ielts 6.5 อ่านเอง (เวลาน้อยกว่า 2 อาทิตย์) [ยินดีให้แชร์]

asdfghjkl
Guest IP
วิว
#ielts #ielts #dek63
สวัสดีค่ะ เนื่องจากเราบนไว้ว่าถ้าได้ 6.5 ตามที่ตั้งเป้าไว้จะมารีวิว + แชร์วิธีที่เราใช้เตรียมตัว

บอกก่อนว่ามันขึ้นอยู่กับพื้นฐาน เวลา และความพยายามของแต่ละคนด้วย ส่วนตัวเราเรียนโรงเรียนไทยตลอด ค่อนข้างแม่นแกรมม่าแบบเด็กไทย เคยไปแลกเปลี่ยนเลยมีเลยมีสกิลการพูดกับฟังบ้าง แต่ไม่เคยเรียนเขียน essay เลย

อันนี้เราขอแชร์วิธีการของเราสำหรับคนที่ต้องการแค่ 6.5 เอาไปยื่นมหาลัยนะคะ (เพราะคะแนนเราไม่ได้ดีมาก แค่ถึงที่ตั้งเป้าไว้) ส่วน 6 เราว่าค่อนข้างง่ายไม่ต้องเตรียมตัวมาก แต่ 7 อัพอันนี้เราว่าถ้าพื้นฐานไม่แน่นควรใช้เวลาเตรียมตัวมากกว่านี้และควรอ่านกระทู้อื่นค่ะ…555555 เพราะวิธีเราคือรวบรัดจริงๆ (จริงๆเราแทบไม่ได้อ่านด้วยในระยะเวลาที่บอกไปเพราะคิดว่ารอสอบอีกรอบก็ได้ ก็คือไม่มีฟีลนั่นเองค่ะ ซึ่งไม่ดีนะๆๆ ;-;; เราเลยรู้สึกว่าเราพื้นฐานปานกลางแต่ใช้เวลาน้อยขนาดนี้ยังทำได้ ทุกคนก็ทำได้!)

overall 6.5
listening 7
reading 7
writing 6
speaking 5.5

หนังสือ , website
เราทำในเว็บที่มีข้อสอบ ielts เว็บไหนก็ได้ค่ะ ไม่ต่างกันมาก (แต่แนะนำ cambridge มากกว่านะๆๆ หาโหลดได้เลยมีเยอะมากๆ) เราทำ cambridge 2 วันสุดท้ายเพราะเค้าเป็นคนออกข้อสอบเลยจะค่อนข้างตรง แต่ที่จริง ข้อสอบไอเอลมีเยอะมากกกกก หาง่ายมากๆค่ะ ลอง mock test ดูก่อน วัดได้ระดับนึงเลย

listening + reading ควรเก็บมากที่สุด ได้ 7-7.5 ยิ่งดีเราจะได้ไม่เหนื่อยกับ writing มาก

Listening

1. ส่วนใหญ่จะเป็นสำเนียง british แนะนำให้ฟังคนอังกฤษพูดเยอะๆ หูเราจะได้คุ้นชินกับสำเนียง ตอนฟังจะได้ฟังง่ายขึ้นค่ะ
2. อ่านโจทย์ ช้อย ผ่านๆก็ทำความเข้าใจว่าเค้ากำลังจะถามอะไรแล้วจับจุดเอาคำตอบตรงนั้น
3. ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท 40 ข้อ ซึ่งหัวข้อก็จะแตกต่างออกกันไปจาก ง่าย-ยาก เราว่า 2 พาร์ทแรกค่อนข้างง่าย เก็บเต็มให้ได้ พาร์ทหลังจะเริ่มมีช้อยให้เลือกเยอะทำให้เรางง (คนพูดจะพูดถึงเกือบครบทุกช้อยซึ่งเราใช้เวลานี้ตัดช้อยที่ไม่ตรงกับคำถามออก) พาร์ทสุดท้ายจะยากสุดเพราะต้องเขียน + พูดเร็ว เตรียมตัวตรงนี้ดี ๆ
4. เราเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดกันพลาด
5. ฟัง s/es ดีๆ
6. ฝึกเยอะๆเพราะเก็บคะแนนง่ายสุด

Reading
1. Passage อ่านไม่ยากมาก แต่ยาว (ขึ้นอยู่กับดวงด้วยว่าจะได้เรื่องที่เราถนัดมั้ย)
2. ไม่ต้องอ่านทั้งหมด คำถามเรียงตาม passage ให้อ่านคำถามข้อแรกก่อน แล้วอ่านผ่าน ๆ จนเจอคำตอบข้อแรก ที่เหลือมันจะเรียงไปเรื่อยๆ
3. วันสองวันแรกที่เราเริ่มทำความเข้าใจกับข้อสอบเราตอบ ส่วนที่ถามเป็น true false not given ผิดหมดเลย(ตอนแรกไม่รู้ด้วยว่ามันเรียงข้อ ความไม่ได้เรียนอะเนาะ เหมือนมาแยกส่วนข้อสอบเอง + ฟังจากยูทูป5555) แต่พออ่านไปสักพักจะดูแนวทางโจทย์ออกค่ะ


true = บอกใน passage ว่าจริง / ข้อมูลตรงกับโจทย์
false = เหมือน true แต่ passage จะบอกเลยว่าไม่จริง / สามารถสรุปได้ว่าไม่จริงจากข้อความใน passage
not given = ไม่อยู่ใน passage / อ่านข้อมูลในโจทย์ไม่สามารถสรุปได้ว่าจริงหรือเท็จ

4. Headings/ ข้อมูลนี้อยู่ใน paragraph ไหน ก็ค่อนข้างยาก เพื้อนเราที่เรียนพิเศษแนะนำว่าให้อ่านส่วนหัวกับท้าย จับ keyword เอา แต่ข้อสอบ ielts ไม่ซับซ้อนเท่า sat คือเราไม่ต้องคิดไปอีก step ให้ดูคำถามแล้วทำความเข้าใจ พยายามนึกว่ามันจะเขียนอีกรูปแบบนึงได้มั้ยเพราะส่วนใหญ่มันจะ parapahse มา ไม่ได้ใส่มาตรงๆ แต่ไม่ซับซ้อน (งงมั้ยคะ…)
5. แต่ถ้าไม่เคยทำข้อสอบ reading อะไรมาก่อนไม่คุ้นกับกราอ่านอะไรยาวๆข้อมูลเยอะๆจะเหนื่อยหน่อยช่วงแรกๆค่ะ แต่เราว่าด้วยความที่มันไม่ต้องอ่านหมด ไม่ต้องเข้าใจก็ตอบคำถามได้ อ่านไปสักพักจะชินเอง พยายามเริ่ม part นี้ก่อนเลย

Writing
1. พาร์ทนี้อาจจะยากสำหรับนักเรียนโรงเรียนไทยที่ไม่เคยเขียน essay เช่นเรา อันนี้เป็นสิ่งที่เราท่อง + ฝึกไปทำให้ได้ 6 แล้วเราว่ามันไม่ได้ยากขนาดที่หลายคนคิดไว้จริงๆ แต่ต้องแม่น grammar รู้จักโครงสร้างประโยคก่อนนะๆๆ
2. ห้ามใช้ very
3. ielts เทสทักษะภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ความคิดเรา task 1 จะให้ diagram / life cycle มา เราต้องบรรยายโดยห้ามใส่ opinion แค่ บรรยายให้คนที่ไม่เคยเห็นกราฟนั้นนึกภาพออก เป็นสเต็ป ชูความเหมือนความต่างพยายามใช้ transitions คำศัพท์เยอะๆ
4. task 2 คือให้เขียน essay เลยมี intro body conclusion แต่อย่างที่เราบอกว่ามันไม่วัดความคิด เราจะเขียนอะไรก็ได้แค่ต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิด/ข้อมูลของเรา แล้วก็พยายามโชว์ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่ตอบไปจะผิดหรือถูก
5. เขียนให้ครบ 150/250 words เราว่าเราเสียคะแนนเพราะเขียนไม่ครบด้วยๆ

อันนี้เราจดมาจากยูทูป หวังว่าจะช่วยไกด์ให้ระดับนึงนะคะ (ใส่รูปไว้ใน เม้น)

Speaking (บอกก่อนว่าเราค่อนข้างผิดหวังกับ part นี้เพราะเคยไปแลกเปลี่ยนมาแต่เตรียมตัวมาไม่ดีเอง เพราะคิดว่าเป็นพาร์ทที่ชิลที่สุด 555555555 ได้หัวข้อที่ไม่ถนัด ลน)
1. พยายามพูดให้ธรรมชาติ อย่าเว้นจังหวะเยอะ แบบอย่าเว้นช่วงนึกคำศัพท์เพราะเค้าจะคิดว่าเราใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง
2. ท่อง adj ไป describe เยอะๆ ขยายความได้ขยายไปเลย ใช้ tense ให้ถูกด้วย
3. ออกเสียงให้ถูกก็พอ ไม่เน้นสำเนียง
4. สรุปก็คือพยายามยกศัพท์ที่หลากหลายมา พูดให้ได้มาที่สุดให้คนตรวจเห็นว่าเราใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
5. ฝึกไปหลายๆหัวข้อ เราได้ historical places จบเลยค่ะไม่เคยฝึกแล้วก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ด้วย ถ้ามีเวลาฝึกไปเยอะๆๆเลย
6. พาร์ทแรก ถามตอบคำถามทั่วไป สอง พูดหัวข้อที่ได้มายาว ๆ 2 นาที สาม ตอบคำถามเกี่ยวกับหัวข้อของพาร์ทสอง

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบเหมือนกันนะคะ โชคดีค่ะทุกคน มีเวลาแค่อาทิตย์กว่าๆก็สำเร็จได้แค่เราตั้งใจ ! ใครมีคำถามอะไรทิ้งไลน์ไว้ก็ได้นะคะ เดี๋ยวเราแอดไป

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป