/>

[ระบาย] อิจฉาคนที่พ่อแม่ซัพพอร์ต [ไม่ยินดีให้แชร์]

คนเหนื่อย
Guest IP
วิว
ยอมรับว่าอิจฉา เพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นและไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี

สวัสดีค่ะ เราเป็นนักศึกษา ตอนนี้ปี3แล้ว เรียนศิลปศาสตร์ เพราะชอบภาษามาก ที่มหาลัยรัฐสีเหลืองแดง เราฟังมาเยอะว่ามีคนที่ลำบากกว่าเรา อึดอัดใจกว่าเรา แย่ยิ่งกว่าเรา แต่ก็นะ นี่คือเรา ความรู้สึกเรา ความลำบากของเรา ความอึดอัดของเรา ไม่ใช่ของใคร เราคิดบวกมาหลายครั้ง แต่วันนี้มันเหนื่อยเกินจะทน เราต้องทำงานพิเศษเลี้ยงตัวเองตลอดตั้งแต่มัธยม แต่เราไม่ท้อนะ เราทำงาน ทำงาน และทำงาน บางครั้งก็กระทบการเรียนแหละ แต่ปากท้องก็สำคัญ
เราดิ้นรนมากๆ เพราะเราเลือกจุดนี้เอง :) และถ้าเราย้อนกลับไปได้เราก็จะยังเลือกจุดนี้เหมือนเดิม

เราทะเลาะกับที่บ้านค่ะ บ้านเราไม่อยากให้เราเรียนคณะภาษา อยากให้เรียนกฏหมาย ไม่ก็หมอ แต่เราดื้อค่ะ เราไม่ชอบ จุดตัดเลยมาถึง ถ้าเราจะเรียนก็เรียน แต่พ่อและแม่จะไม่สนับสนุนอะไรทั้งนั้น ผลออกมาคือเราก็เลยต้องทำงาน ทำงาน ทำงานหนักขึ้น บางครั้งอยากจะออกมาทำงานให้จบๆ ไป แต่ก็นะ ไม่กล้าพอ เรียนให้จบยังไงก็ดีกว่า

ตอนนี้เราเหนื่อยมากค่ะ เพราะพอเราทำงานเราก็เริ่มมีเงิน แล้วพอเราเริ่มมีเงิน พ่อกับแม่ก็เริ่มมา “ขอเงิน” เราค่ะ อยากเอาไปอวดเพื่อนว่าลูกให้เงิน เราเหนื่อย เราท้อ เราอึดอัด เราจะบ้า บ้านไม่ใช่ที่อยู่แล้วสบายใจเลยสักนิด เราอิจฉาคนที่อยากทำอะไรก็ได้ทำ มีพ่อแม่ซัพพอร์ต มีโอกาสมากมาย ยิ่งเราเรียนคณะภาษาเห็นเพื่อนไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศแล้วพ่อแม่จ่ายให้ก็อิจฉาค่ะ (เราถีบตัวเองด้วยเงินทำงาน 2 ปีจนได้ไปซัมเมอร์มา 2 เดือนตอนปิดเทอมใหญ่) แต่เราอิจฉามากที่คนอื่นพ่อแม่ซัพพอร์ต เราอิจฉามาที่เขาอยากกินอะไรก็ได้กิน อยากไปไหนก็ได้ไป อยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากพักก็ได้พัก เราเหนื่อย เราท้อ ไม่เคยมีกำลังใจจากที่บ้าน มีแต่คำก่นด่า จู้จี้ ต้องเรียนให้ได้เกียรตินิยมเพราะคณะภาษามันน่าขายหน้าบ้างล่ะ เรียนไปไม่มีอนาคตบ้างล่ะ อยากรู้เรื่องของเราทุกเรื่อง แทรกแทรงเรื่องของเราทุกเรื่อง ยัดเยียดสิ่งต่างๆ เข้ามา ทั้งๆ ที่ไม่เคยออกค่าใช้จ่ายอะไรให้เราเลย

เหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย มีแต่คำถามว่าทำไมเต็มไปหมด เหนื่อยแล้วไม่อยากทำอะไรแล้ว
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      12345
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาจจะฟังดูโหดร้ายนะคะ แต่ว่าทางมหาลัยน่าจะมีทุนสำหรับนักเรียนอยู่นี่คะน่าจะลองขอดูนะคะ ส่วนเรื่องที่พ่อแม่ขอเงินถ้าเราเป็นจขกท.เราไม่ให้อ่ะ คือตอนนั้นไม่ช่วยตอนนี้ก็มาขอเงินเหรอ เกินไปหน่อยไหมในเมื่อจะตัดกันไปแล้วก็ตัดให้ขาดสิ่ บางครั้งการที่พ่อแม่ซัพพอร์ทอะไรสักอย่างก็ต้องมีสิ่งแลกมานะคะภายใต้ทุกอย่างที่ดูสวยหรูบางครั้งจะต้องแลกกับการที่ถูกบังคับตามใจพ่อแม่ เราเป็นคนหนึ่งที่จะได้อะไรก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ ซึ่งมันถามว่าหนักไหมมันก็หนักอ่ะ แต่ถ้าเราเลือกทางนี้เราก็ยอมรับมัน เรามีโอกาสได้แต่งนิยายตามที่ชอบแต่แลกกับผลการเรียนที่ดีและการเรียนโดยไม่มีวันหยุด เราคิดว่าทุกอย่างมันมีข้อแลกเปลี่ยนเสมออยู่ที่ว่ามันมากพอที่เราจะแลกเปลี่ยนกับมันไหม จขกท.ลองคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาดูเรื่องทุนนะคะ ถ้าพ่อแม่มาขอเงินก็ตัดไม่ให้สะ ในเมื่อเขาเลือกจะตัดขาดกับคุณ คุณก็ตัดขาดกับเขาสะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เกย์อักษรฯเอกปรัชญา
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สวัสดีฮะ พี่เรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว

      พี่เห็นใจน้องนะที่เผชิญกับความไม่เข้าใจจากพ่อแม่และคนรอบข้าง น้องอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆกับของพี่ ในตอนที่พี่เองตัดสินใจเรียนปรัชญา ตอนกำลังเรียนอยู่ และหลังจากเรียนจบออกมาแล้ว ก็เจอคนพูดดูถูกดูแคลนมากมายเช่นกัน ก็ทำได้แต่ปล่อยไปไม่เก็บมาคิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดคิดไม่ได้และพยายามหาข้อโต้แย้งว่าสิ่งที่พี่เลือกและสิ่งที่กลายมาเป็นตัวตนของพี่ มันมีดียังไง ในหัวพี่ก็ยังคงคิดข้อโต้แย้งอยู่เรื่อยๆเช่นกัน พอคิดๆแล้วก็เลยต้องส่งเสียงให้สาธารณชนใน dek-d ได้เห็นบ้างว่ามหาวิทยาลัย นอกจากจะเสนอหลักสูตรการเรียนที่มีความเป็นวิชาชีพ อย่างเช่น แพทยศาสตร์ เภสัชฯ ทันตฯ พยาบาลฯ นิติฯ ครุศาสตร์ และอื่นๆ แล้ว ก็ยังมีหลักสูตรการเรียนที่เน้นการเสริมสร้างวิจารณญาณแบบกว้างๆเพื่อนำไปประยุกต์ใช้หรือเพื่อต่อยอดความรู้ต่อไปอีก เช่น ปรัชญา ประวัติศาสตร์ วรรณคดี ภาษาต่างๆ ภาษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ เป็นต้น


      "ยอมรับว่าอิจฉา เพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นและไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี"

      >> อืม ก็เป็นธรรมดาแหละ จะว่าไปตอนที่พี่เรียน เพื่อนๆในคณะก็มีฐานะกันทั้งนั้น(มหา'ลัยสีชมพู) ก็มีบินไปซัมเมอร์กัน ชวนให้อิจฉาอยู่อ่านะ พี่ว่าการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น ข้อดีก็คือมันช่วยให้เราอยากถีบตัวเองให้อะไรมันดีขึ้นน่ะนะ แต่ข้อเสียคือ ถ้าคนอื่นเขาบ้านรวยมากๆกว่าเรา หรือมี"อภิสิทธิ์ของที่บ้าน"ที่สนับสนุนพื้นฐานความรู้ความสามารถต่างๆมาดีกว่าเรา เราก็ต้องปลงๆ ปล่อยไปบ้าง


      "เราเหนื่อย เราท้อ ไม่เคยมีกำลังใจจากที่บ้าน มีแต่คำก่นด่า จู้จี้ ต้องเรียนให้ได้เกียรตินิยมเพราะคณะภาษามันน่าขายหน้าบ้างล่ะ เรียนไปไม่มีอนาคตบ้างล่ะ อยากรู้เรื่องของเราทุกเรื่อง แทรกแทรงเรื่องของเราทุกเรื่อง ยัดเยียดสิ่งต่างๆ เข้ามา ทั้งๆ ที่ไม่เคยออกค่าใช้จ่ายอะไรให้เรา"

      >> พี่คิดว่าในส่วนนี้แหละที่พ่อแม่น้องทำผิดต่อน้อง พ่อแม่ที่ดีจะให้การสนับสนุนลูกทุกเรื่องที่ลูกตัดสินใจหากการตัดสินใจนั้นไม่ขัดกับศีลธรรมและกฎหมาย หรือเรียกว่าพ่อแม่ที่ดีจะมอบการภูมิทักษาแล*ให้กับลูก

      *การภูมิทักษาแล (dignifying care) คือการดูแลโดยไม่เข้าแทรกแซงความเป็นตัวการของผู้ที่ได้รับการดูแล เช่น ทุกการตัดสินใจของผู้ที่รับการดูแลต้องได้รับการสนับสนุนทั้งหมด หากการตัดสินใจนั้นไม่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย

      วิธีปฏิบัติต่อลูกที่ดีกว่า ในกรณีน้อง จขกท. คือเช่น การที่พ่อแม่ถามไถ่แผนการ ความสนใจของลูก ถามว่าอยากไปซัมเมอร์ฝึกภาษาไหม หรือวางแผนว่าจะทำงานลักษณะไหน อยากจะให้สนับสนุนยังไงบ้าง ไม่ใช่ยัดเยียดว่าต้องเรียนได้เกียรตินิยมโดยไม่ปรึกษาลูกเลยว่าวัตถุประสงค์นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ลูกสนใจหรือไม่


      น้อง จขกท. เหนื่อยใจ เหนื่อยกาย ก็เชิญพักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย พี่ไม่ตัดสินน้องหรอก ขอให้น้องมีความสุขนะ เอาแค่ประสบความพอเพียงก็พอ ไม่ต้องประสบความสำเร็จ

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่รูสิค่ะในความนิดเห็นของเด็กอายุ14อย่างหนูแบบ ไม่ใช่วุฒิภาวะดู ถ้าสมมุติเป็นหนูก็ยังคงทำในสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไปไม่สนใจใครอะไรทั้งสิน และเราก็จ

      ะไม่ใหืเงินพ่อแม่ทั้งๆที่ตัวเองลำบากด้วย ฟังดูเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วก็อกตัญญูนะคะแต่ไม่ได้บอกว่าให้อกตัญญูแต่อย่าลืมนะคะพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดเราแต่เราเป็นผู้กำหนดชีวิตตัวเอง ถ้าพี่อยากให้พ่อแม่ยอมรับในสิ่งที่เราทำคือ ผลงานที่เราสร้างขึ้นคะ มันต้องเห็นด้วยตาหรือเชื่อตามเท่านั้นที่จะเปลี่ยนทัศนคัติคนได้ ส่วนเรื่องเลี้ยงพ่อแม่แน่นอนว่าเราจะทำถ้ามีกำลังมากพอแต่ถ้าไม่คือไม่คะพ่อแม่รู้ว่าลูกลำบากแล้วยังขอตังค์ลูกนี่คือเห็นแก่ตัวมากเลยนะ (ไม่ได้มีเจตนาว่าพ่อแม่พี่นะคะแต่มันคือความเห็นส่วนตัวของเราถ้าไม่พอใจขออภัยด้วย)

      ยังไงก็สู้ๆคะเป็นกำลังใจให้ จะข้ามเม้นนี้ก็ได้เลยนะคะเพราะว่าคนส่วนใหญ่คงจะเชื่อคำพูดของผู้ใหญ่มากกว่าเพราะดูมีประสบการ์ณซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าพี่จะคิดอย่างนั้น แต่พอดีเพื่อนกับรุ่นพี่มาปรึกษาเราจนจะกลายเป็นคอลเซ็นเตอร์แล้ว555ส่วนพ่อแม่เราก็ไม่ได้ซับพอร์ตนะคะ แนวประมาณแบบจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ เลยต้องศึกษาและไต่ไปสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยตัวคนเดียวให้ได้

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป