเป็นตัวจริง และเข้าไปช่วยเกลี้ยกล่อมสถาณการณ์ตอนที่เซฮุนกับชานยอลหันปืนเข้าหากันเพราะไม่ไว้ใจกัน เซฮุนที่ถือปืนขาวเข้าไปอาจเพราะเพื่อความแนบเนียนหรือเพราะยังยืนยันตัวตนไม่ชัดเจน(ปืนสีขาวเราอาจตีความได้ว่าเป็นคนที่ยังไม่กระจ่าง ยังไม่รู้อันไหนจริงไม่จริง และยังยืนยันตัวตนไม่ชัดเจน) แต่ตัวเองก็เผลอหลุดความไม่ไว้ใจออกมาจนได้(ตั้งแต่ในเทมโปที่เซฮุนไม่สุงสิงกับใครก็อาจเพราะไม่ไว้ใจใครเลย)

จนจงอินเข้าไปเสริมทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน (ตอนแรกที่ชานฮุนเข้าไปก่อนและไคดีโอมองหน้ากันก็เหมือนสื่อสารอะไรบางอย่างให้กัน แล้วก็ตามเข้าไปทีหลัง) คยองซูที่รออยู่ข้างนอก คาดว่าน่าจะเป็นตัวจริงหรือเปล่าที่คอยเฝ้ามองสถานการณ์จากข้างนอกและมีฉากที่มองไปบนฟ้าก็มีฉาก Eclipse แปลกๆที่แยกกันทำให้เกิดรูปพระจันทร์สองดวงหันหน้าเข้าหากัน อาจหมายความว่าข้างในเป็นไปได้สูงที่ร่างจริงและร่างปลอมจะเจอกัน

และที่มีฉากที่เป็นคล้ายกล้องฟิมล์ซ้อนทับกับตาคยองซูอาจหมายถึงเขารู้เห็นทุกอย่าง ไหนจะการตัดต่อการตัดต่อฉากที่คยองซูหันขึ้นไปมองพระจันทร์เเล้วตัดมาที่ซูโฮทันทีก็ทำให้รู้สึกว่ามีอะไร เป็นไปได้ไหมที่ข้างในจะเจอคยองซูและซูโฮตัวปลอม?



ไม่แน่ภาพที่ฉายเมื่อต้นเอมวีที่เมมเบอร์นั่งอยู่อาจเป็นข้อมูลจากเขาที่จะส่งสารให้กลับเมมเบอร์ตัวจริง มีเพียงแค่จงแดที่โดนปิดตาจงแดเลยไม่ได้รับรู้อะไร ที่เดาเอาว่าเป็นพี่ซูโฮในตอนแรกสูทเทาที่ปิดตาจงแดเป็นตัวปลอม พี่ซูโฮตัวจริงเลยสื่อสารกับคยองซูหรือพี่หมินและอาจเคยเข้าไปทำภารกิจจัดการซูโฮตัวปลอมก่อนเเล้วที่มีฉากยืนเทียบกับคยองซู(น่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนที่ชานไคฮุนจะเข้ามาหาเบาะเเสหรือเปล่า คยองซูที่อยู่กับสามคนนั้นเลยเป็นตัวจริง) จะมีอีกฉากที่พี่คล้ายลงมือจัดการกับชายชุดทหารนายหนึ่งด้วยปืนสีทองซึ่งขอเดาไว้ก่อนว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมมเบอร์ตัวจริงพร้อมกับทิ้งดอกไม้ คงเป็นการประจันหน้าซูโฮอีกคนนึงที่เดินเข้ามาพร้อมทหาร ภาพมืดแต่การแต่งตัวเหมือนกัน
คงจัดการตัวปลอมได้และตัวเองก็ได้สลับตัวเข้าไปในกลุ่มทหารแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา ไปคนเดียวเพื่อเป็นสปายเเละส่งข่าวให้คยองซูจนได้พาชานไคฮุนมาเอาเบาะเเสกลับไปได้ และพี่หมินที่มีฉากถือไพ่และคุยโทรศัพท์ก็อาจหมายถึงคนนี้สามารถติดต่อกับใครสักคนได้ อาจเป็นพี่ซูโฮที่อยู่ในห้องที่มีจอภาพคล้ายว่าเป็นห้องฉายหนังและฉากที่พี่หมินประจันหน้ากับแบคฮยอน(ตอนที่ไม่มีจงแด) ฉากที่เป็นการจ่อปืนแล้วถอดหน้ากากก็เหมือนสื่อถึงการเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายได้ให้เห็น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพี่หมินมาพร้อมทหารละถอดหน้ากากให้ดู แต่มันอาจหมายความว่าการถอดหน้ากากต่อหน้าแบคฮยอนคือการบอกตัวตนว่าตัวเองคือตัวจริงแสดงความบริสุทธิ์ใจ จะมีเสียงหยดน้ำในช่วงนั้นพอดีจากปืนพี่หมินที่เป็นสีขาวในตอนแรกก็กลายเป็นสีทองแบบแบคฮยอนในทันที และชานไคฮุนก็พบเจอดอกไม้ก็เหมือนได้อะไรกลับไปกลับมมาขึ้นรถยองซูที่รออยู่อย่างปลอดภัย

ที่น่าสนใจเราคิดว่า ช่วยที่นั่งดูภาพฉายในฉากแรกนั่นคือภาพฉายจากเหล่าตัวจริงที่มีข้อมูล และมีซูโฮตัวปลอมที่เข้ามาปิดตาจงแดเอาไว้ไม่ให้รับรู้ หลังจากนั้นพอภารกิจเสร็จสิ้นภาพที่จงแดได้ดูอีกครั้งพร้อมกับจิบเหล้าไปด้วย อาจเป็นภาพที่พี่ซูโฮตัวจริงได้ไปฉายข้อมูลที่ถูกต้องให้กับจงแดอีกครั้งพร้อมกับให้ดื่มเหล้าที่มีดอกไม้ซึ่งอาจถูกรินด้วยปืนสีทองก็ได้(จะมีท่อนที่โฟกัสหน้าพี่ซูโฮ ท้ายๆเอ็มวี ร้องท่อน it's a Love shot' เเละยิ้มหน่อยๆ )เพราะจะมีฉากที่เป็นภาพปืนและตัดมาที่ตอนพี่จง-ลืนเหล้าลงคอพอดี และกล่องคิวบ์สีชมพูนั่นอาจหมายถึงความจริงที่พี่ซูโอมีอยู่และรับรู้ ส่วนฉากที่คยองซูเทน้ำชมพูๆออกจากคิวบ์ก็เหมือนการเริ่มปล่อยความลับความจริงให้ทุกคนได้รู้(รึเปล่านะ555)
เลยทำให้จงแดที่ถูกรีเซ็ตการรู้ตัวตนตาสว่างขึ้นมาเเละได้รู้ความจริง และเขาอาจเป็นตัวจริงก็ได้

-สิ่งที่น่าคิดอีกแบบคือ ถ้าลองเปลี่ยนเหตุการณ์เป็นตอน Power ที่แบคฮยอนตกลงมา เหตุมันมาจากแบคฮยอนที่โดนจับไปก่อนตั้งแต่ Pathcode call me baby แล้วถูกทดลองมาโดยตลอดสิ่งที่เมมเบอร์ตามไปและโดนจับก็คือเจอแบคฮยอนตัวปลอมมาตลอดๆ จนกระทั่งแบคฮยอนตัวจริงโดนเอามาปล่อยทิ้งกลางทะเลเพราะสูญเสียพลังไม่สามารถเป็นประโยชน์ต่อการทดลองอีกต่อไปและมีเพลงขึ้นว่า “ บางครั้งความจริงมันเจ็บปวดหว่าคำโกหกเสียอีก ทุกคนล้วนกลัวการได้รับความความเจ็บปวด เลยหันหลังให้ความจริงเสียอย่างนั้น” – Sweet lie และก้พูดว่า “บางอย่างมันอาจผิดตั้งแต่แรก” ล่ะ มันอาจหมายความว่าก่อนที่แบคฮยอนจะโดนเอาไปปล่อยกลางทะเลต้องมีเนื้อเรื่องกว่านี้ ถ้ามันเป็นตอนเปิดเรื่องเป็นอีกแบบ แต่ถ้าคิดว่าเป็นการสปอยท้ายเรื่องแล้วก่อนหน้านั้นเป็นอีกแบบล่ะ น่าสนใจไม่น้อยว่าแบคฮยอนต้องเจออะไรบ้างก่อนจะตัดสินใจกลับไปช่วยเมมเบอร์ช่วง Tempo-

Yixing : เราไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆว่าหลังจากที่พี่โดนจับไปตอน Lucky one คุณพยาบาลพาพี่อี้ไปที่ไหน แม้แต่ใน Tempo ก็ไม่คิดว่านั่นคือตัวจริงไม่สามารถหาเบาะแสได้เลย เป็นไปได้ว่าพี่อี้อาจอยู่ในโลกจำลองในห้องใดสักห้องที่ห่างไกลจากเมมเบอร์มาก เอมวีของพี่อี้เลยฉีกสไตล์ออกไปไม่ค่อยสำผัสได้ถึงกลิ่นอายสภาพแวดล้อมแบบเมมเบอร์คนอื่นๆ NAMANANA ที่ฉากออกที่ทะเลทรายอันไกลโพ้น แต่ก็มีลุกแก้วพลังของพี่อี้ที่โผล่มาฉากทำให้รู้สึกว่าพลังของพี่อี้นั้นกำลังหลับไหลและข้างในรอการปลุกให้ตื่นอีกครั้ง Honey ที่ต้นเอ็มวีให้ฟีลิ่งคล้ายกับตอน Path code มาก มุมกล้องและเสียงพยายามโฟกัสที่ฝนลมพัดกระหน่ำ ฟ้าผ่า เสียงข่าว แสงจากทีวี น้ำที่ไหลตรงก็อกเลยแอบๆคิดเข้าข้างว่า นั่นอาจเป็นส่วนนึงของพลังเมมเบอร์คนอื่นๆที่พยายามปลุกให้พี่อี้ตื่นหรือได้รับสารใดๆ ถึงจะเป็นโซโล่แต่บางอย่างก็ได้กบิ่นอายของสตอรี่ที่เชื่อมกันอยู่ หรือไม่พี่อี้ก็เป็นอีกคนที่หนีออกไปได้ตั้งแต่ Lucky one

To be continue for OBSESSION : เราต้องมารอลุ้นเนื้อเรื่องต่อแล้วว่าจะเล่นปมเนื้อเรื่องอะไรต่อไปอีก ถ้ามาแนวโคลนนิ่งมีคนพบเจอสิ่งมีชีวิตเหนือระดับมนุษย์ธรรมดา 6 คน คล้ายกับ EXO ที่ถูกค้นพบเมื่อนานมามากๆแล้ว เป็นไปได้ว่ามีร่างโคลนบางส่วนที่หนีออกไปจากวงกตได้เช่นกัน หรือไม่ก็เป็นอซ.จากอีกมิตินึงที่มาโผล่ที่มิติโลกเราเพราะ เหตุการณ์ Eclipse ทำให้มิติบิดเบี้ยว

ทั้งหมดทั้งมวลที่เดามาอาจผิดๆๆๆๆๆทั้งหมด เพราะเราไม่ใช่เอ้ดเอมมมมม555555 อ่านเอาสนุกนะคะ ใครจะตัวจริงตัวปลอมความจริงมีเพียง1เดียว! คืออยู่ที่เอ้ดเอม (SMบอกแกอ่ะคิดมาก ทุกอย่าทำไปก็เพราะเท่เฉยๆ5555) 


แบคฮยอนตัวจริงหลังจากตกลงทะเลก็อาจไม่ไปอยู่ไหนหรอก อยู่ที่ ฮันนัมดงยูเอนวิลเลจจิ 55555555 บ้ายบายค่ะ
เม้ามอยได้ที่ Twitter : @pantiiz_012

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป